:::     :::

จอมบงการ...

วันอังคารที่ 03 กันยายน 2562 คอลัมน์ ลูกหนังนอกกรอบ โดย JOKE
3,108
ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
เนย์มาร์ ซีเนียร์ พยายามทำทุกอย่างเพื่อผลประโยชน์สูงสุดของตัวเองและลูกค้า ซึ่งก็คือ เนย์มาร์ ลูกชายของเขานั่นเอง

เนย์มาร์ ดา ซิลวา จูเนียร์ นักเตะเบอร์หนึ่งของวงการลูกหนังเมืองกาแฟ ณ ปัจจุบัน ซึ่งเป็นผู้เล่นที่มีพรสวรรค์ติดตัวมาตั้งแต่เกิดควรจะประสบความสำเร็จในอาชีพค้าแข้งมากกว่านี้ถ้าหากไม่มีปัญหาหรือเรื่องวุ่นวายนอกสนามเข้ามาเกี่ยวข้อง

ส่วนหนึ่งมาจากสไตล์การใช้ชีวิตของ เนย์มาร์ ที่ชื่นชอบปาร์ตี้ ออกงานสังคมและทำตัวเป็นเซเล็บ ซึ่งกลายเป็นภาพชินตาของคนทั่วไป แตกต่างจากสองแข้งดาวดังแห่งยุคอย่าง ลิโอเนล เมสซี่ กับ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ที่มีความเป็นมืออาชีพรับผิดชอบหน้าที่ของตนเองมากกว่าจึงไม่มีภาพแนวนี้ออกมามากเท่ากองหน้าชาวบราซิเลียน 

เนย์มาร์ ยังเปลี่ยนสาวบ่อยครั้ง ซึ่งมีทั้งที่เปิดเผยและมีอีกหลายคนที่กินกันในที่ลับ จนกระทั่งเรื่องแดงขึ้นมาหลังหญิงสาวรายหนึ่งพยายามแบล็คเมล์ด้วยการฟ้องร้องว่าหล่อนถูกซุปตาร์บราซิเลียนข่มขืน ทว่า เนย์มาร์ รอดพ้นจากคดีดังกล่าวเนื่องจากหลักฐานไม่เพียงพอ 


อีกคนหนึ่งที่มีอิทธิพลต่อ เนย์มาร์ โดยเฉพาะเรื่องอาชีพค้าแข้งแบบปฏิเสธไม่ได้คือ เนย์มาร์ ดา ซิลวา ซีเนียร์ คุณพ่อวัย 54 ปีของเขานั่นเอง

'พ่อของผมอยู่เคียงข้างผมมาตั้งแต่เด็ก เขาดูแลเรื่องเงินของผมและครอบครัวของผม'เนย์มาร์ กล่าวถึงพ่อบังเกิดเกล้า 

เนย์มาร์ ซีเนียร์ เป็น'จอมบงการ'คอยควบคุมทุกอย่างบนเส้นทางอาชีพของลูกชาย ไม่ต่างจาก ลาว่าร์ บอลล์ ในวงการบาสเกตบอลสหรัฐอเมริกาที่ดูแลและจัดการอนาคตยัดห่วงของลูกชายทั้งสามคนของเขา

เขาอาจจะเป็นคุณพ่อที่ดีในการดูแลลูกชายและลูกสาว รวมถึงหลานชาย ดาวี่ ลุกก้า ที่เกิดกับอดีตแฟนสาวของ เนย์มาร์ แต่ เนย์มาร์ ซีเนียร์ มองลูกชายว่าเป็น'สินค้า'ที่มีคุณค่าในวงการลูกหนังจึงใช้โอกาสนี้กอบโกยผลประโยชน์มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ 


