:::     :::

ยอดดาวยิงสูงสุดในพรีเมียร์ลีก จากทั้ง 6 ทวีป

วันจันทร์ที่ 06 พฤศจิกายน 2560 คอลัมน์ Zero to Hero โดย บังคุง
5,400
ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา วงการฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เกิดการสร้างสถิติใหม่ขึ้นมา

        บุคคลที่เรากำลังจะกล่าวถึงคือ "ซน เฮือง มิน" นักเตะจากสโมสรสเปอร์ส ที่สามารถยิงประตูชัยในเกมล่าสุด ช่วยให้พลพรรค “ไก่เดือยทอง” เปิดบ้านเอาชนะคริสตัล พาเลซ 1-0

        นอกจากเป็นการช่วยทีมเก็บ 3 คะแนนที่ล้ำค่าแล้ว เขายังสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ขึ้นมา ด้วยกสารเป็นนนักเตะเอเชีย ที่สามารถยิงประตูในพรีเมียร์ลีก ได้มากที่สุด

        ปัจจุบัน เขายิงในพรีเมียร์ลีก รวมแล้ว 20 ประตู เป็นการแซงหน้ารุ่นพี่ในนามทีมชาติอย่าง "พาร์ค จี ซอง" ที่เคยเล่นกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เป็นที่เรียบร้อย

        เราย้อนไปดูกันหน่อยว่า นอกจาก “ซน เฮือง มิน” นักเตะที่ยิงประตูในพรีเมียร์ลีก มากสุดจากแต่ละทวีป เป็นใครกันบ้าง ? โดยข้อมูลทั้งหมด เกิดจากการรวบรวมจากเว็บอย่างเป็นทางการของพรีเมียร์ลีก เพื่อไม่เป็นการเสียเวลา เราไปดูกันเลยครับ 

ออสเตรเลีย/โอเชียเนีย : มาร์ค วิดูก้า 92 ประตู

        ย้ายมาเล่นในพรีเมียร์ลีก เป็นครั้งแรก ในช่วงยุคมิลเลนเนี่ยม หรือปี 2000 จากการซบตักสโมสรดังอย่างลีดส์ ยูไนเต็ด และพาทีมจบอันดับ 4 ในฤดูกาลแรกที่ย้ายเข้ามา

        โดยฤดูกาลที่พีคสุดของเขา เกิดขึ้นในพรีเมียร์ลีก ซีซั่น 2002-03 เมื่อกดไปถึง 20 ประตู มีเพียงแค่รุด ฟาน นิสเตลรอย, เธียร์รี่ อองรี และเจมส์ บีตตี้ ที่ยิงในลีกมากกว่าเท่านั้น

        จากนั้นย้ายไปหาความท้าทายกับมิดเดิ้ลสโบรช์ และนิวคาสเซิ่ล อย่างไรก็ตาม ฟอร์มการเล่นของเขาตกลงไปตามลำดับ ไม่เหมือนกับสมัยเล่นกับ "ยูงทอง"

อเมริกาใต้ : เซร์คิโอ "กุน" อเกวโร่ 129 ประตู 

        ย้ายจากแอตเลติโก้ มาดริด มาร่วมทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในช่วงปี 2011 โดยถือว่าเป็นการลงทุนที่แสนคุ้มค่าเป็นอย่างมาก เนื่องจากสามารถยิงประตูได้อย่างถล่มทลาย และมีส่วนช่วยให้ “เรือใบสีฟ้า” ผงาดคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก 2 สมัย

        โดยเฉพาะฤดูกาล 2011-12 ที่ยิงประตูชัยในเกมสุดท้าย และวินาทีสุดท้าย ปาดหน้าเพื่อนร่วมเมืองอย่างแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ด้วยลูกประตูได้เสีย

        นอกจากนี้ เขายังสถาปนาตัวเองเป็นนักเตะชาวอเมริกาใต้ คนแรก และคนเดียว ที่ยิงประตูในศึกพรีเมียร์ลีก เกินหลัก 100 ประตูอีกด้วย

อเมริกากลาง-เหนือ : ดไวท์ ยอร์ค 123 ประตู

        เริ่มสร้างชื่อกับแอสตัน วิลล่า ก่อนโดนแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ดึงตัวไปร่วมทีมในช่วงปี 1998 พร้อมกับคว้าดาวซัลโวของลีกได้ตั้งแต่ปีแรก

