:::     :::

ชนะต่อไม่รอแล้วนะ

ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ชัยชนะเหนือ อาแจ็กซ์ ในเกมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกนัดล่าสุด ทำให้พลพรรค เชลซี เก็บชัยชนะมา 6 เกมติดต่อกันทุกรายการแล้ว
ถ้าจะบอกว่าทีมของ แฟร้งค์ แลมพาร์ด คือทีมที่ทำผลงานได้ดีที่สุดในยุโรปเวลานี้ก็คงไม่เกินไปหน่อย
นับตั้งพ่ายแพ้ให้กับ ลิเวอร์พูล ในเกมพรีเมียร์ลีกเมื่อ 22 กันยายน "สิงห์บลูส์" ก็เดินหน้าเก็บชัยชนะมาตลอด แถมยังรักษาคลีนชีตได้ 3 นัดด้วย
หลังจากที่ถูกคู่แข่งยิงประตูมา 9 เกมติดต่อกัน ตอนนี้ เชลซี รักษาคลีนชีตได้ 3 จาก 5 เกมหลัง และเกิดขึ้นในสองเกมหลังสุดด้วย
        
ดูเหมือนว่า แลมพาร์ด จะค่อยๆทำอะไรได้เข้าที่เข้าที่เข้าทางและลงตัวมากขึ้นเรื่อยๆ 
โดยเฉพาะในตำแหน่งเซนเตอร์ที่ทั้ง คูร์ท ซูม่า, ฟิยาโก้ โทโมรี่ และ อันเดรียส คริสเตนเซ่น ดูจะสลับกันลงสนามและโชว์ผลงานได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง แถมยังจะมี อันโตนิโอ รือดิเกอร์ ที่รอวันกลับมาอีกคน
เกมของ แลมพาร์ด มีความยืดหยุ่นสูงเมื่อขยับขึ้นมาแดนกลางไปจนถึงแนวรุก สามารถปรับระบบมายืน 4-3-3 หรือ 4-2-3-1 โดยไม่ส่งผลกระทบ เนื่องจากนักเตะในทีมทุกคนล้วนคุ้นเคยกับระบบการเล่ยทั้งสองเป็นอย่างดี
หรือการเปลี่ยนตัวครั้งเดียวยังสามารถปรับมาเล่น 3-5-2 หรือ 3-4-2-1 ได้อย่างไม่เคอะเขินด้วย เพราะที่ผ่านมาด้วยระบบหลังสามทีมทำผลงานได้ถือว่าเยี่ยมเลย
        
การขาดหายไปของ เอแมร์ซอน ทำให้ มาร์กอส อลอนโซ่ ได้กลับมาลงเล่นอีกครั้ง และคราวนี้ดูท่าทางจะกลับมาเป็น "อลอนโซ่" คนเดิมที่มีทีเด็ดในเกมรุกไม่แพ้ยุคสมัยที่ อันโตนิโอ คอนเต้ พาทีมคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกเลย
ในเกมกับ อาแจ็กซ์ ทีมออกสตาร์ทด้วยระบบ 4-3-3 ซึ่งอย่างที่บอกว่ายืดหยุ่นเป็น 4-2-3-1 ได้ เกปา อาร์รีซาบาลาก้า เป็นผู้รักษาประตู กองหลัง เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า, คูร์ท ซูม่า, ฟิคาโย่ โทโมรี่ และ มาร์กอส อลอนโซ่ ทำหน้าที่ 
แดนกลาง จอร์จินโญ่, มาเตโอ โควาซิช และ เมสัน เมาท์ เป็นสามประสาน ส่วนแนวรุก คัลลั่ม ฮัดสัน-โอดอย กับ วิลเลี่ยน ทำเกมริมเส้นโดยมี แทมมี่ อบราฮัม เป็นกองหน้าตัวเป้า
        
