:::     :::

ชีวิตลูกหนังกับ "คริสเตียโน่ โรนัลโด้"

วันจันทร์ที่ 18 พฤศจิกายน 2562 คอลัมน์ Zero to Hero โดย บังคุง
1,667
ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
เดินหน้าทำลายสถิติอย่างต่อเนื่อง

สำหรับ "คริสเตียโน่ โรนัลโด้" หลังจากยิงประตูในเส้นทางลูกหนังของตัวเอง ทั้งกับทีมชาติโปรตุเกส และสโมสร แตะหลัก 700 ประตู เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ล่าสุด ในฐานะนักเตะทีมชาติโปรตุเกส เขาสามารถยิงในนามทีมขาติไปแล้ว 99 ประตูด้วยกัน โดยขออีกเพียงประตูเดียว ก็จะยิงได้ครบ 3 หลัก

ช่วงนี้ เราไปดูมุมมองบางส่วนเกี่ยวกับลูกหนังของเขากัน ทั้งในเรื่องของการดูแลตัวเอง, บทเรียนจากอดีตที่ผ่านมา รวมไปถึงเป้าหมายที่วางเอาไว้ในอนาคต 

การรักษาระดับในวัย 34 ปี

"ก่อนอื่นเลย, คุณจำเป็นจะต้องมีความสามารถ หากไม่มีความสามารถแล้ว คุณไม่สามารถทำอะไรได้มากนัก หลังจากนั้น ความสามารถที่ปราศจากการทำงานหนัก ก็จะไร้ค่าเช่นเดียวกัน ไม่มีอะไรฟรีๆตกมาจากฟากฟ้า ผมไม่เคยได้รับสิ่งนั้น หากผมไม่ยอมทำงานหนัก"

" คนเราต่างต้องอายุมากขึ้น แม้คุณจะมีสุขภาพที่ดีมาเป็นระยะเวลานาน แต่ต้องยอมรับว่า ร่างกายคุณต้องเสื่อมไปตามสภาพ เราไม่สามารถแก้ตรงจุดนั้น ผู้คนมักบอกผมว่า ผมมีร่างกายของนักกีฬา แต่ผมมองว่า มันไม่ใช่เรื่องของโครงสร้างร่างกาย และการฝึกซ้อมเท่านั้น แต่ยังรวมถึงเรื่องของไลฟ์สไตล์, โภชนาการ, การนอนหลับ และการออกกำลังกาย"

" ประมาณ 70 เปอร์เซนต์ของชีวิตผม มอบให้กับการทุ่มเทให้กับฟุตบอล ผมทำงานอย่างหนัก ทั้งทางร่างกาย และจิตใจ แม้ว่าความสมบูรณ์แบบอาจไม่มีอยู่จริง แต่ผมคอยพยายามพาตัวเองให้เข้าใกล้คำนั้นมากที่สุด สิ่งที่ทำให้ผมเป็นผมเหมือนทุกวันนี้ นั่นคือการที่ผมถูกรายล้อมไปด้วยคนที่ฉลาด ที่คอยมอบความรัก และแรงบันดาลใจให้กับตัวผม"

" ทุกวันนี้ ผมเรียนรู้จากพวกเขา ย้อนกลับไป 4-5 ที่แล้ว หรือแม้แต่ตอนที่ผมเพิ่งกลายมาเป็นพ่อคน ผู้ก็รู้ตัวเองว่า ผมก็เคยทำผิดพลาดครั้งใหญ่ สมัยที่ตัวผมเองยังเป็นเด็ก ผมไม่ชอบโรงเรียน และไม่ได้เรียนรู้ในสิ่งที่ควรเรียนรู้"

ประตูที่ชื่นชอบ

"การยิงประตูได้ครบหลัก 700 ลูก ถือเป็นอะไรที่น่าประทับใจ ผมภาคภูมิใจเป็นอย่างมาก เพราะมีผู้เล่นเพียงไม่กี่คนที่จะประสบความสำเร็จ นั่นคือสิ่งที่สำคัญเสมอ อย่างไรก็ตาม หากให้ผมเลือกประตูที่ผมชื่นชอบมากที่สุด ผมขอเลือกไปที่สมัยที่ผมยังเป็นนักเตะของเรอัล มาดริด กับประตูที่ผมยิงยูเวนตุส แบบจักรยานอากาศ"

"ลูกนั้นถือว่า เป็นรูปแบบการยิงประตูที่ผมเฝ้าพยายามมานานหลายปี แถมยังเกิดขึ้นในช่วงระยะเวลาสำคัญด้วย แน่นอนว่า มันเกิดขึ้นในการยิงใส่ผู้รักษาประตูที่ยอดเยี่ยมอย่างจานลุยจิ บุฟฟ่อน เช่นเดียวกัน"


