:::     :::

ความฝันมีเท่าไหร่ก็ได้

ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
คนเราไม่จำเป็นต้องมีความฝันเดียว เราสามารถเดินตามฝันที่ 2, 3 และ 4 ได้เสมอต่อให้ความฝันแรกจะสำเร็จอย่างยิ่งยวดหรือเป็นแค่เพียงความฝันอยู่เช่นเดิม

ปีเตอร์ เช็ก โชคดีที่ทำความฝันแรกกับการเป็นนักฟุตบอลอาชีพสำเร็จ เขาได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในผู้รักษาประตูที่ดีที่สุดตลอดกาลของวงการลูกหนัง 

เช็กลงเล่นฟุตบอลอาชีพนานถึงสองทศวรรษ เขาเริ่มต้นด้วยการเป็นเยาวชนของทีมวิคตอเรีย พิลเซ่น ทีมในลีกบ้านเกิดสาธารณรัฐเช็ก ก่อนย้ายร่วมทัพชาเมล บัลซานี่ ต่อด้วยสปาร์ต้า ปราก ทีมใหญ่ของประเทศ

ในปี 2002 เช็กย้ายค้าแข้งนอกประเทศครั้งแรกด้วยการเซ็นสัญญากับแรนส์ ในลีก เอิง ฝรั่งเศส ซึ่งเพียง 2 ฤดูกาลก็มากพอที่จะทำให้เชลซียุค โชเซ่ มูรินโญ่ ดึงตัวไปเฝ้าเสาในถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์ 

ตลอด 11 ปีที่เฝ้าเสาให้สิงห์บลูส์ ปีเตอร์ เช็ก ทำหน้าที่ป้องกันประตูได้อย่างยอดเยี่ยมพร้อมพาทีมคว้าแชมป์รายการสำคัญมากมายไม่ว่าจะเป็นแชมป์พรีเมียร์ลีก 4 สมัย, แชมป์เอฟเอ คัพ 4 สมัย, แชมป์ลีก คัพ 3 สมัย, แชมป์ยูโรปา ลีก 1 สมัย และแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก อีก 1 สมัย

เขาคือตำนานของเชลซีและเป็นอีกหนึ่งขวัญใจของแฟนบอลอย่างไม่ต้องสงสัย 

จากนั้นในปี 2015 เช็กข้ามฝากไปร่วมทีมอาร์เซน่อล คู่ปรับร่วมกรุงลอนดอนของเชลซี ก่อนปิดฉากอาชีพในซัมเมอร์ล่าสุด สิ้นสุดระยะเวลายาวนาน 20 ปีเต็มในฐานะนักฟุตบอลอาชีพ 

ความคงเส้นคงวาในผลงาน ความเป็นมืออาชีพที่เคารพต่อหน้าที่ตัวเอง การปฏิบัติตัวต่อเพื่อนร่วมทีม, ผู้จัดการทีม และแฟนบอล ล้วนเป็นสิ่งที่ทุกคนยกย่อง ปีเตอร์ เช็ก อย่างมาก เขาแทบไม่เคยมีข่าวในเชิงลบเลยตลอดชีวิตค้าแข้งอันยาวนาน 

หลังแขวนถุงมือในจบฤดูกาลที่แล้ว ปีเตอร์ เช็ก กลับไปทำงานให้กับเชลซีในตำแหน่งที่ปรึกษาด้านเทคนิคและประสิทธิภาพ (technical and performance advisor) ซึ่งเป็นตำแหน่งใหม่ที่กำหนดขึ้นเพื่อนายทวารระดับตำนานคนนี้โดยเฉพาะ 


กลับไปทำงานที่เชลซีหลังแขวนสตั๊ดกับอาร์เซน่อล

บทบาทใหม่ของเช็กถือว่าอยู่ในช่วงเริ่มต้น ไม่ต่างจากอดีตเพื่อนร่วมทีมอย่าง แฟร้งค์ แลมพาร์ด ที่หวนคืนสแตมฟอร์ด บริดจ์ ในตำแหน่งผู้จัดการทีม

หาก แฟร้งค์ แลมพาร์ด คือแม่ทัพที่อยู่แดนหน้าคอยบัญชาการรบ ปีเตอร์ เช็ก ก็คือคอยซัพพอร์ตอยู่เบื้องหลัง นับว่าเป็นหน้าที่ที่เหมาะสมแล้วเพราะได้ทำงานให้สโมสรที่ผูกพันมาหลายปี และได้ช่วยเพื่อนอีกแรงในภารกิจที่ยากที่สุด

แต่แล้ว ปีเตอร์ เช็ก ก็ตัดสินใจเดินตามฝันอีกอย่างชนิดที่หลายคนต่างเซอร์ไพรส์

ปีเตอร์ เช็ก ตัดสินใจเซ็นสัญญาอาชีพกับทีมกิลด์ฟอร์ด ฟีนิกซ์ ซึ่งเป็นทีม ''ฮอกกี้น้ำแข็ง'' อาชีพที่อยู่ในระดับดิวิชั่น 4 ของสหราชอาณาจักร