        นอกจากนี้ ยังเป็นฟันเฟืองสำคัญ ในการพาทีม “ปีศาจแดง” คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก 3 สมัยติดต่อกัน คือช่วงปี 1998-2001 ส่วนหนึ่งเป็นการประสานงานกัน ระหว่างเขากับคู่หูอย่างแอนดี้ โคล ที่ช่วยกันผลิตสกอร์อย่างเป็นกอบเป็นกำ

        หลังจากนั้นย้ายไปเล่นกับหลายทีมในลีกสูงสุดของแดนผู้ดี ทั้งแบล็คเบิร์น โรเวอร์ส, เบอร์มิงแฮม ซิตี้ และซันเดอร์แลนด์ ทว่าไม่ประสบความสำเร็จแบบเป็นชิ้นเป็นอันมากนัก

ยุโรป : อลัน เชียร์เรอร์ 260 ประตู

        ว่ากันว่า นี่คือยอดดาวยิงที่ดีสุดคนหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์ของวงการฟุตบอลอังกฤษ ทั้งการจบสกอร์ที่เฉียบขาด และลีลาการยิงประตูแบบหนักหน่วง ส่งผลให้เขากลายเป็นขวัญใจของเด็กยุค'90 หลายคน 

        นอกจากเป็นนักเตะชาวยุโรป ที่ยิงประตูมากสุดในเวทีพรีเมียร์ลีก เขายังเป็นนักเตะที่ยิงประตูมากสุดในประวัติศาสตร์ของฟุตบอลรายการนี้อีกด้วย

        โดยเริ่มต้นจากการยิงประตูแบบบ้าคลั่ง จนช่วยแบล็คเบิร์น โรเวอร์ส ผงาดคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก ในฤดูกาล 1994-95  นอกจากนี้ สถิติที่น่าสนใจพบว่า “ฮอตชอต” เคยเป็นดาวซัลโวพรีเมียร์ลีก 3 ฤดูกาลติดต่อกัน นั่นคือระหว่างปี 1994-97 

แอฟริกา : ดิดิเย่ร์ ดร็อกบา 104 ประตู

        นี่คือนักเตะชาวแอฟริกัน คนแรก และคนเดียว ที่ยิงประตูในหน้าประวัติศาสตร์พรีเมียร์ลีก เกินหลัก 100 ประตู แน่นอนว่า เขาทำมันกับสโมสรเดียว นั่นคือเชลซี

        หากย้อนกลับไปปี 2004 เขาย้ายมาเล่นในถิ่น “สแตฟอร์ด บริดจ์” พร้อมกับพาทีมคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก 4 สมัยเลยทีเดียว แถมยังครองรางวัลรองเท้าทองคำ หรือดาวซัลโวของพรีเมียร์ลีก 2 ครั้งด้วยกัน ซึ่งถือว่าเป็นชาวแอฟริกัน คนแรกที่ทำได้ 

        นี่ถือเป็นกองหน้าอีกหนึ่งคนที่จารึกชื่อในพรีเมียร์ลีก และเป็นดาวยิงที่ครบเครื่องมากสุดคนหนึ่งในยุคของเขาเอง ทั้งความแข็งแกร่ง, การจบสกอร์ และการเอาชนะกองหลัง ถือเป็นจุดเด่นของเขาเลยทีเดียว

เอเชีย : ซน เฮือง มิน 20 ประตู

        อย่างที่บอกไปข้างต้น นักเตะเอเชีย น้อยมากที่จะประสบความสำเร็จ และสามารถเอาตัวรอดจากลีกที่แข็งแกร่งอย่างพรีเมียร์ลีก เพราะต้องยอมรับว่า ด้วยโครงสร้างทางร่างกาย และแนวทางการเล่น แข้งจากทวีปเอเชีย ยังเป็นรองโซนอื่นๆ

        สำหรับดาวเตะทีมชาติเกาหลีใต้ ย้ายมาร่วมทีมสเปอร์ส ในช่วงปี 2015 ก่อนใช้เวลาเพียง 2 ฤดูกาลเศษ สร้างสถิติดังกล่าวขึ้นมาได้สำเร็จ

        และที่น่าภูมิใจมากกว่านั้นคือเขากลายเป็นนักเตะตัวหลักของสเปอร์ส เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เป็นการพิสูจน์ความสามารถของนักเตะเอเชีย ได้เป็นอย่างดี

        เป็นการลบล้างภาพเก่าๆที่หลายคนมองว่า นักเตะเอเชีย มักถูกซื้อมาเพื่อผลประโยชน์ด้านการขายเสื้อเพียงอย่างเดียว


ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})

ข่าวใหม่วันนี้

ดูทั้งหมด