การพัฒนาที่อังกฤษ และลีกอื่น

"ย้อนกลับไปตอนอายุ 19 หรือ 20 ผมตระหนักว่าฟุตบอลเป็นเรื่องตัวเลข, แชมป์ และสถิติต่างๆ ไม่ใช่แค่ผลงานในสนามแข่งขันเท่านั้น เมื่อคุณอย่างชนะบางสิ่งบางอย่าง คุณต้องยิงประตูได้เยอะๆ นั่นคือเรื่องที่สำคัญสุดในโลกของฟุตบอลเลยล่ะ มันสอดคล้องกับการช่วยให้ทีมของคุณสามารถคว้าชัยชนะมาครอบครอง"

" ดังนั้น ผมจึงเฝ้าพัฒนาการเล่น และความคิดที่เกี่ยวกับฟุตบอล ย้อนกลับไปในช่วงแรกนั้น ผมเอาแต่เลี้ยงบอล และโชว์ทักษะที่ผมมี สุดท้าย ผมถึงรู้ว่าแค่นั้นมันไม่พอ ผมจึงต้องยิงประตูด้วย โชคดีที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยอดเยี่ยมมาก มีผู้เล่นที่ดีมากมายที่รายล้อมตัวผม"

" พวกเขาคอยสั่งสอน และช่วยให้ผมพัฒนา ไม่ว่าจะเป็นกิ๊กส์, ฟาน นิสเตลรอย, สโคลส์, เฟอร์ดินานด์ รวมถึงเซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ก็สอนผมมากมายหลายอย่าง ผมตระหนักแล้วว่า ผมมีความสามารถในการยิงประตู ไม่ใช่แค่คอยเลี้ยงบอล และแอสซิสต์เพียงอย่างเดียว"

" การเล่นในลีกอังกฤษ ไม่เหมือนกับการเล่นที่สเปน และอิตาลี อย่างไรก็ตาม การเล่นใน 3 ประเทศนี้ มีส่วนช่วยให้ผมพัฒนา ผมคงไม่มีทุกวันนี้ หากผมเป็นคนที่กลัวความท้าทาย ผมไม่ลังเลเลยที่จะออกจากโซนที่ปลอดภัยในชีวิต ผมมองว่าตัวเองมีความยืดหยุ่น"

" ผมสามารถลงเล่นทีมชาติ, สโมสร และผู้จัดการทีมที่แตกต่าง โดยไม่ส่งผลต่อฟอร์มการเล่นของผมเอง ผมมองว่ามีนักเตะเพียงไม่กี่คนหรอก ที่สามารถคว้าแชมป์ในอังกฤษ, สเปน และอิตาลี แม้ว่าผมจะโชคดีที่ได้เล่นให้กับบรรดาสโมสรยักษ์ใหญ่ แต่ผมก็ทำมันได้สำเร็จ"

การเป็นดาวยิงสูงสุดตลอดกาลอันดับ 6 ของโลก (รวมทีมชาติ กับสโมสร)

"มันอาจจะเป็นเป้าหมายได้ เพราะผมอยู่ไม่ห่างจากผู้นำ อย่างไรก็ตาม ผมไม่ปล่อยให้เรื่องของสถิติกลายเป็นความหมกหมุ่น ทุกอย่างที่ผมประสบความสำเร็จในชีวิต เกิดมาจากความเป็นธรรมชาติ หากเรามุ่งเน้นไปที่เป้าหมายเพียงอย่างเดียว มันก็เป็นเรื่องที่ปวดหัว ฉะนั้น จงเพลิดเพลินไปกับสิ่งที่เราทำดีกว่า"


ชีวิตหลังจากนี้

"หากผมเลือกได้ ผมก็อยากลงเล่นเกมสำคัญๆเท่านั้น เกมทีมชาติ และยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก นี่คือการแข่งขันที่สามารถกระตุ้นผมได้มากที่สุด ถือเป็นเกมที่เต็มไปด้วยสภาพแวดล้อมแห่งความกดดัน จากนั้น คุณต้องมีความเป็นมืออาชีพ เพื่อเป็นเกียรติต่อครอบครัว และสโมสรของคุณเอง คุณต้องทำอย่างดีที่สุดในทุกวัน"

"ถือ เป็นเรื่องดีเสมอ เมื่อมีคนพูดถึงผมว่า เป็นนักเตะที่ยอดเยี่ยมที่สุด และแสนวิเศษ แต่เมื่อผมเลิกเล่นฟุตบอลไแปแล้ว มันไม่สำคัญกับผมอีกต่อไป ผมจะตัดขาดจากสิ่งที่ผมทำมาทั้งหมดตลอด 15 ปี ผมชอบสิ่งที่ทำ และสนุกกับตัวเอง การอยู่กับเพื่อนๆ และครอบครัว พร้อมทั้งการเฝ้าดูลูกๆเติบโต"

ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})

ข่าวใหม่วันนี้

ดูทั้งหมด