:::     :::

คุยกับ ชญาวัต ศรีนาวงษ์ : ทางเลือกที่น่าสนใจของทัพ "ช้างศึก"

วันพฤหัสบดีที่ 07 พฤศจิกายน 2562 คอลัมน์ ONE MAN SHOW โดย แมน โกสินทร์
2,208
ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
คุยเคยอธิษฐานหรือปฏิญาณตนเอาไว้มั้ยว่าจะต้องทำอะไรให้สำเร็จตามเป้าหมายให้ได้ "บี" ชญาวัต ศรีนาวงษ์ แนวรุกจาก "เขี้ยวสมุทร" สมุทรปราการ ซิตี้ ก็เคยทำเช่นกัน และที่น่าทึ่งคือสิ่งที่เขาอธิษฐานมันกลายเป็นความจริง นั่นคือการมีชื่อติดทีมชาติไทย แต่แน่นอนว่าแค่คำอธิษฐานขอพรมันคงช่วยอะไรไม่ได้หากขาดความพยายามที่จะไปถึงฝั่งฝันด้วยตนเอง วันนี้ผมขอนำบทสัมภาษณ์ที่พูดคุยกับ กองหน้าอีกหนึ่งทางเลือก ที่มีชื่อติดทีม "ช้างศึก" ในช่วงเก็บตัวมินิแคมป์ ไปหมาดๆ เมื่อไม่นานมานี้มาฝากกัน

แมน : สวัสดีครับบี ยินดีด้วยกับการมีชื่อใน 32 นักเตะทีมชาติไทยนะครับ นี่เป็นครั้งแรกเลยใช่มั้ยสำหรับทีมชาติชุดใหญ่ 

ชญาวัต : ขอบคุณครับ ใช่พี่เป็นครั้งแรกเลย ก่อนหน้านี้เคยติดแค่ชุดยู-19 กับ คัดโอลิมปิกครับ

แมน : ยู-19 นี่รุ่นที่น้าฉ่วย (สมชาย ชวยบุญชุม) คุมใช่มั้ย

ชญาวัต : ใช่ครับ ก็ชุดเดียวกับพวก เจ ชนาธิป, นิว ฐิติพันธ์ เนี่ยแหละพี่

แมน : งั้นก็คงปรับตัวไม่ยากเลย เพราะผู้เล่นจากชุดนั้น ก็ขึ้นมาเป็นชุดใหญ่ในตอนนี้กว่าครึ่งทีมแล้ว


ชญาวัต : ใช่พี่ คนอื่นๆ ก็อยู่ในรุ่นใกล้ๆ กัน รู้จักกันเกือบทุกคนครับ ส่วนใหญ่ก็เคยเล่นด้วยกัน เคยเจอกันตั้งแต่สมัยบอลนักเรียนอยู่แล้ว ยู-19 ชุดนั้นผมว่าดีที่สุดชุดนึงเท่าที่เราเคยมีมาด้วยซ้ำ มีคนบอกพวกผมว่าให้เกาะกลุ่มกันไว้ พัฒนาตัวเองไปเรื่อยๆ เพราะพวกเรานี่แหละที่จะขึ้นไปเป็นทีมชาติชุดใหญ่ในอนาคต มาถึงวันนี้ก็เป็นจริงอย่างที่เขาบอกเลย

แมน : แล้วชุดโอลิมปิกก็คือตอนที่พี่ซิโก้ (เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง) คุมเนอะ พี่จำได้ตอนนั้น บี เป็นข่าวเยอะมากที่ถูกจับไปเล่นกลางรับแล้วรองเท้าขาดในสนาม ที่ว่ารองเท้าไม่เหมาะกับการเล่นตัวรับ


ชญาวัต : จริงๆ ผมก็เคยเล่นกองกลางมาก่อนนะครับ โค้ชให้เล่นตรงไหนผมก็ได้หมด ถ้าเขาไว้ใจให้เราลงสนามแล้วก็แสดงว่าเขาเชื่อว่าเราทำได้ คือผมชอบใส่รองเท้าเบาๆ ที่ทำให้เคลื่อนที่ได้รวดเร็ว ซึ่งมันจะเหมาะกับพวกปีกหรือกองหน้าประเภทใช้ความเร็วมากกว่าครับ 

