:::     :::

ต้องทำให้ดีที่สุด

ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
นัดแรกผ่านไปกับการคุมทีม อาร์เซน่อล เฟรดริก "เฟร็ดดี้" ลุงเบิร์ก ได้เห็นชัดยิ่งขึ้นว่ามีสิ่งให้ต้องสะสางเพียบเหลือเกินหลังภารกิจในตำแหน่งใหม่

ลุงเบิร์ก ไม่เคยคุมทีมเต็มตัวมาก่อน ประสบการณ์ในงานด้านโค้ชคือคือทีมเยาวชนเป็นหลัก บทบาทอื่นเคยเป็นมือขวาโค้ชที่โวล์ฟสบวร์ก และสตาฟฟ์โค้ชของ อูไน เอเมรี่ ในฤดูกาลนี้

นัดแรกในการคุมทีมชุดใหญ่เต็มตัวคือเกมพรีเมียร์ลีกที่แคร์โรว์ โร้ด เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา

ภาพที่ได้เห็นคือ อาร์เซน่อล ทำได้ดีขึ้นในเกมรุกกับโอกาสทำประตูที่มากกว่า 7 นัดหลังสุดในลีกที่ผ่านมา แต่ปัญหาในเกมรับที่เสียประตูง่ายดายยังเป็นเหมือนเดิม 

11 ตัวจริงของในการประเดิมคุมทีมของกุนซือมือใหม่ เปลี่ยนไป 5 ตำแหน่งจากนัดสุดท้ายของเอเมรี่ที่พ่ายต่อแฟร้งค์เฟิร์ต 1-2 ในยูโรปา ลีก

แบร์นด์ เลโน่, เซอัด โคลาซินัช, มัตเตโอ เก็นดูซี่, เมซุต โอซิล และ อเล็กซองด์ ลากาแซตต์ ได้กลับมาเป็นตัวจริง 

คนที่เซอร์ไพรส์มากสุดคือ ชโคดราน มุสตาฟี่ ที่เล่นประจำในบอลถ้วย ทว่าได้โอกาสลงเล่นพรีเมียร์ลีกนัดแรกของฤดูกาลและเป็นลงตัวจริงต่อเนื่องมาจากเกมยุโรป

ลุงเบิร์ก เปลี่ยนตัวเกือบครึ่งทีม บางจุดทำได้ดีขึ้น แต่บางจุดยังเล่นเหมือนเดิมไม่ต่างจากยุคของ เอเมรี่

เกมรุกโดยเฉพาะช่วงเริ่มต้นเกมทำได้ดีมาก สามารถต่อบอลโจมตี นอริช ได้ทุกทิศทาง รูปแบบการเล่นลื่นไหล คึกคักสมกับที่แฟนบอลอยากจะเห็น ขาดเพียงการได้ประตูขึ้นนำ 

2 ประตูในนัดนี้ของอาร์เซน่อลมาจากการไล่ตีเสมอทั้งหมด และจากดาวซัลโวคนเดิม โอบาเมย็อง ที่แทบจะเหมายิงนอกบ้านอยู่คนเดียว 


ถ้าเทียบกับหลายนัดที่นำแล้วไม่ชนะ มีแผ่วปลายเสียประตูตลอด นัดล่าสุดถือว่าทำได้ดีเพราะเป็นฝ่ายฮึดตีเสมอแบ่งแต้ม

แต่กระนั้นการที่ต้องเสียประตูให้คู่แข่งในโซนตกชั้นอย่างนอริชก็เป็นสิ่งที่น่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง

มุสตาฟี่ ที่ได้โอกาสลงตัวจริงเกมพรีเมียร์ลีกครั้งแรก ไม่สามารถฉวยโอกาสของตัวเองได้ เขามีปัญหาในการรับมือเกมรุกนอริชที่นำโดย ตีมู ปุ๊กกี้ 

แนวรับชาวเยอรมันเป็นส่วนเกินในยุค เอเมรี่ ที่ต้องการปล่อยให้ทีมอื่นในช่วงซัมเมอร์ แต่ว่าไม่สามารถเจรจากับทีมใดลงตัวได้ หรือจะพูดแบบกำปั้นทุบดิ้นไปเลยว่า "ไม่มีใครอื่น" นั่นทำให้อดีตแชมป์โลกต้องอยู่กับทีมต่อไปและได้โอกาสเพียงในบอลถ้วย

การได้ลงเล่นของ มุสตาฟี่ เป็นสิ่งที่ ลุงเบิร์ก แสดงให้เห็นทันทีว่ากล้าเปลี่ยน กล้าให้โอกาสผู้เล่นในทีม และเป็นสิ่งที่แฟนบอลอยากเห็น ไม่งั้นจะเรียกร้องให้การปลดเอเมรี่ไปทำไม

อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนผู้เล่นไม่ได้หมายความว่าผลงานจะดีขึ้นทันตาเห็น เพราะหากมันเป็นตรรกะง่ายๆ แบบนั้น โค้ชทุกคนบนโลกก็คงใช้สูตรเดียวกันหมด

มุสตาฟี่ คว้าโอกาสของตัวเองไม่ได้ และเมื่ออยู่ในแนวทางการเล่นเกมรับแบบเดิมของอาร์เซน่อล ภาพที่ออกมาก็เลยดูแย่ยิ่งกว่าเดิม

อีก 3 แนวรับที่เล่นร่วมกันทั้ง คาลั่ แชมเบอร์ส, ดาวิด ลุยซ์ และ เซอัด โคลาซินัช ไม่มีใครเป็นที่พึ่งให้ใครได้เลย และการเล่นของแต่ละคนก็มีข้อผิดพลาดให้เห็นบ่อยครั้ง 

ประตู 1-0 ของ ตีมู ปุ๊กกี้ และประตูนำ 2-1 ก่อนจบครึ่งแรกไม่กี่อึดใจของ ท็อดด์ แคนท์เวลล์ เป็นการเข้าทำคล้ายกันที่โจมตีความอ่อนหัดในแนวรับอาร์เซน่อล

ปัญหาเกมรับของปืนใหญ่ที่เรื้อรังมานานหลายปีคือ การเชื้อเชิญให้คู่แข่งพาบอลเข้าพื้นที่อันตรายตัวเองราวกับกำลังผายมือล่อวัวกระทิง  

แท็กติกเกมรับอาร์เซน่อลไม่เน้นการตัดเกม ตัดฟาวล์ เข้าชน หรืออะไรก็แล้วแต่เพื่อเป็นการเบรกเกมรุกคู่แข่งแต่เนิ่นๆ แต่เลือกวิธีวิ่งประคอง คุมเชิง และถอยหลังจนกระทั่งเข้าไปในเขตโทษตัวเองซึ่งเป็นระยะที่คู่แข่งสามารถยิงประตูได้  


นี่คือเหตุผลสำคัญที่อาร์เซน่อลปล่อยให้คู่แข่งได้ยิงในแต่ละนัดเยอะมากและตอนนี้ก็เสียไปแล้วถึง 21 ประตู จาก 14 นัดในลีก มากสุดในบรรดาทีม 10 อันดับแรกของตารางเท่ากับสเปอร์ส

การเล่นเกมรับในนัดแรกของ ลุงเบิร์ก ยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง อีกทั้ง 4 แนวรับชุดนี้ไม่เคยออกสตาร์ตร่วมกันมาก่อน ความเข้าใจในการเล่น การประสานงานจึงมีน้อย 

นอริชได้ 2 ประตูในครึ่งแรกจากการใช้ผู้เล่นเกมรุกน้อยกว่าผู้เล่นเกมรับอาร์เซน่อล ทัพนกขมิ้นจึงเน้นการเล่นแบบนี้อย่างมาก 

เจ้าถิ่นไม่จำเป็นต้องขึ้นเกมรุก 5-6 คนพร้อมกัน ขอแค่ 2-3 ที่กล้าเลี้ยง กล้าเล่น และพาบอลจี้เข้าหากินพื้นที่ไปเรื่อยๆ แค่นี้กองหลังอาร์เซน่อลก็ท้องไส้ปั่นป่วน ออกอาการกันแล้ว 

การจัดทัพของ ลุงเบิร์ก เหมือนใช้กองกลาง 3 คนยืนหน้าแผงหลังคือ กรานิต ชาคา, โจ วิลล็อค และ มัตเตโอ เก็นดูซี่ ส่วนเกมรุกวาง เมซุต โอซิล ปั้นเกมอยู่ข้างหลังคู่หัวหอก ปิแอร์ เอเมอริค-โอบาเมย็อง กับ อเล็กซองด์ ลากาแซตต์

แต่การเล่นจริงดูจะไม่ใช่แบบนั้น วิลล็อค ดันสูงกว่า ชาคา และ เก็นดูซี่ แถมเล่นเหมือนเป็นเพลย์เมกเกอร์ตรงกลาง ขณะที่โอซิลต้องถ่างออกซ้าย ส่วนฝั่งขวาเป็น โอบาเมย็อง โยกมาเล่น และมี ลากาแซตต์ปักหลักหน้าเป้าในระบบ 4-2-3-1

เกมรุกที่เริ่มต้นได้ดีจึงไม่ต่อเนื่อง เพราะตำแหน่งการเล่นสับสนกัน เก็นดูซี่ วิ่งพล่านไม่จำเป็นในหลายจังหวะ ขณะที่ วิลล็อค ก็ไม่ได้อยู่ในฟอร์มที่ดีเหมือนที่เคยทำได้ช่วงต้นฤดูกาล