เนย์มาร์ ซีเนียร์ ตกเป็นข่าวว่าโกยเงินก้อนโตเข้ากระเป๋าตั้งแต่ตอนที่ เนย์มาร์ ย้ายจาก ซานโตส ซบ บาร์เซโลน่า ในช่วงซัมเมอร์ปี 2013 ซึ่งสโมสรบราซิลได้เงินค่าตัวเพียง 17.1 ล้านยูโรจากดีลย้ายทีมมูลค่า 86.2 ล้านยูโร ส่วนที่เหลือแบ่งจ่ายให้กับบริษัทที่ถือสิทธิ์ในตัวนักเตะและตามข้อมูลจากสื่อระบุว่าครอบครัวเนย์มาร์ได้ส่วนแบ่งสูงถึง 40 ล้านยูโรมากกว่า ซานโตส เกินกว่า 2 เท่า 

หลุยส์ อัลวาโร่ เดอ โอลิเวยร่า รีเบยโร่ อดีตประธานสโมสร ซานโตส ที่เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็ง โดยก่อนลาจากโลกไม่กี่สัปดาห์ อดีตประธานวัย 73 ปีเขียนจดหมายเปิดผนึกประณามพฤติกรรมของ เนย์มาร์ ซีเนียร์ ที่แอบอุยกับ บาร์เซโลน่า ก่อนที่ลูกชายของเขาจะย้ายมา'คัมป์ นู'เพื่อต่อรองผลประโยชน์ส่วนตัว

อดีตประธานซานโตสยังไม่ใช่ศัตรูเพียงคนเดียวกับแนวทางการทำธุรกิจของ เนย์มาร์ ซีเนียร์ ซึ่งมีโจทก์กำลังตามไล่เช็คบิลหลายราย หนึ่งในนั้นคือ เดลซีร์ ซอนด้า นักธุรกิจชาวบราซิเลียนทรงอิทธิพล ซึ่งเคยเป็นหนึ่งในผู้ถือสิทธิ์ในตัว เนย์มาร์ แต่ตอนนี้เขาอ้างว่าเขาถูกหลอกและกำลังดำเนินการฟ้องร้อง เนย์มาร์ ซีเนียร์ 


ขณะที่ เอดูอาร์โด้ มูซ่า อดีตมือขวาที่ได้รับเงินเกือบ 700,000 ยูโรในการประนีประนอมหลังการยื่นฟ้องร้องครอบครัวเนย์มาร์ 

อีกหนึ่งคนคือ มาร์กอส มาลากีอัส เอเยนต์นักเตะที่เคยมีส่วนช่วยจัดการข้อตกลงครั้งแรกระหว่าง เนย์มาร์ กับ บาร์เซโลน่า ทว่าหลังจากนั้นเขาถูก เนย์มาร์ ซีเนียร์ กีดกันออกมาจากสารบบ 

แม้ทั้งสามคนยังกล่าวถึง เนย์มาร์ ในด้านบวก แต่ตรงข้ามกับสิ่งที่พูดถึง เนย์มาร์ ซีเนียร์ 

เนย์มาร์ ซีเนียร์ เคยฝันว่าอยากจะเป็นนักฟุตบอลที่มีชื่อเสียง เขาเริ่มต้นหวดลูกหนังในลีกระดับล่าง ทว่าต้องยุติการค้าแข้งในวัย 30 ต้นๆหลังประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ ก่อนที่จะย้ายความฝันของตนเองไปสู่ลูกชายพร้อมกอบโกยผลประโยชน์ในเวลาเดียวกัน

'ฟุตบอลไม่ใช่เรื่องดีสำหรับผม ผมไม่ใช่คนที่มีความสุขนัก ผมต้องเลิกเล่นตอนอายุ 32 โดยไม่มีเงินติดตัวแม้แต่เพนนีเดียว'เนย์มาร์ ซีเนียร์ กล่าวถึงช่วงชีวิตยากลำบากของเขา


