:::   17:13 - ไก่สบายตัวเข้ารอบ4'บาวคัพไม่เสียเหงื่อ   :::

แพ้นัดแรกไม่เสียหาย

ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
อาร์เซน่อล แพ้เป็นนัดแรกของฤดูกาลในนัดที่ 3 กับการไปเยือนสนามแอนฟิลดของลิเวอร์พูลซึ่งกลายเป็นเหมือนฝันร้ายอย่างแท้จริงเพราะ 7 นัดหลังสุด โดนยิงรวมถึง 25 ประตู

ทุกความปราชัยมีข้อเสีย มีข้อบกพร่องที่ต้องนำมาแก้ไขอยู่แล้ว แต่ในอีกมุม มันก็ไม่ได้เลวร้ายจนเกินไป มีข้อดีที่ซุกซ่อนอยู่ดังนี้ 


1. แพ้ให้กับทีมที่ดีกว่า

การแพ้ต่อลิเวอร์พูลที่แอนฟิลด์ไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตาย ฤดูกาลที่แล้วมีเพียง แมนฯ ซิตี้ กับ เลสเตอร์ ที่ได้คะแนนติดมือกลับออกมา

ปัจจุบัน ลิเวอร์พูล คือหนึ่งใน 2 ทีมที่ดีที่สุดของอังกฤษ และเป็นหนึ่งในทีมที่ดีที่สุดของยุโรป ดีกรีแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ทีมล่าสุดคือสิ่งยืนยันได้ชัดเจน 

คุณภาพผู้เล่นของลิเวอร์พูล คุณภาพของโค้ช ความเข้าใจในแท็กติกการเล่น เจอร์เก้น คล็อปป์ คุมทีมชุดนี้มา 4 ปีแล้ว ความลงตัว ความสมบูรณ์แบบมีมากกว่าอาร์เซน่อลที่เพิ่งเริ่มฤดูกาล 2 ของ อูไน เอเมรี่ 

ไม่มีอะไรต้องเสียใจกับการแพ้ให้ทีมที่ดีกว่า และแพ้นอกบ้านด้วย แถมฤดูกาลก่อนก็เคยโดนยิง 5 ประตู แต่ฤดูกาลนี้โดนแค่ 3 !!!


2. ผ่านเกมยากที่สุดของฤดูกาลไปแล้ว 

นี่คือเกมยากที่สุดในฤดูกาลนี้ก็อาร์เซน่อลก็ว่าได้เพราะสถิติเก่าๆ มันฟ้องว่ามาเยือนแอนฟิลด์เมื่อไหร่ก็ "เละ" เมื่อนั้น  

อีกงานยากในระดับใกล้เคียงกันคือการไปเยือนแมนฯ ซิตี้ แต่แอนฟิลด์ก็มีความยากกว่าในแงพลังเชียร์ของเดอะ ค็อป ซึ่งกดดันคู่แข่งได้หนักหน่วงกว่าซิตี้ 

แพ้ในช่วงต้นฤดูกาลแบนี้ไม่เสียหายเท่ากับช่วงท้าย อาร์เซน่อลพลาดท็อปโฟร์ฤดูกาลที่แล้ว ไม่ใช่เพราะแพ้ 2 นัดแรกต่อแมนฯ ซิตี้ กับ เชลซี แต่เพราะลพลาด 3 นัดติดในเดือนเมษายนต่อ คริสตัล พาเลซ, วูล์ฟแฮมป์ตัน และ เลสเตอร์ ซิตี้ 


โจ วิลล็อค เสริมกระดูกได้มากจากนัดนี้

3. โจ วิลล็อค ได้ประสบการณ์เพียบ 

โจ วิลล็อค กองกลางวัย 20 ปีที่ได้เป็นตัวจริงมีทั้งเสียงชมและตำหนิ ทว่าผ่านเกมนี้ไปได้ก็ได้ประสบการณ์และภูมิคุ้มกันตัวเองเพิ่มขึ้นอีกมาก 

เจ้าหนูโจรับรู้ได้ด้วยตัวเองแล้วว่าการจะเอาให้รอดทั้งเล่นให้อาร์เซน่อลและพรีเมียร์ลีก ต้องพร้อมทั้งร่างกายและจิตใจมากเพียงใด 

