:::     :::

'ดอม' โซลันกี "เด็กคนนี้มีของ"

วันอาทิตย์ที่ 12 พฤศจิกายน 2560 คอลัมน์ Football Therapy โดย บี้ เดอะสปา
11,118
ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ย้อนกลับไป 3 ปีกับอีก 6 เดือนก่อน เด็กหนุ่มวัย 16 จาก เบซิงสโต๊ค แจ้งเกิดในทัวร์นาเมนต์ ยู-17 ที่พา อังกฤษ คว้าแชมป์ ยูโร 2014

เวลาเดินผ่านไป 1,116 วัน จากเด็กหนุ่มกลายเป็นวัยรุ่น สร้างชื่อขึ้นมาอีกระดับในเวทีที่ใหญ่ขึ้น กับแชมป์ ฟีฟ่า ยู-20 เวิลด์คัพ 2017

โดมินิก อโยเดเล่ โซลันกี-มิทเชลล์ หรือ 'ดอม' โซลันกี ลูกครึ่งที่มีพ่อเป็น ไนจีเรียน และแม่เป็น อิงลิช
เด็กน้อยวัย 7 ขวบ เข้ามาทดสอบฝีเท้าก่อนถูกเลือกเข้าสังกัด เชลซี และใช้เวลาเพาะบ่มอยู่ที่นั่นเกือบทศวรรษ จนขึ้นมาแจ้งเกิดในทีมยู-18 ที่ยิงแหลก 20 ประตูจาก 25 นัดในฤดูกาล 2013-14
แม้ฤดูกาลสิ้นสุด แต่ฟอร์มของดาวรุ่งวัย 16 ไม่สิ้นสุดตาม 'ดอม' กดไป 4 ประตู พา อังกฤษ ชุดยู-17 คว้าแชมป์ชิงแชมป์ยุโรป รุ่นอายุไม่เกิน 17 ปี ในปี 2014 ซึ่งดาวยิงจาก เชลซี ซิวดาวซัลโวร่วมของทัวร์นาเมนต์ด้วย
นั่นเองคือจุดเริ่มของการถูกบรรจุในทีมชุดใหญ่ สิงโตน้ำเงินคราม ครั้งแรก ในยุค โชเซ่ มูรินโญ่ กุนซือที่มักถูกมองว่าใช้เงินซื้อความสำเร็จมากกว่าปั้นดาวรุ่ง
ตุลาคม 2014 'ดอม' ถูกใส่ชื่อนั่งสำรองในเกมกับ คริสตัล พาเลซ ก่อนจะประเดิมในเกมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ที่ลงสำรองในนาที 73 เกมกับ มาริบอร์ กลายเป็นสถิตินักเตะอายุน้อยสุดที่ลงประเดิม แชมเปี้ยนส์ ลีก กับทีมด้วย
กับทีมชุดเล็ก 'ดอม' ยังคงระเบิดฟอร์มไม่หยุด 15 ประตูจาก 16 เกมก่อนถึงปีใหม่ และในทัวร์นาเมนต์ ยูฟ่า ยูธ ลีก กระหน่ำ 12 ประตูจาก 9 เกม พา เชลซี คว้าแชมป์ และยิงอีก 1 ในรอบชิง เอฟเอ ยูธ คัพ พาทีมคว้าแชมป์อีกรายการ ก่อนจบซีซั่นแบบสุดโหด 41 ประตู

รางวัลนักเตะเยาวชนแห่งปีของเชลซีฤดูกาล 2014-15

ในช่วงอุ่นเครื่อง 'โพสต์ซีซั่น' มูรินโญ่ หนีบ 'ดอม' มาทัวร์เมืองไทยด้วย และ 'ดอม' ลงตัวจริง ซัลโวประตูเดียวในเกมชนะ ไทยแลนด์ ออล-สตาร์ส ที่สนาม ราชมังคลากีฬาสถาน ซึ่งเป็นประตูแรกในนามทีมชุดใหญ่
ซีซั่น 2015-16 'ดอม' ถูกปล่อยยืมไป วิเทสส์ ตลอดทั้งฤดูกาล เพื่อหาประสบการณ์กับสโมสรอื่นเป็นครั้งแรก แต่เรื่องการปรับตัวไม่ใช่ปัญหาใหญ่ เพราะหนีบกันไป 5 คนกับ ลูอิส เบเกอร์, อิซซี่ บราวน์, นาธาน และ ดานิโล่ พานทิช
7 ประตูจาก 26 นัด ไม่เลวทีเดียวกับฤดูกาลแรกของกองหน้าวัย 18 ใน เอเรดิวิซี่
ซีซั่นถัดมาในถิ่น สแตมฟอร์ด บริดจ์ กลายเป็นปีหัวเลี้ยวหัวต่อของ 'ดอม' เพราะสัญญากำลังจะสิ้นสุดลงหลังจบฤดูกาล และปีนี้เขาเลือกปัดข้อเสนอยืมตัวของหลายสโมสร เพื่ออยู่เป็นศูนย์หน้าเบอร์ 3 รองจาก ดีเอโก้ คอสต้า กับ มิชี่ บาตชูอายี่
การเจรจาสัญญาใหม่ยังคงล้มเหลว จนกระทั่งกุมภาพันธ์ อันโตนิโอ คอนเต้ ก็ยืนยัน 'ดอม' จะย้ายทีมในช่วงซัมเมอร์หลังจากหมดสัญญา