แต่ถ้าพูดถึงการสร้างอาชีพให้ลูกชายของเขา เนย์มาร์ ซีเนียร์ มีอำนาจสิทธิ์ขาดจัดการทุกอย่าง เขาเป็นพ่อที่คอยปกป้อง เนย์มาร์ จนถึงขั้นวางมวยกับแฟนบอลบนอัฒจันทร์ที่วิจารณ์ลูกชายของเขาระหว่างการลงเล่นกับทีมเยาวชน เขาไม่เกรงกลัวว่าจะสร้างศัตรูและทำทุกอย่างเพื่อให้ลูกชายมีความสุข ครั้งหนึ่งเขาเคยนิยามตัวเองสั้นๆว่า 'ช่างแม่งพวกมัน ผมต้องการสิ่งดีที่สุดสำหรับตัวเองและลูกค้าเท่านั้น'

เนย์มาร์ ซีเนียร์ บ่งบอกถึงความเป็นตัวตนพร้อมหักหลังทุกคนเพื่อผลประโยชน์ของตนเองและลูกชาย ซึ่งแตกต่างจากแนวทางของ ฮอร์เค่ เมสซี่ ที่ปฏิบัติต่อซุปตาร์บาร์เซโลน่าโดยคำนึงถึงความสุขของลูกชายเขาเป็นลำดับแรก แม้ว่าครอบครัวของเมสซี่ก่อนหน้านั้นไม่ได้มีชีวิตที่ดีกว่าครอบครัวเนย์มาร์มากนัก 

กองหน้าชาวบราซิเลียนตกเป็นเป้าสนใจของ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ตั้งแต่ช่วงซัมเมอร์ปี 2016 ก่อน เนย์มาร์ ซีเนียร์ จะหักหลังทีมอาซูลกราน่าและทำให้เกิดดีลประวัติศาสตร์ย้ายไปค้าแข้งกับ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ด้วยมูลค่าฉีกสัญญา 222 ล้านยูโร อีก 1 ปีต่อมา 


เนย์มาร์ ซีเนียร์ จับลูกชายเป็นตัวประกันบีบให้ บาร์เซโลน่า ปรับปรุงสัญญาเพื่อค่าเหนื่อยเพิ่มมากขึ้น ทว่าทีมยักษ์ใหญ่แคว้นกาตาลุนย่าปฏิเสธข้อเรียกร้องดังกล่าวเนื่องจากตัวเลขที่เรียกมาไม่สมเหตุสมผล ก่อนที่ เนย์มาร์ ซีเนียร์ จะใช้สายสัมพันธ์กับ นาสเซอร์ อัล-เคไลฟี่ ประธานเปแอสเชที่เคยพูดคุยกันในช่วงปีก่อนยอมจ่ายเงินค่าฉีกสัญญานักเตะและเปย์ค่าจ้าง เนย์มาร์ ตามข้อเรียกร้องและที่สำคัญค่าน้ำร้อนน้ำชาที่คุณพ่อรับอีกก้อนหนึ่งซึ่งไม่น้อยกว่า 20 ล้านยูโร 

การย้ายออกจากถิ่น'คัมป์ นู'เมื่อ 2 ปีก่อนอาจมีการกล่าวอ้างว่า เนย์มาร์ ต้องการก้าวพ้นหลืบเงาของ เมสซี่ กองหน้าชาวบราซิเลียนหวังยืนด้วยลำแข้งของตนเองนำต้นสังกัดประสบความสำเร็จเพื่อสานฝันสู่รางวัล'บัลลง ดอร์' ทว่าเหตุผลหลักที่ทำให้ดีลนี้เกิดขึ้นมาจากผลประโยชน์เป็นอันดับแรก 

ทว่า เนย์มาร์ เสวยสุขบนกองเงินที่ปารีสไม่ถึง 2 ปี ก็เกิดความรู้สึกเบื่อหน่ายอยากหวนกลับ'คัมป์ นู'อีกครั้ง ซึ่ง เนย์มาร์ ซีเนียร์ส ก็พร้อมหักดิบกับ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง เพื่อความสุขของลูกชายด้วยเช่นกัน ทว่าดีลนี้ไม่เกิดขึ้นเนื่องจากข้อเสนอของ บาร์เซโลน่า ไม่สามารถตอบสนองความต้องการของ เปแอสเช ที่สูญเงินกับซุปตาร์บราซิเลียนไปมากกว่า 300 ล้านยูโร 


