:::   20:06 - สยบลือ!บี.ร็อดต่อเลสเตอร์ถึง2025   :::   18:06 - ศาลลดโทษสิงห์!ไฟเขียวซื้อม.ค.   :::

คุยกับ ณัฐพร พันธุ์ฤทธิ์ : ย้อนอดีตแข้ง "ช้างศึก" ผู้พิชิตทัพญวน

วันอาทิตย์ที่ 17 พฤศจิกายน 2562 คอลัมน์ ONE MAN SHOW โดย แมน โกสินทร์
2,310
ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ก่อนที่ทีมชาติไทยจะต้องทำศึกสำคัญในการบุกไปเยือน หมี ดิ่งห์ สเตเดียม ของทีมชาติเวียดนาม ในฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย นัดที่ 5 ในวันอังคารนี้ อยู่ๆ ผมก็หวนนึกถึงลูกยิงซ้ายพิฆาตญวนของนักเตะคนนี้ขึ้นมา เขาเคยสร้างรอยยิ้มให้แฟนบอลชาวไทยในครานั้นและอีกหลายๆ วาระ ปัจจุบันเขามีบทบาททั้งการเป็นโค้ชบอลเด็กยู-17ของทีมเมืองทองฯ และคอมเมนเตเตอร์ฟุตบอลให้ทางทรูสปอร์ฺต เพื่อเป็นการเอาฤกษ์เอาชัยก่อนเกมสุดสำคัญ ผมอยากพาคุณผู้อ่าน ไปติดตามชีวิตก่อนและหลังแขวนสตั๊ดที่น่าสนใจมากๆ ของอดีตแข้งดังนามว่า "โอ๊ต" ณัฐพร พันธุ์ฤทธิ์ ผ่านบทความนี้กัน

แมน : สวัสดีครับคุณโอ๊ต ขอรบกวนเวลาหน่อยนะครับ พอดีผมมีหลายๆ ประเด็นที่อยากคุยกับคุณโอ๊ตครับ

ณัฐพร : ยินดีครับคุณแมน

แมน : ตอนนี้หลังเลิกเล่นฟุตบอล อาชีพหลักๆ คือเป็นคอมเมนเตเตอร์ฟุตบอลหรือเปล่าครับ

ณัฐพร : อาชีพหลักผมคือการเป็นโค้ชทีมเยาวชนเมืองทองฯรุ่นอายุ 17 ปีมากกว่าครับ 


แมน : แล้วการเข้ามาเป็นคอมเมนเตเตอร์ทางทรูวิชั่น นี่เป็นยังไงมายังไงครับ เดี๋ยวนี้เห็นนักฟุตบอลเบนเข็มมาทำงานสายนี้กันเยอะเลย

ณัฐพร : ผมเริ่มต้นไปทำที่ Bein ก่อนครับ แล้วหลังจากนั้นก็โยกมาทำที่ ทรูสปอร์ต "มด สุรเดช" ชวนเข้ามาและแนะนำทางผู้ใหญ่ให้ ผมเห็นว่าเป็นงานเกี่ยวกับฟุตบอลก็เลยมีความสนใจ 

แมน : การมาทำงานสายวิเคราะห์เกม ต้องมีการทำการบ้านหรือศึกษาข้อมูลอะไรเพิ่มเติมเยอะมั้ย

ณัฐพร : ก็ต้องดูเกมเยอะขึ้นกว่าเมื่อก่อนครับ และก็ได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆ เยอะ เพราะฟุตบอลมันไม่เคยหยุดพัฒนา เราก็ต้องตามให้ทันด้วย เพื่อจะได้วิเคราะห์ได้ถูกต้อง


แมน : แล้วไปยังไงมายังไง ถึงได้เข้าไปทำงานโค้ชให้ทีมเยาวชนเมืองทองครับ อยู่ชุดเดียวกับ จักราช โทนหงสา รึเปล่า 

