:::     :::

ระบบหลัง 3 และหน้าเป้าของ แมนฯ ยูไนเต็ด

วันพุธที่ 08 พฤศจิกายน 2560 คอลัมน์ The Column โดย โยอันน์
9,582
ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระบบหลัง 3 ของปีศาจแดง แตกต่างจากทีมอื่นยังไง ? ความผิดพลาดในเกมกับ เชลซี เกิดจากอะไร ? คอลัมนิสต์ดีกรีโค้ชไลเซนส์จะมาไขความกระจ่างให้เด็กผี
        p- ก่อนอื่นต้องขออนุญาตทักทายกับแฟนๆ ของเว็บไซต์กีฬาดีๆ อย่าง www.thsport.com ก่อนเลยนะครับกับการมาปรากฏผลงานบนพื้นที่นี้
p- สำหรับหลายๆ ท่านที่เคยผ่านตา และติดตามผลงานของ "โยอันน์" มา ทั้งที่ นสพ.สตาร์ ซอคเก้อร์ รวมถึงเพจส่วนตัว คงทราบดีว่าไอ้กระผมนี้เชียร์ทีมอะไร
p- อย่างไรก็ตามก็มีแฟนๆ บางส่วนที่ติดตาม The Column by โยอันน์ ในหน้าเพจส่งเสียงเชียร์กันว่า ถ้าเขียนถึงเกมคู่อื่นๆ ด้วยจะดีมากๆ 
p- ว่าแล้วก็จัดไปครับ และก็ต้องกราบขอบพระคุณเฮียทอย ที่เปิดพื้นที่ให้คอลัมนิสต์ตัวน้อยๆ ได้สรรค์สร้างผลงาน 
p- ต้องบอกก่อนนะครับสำหรับคนที่ไม่เคยผ่านผลงานกันมา ว่าผมเองก็สายฮาร์ดคนนึง แต่ไม่ใช่สายฮาร์ดในแบบ "เกรียน" อย่างแน่นอน
p- หลายๆ ครั้งที่บทวิจารณ์ วิเคราะห์ หรือ คอลัมน์ของผมออกมาในแนวของ "แท็คติกฟุตบอล" นั่นก็เพราะเป็นอีกหนึ่งทางที่ผมถนัด
p- เผอิญว่าก่อนหน้านี้มีโอกาสไปร่ำเรียนวิชาโค้ชจนจบในระดับ License จากสมาคมฟุตบอลฯ มาเรียบร้อย รับรองไม่ใช่ "โค้ชคีย์บอร์ด" อย่างแน่นอน 555
p- ทีมที่เอ่ยถึงไม่ว่าจะเป็นทีมเชียร์ หรือไม่ใช่ทีมเชียร์ นักเตะคนไหนก็แล้วแต่ เล่นดีก็ชื่นชม เล่นห่วยก็ด่าครับ โลกสวยไม่เป็น เป็นคนตรงๆ 
p- อย่าพูดพล่ามกันเลยครับ เข้าเรื่องกันเลยดีกว่า เพราะว่าตอนนี้คันปากมากๆ จากเกมที่ เดอะ บริดจ์ ซึ่งจบลงด้วยความพ่ายแพ้ของทีมรัก
p- เรื่องระหว่างเกมผมขอไม่พูดถึงมากมายนะครับ เพราะคงได้มีโอกาสอ่านผ่านตาจากทั้งเพจส่วนตัวของผม รวมถึง "โกสุ่ย" ที่มาร่ายให้ฟังไปแล้ว
p- ผมเองในวันนี้จะขอมาชำแหล่ะแท็คติกหลัง 3 ของ ยูไนเต็ด ในมุมมองด้านโค้ชของผม ซึ่งผมมองว่าต่างจากทีมอื่นๆ 
p- รวมถึงข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นจากแนวรับระหว่างเกมดวลกับ เชลซี จนทำให้เกิดความพ่ายแพ้นัดที่ 2 ของฤดูกาลกัน
p- เราข้ามมาดูจังหวะเสียประตูให้กับ เชลซี กันก่อนเลยดีกว่าครับ ว่าจังหวะนั้นมันเกิดอะไรขึ้นบ้างในแนวรับ