แมน : ขอถามย้อนกลับไปหน่อยครับ บี เริ่มต้นเล่นฟุตบอลที่ไหนแล้วเส้นทางการเป็นนักเตะเป็นยังไงบ้าง

ชญาวัต : เริ่มเล่นจริงจังสมัยอยู่ โรงเรียนกีฬาโคราช ครับ อยู่จนถึง ม.5 แล้วย้ายมาเรียนที่กรุงเทพคริสเตียน

แมน : ตอนอยู่โคราชได้ดวลกับ สารัช อยู่เย็น บ้างมั้ย เพราะเคยได้ยินว่าสมัยเด็กๆ ตังค์ เขาดังมากที่โคราช

ชญาวัต : เจอกันประจำครับ ตอนนั้นตังค์เขาอยู่อัสสัมชัญโคราช ก็เป็นเพื่อนกันมาตลอดครับ

แมน : แล้วพอมาอยู่กรุงเทพคริสเตียน เป็นไงบ้างครับ เล่นกองหน้าหรือเปล่า


ชญาวัต : เล่นอยู่ประมาณปีนิดๆ แล้วก็ขึ้นไปเล่นทีม บีซีซี ในลีก 1 ฤดูกาลครับ ส่วนใหญ่ก็เป็นกองกลางตัวรุกหรือกองหน้านี่แหละครับ จากนั้นก็ย้ายไปเมืองทอง แต่เคยได้ลงเล่นเกมเดียวแล้วก็ถูกปล่อยยืมไปหลายที่ (นครราชสีมา, นครนายก, บางกอก เอฟซี, พีทีที ระยอง) จนหมดสัญญาก็เลยย้ายถาวรไปอยู่กับพัทยา จนถึงปัจจุบันนี่แหละครับ อยู่มาประมาณเกือบ 4 ปีแล้ว

แมน : สำหรับตัวบีเองคิดว่าตำแหน่งที่ดีที่สุดของตัวเองคือตรงไหน

ชญาวัต : คงจะเป็นตำแหน่งที่เล่นอยู่ตอนนี้แหละครับ คือเป็นตัวรุก หน้าต่ำหรือหน้าเป้าก็ได้หมดแล้วแต่โค้ชครับ

แมน : หลายๆ ปีที่ผ่านมา ตั้งแต่สมัยพัทยา จนมาเป็น สมุทรปราการ ปัญหาที่ยังไม่เปลี่ยนไปคือการยืนระยะ เหมือนจะฟอร์มดีแค่เลกเดียว โดยเฉพาะช่วงหลังๆ ที่จะแผ่วปลายในเลกสองนะครับ คิดว่าเป็นเพราะขนาดทีมที่ยังเล็กเกินไปมั้ย ขุมกำลังนักเตะอาจจะยังไม่พอสำหรับการสู้ในฤดูกาลยาวๆ


ชญาวัต : จริงเลยพี่ ที่ว่าทีมฟอร์มไม่นิ่ง เป็นแบบนี้มาตลอดเลย อย่างฤดูกาลนี้จุดเปลี่ยนก็คงเป็นตอนที่เรากำลังลุ้นขึ้นจ่าฝูง แต่นัดที่ไปแพ้ บุรีรัมย์ เกมนั้นก็มีผลต่ออารมณ์ความรู้สึกของพวกเรามาก ที่ว่าขนาดทีมใหญ่ไม่พอก็มีส่วนครับ เพราะเวลาตัวหลักๆ บาดเจ็บไป ก็ยังทดแทนคุณภาพโดยรวมให้ใกล้เคียงเท่าเดิมไม่ได้จริงๆ ครับ

แมน : คิดว่าปีหน้าทีมพร้อมที่จะขึ้นมาอยู่ระดับหัวตารางไทยลีกได้หรือยัง

ชญาวัต : จริงๆ ทางผู้ใหญ่ก็ตั้งเป้าให้เราติดท็อปทรีในปีหน้าให้ได้นะครับ 

แมน : โห ก็ยากอยู่นะ เพราะปีหน้าจะยิ่งหนักกว่านี้อีก บีจี ก็กลับมาแล้ว เชียงราย, บุรีรัมย์, เมืองทอง, ท่าเรือ, แบงค็อก ก็น่าจะแข็งแกร่งขึ้นอีก