ณัฐพร : อ๋อ พี่บู๋แกทำทีมชุดยู19 ครับที่แข่งโค้กคัพ ส่วนผมทำยู-17 คนที่ชักชวนผมมาเมืองทองก็คือพี่เป้ (รณฤทธิ์ ซื่อวาจา) กับพี่ กานต์ (จันรัตน์) นี่แหละครับ

แมน : คิดจะเอาจริงยาวๆ กับงานโค้ชเลยมั้ย

ณัฐพร : แน่นอนอยู่แล้วครับ ตอนนี้ผมก็สอบได้ บี ไลเซนส์ แล้ว เราเป็นนักบอลมาทั้งชีวิต ยังไงก็ต้องอยู่กับมันไปตลอดอยู่แล้ว 

แมน : เด็กยู-19 ทีมชาติไทย ชุดที่ตกรอบคัดเลือกชิงแชมป์เอเชีย มีจากทีมของคุณโอ๊ตบ้างมั้ย

ณัฐพร : มีติดไปคนเดียวคือ "เจ้าแบงค์" ปุรเชษฐ์ ทอดสนิท ทางทีมชาติเขาขอมาครับ

แมน : คิดว่า ยู-19 ชุดนี้ ได้ผู้เล่นที่ดีที่สุดในประเทศไทยไปเล่นทีมชาติแล้วหรือยัง น่าจะมีคนอื่นที่สมควรได้รับโอกาสมั้ย

ณัฐพร : ผมมองว่าปัญหาคือการส่งต่อผู้เล่นระหว่างรุ่นสู่รุ่นมากกว่าครับ คือลองดูชุดยู-16 ที่เคยรวมตัวกัน พอมาเป็นยู-19 มีการผลักดันขึ้นมาเหลือกี่คน แทบจะเปลี่ยนหน้าทั้งชุด ผมคิดว่าเราควรจะขยับดันขึ้นไปตามรุ่น ถ้าใครเก่งพอก็อยู่ต่อ ใครยังไม่ดีก็คัดออกไป หรือมีคนเก่งกว่าก็ต้องดึงเข้ามาเสริม ระบบทั่วโลกเขาใช้วิธีนี้กัน เพื่อให้นักเตะได้พัฒนาร่วมกันอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่พอชุดนี้ไม่ประสบความสำเร็จ พอเปลี่ยนโค้ช ก็โละผู้เล่นยกชุด ผมว่าทำแบบนี้ความต่อเนื่องมันจะไม่ค่อยมี

แมน : เหมือนอย่าง กัมพูชา ที่ชนะเราเนอะ ผมจำนักเตะกัมพูชาชุดนี้หลายๆ คนได้ ผู้เล่นแกนหลักก็ดันขึ้นมาจากยู-16 ปีก่อน หรืออย่าง ญี่ปุ่น เราก็เห็น (ทาเกฟุสะ) คุโบะ เล่นมาตั้งแต่ ยู-16, ยู19 จนขึ้นชุดใหญ่ไปแล้ว

ณัฐพร : ใช่ครับ หรืออย่างทีมชาติชุดปัจจุบัน เราเห็นพวก ชนาธิป, ฐิติพันธ์, ธนบูรณ์ และอีกหลายๆ คน ก็เล่นมาด้วยกันทุกรุ่น หรือไม่ก็อายุไล่เลี่ยกันทั้งนั้น พอขึ้นมาเป็นชุดใหญ่ก็จะเห็นว่ามีความเข้าขาเข้าใจกัน 

แมน : หรืออย่างรุ่นของคุณโอ๊ตเอง ชุดนั้นก็ขึ้นจากเยาวชนมาเล่นชุดใหญ่พร้อมๆ กันแทบทั้งนั้น มองอีกมุมนึง สมัยนี้นักเตะมีให้เลือกใช้เยอะกว่าสมัยก่อนมากเลยนะ 


ณัฐพร : ครับ แต่ก่อนกว่าจะเข้ามาติดทีมชาติได้ ต้องผ่านการคัดตัวหลายขั้นตอน แต่สมัยนี้มีอคาเดมี่ มีสโมสรที่มีคุณภาพในการพัฒนานักเตะ สร้างผู้เล่นขึ้นมามากมาย อยู่ที่ทีมชาติจะเลือกหยิบจับใครมาใช้งานให้เหมาะที่สุด