p- จากภาพช้าบอลถูกถ่ายมาถึง เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า สต็อปเปอร์ฝั่งขวาของ เชลซี ที่เติมขึ้นมาเล่นเกมรุกโดยไม่มีคนเข้าประกบ
p- พื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ของมิดฟิลด์เกมรับแบบชัดเจน แต่ทั้ง มาติช กับ เอร์เรร่า ถูกเทไปอยู่กราบขวาเสียมากจากจังหวะก่อนหน้านี้
p-  ฟิล โจนส์ ไม่มีทางเลือกครับ "ภาษาโค้ช" เค้าเรียกว่าต้อง "เดิน" เข้าหา และนั่นทำให้เขาออกมาจากพื้นที่การรับผิดชอบ
p- จากจังหวะดังกล่าว อัซปิ มีสองทางเลือกให้เล่นนั่น คือ โยนเข้ากลาง กับ แทงเข้าช่องให้ บากาโยโก้ ที่เติมขึ้นมา โดยมี มาติช วิ่งตามมาห่างๆ 
p- นั่นทำให้ คริส สมอลลิ่ง เซนเตอร์ฮาล์ฟตัวสุดท้ายของ ยูไนเต็ด ต้องทิ้งตัวประกบซึ่งก็ คือ โมราต้า ออกมาจากพื้นที่
p- นัยนึงเพื่อแทนตำแหน่งของ โจนส์ และนัยนึง คือ การยืนตำแหน่งกั๊ก บากาโยโก้ ที่วิ่งนำหน้า มาติช อยู่
p- สิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนั้น คือ จริงๆ แล้ว เอริค ไบยี่ ต้องเทตามมา เพราะเขาไม่มีความจำเป็นต้องไปตาม อาซาร์ หรือ มาร์กอส อลอนโซ่ ที่มี เอร์เรร่า กับ วาเลนเซีย คุมอยู่แล้ว
p- แต่เปล่าเลย ! เมื่อ สมอลลิ่ง เดินออกมาจากจุดนั้น ถ้าตามหลักแล้วเขา "ไม่ควร" ทิ้งตัวประกบออกมา

