:::     :::

รอเวลาเสียบ

วันศุกร์ที่ 13 กันยายน 2562 คอลัมน์ เด็กเก็บบอล โดย ยักษ์เดนส์
2,671
ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
หนึ่งในงานที่เครียดที่สุดในโลกก็คงหนีไม่พ้นงานผู้จัดการทีมฟุตบอลนี่แหละ

แน่นอนว่าถ้าคุณทำผลงานได้ดีจนสร้างชื่อเสียงขึ้นมา รับรองไม่อดตาย สามารถต่อยอดไปคุมทีมใหญ่ๆหรืออัพค่าแรงในการต่อสัญญาหรือรับงานครั้งต่อไปได้

ขณะเดียวกันมันก็เหมือนกับดาบสองคม เพราะภายในระยะเวลาไม่กี่เดือนคุณก็อาจจะตกงานได้เหมือนกัน

ถึงกระนั้นหากคุณมีชื่อแล้วต่อให้โดนไล่ออก ก็ได้เงินชดเชยชนิดที่ใช้ทั้งชาติก็ไม่หมดเหมือนกันนั่นแหละ

แต่ว่าหากคุณมีชื่อติดลมแล้ว แถมยังว่างงานอีก สโมสรดังทั้งหลายก็พร้อมที่จะดึงตัวมานั่งเก้าอี้นายใหญ่ของทีมอยู่ดีนั่นแหละ

จนถึงตอนนี้ก็ยังมีกุนซือชื่อดังหลายที่ยังว่างงาน และพร้อมที่จะกลับมายืนคุมทีมที่ข้างสนามอยู่ 

คัดมาเฉพาะตัวท็อปที่แฟนบอลรอเห็นพวกเขากลับมาคุมทีมในเร็วๆนี้

เคลาดิโอ รานิเอรี่


หนึ่งในกุนซือที่มีประสบการณ์มากที่สุดคนหนึ่งของวงการลูกหนัง กับการคลุกคลีในเส้นทางผู้จัดการทีมมามากกว่า 30 ปี

หรือหากจะให้นับตั้งแต่สมัยเป็นนักเตะด้วย ชื่อของ เคลาดิโอ รานิเอรี่ อยู่ในโลกลูกหนังมาเกือบ 50 ปีแล้ว

ตลอดระยะเวลาหลายสิบที่ในตำแหน่งกุนซือ, เทรนเนอร์ชาวอิตาลีคุมทีมทั้งระดับสโมสรและทีมชาติมาแล้วถึง 19 ทีม โดยเพิ่งว่างงานหมาดๆหลังจบฤดูกาลที่ผ่านมากับ โรม่า

แต่ผลงานที่สร้างชื่อก็คงหนีไม่พ้นการพา เลสเตอร์ ซิตี้ "ล้มโต๊ะ" ก้าวไปถึงตำแหน่งแชมป์พรีเมียร์ลีก อังกฤษอย่างยิ่งใหญ่เมื่อปี 2015/16

ภายในปีนั้น รานิเอรี่ คว้ารางวัลส่วนตัวอย่างถล่มทลายอีกด้วย แต่ในปีถัดมาผลงานไม่ดีจนสุดท้ายโดนปลดก่อนไปอยู่กับ น็องต์ ช่วงสั้นๆและไปอยู่กับ ฟูแล่ม ตามด้วย โรม่า

ล่าสุดมีข่าวจะเข้ารับงานกุนซือ นิวคาสเซิ่ล แทนที่ ราฟาเอล เบนีเตซ ที่แยกทางกับทีมแต่สุดท้ายไปตั้ง สตีฟ บรูซ 

ก็รอดูผลงานของสโมสรในพรีเมียร์ลีก ถ้าสโมสรไหนแย่อาจจะได้เห็น เคลาดิโอ รานิเอรี่ กลับมาคุมทีมข้างสนามอีกครั้ง

อาร์แซน เวนเกอร์


อีกหนึ่งสุดยอดกุนซือผู้ได้รับการยอมรับจากคอลูกหนังทั่วโลกว่ามีฝีไม้ลายมือและมันสมองไม่เป็นรองใครในโลก

กว่า 2 ทศววรษในการทำงานกับ อาร์เซน่อล, อาร์แซน เวนเกอร์ พาทีม "ปืนใหญ่" ก้าวขึ้นมาเป็นทีมหัวแถวของพรีเมียร์ลีก โดยเฉพาะในปี 2003/04 กับการพาทีมทำสถิติ "ไร้พ่าย" ซึ่งยังอยู่ยงคงกระพันจนถึงทุกวันนี้

แต่หลังจากที่พาทีมจบในอันดับ 6 ของตารางในปี 2017 นายใหญ่ชาวฝรั่งเศสตัดสินใจลงจากตำแหน่ง

แบบฉบับการปั้นดาวรุ่ง ซื้อนักเตะถูกๆมาและขายได้ในราคาแพง ช่วยทำให้ อาร์เซน่อล มีเงินสร้างสนามเอมิเรตส์ สเตเดี้ยมที่ใช้ในปัจจุบัน

แม้ว่าไม่ประสบความสำเร็จในช่วงหลังกับ อาร์เซน่อล อาจจะมาจากความมั่นใจในคุณภาพของนักเตะที่มีมากจนเกินไป หรือจะเพราะว่าสโมสรต้องใช้เงินอย่างจำกัดจากการที่ต้องเอาเงินไปสร้างสนาม แต่ เวนเกอร์ ก็ได้ทิ้งมรดกอันยิ่งใหญ่ ส่งให้ทีมเป็นสโมสรใหญ่ระดับประเทศในปัจจุบัน