แมน : คิดว่าการตกรอบของทีมชาติเยาวชนของไทย ปัญหาเกิดจากอะไรครับ

ณัฐพร : มันก็คงมีหลายสาเหตุนะครับ แต่ผมไม่ขอกล่าวโทษพี่หระ (อิสระ ศรีทะโร) นะ เพราะเราคนทำอาชีพเดียวกัน แกเป็นรุ่นพี่ผม และผมเองก็เล่นฟุตบอลทันกันกับแก ผมมองเห็นว่าแกมีความทุ่มเทและตั้งใจดี มีมุมความคิดที่ดีหลายๆ อย่าง และอยากให้ทุกอย่างออกมาดีเหมือนทุกคนน่ะแหละ เรื่องนี้ผมขอโนคอมเม้นท์แล้วกันครับ

แมน : ประเด็นนี้ผมว่าจะถามพอดีเลย คือทีมชาติเยาวชน โปรแกรมแข่งระดับเอเชีย มันไปชนหรือคาบเกี่ยวกับบอลนักเรียนชิงแชมป์เอเชีย หรืออย่างตอนนี้ก็มีบอลจตุรมิตร และรายการอื่นๆ ที่ภาคเอกชนจัดอีก ซึ่งนักเตะหลายๆ คนก็ถูกกระจายแบ่งไปเล่นทีมนั้นทีมนี้ มันเลยอาจเป็นสาเหตุหรือไม่ที่ทีมชาติไทยชุดเยาวชนของเรามักจะมีปัญหาไม่ได้ตัวผู้เล่นที่ดีที่สุดไปใช้งาน

ณัฐพร : เรื่องนี้ผมอยากให้ผู้หลักผู้ใหญ่ที่มีอำนาจทุกหน่วยงานหันหน้ามาคุยกันมากกว่าว่าจะเตรียมทีมอย่างไร จะมีการจัดการโปรแกรมการแข่งขันภายในอย่างไรให้ทีมชาติของเรามีความพร้อมและมีคุณภาพมากที่สุด ผมว่าทุกคนก็รู้ปัญหาครับ แต่จะแก้ไขอย่างไรนี่สิ ซึ่งถ้าอยากให้ออกมาดีก็ต้องพยายามแก้ไขให้ได้ครับ

แมน : ถ้ามีโอกาส คุณโอ๊ต จะรับงานคุมทีมชาติไทยชุดเยาวชนมั้ย

ณัฐพร : ให้พี่ๆ เขาลุยไปก่อนเลยครับ 555  ผมอยากเก็บประสบการณ์ไปเรื่อยๆ ก่อน เอาให้พร้อมจริงๆ แล้วค่อยคิดไปไกลกว่านี้ เอาแค่ยู-17 ของเมืองทอง ก็อยากขอทำให้มันออกมาดีก่อนครับ 

แมน : แล้วถ้าเป็นงานสโมสรล่ะ อย่างตอนนี้ก็มีโค้ชที่อายุน้อยๆ เช่นพี่อั๋น (สุรพงษ์ คงเทพ) หรือ พี่โจ (ธีรศักดิ์ โพธิ์อ้น) ที่เข้าสู่ยุทธจักรเต็มตัวไปแล้ว

ณัฐพร : พี่อั๋นแกก็เริ่มจากงานโค้ชเยาวชนของเมืองทองนี่แหละครับ แต่แกมีจังหวะที่ดีที่ได้โอกาสคุมทีมผู้ใหญ่แล้วไปได้สวย ผมมองว่าถ้าวันนึงจังหวะเวลามันก็อาจเป็นของเราได้ครับ