รางวัลดาวรุ่งแห่งปีของอังกฤษปี 2015

เป็นการอำลาทีมที่อยู่มานานถึง 13 ปีแบบทำร้ายความรู้สึก เพราะไม่ได้ลงสัมผัสเกมพรีเมียร์ลีกเลยแม้แต่นัดเดียว แถมเกมเดียวที่เล่นให้ทีมชุดใหญ่คือเกมยุโรปกับ มาริบอร์ (ไม่นับอุ่นเครื่อง)
ลิเวอร์พูล ภายใต้การดูแลของ เจอร์เก้น คล็อปป์ คือจุดหมายใหม่ของ 'ดอม'
แต่ก่อนจะถึงจุดนั้น 'ดอม' มีภาระกิจสำคัญรออยู่ นั่นคือการลุย ฟีฟ่า ยู-20 เวิลด์คัพ 2017 ที่ เกาหลีใต้ ร่วมกับ ทรี ไลออนส์
4 ประตูของ 'ดอม' พา สิงโตคำราม ไปถึงแชมป์โลก ยู-20 พ่วงด้วยรางวัล 'โกลเด้นบอล' หรือนักเตะยอดเยี่ยมประจำทัวร์นาเมนต์ เป็นเครื่องพิสูจน์ให้เห็นชัดเจนว่า 'หงส์แดง' กำลังจะได้นักเตะอนาคตไกลไปเสริมทัพ
แม้ 'ดอม' เลือกใช้นามสกุล โซลันกี ของพ่อ ก่อน มิทเชลล์ ของแม่ แต่เขาเลือกปฏิเสธสหพันธ์ฟุตบอลไนจีเรียที่ตามจีบ และมุ่งมั่นที่จะรับใช้ อังกฤษ ต่อไป โดยมีจุดหมายเดียวคือ สิงโตคำราม ชุดใหญ่
หลังจากความสำเร็จที่ เกาหลีใต้ 'ดอม' ขยับขึ้นสู่ทีมชุดยู-21 และหลังจากช่วยทีมทำศึกชิงแชมป์ยุโรป ยู-21 ปี 2019 รอบคัดเลือก ที่บุกชนะ ยูเครน 2-0 เมื่อวันศุกร์ ซึ่งเขายิงประตูได้ ความฝันของ 'ดอม' ก็เป็นจริง เมื่อถูก แกเร็ธ เซาธ์เกต เรียกมาช่วยทีมชุดใหญ่ ที่กำลังขาดแคลนกำลังพลในเกมอุ่นเครื่องกับ บราซิล วันอังคารนี้
หลังจบเกมที่ ยูเครน ไอดี้ บูธรอยด์ กุนซือทีมชุดยู-21 มั่นใจว่า 'ดอม' พร้อมแล้วสำหรับก้าวต่อไป ซึ่งเป็นก้าวที่สูงสุด นั่นคือทีมชาติชุดใหญ่
"ผมคิดว่า ดอม ทำผลงานยอดเยี่ยมมาก เขาไม่ได้รับโอกาสลงสนาม (กับ ลิเวอร์พูล) มากนักในช่วงเวลานี้ เหมือนอย่างที่เขาหรือเราอยากให้เป็น แต่สำหรับเรา เขาคือนักเตะที่ยิงประตูได้ตลอด เขาแสดงให้เห็นว่าเขาทำอะไรได้บ้าง"
'ดอม' ก็โพสต์ข้อความลง ทวิตเตอร์ ทันทีที่ได้ทราบข่าวดี "ดีใจและภูมิใจมากที่ถูกเรียกติดทีมชาติอังกฤษชุดใหญ่ ขอบคุณทุกๆ ข้อความที่ส่งให้กำลังใจ"
แม้เส้นทางในนามทีมชาติสดใสขึ้นเรื่อยๆ แต่กับสโมสร 'ดอม' ยังมีขวากหนามมากมายที่ต้องเผชิญหน้า
จาก 11 นัดแรกในพรีเมียร์ลีก 'ดอม' มีชื่ออยู่ในทีมทุกนัด แต่ก็เป็นตัวสำรองทุกนัดเช่นกัน และถูกเปลี่ยนตัวลงช่วงท้ายเกม 7 นัด ทำให้ทุกนาทีที่อยู่ในสนามกลายเป็นความกดดัน และความกดดันจะยิ่งเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ หากประตูแรกยังไม่มาหา
เวลานี้จึงขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของ คล็อปป์ แล้วว่าจะให้โอกาส 'ดอม' มากขึ้นกว่าเดิมหรือไม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากแจ้งเกิดกับ สิงโตคำราม ชุดใหญ่ ในเกมกับ บราซิล ที่ เวมบลีย์ วันอังคารนี้

ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})

ข่าวใหม่วันนี้

ดูทั้งหมด