:::     :::

"เชอริงแฮม" กับ 20 ปีจากวันนั้น

ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ผ่านมา 2 ทศวรรษแล้วนับจากค่ำคืนแห่งปาฏิหาริย์ที่แมนฯ ยูไนเต็ดโกงความตายคว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้อย่างเหลือเชื่อ หนึ่งในคนที่จดจำโมเมนต์แห่งชีวิตได้ดีที่สุดคือ เท็ดดี้ เชอริงแฮม ที่เผยว่าได้เล่าถึงเหตุการณ์นี้ไปหลายพันรอบแล้ว!!

ถ้วยยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก กำลังถูกผูกริบบิ้นในสีของบาเยิร์นเพื่อมอบให้กับทีมแชมป์ แต่แล้วประวัติศาสตร์ก็เปลี่ยนไปในช่วงทดเจ็บที่แมนฯ ยูไนเต็ดมาได้ 2 ประตูจาก เท็ดดี้ เชอริงแฮม และ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา  

  ผ่านมา 20 ปีเต็ม เท็ดดี้ เชอริงแฮม ได้โอกาสนั่งเล่าถึงเหตุการณ์ที่ดีที่สุดในชีวิตค้าแข้งของตัวเองอีกรอบ 

"ผมคิดว่าเป็น (มาริโอ) บาสเลอร์ ที่กำลังเตะมุม เขาตะโกนปลุกเร้าแฟนบอลตัวเองขณะเดินเข้ามุมธงประมาณว่า 'ทุกอย่างโอเคเว้ย เราควบคุมทุกอย่างเอาไว้หมดแล้ว" 

"ผมกำลังวอร์มอัพอยู่ข้างหน้าพวกเขา มันทำให้ผมโกรธนะ แม่_เอ้ย! ชักจะเกินไปหน่อยแล้ว" 

"เฟอร์กี้บอกกับผมตอนพักครึ่งว่าหากสกอร์ยังเท่าเดิม ผมจะได้ลงหลังผ่านไป 10-15 นาที ในความทรงจำอันแม่นยำ ผมคิดตอนนั้นว่า 'สกอร์อย่าเปลี่ยนนะ'"

"มันไม่ใช่ความรู้สึกอิจฉาใดๆ แต่ผมต้องการเป็นส่วนหนึ่งของโชว์แห่งชัยชนะ ผมไม่ต้องการให้ทีมคัมแบ็กกลับมาโดยที่ไม่มีผลลงไปเล่นด้วย"

เชอร์ริงแฮมได้ลงอย่างที่ตั้งใจ เขาลงไปแทน เจสเปอร์ บลอมควิสต์ ในนาที 67 และตีเสมอให้กับทีมในช่วงทดเจ็บนาทีแรกจากจังหวะตวัดตามน้ำเปลี่ยนทางลูกยิงของ ไรอัน กิ๊กส์ เข้าประตู 


"กิ๊กซี่หวดเน้นๆ ด้วยขวาได้บ้าง แต่ก็มีไม่น้อยที่ออกมาแย่ นั่นคือหนึ่งในนั้น" 

"บอลกระดอนมาหาผม ผมลากขารอ พยายามยิงให้แรงที่สุดเท่าที่ทำได้ แต่ก็วืด บอลเฉือนถุงเท้าแถวๆ ข้อเท้า ผมก็กะให้มันเข้านะ"

เชอร์ริงแฮม และโซลชา ที่ลงแทน แอนดี้ โคล ในนาที 81 เตรียมพร้อมลุยในช่วงต่อเวลาก่อนที่หัวหอกหน้าทารกจะเปลี่ยนทุกสิ่งทุกอย่าง

"ผมและโอเล่ได้คุยกันตอนกลับไปแดนตัวเองหลังผมยิงประตูได้ 'สุดยอดเลย เราได้เล่นครึ่งชั่วโมงในสนามอันอันเหลือเชื่อและค่ำคืนที่พิเศษนี้ ใส่ให้เต็มที่เลย' จากนั้นอีก 40 วินาทีถัดมา เราลุยเข้าไปจนสุดและโอเล่ก็เรียกเตะมุมได้"

"มีอีกนาทีที่เรามีโอกาสชนะ ผมชอบเตะมุมนะ ผมทำได้ดีในการโฉบเข้าหาบอลก่อนคนอื่น ผมยังสดอยู่และก็ตื่นตัว ผมสามารถกระโดดได้สูง 10 ฟุตเลยทีเดียว ขึ้นหาบอลกลางอากาศ เบ็คส์เองก็รู้ว่าต้องเปิดไปตรงไหน"

"ผมกระโดดขึ้นเร็วไปนิดและรู้ว่าหากกะโหม่งให้เข้าก็คงข้ามคานแน่เพราะตัวผมเริ่มลอยลงแล้ว"