เปแอสเช ทุ่มเงินจำนวนมหาศาลเซ็นสัญญากับ เนย์มาร์ โดยคาดหวังว่ากองหน้าชาวบราซิเลียนจะเข้ามาช่วยยกระดับทีมโดยเฉพาะการผงาดเป็นจ้าวยุโรปอย่างที่ นาสเซอร์ อัล-เคไลฟี่ คาดหวัง แต่ทีมดังเมืองน้ำหอมไปได้ไม่ไกลเกินกว่ารอบ 16 ทีม โดยพ่าย เรอัล มาดริด ในซีซั่น 2017-2018 ก่อนพลิกล็อกตกรอบด้วยฝีเท้า แมนฯยูไนเต็ด รอบเดียวกันในซีซั่นที่ผ่านมา และ เนย์มาร์ ไม่มีส่วนร่วมแม้แต่เกมเดียวเนื่องจากกระดูกเท้าขวาแตก 

ตลอดช่วง 2 ปีในฐานะนักเตะ เปแอสเช แม้ เนย์มาร์ จะยิงถึง 51 ประตู แต่ลงเล่นเพียง 58 เกมหรือไม่ถึง 60 เปอร์เซนต์ของเกมทั้งหมด เมื่อเทียบกับเม็ดเงินที่ทีมยักษ์ใหญ่เมืองน้ำหอมจ่ายไปมากกว่า 300 ล้านยูโร (ค่าตัว 222 ล้าน, ค่าเหนื่อย 2 ปี 70 ล้าน, เปอร์เซนต์ส่วนแบ่ง เนย์มาร์ ซีเนียร์ อีกราว 20 ล้านยูโร) ถือว่าไม่คุ้มค่าการลงทุนแม้แต่น้อย

การตัดสินใจเลือกผลประโยชน์มากกว่าอนาคตค้าแข้งของลูกชายมีส่วนทำให้ เนย์มาร์ เสียเวลาและเสียโอกาสไปอย่างน้อย 2 ปีในการย้ายมาค้าแข้งกับลีกใหญ่อันดับ 5 ของยุโรป ซึ่งไม่ใช่ความผิดของกองหน้าชาวบราซิเลียนทั้งหมด หลายคนต่างพุ่งเป้าไปที่ เนย์มาร์ ซีเนียร์ ว่าไม่ยอมปล่อยให้ลูกชายเติบโตและมีส่วนรับผิดชอบในธุรกิจของตนเอง แต่คุณพ่อวัย 54 ปียังโต้แย้งว่าการทำข้อตกลงของเขามีส่วนทำให้ เนย์มาร์ ประสบความสำเร็จ (เฉพาะเรื่องเงิน)

ชูเอา เอ็นรีเก้ มาร์เกส นักข่าวฟุตบอลชาวบราซิเลียนของ UOL ที่ประจำการในปารีสระบุว่าแม้อาชีพค้าแข้งของ เนย์มาร์ จะไปได้ไม่สุดตลอดช่วง 2 ปีที่ผ่านมาเนื่องจากการบงการของ เนย์มาร์ ซีเนียร์ แต่มันไม่ได้บั่นทอนความสัมพันธ์ที่แนบแน่นของทั้งคู่ลงแม้แต่น้อย


'เนย์มาร์ ซีเนียร์ รับผิดชอบงานของลูกชายเขาตั้งแต่ยังเด็ก ครั้งแรกที่ผมคุยกับเขาตอนเขาอายุ 14 ผมโทรหาพ่อของเขาและจากนั้นเขาก็ยื่นโทรศัพท์ให้ลูกชาย ตอนนั้น เนย์มาร์ ยังไม่บรรลุนิติภาวะ ดังนั้นคุณจึงพอเข้าใจสถานการณ์ แต่สิ่งนี้ยังคงเป็นวิธีการทำงานของเขาจนถึงทุกวันนี้'