แมน : สำหรับคุณโอ๊ตคิดว่าการทำทีมบอลเด็กกับบอลผู้ใหญ่ อันไหนยากกว่ากัน

ณัฐพร : ทีมผู้ใหญ่ผมก็ยังไม่เคยทำเนอะ ตอบยากเหมือนกัน แต่ผมอยากเริ่มต้นจากการทำบอลเด็ก ได้เรียนรู้การบริหารจัดการ ทำให้เด็กๆ เชื่อและปฏิบัติตามในสิ่งที่ผมถ่ายทอดให้ได้ก่อน ด้วยความเป็นเด็กก็มีความยากตรงที่วัยนี้เป็นวัยที่มีปัญหาทั้งในและนอกสนาม เราในฐานะผู้ฝึกสอนก็เหมือนเป็นผู้ปกครองคนหนึ่ง อะไรที่แนะนำได้ก็คอยแนะนำ แต่ถ้านอกสนามเขาจะเชื่อเราหรือไม่ก็เป็นสิทธิ์ของเขาแล้ว 

แมน : หลายๆ ทีม เด็กๆวัยนี้จะมีแฟน มีสาวๆ เป็นเอฟซีมานั่งดูตอนซ้อม หรือเพื่อนฝูงรอไปเที่ยวกันต่อ อันนี้ทางคุณโอ๊ตเจอปัญหานี้มั้ย หรือผู้ปกครองเด็กๆ ที่กดดันด้วยการเปรียบเทียบลูกกับคนอื่น

ณัฐพร : ผมมองว่าเป็นเรื่องส่วนตัวนะ จะไปห้ามก็คงไม่ใช่เรื่อง แต่ถ้าอะไรที่เกินเลยไปเราก็ต้องแนะนำตักเตือนครับ เรื่องผู้ปกครองที่นี่ไม่มีปัญหาเลย เพราะทางสโมสรห้ามคนนอกเข้าครับ เมืองทองทำอคาเดมี่ในระบบสโมสร ไม่ได้เหมือนทีมโรงเรียน ถ้าเป็นทีมโรงเรียนจะมีปัญหาแบบนั้นเยอะอยู่เหมือนกัน

แมน : ย้อนถามไปสมัยที่คุณโอ๊ตเริ่มเล่นฟุตบอลหน่อย คุณโอ๊ตเป็นคนนครสวรรค์ถูกมั้ยครับ เริ่มเล่นฟุตบอลที่ไหน เส้นทางช่วงแรกๆ เป็นยังไงบ้าง

ณัฐพร : ผมเรียนที่รร.ประจำจังหวัดนครสวรรค์ แล้วก็เริ่มเตะฟุตบอลที่นั่นครับ

แมน : นครสวรรค์ตอนนั้น มีสโมสรถาวรฟาร์มโด่งดังมากเลยนี่นา แต่ก่อนมีนักเตะอย่าง เสนาะ โล่งสว่าง, วิฑูรย์ กิจมงคลศักดิ์

ณัฐพร : ใช่ครับ ผมก็ได้ไปเล่นกับ ถาวรฟาร์ม อยู่ช่วงนึง ตอนที่ติดทีมชาติยู17 ไปบอลโลกที่นิวซีแลนด์ ต้องเท้าความให้ฟังก่อนว่า พอดีทีมชาติเขามาอุ่นเครื่องกับถาวรฟาร์ม แล้วปรากฎว่าถาวรฟาร์มเป็นฝ่ายชนะ นัดนั้นผมยิงไปประตูนึง หลังจบเกม "น้าติ๊ก" (สมชาติ ยิ้มศิริ) และพี่ก๊อก (พงษ์พันธ์ วงษ์สุวรรณ) ก็มาถามว่าผมอายุเท่าไหร่ พอผมบอกว่า 16 ครับ แกก็ให้ผมไปซ้อมกับทีมชาติชุดนั้นเลย 


แมน : ทีมชาติยู-17 ปี 1999 ชุดที่เปลี่ยนผู้เล่นยกทีมตอนไปเล่นรอบสุดท้ายที่นิวซีแลนด์น่ะหรอครับ 

ณัฐพร :นั่นแหละครับ ที่มี ตี๋ สินทวีชัย, ลีซอ ธีรเทพ และอีกหลายๆ คน คือชุดนั้นรวมตัวกันขึ้นมาใหม่เลย

