:::     :::

กูปรีติดไซเรน!

ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
โฟกัสลูกหนังไทย คงไม่มีใครกล้าละสายตาไปจากฟอร์มอำมหิตของ ศรีสะเกษ เอฟซี ในชั่วโมงนี้

โฟกัสลูกหนังไทย คงไม่มีใครกล้าละสายตาไปจากฟอร์มของ ศรีสะเกษ เอฟซี ในชั่วโมงนี้

เมื่อพลพรรค "กูปรีอันตราย" ฟื้นจากความตายกลับมามีลุ้นคว้าตั๋วไทยลีกได้อีกครั้ง

บิดเข็มนาฬิกากลับไปก่อนหน้า ศรีสะเกษ ถูกตัดแต้ม 6 คะแนน ตามคำสั่งของฟีฟ่า​ ในกรณีค้างเงินอดีตผู้เล่นอย่าง คาเหม็ด ฟารุต ในสมัยที่ยังเป็น อีสาน​ ยูไนเต็ด​ แม้จะมีการย้ายสิทธิ เปลี่ยนชื่อเป็น ศรีสะเกษ​ เอฟซี ตามเดิม ทว่าสโมสรยังไม่มีการเบิกจ่ายเงินเดือนให้แข้งรายดังกล่าว

จึงถูกตัดเพิ่มเป็น 12 คะแนน !!!

จากทีมหัวตารางในโมงยามนั้น หลังโดนหั่นไป 12 แต้ม สถานะของ "กูปรีอันตราย" ถูกลดขั้นมาอยู่กลางตารางทันที

ตอนนั้นหลายคนคิดไปทางเดียวกันว่า ถนนสู่ไทยลีกกูปรี จบลงแล้ว เพราะพวกเขาไม่ได้เสียแค่ "คะแนน" แต่มันเป็นเรื่องของ "สภาพจิตใจ" ด้วย ลำพังเอาแค่ประคองให้จบฤดูกาลในแบบที่ไม่ต้องดิ้นหนีตาย ก็ถือเป็นอะไรที่เพอร์เฟกต์เกินคาด

แต่ชายชื่อ สมชาย ชวยบุญชุม กลับไม่คิดเช่นนั้น เขาเชื่อเสมอว่า "โอกาส" ยังผายมือรับทัพกูปรีไปยังประตูไทยลีกได้

"ตอนที่โดนตัดไป 12 ยอมรับนะว่าผมก็ท้อใจ นักฟุตบอลก็ท้อ แย่กันไปเหมือนกัน" น้าฉ่วย กล่าวเริ่ม 

"ผมเลยไปถามทางสมาคมฟุตบอลฯว่า สรุปคุณจะตัดกี่แต้มเอาให้ชัดเจนไปเลย จะตัด 12 คะแนน แค่นี้พอแล้วใช่ไหม จากนั้นผมจึงมานั่งคำนวณระยะห่างจากทีมผม กับทีมที่อยู่หัวตาราง และโปรแกรมที่เราต้องเจอ ผมพบว่าเรายังพอมีทาง มีเวลากลับมาได้ ถ้าเราชนะมันเรื่อยๆ ก็บอกกับนักเตะว่า เออเรายังมีโอกาสนะ"

ทฤษฎีที่ "น้าฉ่วย" คิดผู้เขียนเชื่อว่าโค้ชคนอื่นสามารถทำได้ หากแต่ในทางปฏิบัติมัน "ไม่ง่าย" เลย กับการที่จะชุบชีวิตทีม และสภาพจิตใจนักเตะให้กลับมา

แต่ถึงวันนี้ สมชาย ทำให้เห็นแล้ว!!!

ตัดได้ตัดไป เดี๋ยวจะพาขึ้นไทยลีกให้ดู...




หลังจากบุกไปพ่าย บีจีพียู ที่ปทุมธานี กูปรีไม่เคยสะกด "คำว่าแพ้" อยู่ในสารบบ 13 นัดในไทยลีก 2 "น้าฉ่วย" และทีมเปลี่ยนมันเป็นผลการแข่งขัน ชนะ 9 เสมอ 4 

นัดล่าสุดที่บุกตบ โปลิศ เทโรฯ คาบ้านในนาทีสุดท้าย ทั้งที่ก่อนหน้านั้นไม่กี่อึดใจ พวกเขาเกือบตายด้วยจุดโทษของเจ้าถิ่น แต่ก็รอดมา จนมาหยิบ 3 คะแนนได้สำเร็จ

"ใครที่บอกว่าฟุตบอลวัดกันที่ฝีมืออย่างเดียว ผมว่าไม่จริงเลย เพราะนอกจากฝีมือแล้ว โชค ดวง ก้มีส่วนด้วย เหมือนทีมผม อย่างนัดล่าสุด เราโดนจุดโทษท้ายเกม แต่ไม่แพ้ และยังชนะ แถมทีมอื่นๆบนหัวตาราง ก็พากันสะดุดหมด"

"น้าฉ่วย" ยังบอกอีกว่า อีกหนึ่งสูตรสำเร็จกูปรีวิทยา จนขึ้นมาติดท็อปทรีในชั่วโมงนี้ คือการที่โปรแกรมเอื้อให้พวกเขาชนกับทีมใหญ่ 

"หลายคนอาจคิดว่าเราเจอโปรแกรมนัก แต่ผมมองว่ามันเป็นเรื่องที่ดี การเจอทีมหัวตารางเหล่านี้ในช่วงหลัง มันเหมือนการตัดคะแนนกันเอง วัดให้รู้ดำรู้แดงไปเลย ถ้าเราชนะพวกนี้ได้ ก็เหมือนได้สองเด้ง"

ผลลัพธ์คือ พวกเขาพาทีมตบทั้ง โปลิศ เทโรฯ, อุดรธานี เอฟซี, ลำปาง เอฟซี และ บุกไปยันเสมอทีมอย่าง อาร์มี่ ยูไนเต็ด และ ระยอง เอฟซี ได้

แม้เกมการแข่งขันยังเหลืออีกกว่า 4 นัด ให้ห้ำหั่นกัน แต่ถึงเวลานี้ พวกเขาไม่กลัวหน้าไหนอีกแล้ว เพราะทุกสเตเดียม ไม่ว่าจะในบ้านหรือนอกบ้าน กูปรีคนที่ 12 พร้อมส่งใจให้นักเตะเสมือนกับเป็น "บ้านตัวเอง" เสมอ

จากวันที่เป็น "กูปรี" ใกล้ตาย ลมหายใจรวยริน กลายเป็น "น้าฉ่วย" ที่มาช่วยทำ CPR หัวใจ จนฟื้นคืนชีพอีกครั้ง

"ถ้าเราชนะได้หมดทั้ง 4 เกม ก็ไม่ต้องสนใจผลการแข่งขันคู่ไหนแล้ว เราเลื่อนชั้นแน่นอน" น้าฉ่วย กล่าวอย่างมั่นใจ  


** ภาพประกอบคอลัมน์ / FB Sisaket FC


ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})

ข่าวใหม่วันนี้

ดูทั้งหมด