ชญาวัต : ก็น่าจะหนักอยู่พี่ ต้องดูการเสริมทีมก่อนว่าจะได้ใครเข้ามาบ้าง โดยเฉพาะตัวต่างชาติ

แมน : พี่ว่าถ้าจะติดท็อปทรีได้ ต้องมีกองหน้าต่างชาติที่การันตียิงคนเดียวปีละ 20 ลูกก่อน

ชญาวัต : ใช่ครับ 

แมน : จำได้ว่าเมื่อปีที่แล้ว บี เคยไปทดสอบฝีเท้าที่ญี่ปุ่นใช่มั้ยครับ ไปเทสต์กับทีมไหนยังไง

ชญาวัต : ใช่ครับ ไปกับ นุ้ก (จักพัน ไพรสุวรรณ) แล้วก็ เคน (พิชา อุทรา) ไม่ได้ไปเทสต์กับสโมสรนะพี่ คือเป็นการเทสต์ที่เขาให้โอกาสนักเตะที่ยังไม่มีสังกัดได้ไปโชว์ให้เอเจนต์และสโมสรต่างๆ ได้เห็นมากกว่า ส่วนใหญ่ที่มาเทสต์ก็เป็นคนญี่ปุ่นที่เคยเล่นอยู่ทีมใหญ่ๆ ทั้งนั้น


แมน : ผลการเทสต์เป็นยังไง เขาให้ทำอะไรบ้าง พอใจกับผลงานของตัวเองมั้ย

ชญาวัต : เขาก็ให้ลงทีมสมอลไซส์ก่อน ถ้าจำไม่ผิดฝั่งละ 9 คนนะครับ ครึ่งละ 15 นาที 2 ครึ่ง แค่นั้นก็เหนื่อยสุดๆ แล้วพี่ เพราะต้องเคลื่อนที่ตลอด เราก็รู้สึกตั้งแต่ตอนนั้นแล้วว่าระดับฟุตบอลที่เราผ่านมายังห่างจากบอลญี่ปุ่นเยอะมาก คนอื่นๆ เขาวิ่งกันแบบรู้หน้าที่ของตัวเอง แต่เรายังวิ่งงงๆ อยู่เลย แล้วหลังจากนั้นก็ลงทีมสนามใหญ่ ครึ่งละ 30 นาที ก็ได้ลงไปเล่นเต็มเกมครับ แต่ก็รู้ตัวว่าคนอื่นๆ เขาทำได้ดีกว่าเราเยอะ

แมน : ได้ประโยชน์อะไรจากการไปเทสต์ครั้งนั้นบ้าง

ชญาวัต : ก็ได้เยอะนะครับ ได้เห็นว่ารูปแบบการเล่นของญี่ปุ่น ไม่ว่าจะระดับไหนเขาก็มีความเข้าใจเกมสูงมาก และถ้าเราจะไปเล่นที่นั่น เราต้องปรับปรุงอีกเยอะเลย ผมไม่แปลกใจเลยว่าทำไม เจ ชนาธิป หรือ นิว ฐิติพันธ์ ถึงบ่นว่าที่นั่นซ้อมหนัก ขนาดผมแค่ไปเทสต์กับพวกฟรีเอเจนต์ก็ยังเห็นถึงความแตกต่างแล้วเลย

แมน : ถ้ามีโอกาสได้ไปเทสต์แบบนั้นอีกจะไปมั้ย

ชญาวัต : ถ้ามีโอกาสก็ไปแน่นอนครับ 

แมน : กลับมาพูดถึงเรื่องทีมชาติหน่อย ตอนที่มีชื่อใน 32 คน เซอร์ไพรส์มั้ย

ชญาวัต : เอาจริงๆ ก็หวังมาตลอดฤดูกาลทุกครั้งที่จะมีการประกาศชื่อนะครับ แต่ก็ไม่คิดว่าจะมามีชื่อเอาตอนช่วงท้ายฤดูกาลเลย แต่ก็แอบลุ้นอยู่ว่าอาจจะมีชื่อเรา 


แมน : ทางทีมชาติติดต่อมายังไงครับ

ชญาวัต : ตอนที่มีชื่อติดยังไม่มีใครติดต่อครับ เห็นแค่ข่าวว่ามีชื่อ แต่หลังจากนั้นก็มีเจ้าหน้าที่ของสมาคมไลน์มาหา มาขอเอกสารต่างๆ 