แมน : นั่นคือจังหวะที่ทำให้ชีวิตเปลี่ยนเลยมั้ย

ณัฐพร : ครับ จากนั้นผมก็ย้ายไปเรียนที่ อัสสัมชัญ ศรีราชา แล้วก็ไปเล่นให้ ธนาคารกสิกรไทย ตอนนั้นทันพวกพี่โต นิพนธ์ มาลานนท์ ทันพี่ๆ กสิกรชุดนั้นหมดเลย ก่อนที่จะยุบสโมสรไป แล้วผมก็ย้ายไปอยู่กับพนักงานยาสูบ

แมน : ก็น่าจะคุ้นเคยกับพี่อู๊ด สัจจา (ศิริเขตร์) สิ แต่ก่อนผมไปเตะบอลสนามหญ้าเทียมที่แกดูแลอยู่ประจำ เออผมเห็นน้องๆ ที่โมโน29 บอกว่าเจอคุณโอ๊ตไปเตะฟุตบอลกับพวก ดักโน่ เซียก้า ที่สนามคิกอารีน่า บ่อยมาก

ณัฐพร : อ๋อ ผมไปเตะกับพวกเพื่อนๆ ทีมสตาฟฟ์ของเมืองทองนี่แหละครับ ไปประจำทุกวันพุธ คราวหน้าเจอผมก็เข้ามาทักได้เลยครับ หรือจะมาเล่นด้วยกันก็ได้นะ 

แมน : ไม่ไหวล่ะครับ สงสัยจะหาบอลไม่เจอ ถามเรื่องค้าแข้งต่อดีกว่า คุณโอ๊ตก็ได้เล่นมาหลายๆ สโมสรเนอะ ไม่แน่ใจว่าเคยไปค้าแข้งต่างประเทศ หรือมีข้อเสนอจากพวก เวียดนาม, สิงคโปร์ อะไรมาบ้างมั้ย

ณัฐพร : เวียดนามเคยมีติดต่อมาแต่ไม่ได้ไปครับ แต่ที่เคยไปเล่นเลยก็คืออินโดนีเซีย 

แมน : ไปเล่นกับสโมสรไหนนะครับ ข้อมูลนี้ผมไม่เคยทราบมาก่อนเลย

ณัฐพร : เป็นทีมระดับท้องถิ่นไม่ได้มีชื่อเท่าไหร่ครับ ชื่อทีม Persikab พอดีช่วงนั้นลีกของไทยจบฤดูกาล แล้วผมก็ได้ไปเล่นในช่วงเลกสองที่อินโดอยู่ประมาณ 6 เดือนครับ 

แมน : สมัยนั้นใครได้ไปเล่นต่างประเทศในแถบอาเซียนก็ถือว่ามีโอกาสไปขุดทองสร้างฐานะกันเลยทีเดียวใ

ณัฐพร : ใช่ครับ เพราะตอนนั้นฟุตบอลลีกบ้านเราก็ยังไม่ได้สามารถเลี้ยงชีพได้ขนาดนั้น

แมน : ผมเคยคุยกับนักฟุตบอลเก่าๆ หลายคน เขาบอกว่าถ้าพี่ตุ๊ก ปิยะพงษ์ ผิวอ่อน, โค้ชเฮง วิทยา เลาหกุล หรือ พี่ซิโก้ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง มาเกิดในยุคนี้ก็คงได้ค่าเหนื่อยหลายแสนไปแล้ว 


ณัฐพร : โอ้โห น่าจะได้เป็นล้านเลยด้วยซ้ำมั้งครับ

แมน : รู้สึกยังไงกับคำพูดนี้ที่ว่านักฟุตบอลสมัยนี้โชคดีที่เกิดมาในยุคที่ฟุตบอลลีกกำลังบูม

