:::     :::

ความยืดหยุ่นของทีมตราหมี

วันอังคารที่ 10 กันยายน 2562 คอลัมน์ ลูกหนังนอกกรอบ โดย JOKE
685
ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ชูเอา เฟลิกซ์ แนวรุกค่าตัว 126 ล้านยูโรเข้ามามีส่วนช่วยให้ แอตเลติโก มาดริด มีความยืดหยุ่นมากขึ้นไม่ยึดติดการเล่นรูปแบบใดรูปแบบหนึ่งเหมือนช่วงหลายปีที่ผ่านมา

แอตเลติโก มาดริด เป็นทีมเดียวที่ออกสตาร์ทด้วยการคว้าชัยชนะตลอด 3 เกมแรกของซีซั่นใหม่จนหลายคนมองว่าทัพ'โกลโชเนโรส'พร้อมก้าวขึ้นมาท้าทายสองมหาอำนาจลูกหนังอย่าง บาร์เซโลน่า กับ เรอัล มาดริด ในฤดูกาลนี้เหมือนที่เคยคว้าแชมป์ลีกเมืองกระทิงในซีซั่น 2013-2014

มันอาจจะเร็วไปที่จะสรุปว่าทีมตราหมีจะสร้างเซอร์ไพรส์เหมือน 5 ปีก่อนหน้านี้ แต่การเริ่มต้นด้วยการทำผลงานที่ยอดเยี่ยมถือเป็นนิมิตรหมายที่ดีสำหรับทีมของ ดีเอโก้ ซิเมโอเน่ 

แอตเลติโก มาดริด กำลังอยู่ในช่วงก่อร่างสร้างตัวใหม่โดยเฉพาะแนวรับที่ปรับตำแหน่งตัวจริงจากซีซั่นก่อนถึง 3 ตำแหน่งหลังการอำลาสโมสรของ ดีเอโก้ โกดิน, ฟีลีเป้ ลุยส์ กาสมีร์สกี้ กับ ฆวน ฟรานซิสโก้ ตอร์เรส เบเลน ฆวนฟราน 


ซิเมโอเน่ ดึง คีแรน ทริปเปียร์ กองหลังทีมชาติอังกฤษจาก ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ มาประจำการแบ็กขวาแทน ฆวนฟราน ขณะที่ เรนาน โลดี้ แบ็กดาวรุ่งชาวบราซิเลียนย้ายมาจาก อัตเลติโก พาราเนนเซ่ เพื่อรับสัมประทานฝั่งซ้ายต่อจากรุ่นพี่อย่าง ฟีลีเป้ ลุยส์ 

เทรนเนอร์ชาวอาร์เจนไตน์ยังเลือก สเตฟาน ซาวิช แนวรับทีมชาติมอนเตเนโกรที่อยู่กับทีมมาตั้งแต่ปี 2015 รับบททายาทของ โกดิน ลงเล่นเซนเตอร์คู่ โฮเซ่ มาเรีย คีเมเนซ ส่วนสองสมาชิกใหม่ทั้ง มารีโอ เอร์โมโซ่ กับ ปาโบล มอนเตยโร่ ยังเริ่มต้นด้วยการเป็นตัวสำรอง

แนวรับโฉมใหม่ของทีมตราหมีเล่นได้ตามแบบฉบับดั้งเดิมช่วง 2 เกมแรกจากการเอาชนะ เคตาเฟ่ กับ เลกาเนส ด้วยสกอร์ 1-0 แต่ก็ปล่อยให้แนวรุกฝ่ายตรงข้ามหลุดเข้าไปล่อเป้า ยาน โอบลัค บ่อยครั้งเช่นกัน แต่นายทวารชาวสโลวีเนียน ก่อนจุดอ่อนจะถูกขยายให้เห็นชัดเจนมากขึ้นในเกมที่พลิกกลับมาชนะ เออิบาร์ 3-2 หลังถูกทีมเยือนจากแคว้นบาสก์นำห่างในช่วง 20 นาทีแรก 2-0


