:::     :::

5 เกมแห่งความทรงจำ ภายใต้สีเสื้ออิตาลีของ “จานลุยจิ บุฟฟ่อน”

วันอังคารที่ 14 พฤศจิกายน 2560 คอลัมน์ Zero to Hero โดย บังคุง
2,932
ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
หากจะเอ่ยคำว่า “น้ำตานองหน้า” คงไม่เกินเลยไปนัก สำหรับแฟนบอลทีมชาติอิตาลี

        เพราะเมื่อคืนที่ผ่านมา พลพรรค "อัซซูรี่" ไม่สามารถผ่านเข้าไปเล่น ในศึกฟุตบอลโลก 2018 รอบสุดท้ายที่ประเทศรัสเซีย จากการพ่ายแพ่ต่อสวีเดน ในรอบคัดเลือก แบบเพลย์ออฟ ด้วยสกอร์รวมสองนัด 0-1

       การไม่สามารถผ่านเข้าไปเล่นในเวิล์ด คัพ รอบสุดท้าย เป็นครั้งแรกในรอบกว่า 6 ทศวรรษ หรือนับตั้งแต่ฟุตบอลโลก 1958 ไม่เพียงส่งผลกระทบต่อแฟนบอลทั้งชาติเท่านั้น

        นักเตะมากประสบการณ์ของพวกเขาหลายคน ออกมาประกาศเลิกเล่นทีมชาติทันที หลังจากความพ่ายแพ้ต่อทีมชาติสวีเดน ไม่ว่าจะเป็น "ดานิเอเล่ เด รอสซี่", "จอร์โจ้ คิเอลลินี่" และ "อันเดรีย บาซาญี่"

        รวมไปถึงอีกหนึ่งคนอย่าง "จานลุยจิ บุฟฟ่อน" ผู้รักษาประตูระดับตำนาน พร้อมกับเป็นเจ้าของสถิติลงสนามมากสุดในประวัติศาสตร์ของทีมชาติอิตาลี

        หลังจากจบเกม บุฟฟ่อน ถึงกับหลั่งน้ำตาลูกผู้ชายออกมาอย่างไม่อายใคร เพราะฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายที่ดินแดนหมีขาว ถือเป็นทัวร์นาเมนต์ใหญ่ครั้งสุดท้าย ที่เขาหวังจะเข้าร่วมให้ได้

       ถึงแม้ว่าจะปิดฉากเส้นทางกับทีมชาติอิตาลี ไปแล้ว แต่เรายังมี 5 เกมที่น่าประทับใจของบุฟฟ่อน กับการลงรับใช้ทีมชาติชุดใหญ่ มาตลอดกว่า 20 ปี มาฝากกัน  

29 ตุลาคม 1997 : ฟุตบอลโลก 1998 รอบคัดเลือก (เพลย์ออฟ, เกมแรก)

        นัดดังกล่าว ทีมชาติอิตาลี มีโปรแกรมบุกไปเยือนทีมชาติรัสเซีย ท่ามกลางสภาพอากาศที่เลวร้าย หิมะตกลงมาอย่างหนัก และสนามเต็มไปด้วยโคลนตม

        ปัญหายังเพิ่มเติมมาอีก เมื่อผู้รักษาประตูตัวจริงอย่าง "จานลูก้า ปายูก้า" เล่นต่อไม่ไหว และถูกเปลี่ยนตัวออกระหว่างเกม ทำให้บุฟฟ่อน ในวัยเพียง 19 ปี ต้องถูกส่งลงมาเล่นแทน

        นั่นเป็นการลงเล่นทีมชาติอิตาลี ชุดใหญ่ เป็นครั้งแรกในชีวิตของเขา แน่นอนว่า มันเป็นประสบการณ์ที่ไม่มีวันลืมเลือนอย่างแน่นอน

        "หากต้องเลือกมาสักหนึ่งเกม ที่ผมไม่อยากมีส่วนร่วมเลย ก็คงต้องเป็นเกมนี้แหล่ะ สภาพแวดล้อมถือว่าเลวร้ายมาก และเต็มไปด้วยความตึงเครียด เพราะมันเป็นเกมสำคัญ ที่มีการเข้ารอบฟุตบอลระดับเมเจอร์เป็นเดิมพัน"