ณัฐพร : ผมว่าไม่จริงนะ สมัยผมเล่นอาจจะยังขาดในเรื่องวิทยาศาสตร์การกีฬา แต่ละยุคมันก็มีช่วงเวลาของมัน ในยุคก่อนๆ คนยุคนั้นก็มองว่าเป็นยุคทองของตัวเอง อย่างยุคผม ผมก็มองว่ามันก็ดีในระดับนึงแล้ว ปัจจุบันได้เห็นนักเตะไทยไปค้าแข้งเจลีกหลายคนและอาจจะมีไปเพิ่มอีก แต่อีกสัก 10 ปีข้างหน้า เราอาจจะมีนักเตะไปเล่นลีกยุโรปหลายๆ คนก็ได้ เห็นมั้ยว่ามันก็เป็นเรื่องของแต่ละยุคไป เอามาเทียบกันไม่ได้หรอกครับ แต่สิ่งที่ผมเห็นแล้วชอบมากก็คือ แต่ก่อนเราไปตามห้างสรรพสินค้าหรือสถานที่ท่องเที่ยว เราอาจจะเห็นคนใส่เสื้อบอลทีมชาติอังกฤษ, บราซิล, เยอรมัน ไม่ค่อยเห็นใครใส่เสื้อบอลไทย แต่เดี๋ยวนี้ อย่าว่าแต่เสื้อทีมชาติหรือสโมสรดังๆ ในไทยลีกเลย แม้กระทั่งทีมท้องถิ่นตาม T3,T4 เราไปที่ไหนเราก็จะเห็นคนใส่เสื้อทีมท้องถิ่นบ้านเกิดหรือทีมที่เขาเชียร์ด้วยความภาคภูมิใจ นี่แหละครับที่ผมมองว่าสมัยนี้ฟุตบอลอาชีพมันกำลังเติบโตไปในทางที่ดีมากๆ

แมน : ถามถึงเรื่องทีมชาติบ้างดีกว่า ผมจำติดตาได้อยู่ลูกนึงที่คุณโอ๊ตยิงไกลด้วยเท้าซ้ายใส่เวียดนาม แล้วลูกนั้นทำให้เราเป็นแชมป์น่าจะซีเกมส์ปี2003 ถ้่าจำไม่ผิดนะ นั่นคือประตูแห่งความทรงจำที่สุดของคุณโอ๊ตเลยมั้ย


ณัฐพร : เอาจริงๆ ทุกลูกมันอยู่ในความทรงจำของผมหมดเลยนะ ถ้าพูดถึงลูกนั้น ซีเกมส์ครั้งนั้นเป็นปีสุดท้ายที่ใช้กฎโกลเด้นโกล ลูกที่ผมยิงเข้าไปตอนต่อเวลาพิเศษ มันก็กลายเป็นประตูตัดสินเลย ความพิเศษก็คือเราไปชนะและคว้าแชมป์ได้ที่บ้านเขาด้วย

แมน : คิดว่าบรรยากาศแบบนั้นจะเกิดขึ้นอีกมั้ย ในเกมของทีมชาติไทยที่จะไปเยือนเวียดนามในบอลโลกนัดต่อไปนี้ เห็นอะไรเปลี่ยนไปบ้างในการเข้ามาทำทีมของ อากิระ นิชิโนะ

ณัฐพร : ผมว่าเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีเยอะเลยนะครับ นักเตะเองก็มีความเชื่อมั่นศรัทธาในตัวโค้ช โอกาสมันก็เป็นไปได้เลยนะ  แต่อย่างว่าไม่มีใครจะทำทีมชนะได้ตลอดไปหรอก แฟนบอลก็ต้องช่วยส่งกำลังใจให้นักเตะของเรากันด้วยครับ เดี๋ยวพอดีผมต้องไปทำธุระ ขอตัวก่อนนะครับ

แมน : โอเคครับ ขอบคุณมากนะครับคุณโอ๊ต

ณัฐพร : ครับยินดีครับ

ถ้าชอบก็กดไลค์ ถ้าใช่ก็กดแชร์กันด้วยนะครับ (แมน โกสินทร์) 


ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})

ข่าวใหม่วันนี้

ดูทั้งหมด