'การขอสัมภาษณ์ เนย์มาร์ ยังคงถูกส่งไปยังพ่อของเขา เขาควบคุมเพื่อนๆของเขาในการแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของเขา'

หนึ่งในสิ่งแรกๆที่ เนย์มาร์ ทำเมื่อใดก็ตามที่เขาเดินเข้าห้องแต่งตัวหลังจบเกม เขาจะตรวจโทรศัพท์เพื่อดูข้อความจากพ่อของเขา ถ้าจะมีก็เพราะ เนย์มาร์ ซีเนียร์ ส่งมาบอกถึงการทำผิดพลาดในสนามของลูกชายเขา เขาจะไม่เก็บโทรศัพท์ไว้กับตัวเองเว้นเฉพาะช่วงใช้งานเท่านั้น

'พ่อของเขากลัวเสมอว่าคนอื่นจะเข้ามากอบโกยผลประโยชน์จากลูกชายของเขา' มาร์เกส ซึ่งตามข่าว เนย์มาร์ มาตั้งแต่ย้ายจากเมือง เซา เปาโล มาอยู่ บาร์เซโลน่า จนกระทั่งถึง ปารีส เผยต่อ 


'เขาเห็นความยอดเยี่ยมของ เนย์มาร์ ตั้งแต่อายุยังน้อย ในฐานะอดีตนักฟุตบอล เขาเห็นว่ามีศักยภาพที่น่าอัศจรรย์และจากนั้นก็เริ่มได้ยินคนพูดถึงลูกชายเขา 'ลูกชายคุณนี่, นั่นลูกชายคุณ''

'กลยุทธ์ของเขาเกี่ยวกับเรื่องเงินช่วยกระชับความแน่นแฟ้นของบรรดาคนที่ติดตามโดยที่เขาเป็นคนควบคุมทุกสิ่งทุกอย่าง' ก่อน มาร์เกส จะเสริมคำนิยามของ เนย์มาร์ ซีเนียร์ แบบสั้นๆแต่ได้ใจความว่า 'คนโลภ' แม้ว่าคุณพ่อวัย 54 ปีจะพยายามสร้างภาพด้วยการนำลูกชายร่วมงานการกุศลบ่อยครั้งก็ตาม

อย่างไรก็ตาม มาร์เกส ยอมรับว่ารู้สึกประทับใจกับวิธีการดำเนินธุรกิจของ เนย์มาร์ ซีเนียร์ โดยเฉพาะการต่อรองเรื่องผลประโยชน์ที่มักจะลงด้วยดีสำหรับตัวเขาและลูกชายเสมอ 'แม้กิตติศัพท์ของเขา แต่ใครก็ตามที่พูดถึงเขาเกี่ยวกับการจัดการด้านกีฬาต่างรู้สึกงุนงงกับความรู้ที่พวกเขาได้รับจาก เนย์มาร์ ซีเนียร์'

'เขาถูกรายล้อมด้วยมืออาชีพชั้นเซียน คอยฟังพวกเขา, ดูพวกเขาและตอนนี้มีความสามารถในการควบคุมแบรนด์อย่าง เนย์มาร์ (แต่) ปัญหาหลักคือเรื่องทัศนคติของเขา'


การใช้เวลาส่วนใหญ่ในบราซิล เนย์มาร์ ซีเนียร์ มักจะอ้างถึงลูกชายของเขาในฐานะ'ลูกค้า'มากกว่า'ลูกชาย' ซึ่งทำให้คนจำนวนไม่น้อยรู้สึกสงสัยกับสิ่งที่ ซีเนียร์ ปฏิบัติต่อ จูเนียร์ แตกต่างจากพ่อ-ลูกทั่วไป