ซิเมโอเน่ ปรับคู่เซนเตอร์ในเกมดังกล่าวด้วยการส่ง มารีโอ เอร์โมโซ่ ลงเล่นร่วมกับ โฮเซ่ มาเรีย คีเมเนซ หลัง สเตฟาน ซาวิช ไม่พร้อมลงสนาม ซึ่งการลงเล่นเกมทางการร่วมกันครั้งแรกของ คีเมเนซ กับ เอร์โมโซ่ ยังขาดความเข้าใจซึ่งกันและกันจนก่อความผิดพลาดในบางจังหวะ เพียงแต่แนวรุกยังช่วยทีมตราหมีพลิกสถานการณ์กลับมาคว้าชัยชนะสำเร็จ

ตำแหน่งคู่เซนเตอร์ยังคงเป็นปัญหาที่เทรนเนอร์ชาวอาร์เจนไตน์ต้องขบคิดหาทางแก้ทั้งระยะสั้น, กลางและยาว เนื่องจาก ซาวิช เป็นแนวรับกระดูกเปราะบาดเจ็บง่ายและไม่สามารถยืนระยะได้ดีเหมือน โกดิน ตลอดช่วง 4 ฤดูกาลที่ผ่านมา เซนเตอร์ชาวมอนเตเนโกรลงเล่นรวมกันเพียง 132 เกม พีคสุดในช่วงฤดูกาล 2016-17 ที่ลงสนามถึง 49 เกม ส่วนอีก 3 ซีซั่นใช้เวลาส่วนใหญ่รักษาอาการบาดเจ็บ 

เรื่องฝีเท้าของ มารีโอ เอร์โมโซ่ ไม่ได้เป็นรอง สเตฟาน ซาวิช แม้แต่น้อยเพียงแต่แนวรับวัย 24 ปียังต้องใช้เวลาปรับจูนแนวทางการเล่นกับ โฮเซ่ มาเรีย คีเมเนซ ให้ลงตัวเร็วที่สุดเท่านั้น ส่วน ปาโบล มอนเตยโร่ อดีตแนวรับ ปอร์โต้ ยังเป็นตัวเลือกลำดับหลัง 


ซิเมโอเน่ อาจมีโชคเล็กน้อยเกี่ยวกับโปรแกรมการแข่งขันเนื่องจากทีมตราหมีพบกับคู่แข่งที่ยังไม่แกร่งมากนักในช่วงต้นซีซั่นทั้ง เคตาเฟ่, เลกาเนส หรือ เออิบาร์ ก่อนที่บททดสอบของทีมตราหมีจะยากขึ้นเรื่อยๆไล่ประเดิมจากเกมเยือน เรอัล โซเซียดาด บนเวทีลีกาวันเสาร์นี้หลังโปรแกรมทีมชาติ ต่อด้วยเกมดวล ยูเวนตุส บนเวทีแชมเปี้ยนส์ลีกรอบแบ่งกลุ่มเกมแรกในช่วงกลางสัปดาห์

คั่นด้วยเกมเยือนทีมน้องใหม่ มายอร์ก้า ก่อนจะเปิดสังเวียน'ว่านต๋า เมโตรโปลีตาโน่'ทำศึกดาร์บี้แมตช์กับ เรอัล มาดริด ในวันเสาร์ที่ 28 กันยายนนี้ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเกมชี้วัดว่าทีมตราหมีมีดีพอสำหรับการเขย่าบัลลังก์แชมป์ลีกาซีซั่นนี้หรือไม่ 

ตลอด 3 เกมแรกของซีซั่นนี้ ซิเมโอเน่ พยายามสร้างความแปลกใหม่หรือจะบอกว่าเทรนเนอร์ชาวอาร์เจนไตน์พยายามสร้างรูปแบบการเล่นที่หลากหลายไม่ได้ยึดติดแต่ระบบ 4-4-2 เพื่อทำให้คู่แข่งจับทางยากมากขึ้น 

ซิเมโอเน่ เลือกใช้ระบบ 4-3-1-2 ลงเล่นกับ เคตาเฟ่ และ เออิบาร์ ก่อนปรับมาเล่นระบบ 3-1-4-2 หรือ 3-5-2 ในเกมเยือน เลกาเนส ส่วนหนึ่งมาจากการติดโทษแบนของ เรนาน โลดี้ จึงจำเป็นต้องส่ง มารีโอ เอร์โมโซ่ ลงเล่นเป็นเซนเตอร์คนที่ 3 