เช็กไม่เพียงกลับมาเล่นกีฬาอีกครั้ง แต่ยังกล้าเปลี่ยนแนวจากสนามหญ้าสีเขียวสู่ลานน้ำแข็งอันเย็นยะเยือก 

กีฬา ''ฮอกกี้น้ำแข็ง'' เป็นอีกกีฬาที่ ปีเตอร์ เช็ก โปรดปรานไม่แพ้งานอดิเรกอย่างการเล่นดนตรีซึ่งฝีมือในการตีกลองตำนานผู้รักษาประตูคนนี้ก็จัดได้ว่าเยี่ยมยุทธ์ทีเดียว


ความฝันในวัยเด็กเป็นจริงแล้ว

  ในช่วงเวลาว่าง เช็กมักหาโอกาสไปเล่นและซ้อมไอซ์ฮอกกี้นี้อยู่เสมอ เขาเคยไปซ้อมกับทีม กิลด์ฟอร์ด เฟรมส์ ซึ่งเป็นทีมอาชีพในลีกสูงสุดของสหราชอาณาจักรมาแล้ว  

เช็กเปิดเผยเหตุในการเซ็นสัญญากับกิลด์ฟอร์ด ฟีนิกซ์ ในตำแหน่งผู้รักษาประตูว่า ''ผมดีใจที่ได้มีโอกาสเล่นให้ฟีนิกซ์ เพื่อเก็บประสบการณ์ในการแข่งขัน ผมหวังว่าจะสามารถช่วยทีมวัยหนุ่มทีมนี้ไปถึงเป้าหมายในฤดูกาลนี้ได้ และพยายามเก็บชัยชนะให้ได้มากที่สุดเมื่อมีโอกาสได้ลงเล่น''

''หลังจาก 20 ปีในฐานะนักฟุตบอลอาชีพ นี่คืออีกประสบการณ์อันสุดยอดสำหรับผมที่จะได้เล่นในอีกกีฬาที่ชื่นชอบและเคยเล่นเมื่อตอนเด็ก''  

มิลอส เมลิเชริค เฮดโค้ชของทีม กล่าวถึงการได้อดีตนายทวารชื่อดังมาร่วมทีมว่า ''เราตื่นเต้นสุดๆ ที่ปีเตอร์ย้ายมาร่วมทีมฟีนิกซ์ และตั้งตาคอยที่จะได้เห็นลงเล่นในสุดสัปดาห์นี้'' 

เช็กยืนยันว่าเขายังคงทำงานที่เชลซีเหมือนเดิม ไม่ได้ลุยฮอกกี้น้ำแข็งเต็มตัวแต่อย่างใดแม้เซ็นสัญญาอาชีพก็ตาม 

''บางคนอาจคิดว่าผมเปลี่ยนงาน แต่ผมยังไม่ได้เปลี่ยน โชคดีที่งานของผมในตำแหน่งที่ปรึกษาด้านเทคนิคและประสิทธิภาพ ไม่ได้กระทบต่อเวลาว่างในการไปเล่นกีฬาที่ผมรักสมัยเด็ก และได้เล่นมาหลายปี'' 


ฮอกกี้น้ำแข็ง โลกใบเล็กที่อยู่ในใจ เช็ก มาโดยตลอด

''ตอนที่เป็นนักฟุตบอลอาชีพ ผมไม่สามารถเล่นกีฬานี้ได้ด้วยเหตุผลที่ชัดเจนอยู่แล้ว แต่ตอนนี้ผมสามารถทำได้แล้ว''

ย้อนไปเมื่อ 3 ปีก่อน เช็กเคยเล่าถึงการเล่นฮอกกี้น้ำแข็งว่า ''ผมต้องการเล่นฮอกกี้น้ำแข็งมาโดยตลอด นั่นคือชอยส์แรกของผม''

''แต่แน่นอนว่าในช่วงเวลานั้น เราก็จำเป็นต้องซื้ออุปกรณ์ทุกอย่างเองทั้งหมด ดังนั้นเมื่อพิจารณาถึงปัจจัยทางการเงินในการซื้อทุกอย่าง และการเติบโตที่รวดเร็วของวัยเด็กซึ่งทำให้ต้องซื้ออุปกรณ์ใหม่อยู่ตลอด มันก็เลยไม่สามารถทำแบบนั้นได้'' 

ในวัย 37 ปี อาจดูเหมือนว่าอายุมากไปแล้วกับการเริ่มเล่นกีฬาบางอย่างจริงจังครั้งแรก แต่ ปีเตอร์ เช็ก ขอพิสูจน์ว่าไม่มีอะไรสายเกินไปที่จะทำตามฝันและความรัก

และคนเราก็ไม่จำเป็นต้องมีเพียงฝันเดียว 



ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})