'คุณอาจพูดว่า ตายห่า!! ผมกำลังทำกับลูกชายของผมเหมือนทำธุรกิจ แน่นอน, เมื่อถึงจุดหนึ่ง เนย์มาร์ คือลูกชายของผม แต่จากช่วงเวลาที่เขาออกจากบ้าน เขากลายเป็นธุรกิจของผม' เนย์มาร์ ซีเนียร์ เคยให้สัมภาษณ์ กาเซต้า เพรสส์ ในปี 2011

สื่อเปิดเผยว่ากำไรจำนวน 85 เปอร์เซนต์ของค่าโฆษณา เนย์มาร์ นั้นจะเข้าบริษัท เอ็นอาร์ สปอร์ตส์ ซึ่งเป็นของพ่อและแม่ของเขา นาดีน กอนซัลเวส ยกตัวอย่างการเป็นพรีเซนเตอร์ป้ายโฆษณาเมื่อปีก่อนทำเงินถึง 22.4 ล้านยูโร 

'ผมต้องการจากทุกคน รวมถึงลูกชายของผมด้วย!!' 


'เนย์มาร์ ซีเนียร์ ได้รับการกล่าวถึงว่าเป็นคนขี้อายและเป็นคนเก็บตัวในช่วงที่เขายังเล่นฟุตบอล แต่ตอนนี้เขากลายเป็นมหาเศรษฐีและนักธุรกิจที่มีอำนาจในการเจรจาต่อรอง, เป็นผู้พิจารณาว่าจะเริ่มต้นเจรจาหรือไม่ รวมถึงคนที่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปในห้องแต่งตัวของ เนย์มาร์ ด้วยบัตรเชิญอย่างเป็นทางการ' ดีเอโก้ การ์เซีย ผู้สื่อข่าวอาวุโสของ โฟลญ่า เดอ เซา เปาโล เปิดเผย 

'เนย์มาร์ ยังคงให้พ่อเขาปกป้องเขาราวกับว่าเขาเป็นเด็กเพราะเขารักและบูชาเขา (เนย์มาร์ ซีเนียร์) เหนือสิ่งอื่นใด เขา (จูเนียร์) ยังเชื่อใจเขา (ซีเนียร์) ไม่เสื่อมคลายด้วย'

หลังกอบโกยผลประโยชน์จาก'ลูกค้า' (ลูกชาย) เป็นเงินหลายร้อยล้านยูโร เนย์มาร์ ซีเนียร์ ทำทุกวิถีทางให้ เนย์มาร์ มีความสุขในการเล่นฟุตบอลมากขึ้น ทว่าความพยายามครั้งนี้ล้มเหลวไม่เป็นท่าเพราะ เปแอสเช ไม่ยอมให้คุณพ่อตัวแสบเอาเปรียบพวกเขาเช่นเดียวกัน ดังนั้นกองหน้าชาวบราซิเลียนจึงต้องอยู่ปารีสต่อไปท่ามกลางแรงต้านจากแฟนบอลปารีสฯที่มองว่าเขาเป็นพวกเห็นแก่เงินสำคัญกว่าความจงรักภักดี 


เนย์มาร์ กำลังจะอายุครบ 28 ปีในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ปีหน้า ถ้าหากเขายังไม่เปลี่ยนแปลงตัวเอง แน่นอนที่สุดถ้า เนย์มาร์ ซีเนียร์ ยังไม่ปรับเปลี่ยนทัศนคติ ชีวิตค้าแข้งกับ เนย์มาร์ คงไม่สามารถประสบความสำเร็จอย่างที่ควรจะเป็นหลังเคยสัมผัสแชมป์รายการใหญ่อย่างยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกเพียงสมัยเดียวกับทีมอาซูลกราน่าเท่านั้น


ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})

ข่าวใหม่วันนี้

ดูทั้งหมด