"สิ่งเดียวที่ทำได้คือโหม่งต่อไปในตำแหน่งที่หวังว่าจะมีเพื่อนร่วมทีมอยู่ นั่นคือสิ่งที่ผมทำจริงๆ และโอเล่ก็ฉวยโอกาสได้ด้วย"

"ผมไม่เคยดูเกมนั้นอีก ผมนั่งดูจากข้างสนามมาแล้วและนั่นก็พอ เราไม่ได้เล่นดีนักในคืนนั้น"

"ส่วนถามว่าบ่อยแค่ไหนที่ผมกลับไปดูช่วง 2 นาทีสุดท้ายนะเหรอ? ก็ประมาณ 20 รอบได้นะ คนอื่นเอามาให้ผมดูครั้งแล้วครั้งเล่าราวกับว่าผมไม่เคยเห็น" 

"แต่เพลินมั้ย? มากเลยแหละ ผมเพิ่งให้สัมภาษณ์ถามตอบไปเมื่อเร็วๆ นี้ ยี่สิบปีผ่านไปก็ราว 7,000 วัน ผมคิดว่าได้เล่าเรื่องนี้ไปประมาณ 7,000 รอบได้นับตั้งแต่คืนนั้น แต่ผมก็ไม่มีปัญหานะ" 


ความสัมพันธ์กับ แอนดี้ โคล

เป็นที่รู้กันดีว่า เท็ดดี้ เชอริงแฮม เกาเหลากับ แอนดี้ โคล ทั้งคู่เล่นในสนามด้วยกันหลายปี แต่ไม่เคยปริปากคุยกันเลย ไม่ข้องเกี่ยวอะไรกันทั้งสิ้น

จุดเริ่มต้นเกิดในปี 1995 ที่ แอนดี้ โคล ประเดิมสนามให้ทีมชาติอังกฤษด้วยการถูกส่งลงไปแทน เท็ดดี้ เชอริงแฮม ที่เดินออกจากสนามโดยไม่ยอมจับมือกับ โคล ซึ่งยื่นมือไปจับ

โคล รู้สึกว่าเหมือนโดนเชอริงแฮมหักหน้า และมันเกิดขึ้นในโมเมนต์สำคัญที่สุดในชีวิตกับการลงเล่นให้ทีมชาติเป็นครั้งแรก  และจากนั้นความสัมพันธ์ของทั้งคู่ก็ไม่เฉียดเข้าใกล้คำว่า "สนิมสนม" 

"ผมไม่คุยกับเขามา 15 ปีแล้ว" แอนดี้ โคล เคยกล่าวเอาไว้เมื่อปี 2010 

ขณะที่ เชอริงแฮม เผยว่า "เราไม่เคยเป็นมิตรกันตอนเป็นนักเตะ คุณเข้ากับบางคนในที่ทำงานได้ แต่บางคนคุณก็ไม่ชอบและไม่ต้องการไปยุ่งด้วย"

"นั่นคือกรณีของผมและแอนดี้ เราเพียงเข้ากันไม่ได้ แต่ตอนนี้เราโอเคกันแล้ว" 

ย้อนไปในค่ำคืนที่ไนท์คลับแห่งหนึ่งซึ่งเปลี่ยนความรู้สึกในใจของทั้งคู่ เท็ดดี้ เชอริงแฮม คาดเดาไม่ถูกเลยตอนที่ โคล เดินเข้ามาหา มันเป็นไปได้ทั้งจบเรื่องบาดหมางหรือไม่ก็สาวหมัดเข้าใส่


"ผมนั่งอยู่กับเพื่อนและเขาก็อยู่กับภรรยาที่ชื่อเชอร์ลี่ย์ ผมเห็นเขาเดินเข้ามาหา ตอนนั้นผมพูดกับตัวเอง 'เย็นไว้ก่อน' 

"หน้าเขาค่อนข้างไร้อารมณ์ทีเดียว ไม่ได้มีรอยยิ้มกว้าง ในหัวผมคิดว่า 'เอาละ บางทีหลังจากหลายปีที่ผ่านมา..." คือผมก็เตรียมพร้อมเหมือนกัน

"เขาเดินตรงมาหาผมและผมก็เห็นเชอร์ลี่ย์มองมาประมาณว่า 'ชิบหายแล้ว จะเกิดอะไรขึ้นละเนี่ย?" 

"เขายื่นมือออกมาแล้วพูดว่า 'ลืมที่ผ่านๆ มากันเถอะ ทิ้งทุกอย่างไว้ข้างหลัง' ผมก็ตอบกลับไปว่า 'เฮ้ย! ไม่คาดคิดเลยนะ แต่ก็โอเค ไม่มีปัญหา' ผมจับมือเขาแล้วก็ตามนั้นเลย" 


ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})

ข่าวใหม่วันนี้

ดูทั้งหมด