เทรนเนอร์ชาวอาร์เจนไตน์สามารถเลือกแนวทางการเล่นได้หลากหลายมากขึ้นหลัง แอตเลติโก มาดริด ยอมจ่ายเงิน 126 ล้านยูโรเพื่อดึง ชูเอา เฟลิกซ์ ดาวรุ่งชาวโปรตุกีสมาจาก เบนฟิก้า ในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา ซึ่งอดีตเด็กเหยี่ยวสามารถเล่นได้ทุกตำแหน่งในแนวรุกทั้งหน้าเป้า, หน้าต่ำ หรือ ตัวทำเกมริมเส้น 

ช่วง 2 เกมแรก เคตาเฟ่ กับ เลกาเนส เทรนเนอร์ชาวอาร์เจนไตน์ส่ง ชูเอา เฟลิกซ์ ลงเล่นกองหน้าคู่ อัลบาโร่ โมราต้า เนื่องจาก ดีเอโก้ คอสต้า ติดโทษแบนในเกมแรกและสภาพร่างกายยังไม่สมบูรณ์ด้วย ก่อนหัวหอกเชื้อสายบราซิเลียนจะกลับมาจับคู่เล่นกับแนวรุกชาวโปรตุกีสในเกมที่ 3 หลังการเดี้ยงของ อัลบาโร่ โมราต้า

จากผลงาน 3 เกมแรก ชูเอา เฟลิกซ์ ยิง 1 ประตูและทำหนึ่งแอสซิสต์ รวมถึงการทำให้ทีมได้ลูกจุดโทษในเกมเปิดซีซั่นกับทีมอาซูลอนด้วย เพียงแต่โมราต้ายิงไม่เข้าเท่านั้น 


แนวรุกค่าตัว 126 ล้านยูโรปรับตัวเข้ากับทีมใหม่ได้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะการเล่นร่วมกับ อัลบาโร่ โมราต้า หรือ ดีเอโก้ คอสต้า เด็กหนุ่มชาวโปรตุกีสจะเล่นเพื่อทีมมองหาโอกาสแอสซิสต์มากกว่าเน้นเข้าทำด้วยตัวเองนอกจากจังหวะมันเอื้อประโยชน์ต่อการเล่นของเขาหรืออยู่ในตำแหน่งที่ได้เปรียบเท่านั้น 

เป้าหมายของ ซิเมโอเน่ คือการจัดทีมลงเล่นระบบ 4-3-1-2 โดยมี ชูเอา เฟลิกซ์ ลงเล่นตำแหน่งเพลย์เมกเกอร์หมายเลข 10 หลังคู่กองหน้า ดีเอโก้ คอสต้า กับ อัลบาโร่ โมราต้า เพียงแต่มันยังไม่เกิดขึ้นในซีซั่นนี้เท่านั้น 

แม้เทรนเนอร์ชาวอาร์เจนไตน์จะใช้ระบบดังกล่าวในเกมที่เล่นกับ เคตาเฟ่ และ เออิบาร์ แต่ ชูเอา เฟลิกซ์ ขยับขึ้นมาเล่นกองหน้าคู่ อัลบาโร่ โมราต้า โดยมี โตม่าส์ เลอมาร์ รับบทผู้เล่นหมายเลข 10 


องค์ประกอบทีมตราหมีชุดนี้ยังเอื้อต่อการเล่นระบบดังกล่าว เนื่องจากผู้เล่นตำแหน่งมิดฟิลด์ส่วนใหญ่จะเป็นนักเตะประเภทไฮบริดเล่นได้ดีทั้งรุกและรับไม่ว่าจะเป็น ฆอร์เค่ เรซูร์เรกซิออน โกเก้, ซาอูล ญีเกซ, โธมัส พาร์เตย์ หรือสมาชิกใหม่อย่าง มาร์กอส ยอเรนเต้ ส่วนการโจมตีคู่แข่งส่วนใหญ่จะมาจากริมเส้นโดยฟูลแบ็กสองฝั่งทั้ง คีแรน ทริปเปียร์ และ เรนาน โลดี้ 