แถมการได้ลงตัวจริงในเกมใหญ่แบบนี้ก็เป็นเหมือนการซื้อใจของ อูไน เอเมรี่ ไปในตัว วิลล็อค เล่นได้ดีตั้งแต่ช่วงปรีซีซั่น รวมถึง 2 นัดแรกกับ นิวคาสเซิ่ล และ เบิร์นลี่ย์ 

ดังนั้นการได้ลงตัวจริงอีกที่แอนฟิลด์ก็ทำให้เจ้าตัวและดาวรุ่งคนอื่นในทีมได้เห็นว่าหากทำผลงานดี โอกาสก็เปิดกว้างเสมอ  

4. นิโกล่าส เปเป้ ไม่ธรรมดา

นิโกล่าส์ เปเป้ อาจจะพลาดโอกาสทำประตูอย่างน่าเสียดาย แต่ฟอร์มการเล่นก็ทำให้เห็นก็ "เอาเรื่อง" ทีเดียว 

เปเป้ คือนักเตะคนแรกที่เลี้ยงบอล ฟาน ไดค์ ในรอบ 50 นัดหลังสุด แล้วก็เล่นงานแบ็กซ้ายที่ดีที่สุดของพรีเมียร์ลีกอย่าง แอนดี้ โรเบิร์ตสัน ในหลายครั้ง

อย่าลืมว่านี่คือนัดแรกที่ เปเป้ เป็นตัวจริง เขายังต้องใช้เวลาในการปรับตัวเข้ากับเพื่อนร่วมทีมใหม่ ทำความคุ้นเคยกับแท็กติกของ เอเมรี่ ทำความรู้จักกับการเล่นในพรีเมียร์ลีก 

นัดล่าสุดที่ถูกจับเล่นหน้าคู่กับ โอบาเมย็อง ก็อาจไม่ถนัดเท่ากับลุยริมเส้นเต็มตัว แถมแท็กติกของ เอเมรี่ เน้นรับเป็นพิเศษด้วย การเล่นเกมรุกโดยที่ต้องพึ่งพาตัวเองเป็นหลักจึงไม่ง่าย

เดนนิส เบิร์กแคมป์ ยิงประตูแรกให้อาร์เซน่อลได้ในนัดที่ 7 ขณะที่ เธียร์รี่ อองรี ต้องรอถึงนัดที่ 9 แต่ทั้งคู่ต่างกลายเป็นตำนานของสโมสรในเวลาต่อมา


ตัวจริงนัดแรกของ เปเป้ ปล่อยของออกมาพอสมควร

5. รอให้ผู้เล่นกลับมาครบทีม 

อาร์เซน่อล ขาดผู้เล่นไปหลายคนเพราะยังไม่หายเจ็บกลับมา ต่างจากลิเวอร์พูลที่ขาดเพียง อาลีสซง เบ็คเกอร์ นายทวารมือหนึ่งเพียงคนเดียว 

หาก อูไน เอเมรี่ ได้ทุกคนกลับมาโดยเฉพาะกองหลัง แผงแนวรับตัวจริงจะเป็น เอคตอร์ เบเยริน, โซคราตีส ปาปาสตาโธปูลอส, ร็อบ โฮลดิ้ง และ คีแรน เทียร์นี่ย์

นั่นหมายความว่านัดล่าสุดมีเพียง โซคราตีส คนเดียวเท่านั้นที่ปักหลัก ต่างจากลิเวอร์พูลที่สามารถใช้งานแบ็กโฟร์ชุดที่ดีที่สุด เสียประตูน้อยสุดในลีกเมื่อฤดูกาลที่แล้ว และมีนักเตะว่าที่รางวัลบัลลงดอร์อย่าง เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ นำทัพ 

เมซุต โอซิล เคลียร์ปัญหานอกสนามของตัวเองได้และสามารถโฟกัสกับการเล่นได้เต็มที่ นักเตะใหม่ทั้ง นิโกล่าส เปเป้, ดานี่ เซบายาส, ดาวิด ลุยซ์ และ คีแรน เทียร์นี่ย์ ปรับตัวเข้ากับทีมได้ดีขึ้นเรื่อยๆ ก็สามารถคาดหวังถึงผลงานที่ดีขึ้นได้