p- แต่ถ้าหน้างาน เขาเองก็คงหวังให้ ไบยี่ ที่เห็นๆ ว่า โมราต้า อยู่ข้างหน้าขยับตามมาเช่นกัน ซึ่งนี่ คือ "การสื่อสารที่ผิดพลาด" ของทั้งคู่
p- ผมไม่ได้บอกว่าทั้ง ไบยี่ หรือ สมอลลิ่ง ก่อความผิดพลาด แต่มันเป็นความรับผิดชอบทั้งแผง รวมถึงผู้เป็นกุนซือด้วย
p- ในเมื่อคุณเลือกที่จะ "ซื้อเกมรับ" นั่นหมายความว่า คุณห้ามก่อความผิดพลาดแม้แต่นิดเดียวในระหว่างเกม
p- มองย้อนกลับไปตั้งแต่ฤดูกาลที่แล้วนับตั้งแต่ โชเซ่ มูรินโญ่ เข้ามาคุม แมนฯ ยูไนเต็ด หลายๆ ครั้งที่เกมเยือน หรือ เกมใหญ่ เขานิยมใช้หมากกองหลัง 3 คน
p- แต่ในฐานะที่ร่ำเรียนมา ผมขอยืนยันว่า ระบบเซนเตอร์ฮาล์ฟ 3 คนของ ยูไนเต็ด มีการยืนตำแหน่งที่แตกต่างจากของ เชลซี และสเปอร์ส แบบชัดเจน !
p- เกือบทั้งหมดเหมือนกัน สิ่งที่แตกต่างกันมีอยู่อย่างเดียว คือ แนวรับของ ยูไนเต็ด จะยืนแบบเท่ากันทั้งแผง และไม่มีการดันเกมขึ้น
p- หมายความว่ายังไงครับ ?
p- มันหมายความว่า ทั้ง เชลซี กับ สเปอร์ส เวลายืนหลัง 3 จะเล่นโดยมีตัวสุดท้ายเป็น "สวีปเปอร์" และมีอีก 2 คนขนาบทำหน้าที่ "สต็อปเปอร์"
p- ของ เชลซี ก่อนหน้านี้เป็น ดาวิด ลุยซ์ ส่วนในเกมล่าสุดเป็น คริสเตนเซ่น ขณะที่ สเปอร์ส ก็เป็น ดาวิดซอน ซานเชซ กับ เอริค ดายเออร์ สลับกันเล่น
p- แล้ว ยูไนเต็ด ล่ะ ?
p- พวกเขายืนเป็นระนาบเดียวกันครับ ส่วนใหญ่ สมอลลิ่ง จะยืนตรงกลาง แต่สังเกตดูเขาไม่ได้ยืนต่ำกว่าคนอื่นๆ เลย
p- ความแตกต่างมันเป็นยังไงล่ะ ?
p- มันก็ไม่มีอะไรมากมายหรอกเพียงแค่มันเป็นเรื่องของ "ความเข้าใจ" ในการยืนตำแหน่งกัน ว่า สต็อปเปอร์ เองจะมีตัวมาร์กตายตัวในแต่ละด้าน
p- เช่นเดียวกันน้อยครั้งมากที่ สเปอร์ส หรือ เชลซี จะเช็คล้ำหน้าด้วยระบบหลัง 3 เพราะเขามีตัวห้อยท้าย
p- แต่ของ ยูไนเต็ด เราจะได้เห็นหลัง 3 เช็คล้ำหน้าค่อนข้างบ่อย และหลายครั้งเช่นกันที่พลาด เพียงแต่ก่อนหน้านี้ไม่ถูกลงโทษ
p- นอกจากนี้สิ่งที่แตกต่างกันของหลัง 3 ยูไนเต็ด กับอีก 2 ทีมที่ว่ามาก็ คือ "คุณสมบัติของนักเตะ" ในตำแหน่งสต็อปเปอร์หรือตัวข้าง
p- อัซปิลิกวยต้า กับ เคฮิลล์ เป็นนักเตะที่เซ็ตเกมได้ ขึ้นบอลเป็น ตั้งเกมจากแดนหลังเป็น เช่นเดียวกับ อัลเดอร์ไวเรลด์ และแฟร์ต็องเก้น
p- เราจะได้เห็นบ่อยๆ กับการที่ 4 คนนี้เป็นนักเตะที่ผ่านบอลมากที่สุดในแต่ละสัปดาห์หากเทียบเฉพาะแนวรับ
p- นั่นเพราะทั้งหมดที่พูดมาต่างตั้งเกมได้ และเติมขึ้นไปเล่นเกมรุกเป็น "ทางเลือก" ให้เพื่อนร่วมทีมอยู่บ่อยๆ 
p- กลับกัน ผมถามคุณว่า กี่ครั้งที่คุณเห็นภาพ ไบยี่ หรือ โจนส์ ขึ้นมาเซ็ตเกมรุกเล่นกับเพื่อนร่วมทีมในแดนคู่ต่อสู้ ?
p- นั่นเพราะ คือ "คำสั่ง" จาก โชเซ่ มูรินโญ่ ที่ให้เซนเตอร์แบ็กทั้ง 3 คนมีหน้าที่หลักในการเล่นเกมรับ ถ้าไม่จำเป็นไม่ต้องลอยสูงเกินครึ่งสนาม
p- มันก็จะสอดคล้องกับปรัชญาของ มูรินโญ่ ที่เน้นแท็คติกเพลย์เซฟไว้ก่อนอยู่แล้ว แต่นั่นก็ทำให้ "ทางเลือกในเกมรุก" น้อยลงตามไปด้วย
p- ถ้าจะเล่นหลัง 3 ต่อไปในเกมใหญ่ ยูไนเต็ด ต้องปรับปรุง "ความเข้าใจในการยืนตำแหน่ง" ให้มากกว่านี้
p- หรือไม่ถ้าจะเล่นหลัง 3 ก็ต้องเปลี่ยนนักเตะที่เล่นในสไตล์แบบนี้เข้ามา ซึ่งถ้าในทีมไม่มีก็ต้องหาใหม่ให้เหมาะสม ขึ้นอยู่กับ มูรินโญ่
p- นั่น คือ ประเด็นที่แตกยอดออกมาจากการวิเคราะห์วิจารณ์ The Column ขบวนล่าสุดที่ผมทิ้งไว้ในหน้าเพจส่วนตัว
p- ทีนี้เรามาว่ากันถึงศึก "วัดคมตีน" ระหว่าง ลูกากู กับ โมราต้า กันบ้าง เพราะคงหลีกไม่พ้นที่จะถูกนำมาเปรียบเทียบแน่ๆ 
p- ก่อนหน้านี้ในช่วงซัมเมอร์ ลูกากู เกือบจะลงเอยกับ เชลซี ในขณะที่ ยูไนเต็ด กำลังจะได้ โมราต้า อยู่รอมร่อ
p- สุดท้ายการเล่นแง่ของ เรอัล มาดริด ทำให้ต้องเกิดการสลับขั้วกันขึ้นมา และเชลซี ก็ได้ โมราต้า ไปในราคาที่ถูกกว่า
p- หลังออกสตาร์ตสวยสดในช่วงต้นซีซั่น ทั้งคู่ถูกเจรจาหยุดยิงมา 6 เกมติดเท่ากัน ก่อนที่ โมราต้า จะลั่นไกได้ในเกมล่าสุด
p- ลึกลงไปในรายละเอียดเราค้นพบได้ด้วยตาเปล่าหาก "ตัดอคติ" เรื่องทีมเชียร์ไปว่า โมราต้า นำหน้า ลูกากู อยู่ครึ่งก้าว
p- ทั้งคู่เป็นศูนย์หน้าในสไตล์กองหน้าตัวเป้าตัวใหญ่เหมือนกัน แต่ที่แตกต่างกัน คือ โมราต้า มีความเร็ว และเปี่ยมไปด้วยเทคนิคมากกว่า !
p- เขาเก็บบอลได้ พาบอลได้ ยิงประตูได้ 2 เท้า และหาช่องทิศทางการวิ่งได้ดีเหลือเกิน ซึ่งต่างจาก ลูกากู ที่บอลแรกกระโดกกระเดก
p- ผมไม่ได้บอกนะครับว่า ลูกากู ไม่ดี แต่แค่บอกว่า ณ วินาทีนี้ อดีตดาวยิงเรอัล มาดริด ดูดีกว่าชัดเจน เพียงแค่ว่า ลูกากู ยังพัฒนาตัวเองได้อีก
p- อลัน เชียเรอร์ อดีตกองหน้าเท้าไฟของทีมชาติอังกฤษ ที่ผันตัวไปเป็นนักวิเคราะห์วิจารย์ที่หน้าจอหล่นทัศนะไว้น่าฟังครับ
p- เขาบอกว่า ลูกากู เป็นกองหน้าที่มี "ความอดทนต่ำ"
p- มันเป็นยังไงครับ ?
p- เจ้าของสมญานาม "ฮอตชอต" บอกว่า เมื่อ ลูกากู ไม่ได้บอล หรือ หาบอลไม่เจอ เขาจะ "ออกนอกพื้นที่อันตราย"