ขณะเดียวกัน ชูเอา เฟลิกซ์ ยังเป็นนักเตะที่มีความยืดหยุ่นสูง เขาสามารถขยับออกมาเล่นริมเส้นทั้งสองฝั่งและยังถอยมาลงต่ำถึงแดนกลางเพื่อรับบอลไปทำเกมด้วยตัวเอง เนื่องจาก ซิเมโอเน่ มอบบทบาทให้แนวรุกชาวโปรตุกีสเล่นแบบอิสระมากกว่า อองตวน กรีซมันน์ ชัดเจนโดยไม่ปักหลักอยู่เฉพาะแดนหน้าเท่านั้น

นั่นคือความแตกต่างที่เกิดขึ้นกับทีมตราหมีของเทรนเนอร์ชาวอาร์เจนไตน์ตลอดช่วงหลายซีซั่นที่ผ่านมา หลัง ชูเอา เฟลิกซ์ เข้ามาเป็นตัวพลิกแพลงที่ทำให้ทีมไม่ยึดติดกับระบบการเล่นแบบตายตัวซึ่งทำให้คู่แข่งจับทางยากมากขึ้น 


เมื่อแนวรุกชาวโปรตุกีสได้บอล เขาจะเริ่มเลี้ยงออกด้านข้างเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งมันเหมือนเป็นกลยุทธ์ที่เรียบง่าย แต่มันมีอิทธิพลต่อเกมรุกของทีมตราหมีเนื่องจากความสามารถเฉพาะตัวที่ยอดเยี่ยม รวมถึงเซนส์ฟุตบอลที่ทำให้แนวรับคู่แข่งคาดเดาลำบากว่าจะหาช่องเจาะเข้าทำประตูเองหรือหาจังหวะทำแอสซิสต์ให้เพื่อนร่วมทีม 

จากผลงาน 3 เกมแรกแสดงให้เห็นว่า ชูเอา เฟลิกซ์ เข้าใจบทบาทหน้าที่ของตนเองตามแท็คติกของ ซิเมโอเน่ แต่อาจประสบปัญหาเล็กน้อยกับการเสียการครองบอล จากสถิติที่ผ่านมาระบุว่าแนวรุกชาวโปรตุกีสมีส่วนสัมผัสบอล 29.3 ครั้งต่อเกมและเลี้ยงบอลผ่านคู่แข่ง 44 เปอร์เซนต์ ทว่าเขาทำเสียบอล 10.3 ครั้งต่อเกม แน่นอนว่า ซิเมโอเน่ ต้องหาทางแก้ไขข้อบกพร่องดังกล่าวเพื่อทำให้แข้งค่าตัว 126 ล้านยูโรสร้างประโยชน์สูงสุดต่อทีม


การออกสตาร์ทด้วยการเก็บชัยชนะแบบร้อยเปอร์เซนต์ของ แอตเลติโก มาดริด เป็นผลงานที่น่าชื่นชม แต่ต้องยอมรับว่าทีมตราหมีชุดนี้ยังไม่ใช่เวอร์ชั่นดีที่สุดของพวกเขา โดยเฉพาะแนวป้องกันที่ไม่แกร่งเหมือนหลายซีซั่นที่ผ่านมา ส่วนแนวรุกก็ยังต้องใช้เวลาปรับจูนให้ไหลลื่นลงตัวกันมากกว่านี้ โดยมี ชูเอา เฟลิกซ์ เป็นหัวใจสำคัญในแนวรุกโฉมใหม่ 

แอตเลติโก มาดริด เริ่มต้นซีซั่นใหม่ได้อย่างยอดเยี่ยม แต่ทีมตราหมีจะสามารถยืนระยะได้ยาวนานเพียงใดโดยเฉพาะเมื่อสองมหาอำนาจอย่าง บาร์เซโลน่า กับ เรอัล มาดริด ที่ทำผลงานในช่วงเริ่มต้นไม่ดีกลับมาจูนเครื่องติดอีกครั้ง


ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})

ข่าวใหม่วันนี้

ดูทั้งหมด