จนถึงวันนี้ เวนเกอร์ ในวัย 70 ปีก็ยังเป็นเทรนเนอร์ที่ได้รับการจับตามองจากหลายทีมใหญ่ แต่กับข่าวล่าวสุดว่าหากจะเข้ารับตำแหน่งในฟีฟ่าคงจะเป็นอะไรที่น่าเสียดายที่จะไม่ได้เห็นเขาคุมทีมที่ข้างสนามอีก

แต่ด้วยวัยขนาดนี้แล้วถ้าเจ้าตัวจะเกษียณไปนั่งงานออฟฟิศก็คงจะเป็นอะไรที่เข้าใจได้แหละ

มัสซิมิลิอาโน่ อัลเลกรี


อดีตนายใหญ่ ยูเวนตุส ถือเป็นคนที่ประสบความสำเร็จที่สุดคนหนึ่งกับเส้นทางผู้จัดการทีมกับโทรฟี่แชมป์ 11 รายการในช่วงเวลา 5 ปีในตูริน

มัสซิมิลิอาโน่ อัลเลกรี ไต่เต้าจาก ซาสซูโอโล่, กายารี่ และ เอซี มิลาน สร้างชื่อจากกุนซือที่คนไม่รู้จักกลายเป็นหนึ่งในเทรนเนอร์ที่มีชื่อเสียงมากที่สุดคนหนึ่งของยุโรป

แม้จะถูกค่อนขอดว่าการไปคุม "ม้าลาย" ที่ยังไงแชมป์ลีกก็ไม่หนีไปไหน คงเป็นการพูดดูถูกฝีมือกันมากเกินไปหน่อย การคุมทีมใหญ่ก็มีความกดดันเหมือนกัน เพราะหากพลาดนิดเดียวก็เละได้

แต่การพาทีมทะลุถึงรอบชิงชนะเลิศยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกได้ถึง 2 หน แม้ว่าจะลงเอยด้วยความปราชัยทั้งสองครั้ง แต่ก็น่าจะเป็นตัวการันตีฝีมือได้เป็นอย่างดี

ก่อนหน้านี้มีข่าวว่าจะย้ายสลับขั้วกับ เมาริซิโอ ซาร์รี่ ที่ย้ายจาก เชลซี มาคุม ยูเวนตุส แต่ท้ายที่สุด "สิงห์บลูส์" หันหน้าอดีตเด็กเก่าอย่าง แฟร้งค์ แลมพาร์ด มากกว่า

เจ้าตัวเองก็ไม่ได้รีบร้อนใจที่จะกลับมาคุมทีม และเชื่อได้เลยว่าคนมีฝีมือระดับนี้ว่างงานได้ไม่นานแน่นอน

โชเซ่ มูรินโญ่


คงจะไม่น่าเกลียดหากจะยกให้ชื่อของ โชเซ่ มูรินโญ่ เป็นหนึ่งในผู้จัดการทีมที่ดีที่สุดของโลกใบนี้

จาก "สเปเชี่ยล วัน" สู่ "แฮปปี้ วัน" แม้จะโดนไล่ออกจากตำแหน่งผู้จัดการทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แต่คงไม่สามารถพูดได้เต็มปากเต็มคำว่าล้มเหลว

นับตั้งแต่สร้างชื่อมาจากการพา ปอร์โต้ แหกด่านความโทรฟี่ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกในปี 2004 ทุกสโมสรที่ โชเซ่ มูรินโญ่ เหยียบย่างไปไม่มีที่ไหนจะเขาจะคุมทีมโดยมือเปล่าเลยแม้แต่ครั้งเดียว

เขาปลุกปั้น เชลซี (จากเม็ดเงินของ โรมัน อบราโมวิช) ให้กลายเป็นสโมสรที่แข็งแกร่งไม่ใช่แค่ในอังกฤษแต่รวมถึงในยุโป, เขาพา อินเตอร์ มิลาน ประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่โดยเฉพาะโทรฟี่ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกจนแทบจะกลายเป็นพระเจ้าที่นั่น

พา เรอัล มาดริด ฟาดฟันกับ บาร์เซโลน่า อย่างถึงพริกถึงขิง แม้จะไม่ได้โทรฟี่แชมป์มากมายก่ายกองแต่ก็ไม่ได้มือเปล่า และล่าสุดกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่อาจจะถูกมองว่าน่าผิดหวัง แต่ก็ยังมีแชมป์คอมมูนิตี้ ชิลด์, ลีก คัพ และยูโรปา ลีกมาประดับสโมสร

ปัจจุบันกับการรับจ๊อบงานกูรูทางสกาย สปอร์ตส์ ยังคงมีทรรศนะที่คมคายเหมือนเดิม แต่ก็มีข่าวกับหลายสโมสรดังนับตั้งแต่ว่างงานไปทั้ง เรอัล มาดริด, อินเตอร์ มิลาน และ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง

เชื่อได้เลยว่าคนอย่าง มูรินโญ่ จะไม่นั่งอยู่ในสตูดิโอวิเคราะห์เกมในฐานะกูรูไปตลอด หากสโมสรใหญ่ที่ไหนผลงานไม่ดีมีแววเด้งโค้ช เขาก็พร้อมที่จะเสียบเข้าไปรับตำแหน่งเช่นกัน


ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})

ข่าวใหม่วันนี้

ดูทั้งหมด