        "สิ่งที่ผมคิดในใจตอนนั้นคือ -เมื่อไหร่จะจบเกมเนี่ย ?-" บุฟฟ่อน ย้อนความทรงจำ ทว่าเขาสามารถเอาตัวรอดได้สำเร็จ พาพลพรรค "อัสซูรี่" เก็บผลเสมอ 1-1 ก่อนมาซิวชัยในนัดสอง ผ่านเข้าไปเล่นเวิล์ด คัพ รอบสุดท้ายได้ตามความต้องการ

3 มิถุนายน 2002 : ฟุตบอลโลก 2002 รอบสุดท้าย (รอบแบ่งกลุ่ม)

        ที่เมืองซัปโปโร ประเทศญี่ปุ่น, ทีมชาติอิตาลี ประเดิมฟุตบอลโลกฉบับเอเชีย ด้วยชัยชนะเหนือทีมชาติเอกวาดอร์ 2-0 โดยเกมนั้น บุฟฟ่อน ลงเฝ้าเสาเป็นตัวจริง ส่งผลให้เป็นเกมแรกของเขา ในการลงสนามในทัวร์นาเมนต์ระดับเมเจอร์

        ซึ่งในเวลานั้น เขาก้าวมาเป็นนายทวารมือ 1 อย่างเต็มตัว ด้วยอายุเพียงแค่ 24 ปีเท่านั้น ถือว่าเป็นการเบียดรุ่นพี่อย่าง "ฟรานเชสโก้ ตอลโด้" ได้เป็นผลสำเร็จ

         ฟุตบอลโลกครั้งนั้น เขาลงสนามทุกนาทีที่อิตาลี ลงทำการแข่งขัน อย่างไรก็ตาม พวกเขามาจอดที่รอบ 16 ทีมสุดท้าย ด้วยการพ่ายต่อเจ้าภาพร่วมอย่างเกาหลีใต้

        โดยถือเป็นการแข่งขันที่เต็มไปด้วยจังหวะปัญหา อันเป็นผลมาจากการตัดสินของกรรมการ ส่งผลให้เป็นเกมที่น่ากังขามากสุดในหน้าประวัติศาสตร์ของฟุตบอลโลก 

14 มิถุนายน 2004 : ยูโร 2004 รอบสุดท้าย (รอบแบ่งกลุ่ม)

        ทีมชาติอิตาลี ประเดิมทัวร์นาเมนต์ดังกล่าว ด้วยการเจอกับทีมชาติเดนมาร์ก พร้อมกับบทสรุป ด้วยการเสมอกันไปแบบไร้สกอร์ 0-0

        อย่างไรก็ตาม มันเป็นเกมที่น่าจดจำของบุฟฟ่อน เพราะมันเป็นการลงเฝ้าเสา ด้วยสภาพจิตใจที่แข็งแกร่งอีกครั้ง ถือว่าเป็นการคัมแบ็คกลับมา หลังจากเอาชนะ "โรคซึมเศร้า" อย่างเด็ดขาด

         บุฟฟ่อน ย้อนความทรงจำว่า "ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2003 ไล่มาจนถึงเดือนมิถุนายน 2004 ผมต้องทนทุกข์ทรมานจากโรคซึมเศร้า"

        "ผมตัดสินใจเข้าพบนักจิตวิทยา เนื่องจากไม่มีความสุขกับชีวิตส่วนตัว และการเล่นฟุตบอล บริเวณขาของผมเริ่มสั่นแบบเฉียบพลัน มันเป็นช่วงเวลาที่แสนมืดมน เพราะปกติแล้ว ผมจะเป็นคนร่าเริง และมองโลกในแง่ดี"