p- ชัดเจนมากๆ ครับคำพูดของ เชียเรอร์
p- เพราะเท่าที่เราเห็นด้วยตาเปล่าตั้งแต่สมัยที่เขาพีคๆ กับ เอฟเวอร์ตัน บ่อยครั้งที่เขาไม่ได้บอลแล้วลงมาล้วงในพื้นที่ต่ำ
p- บ้างลงมากลางสนาม บ้างออกมาริมเส้นเพื่อเล่น แต่เขาเองไม่ใช่คนที่มีสเต็ปการพาบอลทะลุทะลวงที่จี๊ดจ๊าดอะไร เต็มที่ก็แค่ชนๆ ไถๆ เข้าไปยิง
p- จริงๆ แล้วกองหน้าที่ถ่างออกมาริมเส้น หรือ ถอยต่ำลงมาต่อเกม ล้วงลูกนี่ก็ดีนะครับ แต่คุณต้องดูประโยชน์ด้วย
p- ถ้าคุณเล่นหอกเดี่ยวเหมือนที่ ยูไนเต็ด เล่นบ่อยๆ แล้วคุณถ่างออกมาริมเส้น หรือ หนีลงมาต่ำ คุณต้องแน่ใจว่า จะมีเพื่อนเข้าไปแทนตำแหน่งอันตราย
p- ยิ่งกับการที่ มูรินโญ่ เองเป็นคนที่นิยมชมชอบในการเล่นเกมรับเป็นชีวิตจิตใจ นั่นหมายความว่า ลูกากู ก็จะได้บอลน้อยแน่นอนในเกมใหญ่
p- "ฮอตชอต" เค้าแนะนำว่า ไม่มีความจำเป็นที่ ลูกากู จะต้องหนีไปไหน เพราะสิ่งที่ มูรินโญ่ อยากให้เขาทำ คือ "การพักบอลเก็บบอล" ในแดนหน้า
p- ผมเห็นด้วยล้านกะโหลกเลยครับสำหรับคำแนะนำของ อลัน เชียเรอร์ ผู้เคยปฏิเสธแมนฯ ยูไนเต็ด และเซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน 555
p- หนทางยังอีกยาวไกลครับ ผมเชื่อว่า มูรินโญ่ เองยังไม่ยกธงขาวแน่ๆ เช่นเดียวกับนักเตะ และแฟนบอล
p- แต่มันต้องไม่หยุดอยู่แค่นี้ครับ เพราะในทุกๆ สัปดาห์ แมนฯ ซิตี้ ที่ร้อนแรงเกินห้ามใจมีศักยภาพฉีกคะแนนออกมากกว่า 8 แต้มอยู่แล้ว
p- อย่างที่บอกครับ "ถ้าเล่นเพื่อ Top 4" พวกเขาใช้ชุดนี้ และกลยุทธ์แบบนี้ได้ทั้งฤดูกาล
p- แต่ถ้า มูรินโญ่ จะเล่นเพื่อ "แชมป์ลีก" ทั้งตัวเขา และนักเตะมันต้องมีอะไรที่ "พิเศษกว่านี้" ครับ หากจะล้ม แมนฯ ซิตี้ ลงจากหอคอย !!!

...โยอันน์...




ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})

ข่าวใหม่วันนี้

ดูทั้งหมด