แดนกลางของอาร์เซน่อลจึงไม่ได้ทำหน้าที่ช่วยตัดเกมรุกของนอริชที่ยิ่งเล่นยิ่งมั่นใจเพราะรู้ว่าต้องเล่นอย่างไร 

ตัวเลยยิงลุ้นยิงประตูอาจใกล้เคียงกัน แต่จังหวะจะแจ้งเป็นนอริชที่ได้ลุ้นมากกว่า และหากไม่ได้ แบร์นด์ เลโน่ ที่เซฟไปถึง 6 ครั้ง อาร์เซน่อลก็อาจมือเปล่ากลับออกมาจากแคร์โรว์ โร้ด

นายทวารทีมชาติเยอรมัน กลายเป็นผู้เล่นที่ทำผลงานดีสุดของอาร์เซน่อลในหลายนัดฤดูกาลนี้ เขามีสถิติเซฟ 59 ครั้งในฤดูกาลนี้ มากกว่าผู้รักษาประตูทุกคนในลีก

สถิติส่วนตัวยอดเยี่ยม แต่เป็นสิ่งสะท้อนถึงปัญหาในเกมรับที่ขยันสร้างานให้ผู้รักษาประตูทีมตัวเอง 

เรื่องการเปลี่ยนตัวน่าจะทำได้ดีกว่านี้ ลุงเบิร์ก เลือกดาวรุ่งอย่าง บูคาโย่ ซาก้า ที่ตัวเองปั้นมากับมือเมื่อฤดูกาลก่อนตอนคุมยู-23 แทนที่จะเป็น นิโกล่าส์ เปเป้ ซึ่งหลังเกม ลุงเบิร์ก ให้เหตุผลว่าไม่ประทับใจการซ้อมของแข้งค่าตัวสถิติสโมสรมากนัก

เกมรับของอาร์เซน่อลมีปัญหาอย่างมาก และเป็นสิ่งที่ ลุงเบิร์ก ต้องรีบแก้ไข บางอย่างแก้ตอนนี้ได้เลยนั่นคือการเลือกวิธีการเล่น การเลือกตัวผู้เล่นลงสนาม แต่บางอย่างก็ต้องรอเช่นการหาผู้เล่นระดับท็อปคนใหม่เข้ามาร่วมทีม

อาร์เซน่อลจำเป็นต้องมีเซนเตอร์อาล์ฟแถวหน้าที่สามารถบัญชาการเกมรับและเป็นผู้นำในทีมได้ แต่นั่นคือการแก้ปัญหาเมื่อตลาดเปิด และต้องใช้เงินไม่น้อย

สิ่งสำคัญสุดตอนนี้คือ วิธีการเล่นที่สามารถเลือกได้ว่าจะเล่นแบบไหน ทำอย่างไรเพื่อไม่ให้ผลลัพธ์ออกมาเหมือนเดิม จากนั้นก็เลือกตัวผู้เล่นที่เหมาะสม 

วิธีการเล่นและตัวผู้เล่นที่เลือกลงสนามในนัดล่าสุดไม่ได้ทำให้เกมรับดีขึ้นเลย หากนอริชคมกว่านี้อีกหน่อย อาร์เซน่อล สภาพศพไม่สวย 

ลุงเบิร์ก ต้องไม่ทำแบบเดิมอีก เพราะนั่นก็คงไม่ต่างอะไรกับคนที่กลายเป็นอดีตไปแล้วอย่าง อูไน เอเมรี่

อดีตแข้งทีมชาติสวีเดนได้โอกาสครั้งสำคัญในชีวิต เขาไม่รู้เช่นเดียวกับอีกหลายคนว่าจะอยู่ในตำแหน่งนานเพียงใด แต่ตราบใดที่ยังอยู่ตรงนี้ เขาต้องทำให้เห็นว่าเปลี่ยนทีมให้ดีขึ้นได้

ทุกคนรู้ว่า การจะทำให้อาร์เซน่อลกลับมาอยู่ในจุดที่ควรจะเป็นต้องใช้เวลาและความพยายามอีกมาก ต่อให้กุนซือระดับ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า และ เจอร์เก้น คล็อปป์ ก็ต้องปาดเหงื่อเมื่อเจอโจทย์ในเอมิเรตส์ สเตเดี้ยม 

แต่ช่วงเวลาสั้นๆ ของ ลุงเบิร์ก สามารถเปลี่ยนบางสิ่งบางอย่างได้เช่นกัน อำนารการตัดสินใจอยู่ในมืออยู่แล้ว 

วิเคราะให้ถูก หาข้อผิดพลาดให้เจอ และเลือกวิธีในการแก้ไข การแก้ปัญหาไม่ได้ขึ้นอยู่กับเวลาเสมอไป 

 



ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})