แต่ยามเล่นเกมรุก โอดอย ขยับออกมาริมเส้น ดัน เมาท์ ขึ้นมาเป็นสามประสานเกมรุกกับ วิลเลี่ยน ถือว่าไม่แปลก ครั้นเมื่อเล่นเกมรับก็ขยับถอยลงมาตามปกติ
แน่นอนว่าการมาเยือนที่ฮอลแลนด์ไม่ใช่งานง่าย, อาแจ็กซ์ แสดงให้เห็นถึงศักยภาพอันแข็งแกร่งมาแล้วในฤดูกาลที่ผ่านมา แม้ว่าจะเสียทั้ง เฟรงกี้ เดอ ย็อง กับ มัทไธส์ เดอ ลิกท์ ไป แต่เกมรุกยังคงดุดันไม่เปลี่ยนแปลง
ดูซาน ทาดิช, ฮาคิม ซิเย็ค และ ควินซี่ โพรเมส ปูพรมกดดันผู้มาเยือนอย่างหนัก แต่เกมเซ็ตเกมรับอันแข็งแกร่งของผู้มาเยือนก็รับมือได้อย่างไร้ปัญหา
ชัดเจนเลยว่า แลมพาร์ด ขันน็อตเกมรับของทีมได้อย่างยอดเยี่ยม หลังจากที่ช่วงต้นฤดูกาลไปเน้นเกมรุกเต็มที่จนลืมพื้นฐานของเกมรับไป 

เพราะชัยชนะ 6 เกมหลังของทีมไม่มีนัดไหนที่เสียมากกว่าหนึ่งลูกเลย
การประสานงานในเกมรับของทีมดูลงตัว คนหนึ่งเข้าคนหนึ่งซ้อน ช่วยกันปิดช่องอย่างดีเยี่ยม แถมยังมีกองกลางที่ลงมาคอยช่วยยิ่งทำให้เกมแน่นขึ้นอย่างชัดเจน
เกมรุกของทีมก็เล่นอย่างอดทน เกมรุกไม่มีโอกาสมากเท่าไรนัก แต่ตราบใดที่ไม่เสียประตูโอกาสก็ยังมี
และเกมนี้ก็เป็นอีกครั้งที่การแก้เกมของ แฟร้งค์ แลมพาร์ด ส่งผลให้ทีมเก็บชัยชนะได้ในที่สุด
        
คริสเตียน พูลิซิช ลงมาแทน วิลเลี่ยน และ มิชี่ บาตชูอายี่ ลงมาแทน แทมมี่ อบราฮัม กลายเป็นสองตัวทีเด็ดที่หนึ่งยิงหนึ่งแอสซิสต์ให้ทีมกำชัยชนะ 1-0 คว้าสามแต้มกลับบ้าน ยืดสถิติคว้าชัยติดต่อกันต่อไป
แม้ว่าจะเจอช่วงเวลาในการออกสตาร์ทกับทีมอย่างยากลำบาก, จากตัวจริงกลายเป็นตัวสำรอง แต่ทีละเล็ก ทีละน้อย, พูลิซิช ค่อยๆปรับตัวและแสดงให้เห็นว่ามีของ
มันต้องใช้เวลากันหน่อย แต่ขนาด อองตวน กรีซมันน์ กับ บาร์เซโลน่า รวมถึง เอแด็น อาซาร์ กับ เรอัล มาดริด ยังเจอกับปัญหาเลย
        
จริงอยู่การเปลี่ยนตัวของทีมมีตัวเลือกจำกัด และต้องเป็นสำรองคนนี้ แต่มันก็ดูไม่แฟร์นักหากจะไม่ให้เครดิตการวางแผนกับ แฟร้งค์ แลมพาร์ด กันหน่อย
ชัยชนะทั้ง 6 เกมไม่ได้มาเพราะโชคช่วย แม้มันจะเริ่มต้นด้วยการชนะทีมเล็กๆอย่าง กริมสบี้ ในเกมคาราบาว คัพ แต่มันก็คือจุดเริ่มต้นของความมั่นใจจนถึงทุกวันนี้
แลมพาร์ด กำลังพาทีมเดินมาในเส้นทางที่ถูกต้องและแฟนบอลก็กำลังมองเห็นอนาคตที่สดใสของทีมภายใต้การนำของเขา
คงไม่แปลกหากเกมลีกสุดสัปดาห์นี้จะเป็นชัยชนะเกมที่ 7 ติดต่อกันของทีม


ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})

ข่าวใหม่วันนี้

ดูทั้งหมด