แมน : คงคล้ายๆ เวลาสมัครงานทิ้งไว้แล้วฝ่ายบุคคลติดต่อมาว่าได้งานแล้วมั้ย อารมณ์แบบโคตรอยากคุยด้วยเลยอะ 555

ชญาวัต : ใช่พี่ อารมณ์ดีมากเลยตอนนั้น 555

แมน : ทำไมถึงมั่นใจว่าเราน่าจะมีชื่อติดทีม ก่อนหน้านี้กระแสการเชียร์ของแฟนบอลถ้าเป็นทีมสมุทรปราการ ไม่นับพวกที่เคยมีชื่ออยู่แล้ว ส่วนใหญ่ก็จะเชียร์ เอี้ยง (ธีระพล เยาะเย้ย), นุ้ก (จักพัน ไพรสุวรรณ), เท่ (เจริญศักดิ์ วงศ์กร) ชื่อของ บี อาจจะไม่ค่อยถูกพูดถึงมากนัก แต่ เท่ กับ นุ้ก เคยบอกพี่นะ ว่าถ้าทีมชาติขาดกองหน้าตัวเก็บบอล บี ก็น่าจะเล่นได้เหมือนกัน คือพี่มองว่าถ้าเทียบเป็นกราฟ คนอื่นๆ เขาจะมีช่วงพีคขึ้นมาเป็นพักๆ แต่ บี จะค่อนข้างเป็นกราฟที่ไม่หวือหวา เส้นกราฟจะนิ่งๆ มากกว่า ไม่ค่อยขึ้นๆ ลงๆ แบบคนอื่น


ชญาวัต : ผมมองว่าโค้ชคนนี้ (นิชิโนะ) เขาเลือกนักเตะจากฟอร์มปัจจุบันครับ ซึ่งกองหน้าไทยก็ไม่ค่อยมีใครที่เห็นฟอร์มชัดๆ ด้วย เราก็น่าจะพอมีลุ้นอยู่เหมือนกัน ฟังดูอาจไม่น่าเชื่อนะครับ ตอนติดยู-19 ปีนั้นผมไปอธิษฐานที่โบสถ์ของ กรุงเทพคริสเตียน ว่าขอให้ผมได้ติดทีมชาติ ซึ่งผมก็ติดจริงๆ ทั้งที่ยู-19ชุดนั้นมีตัวดีๆ เยอะมาก แล้วปีนี้เมื่อช่วงต้นซีซั่น ผมเคยคุยกับแฟนไว้ว่า ปีนี้แหละจะต้องติดทีมชาติให้ได้ แล้วผมก็มีชื่อจริงๆ เหมือนกับว่าเราพูดอะไรไว้แล้วมันกลายเป็นวาจาสิทธิ์ได้เหมือนกัน

แมน : บรรยากาศในการเข้ามินิแคมป์เป็นยังไงบ้างครับ เสียดายมั้ยที่ไม่มีชื่อติด 24 คน

ชญาวัต : ดีมากเลยครับ ผมได้ไปเห็นว่ามีการแข่งขันกันสูงมาก แต่ละคนพยายามแสดงให้โค้ชเห็นว่าทำอะไรได้บ้าง คราวนี้ไม่ติดก็ไม่เสียดายครับ ดีซะอีกที่เราได้รู้ว่าทีมต้องการอะไร ต้องการนักเตะแบบไหน ผมจะได้เอาไปปรับปรุงข้อบกพร่องเพื่อครั้งต่อไปจะได้มีโอกาสเข้ามาอีก


แมน : หลังจากนี้จะพักผ่อนยาวเลยมั้ยครับ ก่อนกลับมาเข้าแคมป์พรีซีซั่นของสโมสร

ชญาวัต : ก็คงกลับโคราชครับ แต่คงไม่ได้ไปไหนนานๆ กลับมาเข้าแคมป์อีกทีก็กลางเดือนหน้าเลยพี่

แมน : โอเคครับบี ขอบคุณมากนะครับ ไว้โอกาสหน้ารบกวนใหม่

ชญาวัต : ขอบคุณมากครับพี่


ถ้าชอบก็กดไลค์ ถ้าใช่ก็กดแชร์กันด้วยนะครับ (แมน โกสินทร์)


ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})

ข่าวใหม่วันนี้

ดูทั้งหมด