6.  ดาวิด ลุยซ์ ยังเป็นอะไหล่ที่ดีได้

ดาวิด ลุยซ์ พลาดใน 2 จังหวะสำคัญ ไม่มีข้อแก้ตัวในจุดนี้ แต่สิ่งที่ทุกคนต้องไม่ลืมคือ ลุยซ์ ย้ายมาด้วยค่าตัวเพียง 8 ล้านปอนด์ ถูกกว่า แฮร์รี่ แม็กไกวร์ 10 เท่า

ลุยซ์ ไม่ใช่ตัวเลือกที่ เอเมรี่ วางแผนจะซื้อเอาไว้แต่แรก แต่ที่ต้องดึงมาก็เพราะสถานการณ์จำเป็นและต้องรีบตัดสินใจเพราะตลาดจะปิดแล้ว เป็นการดึงมาเพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้า

แผนการตอนแรกคือรอให้ โลร็องต์ กอสซิแอลนี่ ปลดระวางซัมเมอร์หน้าและมี วิลเลี่ยม ซาลีบา เข้ามาเสียบแทน แต่ กอสซิแอลนี่ ไม่เอาด้วยและต้องการย้าย เอเมรี่ ก็เลยต้องรีบจั่วเซนเตอร์รายใหม่ด้วยงบประมาณอันน้อยนิด

ดังนั้น จึงไม่ควรติดภาพในอดีตว่า ลุยซ์ คือกองหลังทีมชาติบราซิลที่เคยผ่านฟุตบอลโลกมาแล้ว เคยเล่นให้ทีมใหญ่ทั้งเชลซี, ปารีส แซงต์ แชร์กแมง และแจ้งเกิดกับเบนฟิก้าที่ปลุกปั้นนักเตะได้ดี แต่ให้มองภาพปัจจุบันกับวัย 32 ปี และเป็นตัวเลือกฉุกเฉิน

ถ้า ร็อบ โฮลดิ้ง หายเจ็บกลับมา โอกาสที่ โฮลดิ้ง จะเป็นตัวจริงก็มีมากกว่าเพราะช่วง 4 เดือนแรกของฤดูกาลที่แล้ว โฮลดิ้ง ก็ทำผลงานได้ดีในการร่วมงานกับ เอเมรี่ แต่ดันโชคร้ายบาดเจ็บหนักและพักยาวจนถึงปัจจุบัน 

ตัด 2 จังหวะที่พลาดออกไป ฟอร์มโดยรวมของ ลุยซ์ ถือว่าโอเคและช่วยทีมได้ไม่น้อย ในนัดต่อๆ ไปยังมีประโยชน์สำหรับอาร์เซน่อลในการเป็นอะไหล่ที่ดีเพื่อโรเตชั่นให้ตัวหลักคนอื่นได้พัก 

 
อูไน เอเมรี่ กำลังรอให้ทีมสมบูรณ์มากขึ้น

7. สถานการณ์ยังโอเค

ตอนนี้ อาร์เซน่อล ตามหลัง 2 ทีมที่ดีที่สุด ลิเวอร์พูล และ แมนฯ ซิตี้ 3 และ 1 คะแนนตามลำดับ และมีคะแนนมากกว่าทั้งแมนฯ ยูไนเต็ด, สเปอร์ส และ เชลซี

และในสัปดาห์ที่อาร์เซน่อลแพ้ให้กับทีมที่ดีกว่าและในสนามที่ยากสุดๆ อย่างแอนฟิลด์ แมนฯ ยูไนเต็ด กับ สเปอร์ส กลับแพ้คาบ้านต่อทีมที่เกรดบอลเป็นรอง ความเสียหายต่อสภาพจิตใจน่าจะรุนแรงมากกว่า

หรือเทียบกับฤดูกาลก่อนใน 3 นัดแรกที่มี 3 คะแนน การที่ตอนนี้อาร์เซน่อลมีอยู่ 6 คะแนนก็ย่อมดีกว่าแน่นอน 

การปราชัยนัดแรกของอาร์เซน่อลอาจน่าผิดหวัง แต่ไม่ได้เลวร้ายเสมอไป ฤดูกาลยังอีกยาวไกลและความหวังก็ยังมีอยู่เช่นเดิม



ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})

ข่าวใหม่วันนี้

ดูทั้งหมด