        "ทุกอย่างค่อยๆคลี่คลายลงไป จากที่ผมเคยหวาดกลัวในการลงสู่สนาม แต่ในศึกยูโร 2004 เกมที่ทีมชาติอิตาลี ประเดิมทัวร์นาเมนต์กับทีมชาติเดนมาร์ก ถือเป็นนัดที่น่าหวาดผวา แต่ผมเป็นคนเดียวในสนาม ที่ยังสามารถยิ้มได้"

        "ผมไม่ต้องการพักการเล่นฟุตบอล เพราะรู้สึกว่า นี่คือความรับผิดชอบอันยิ่งใหญ่ต่อเพื่อนร่วมทีม และคนที่ต่างคาดหวังในตัวผม ซึ่งผมไม่อยากทำให้พวกเขารู้สึกย่ำแย่"

9 กรกฎาคม 2006 : ฟุตบอลโลก 2006 นัดชิงชนะเลิศ

        บุฟฟ่อน สามารถพาทีมชาติอิตาลี คว้าแชมป์โลกเป็นสมัยที่ 4 จากชัยชนะเหนือทีมชาติฝรั่งเศส ในช่วงการดวลจุดโทษ พร้อมกับคว้ารางวัลผู้รักษาประตูยอดเยี่ยมประจำทัวร์นาเมนต์ ไปนอนกอดอีกหนึ่งรางวัล

        นอกจากนี้ เขายังบอกว่า ลูกป้องกันลูกโหม่งของซีเนดีน ซีดาน ในช่วงระหว่างเกม ถือเป็นการเซฟที่สำคัญสุดลูกหนึ่งในชีวิตการเล่นฟุตบอลของตัวเองด้วย เหตุผลทั้งหมดบ่งบอกได้ว่า มันถือเป็นแมตช์ที่เต็มไปด้วยความประทับใจอย่างแท้จริง

        ส่วนอีกหนึ่งสถิติบ่งบอกว่า บุฟฟ่อน เป็นปราการด่านสุดท้ายที่สำคัญต่อการคว้าแชมป์ฟุตบอลโลก 2006 เป็นอย่างมาก เพราะตลอดทัวร์นาเมนต์ อิตาลี เสียประตูให้คู่แข่งไปเพียงแค่ 2 ลูกเท่านั้น

       หากเจาะลึกไปที่จำนวน 1 ใน 2 ของประตูที่เสียไป ยังเป็นการทำเข้าประตูตัวเองของทาง "คริสเตียน ซัคคาร์โด้" กองหลังของพวกเขาเองอีกต่าง

11 ตุลาคม 2013 : ฟุตบอลโลก 2014 รอบคัดเลือก

        เกมดังกล่าว ทีมชาติอิตาลี มีคิวยกพลไปเยือนทีมชาติเดนมาร์ก พร้อมกับเก็บผลเสมอ 2-2 ได้สำเร็จ โดยถือเป็นเกมที่สำคัญต่อบุฟฟ่อน เป็นอย่างมาก

        เพราะเป็นการลงสนามในนามทีมชาติอิตาลี เป็นเกมที่ 137 ส่งผลให้เขากลายเป็นนักเตะที่ลงสนามให้อัซซูรี่มากสุดในประวัติศาสตร์ทันที

       โดยเป็นการแซงหน้าเจ้าของสถิติเดิมอย่าง "ฟาบิโอ คันนาวาโร่" ที่ทำเอาไว้ 136 เกม หรือตั้งแต่จบฟุตบอลโลก 2006 รอบสุดท้าย

        บุฟฟ่อน ที่สุดท้ายปิดฉากเส้นทางลูกหนังกับอิตาลี ด้วยการลงสนาม 175 เกม กล่าวถึงความทรงจำครั้งนั้นว่า "การลงเล่นมากสุดในประวัติศาสตร์ของอิตาลี ถือเป็นความสำเร็จที่สำคัญเป็นอย่างมากเลยทีเดียว"

        "ผมยังลงเล่นต่อไปเรื่อยๆ สำหรับทีมชาติอิตาลี เหมือนเป็นจุดหมายหลักสำคัญ มันเป็นการแสดงออกด้านฟุตบอลที่สวยงามที่สุดของผมแล้ว"

ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})

ข่าวใหม่วันนี้

ดูทั้งหมด