:::     :::

เกือบจะดีที่สุด

ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
น่าเสียดายอย่างยิ่งสำหรับ อาร์เซน่อล ที่ไม่ได้อะไรเลยในลอนดอน ดาร์บี้แมตช์ล่าสุดหลังปราชัยคา บ้านต่อ เชลซี

ที่บอกว่าน่าเสียดายเพราะไม่บ่อยนักที่ อาร์เซน่อล จะเล่นได้ดีและมีโอกาสเป็นผู้ชนะแบบนี้ มันมีความผิดพลาดที่ไม่น่าเชื่อเกิดขึ้นและส่งผลให้ทีมต้องลงเอยด้วย "มือเปล่า" 

อาร์เซน่อล กับการคุมทีมในบ้านนัดแรกของกุนซือใหม่อย่าง มิเกล อาร์เตต้า เล่นกันได้ดีมากในครึ่งแรกที่เป็นฝ่ายครองเกมและเล่นในแบบวางแผนกันได้ บีบให้เชลซีต้องเป็นฝ่ายเบรกทำฟาวล์มากถึง 13 ครั้งและใบเหลืองอีก 3 ใบ

อาร์เตต้า ปรับผู้เล่น 2 ตำแหน่งจากนัดแรกที่คุมทีมเสมอ บอร์นมัธ 1-1 คาลั่ม แชมเบอร์ส พ้นโทษแบนกลับมาเสียบแทนตำแหน่งของ โซคราตีส ที่ศีรษะกระทบกระเทือนจากนัดล่าสุด ขณะที่ มัตเตโอ เก็นดูซี่ ได้ลงแทน กรานิต ชาคา ที่ป่วย

ปืนใหญ่ของ อาร์เตต้า ยึดระบบ 4-2-3-1 เหมือนเดิมกับการมี เมซุต โอซิล ปั้นเกมในตำแหน่งถนัด ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมย็อง ถ่างออกริมเส้นฝั่งซ้ายเพื่อเปิดทางให้ อเล็กซองด์ ลากาแซ็ตต์ ยืนหน้าเป้า ส่วนริมเส้นขวาเป็น รีสส์ เนลสัน ที่ได้โอกาสก่อน นิโกล่าส์ เปเป้ อีกนัด

การเล่นของอาร์เซน่อลใน 45 นาทีแรกเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น แต่ละคนมีแรงกระตุ้นในการเล่นดีมาก จังหวะการเล่นเร็วกว่าเชลซี และขึ้นนำได้ตั้งแต่สิบนาทีเศษๆ

เมซุต โอซิล ที่แทบไม่มีตัวตนในยุคของ อูไน เอเมรี่ ก็กลับมาเป็นผู้เป็นคนอีกครั้ง เรียกได้ว่านานมากแล้วที่ อาร์เซน่อล ไม่ได้เล่นแบบนี้ เป็น 45 นาทีแรกที่ดีที่สุดในฤดูกาลนี้เลยก็ว่าได้ 

แต่ครึ่งหลัง แฟร้งค์ แลมพาร์ด ปรับเกมของเชลซีได้ดีขึ้น แดนกลางที่ จอร์จินโญ่ ลงมาตั้งแต่ท้ายครึ่งแรกแทน เอแมร์ซอน เริ่มคอนโทรลเกมได้

เชลซี เล่นในเกมของตัวเองได้ตามลำดับ มีโอกาสต่อบอลเข้าพื้นที่อันตรายของ อาร์เซน่อล ได้มากขึ้น เช่นเดียวกับโอกาสลุ้นทำประตูที่ส่งสัญญาณเตือนหลายครั้ง

เจ้าหนู ทาริก ลามพ์เตย์ วัย 19 ปีที่ลงมาแบบสุดเซอร์ไพรส์ และ คัลลั่ม ฮัดสัน โอดอย ช่วยเติมความเร็วและความสดให้กับเกมรุกของ เชลซี ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกับที่ อาร์เซน่อล เริ่มหมดแรง


อาร์เซน่อล ทุ่มพละกำลังลงไปอย่างมากในครึ่งแรก ทำให้ครึ่งหลังเริ่มดร็อปลงพอสมควร ขณะที่ อาร์เตต้า ก็ขยับเปลี่ยนตัวช้าไปนิด โควตาแรกของตัวสำรองถูกใช้ในนาที 76 ซึ่งตอนนั้น เชลซี เปลี่ยนครบ 3 คนไปแล้ว

โอซิล ถูกเปลี่ยนออกให้ โจ วิลล็อค ลงแทนซึ่งกลายเป็นจุดที่ทำให้ประสิทธิภาพในเกมรุกของ อาร์เซน่อล ลดประสิทธิภาพลงไป

ก่อนเข้าสู่ 10 นาทีสุดท้าย อาร์เซน่อล ที่ปักหลักในแดนตัวเองมากขึ้น น่าจะพอยื้อรักษาสกอร์นำของตัวเองได้เพราะแนวรุก เชลซี ดูจะไม่เฉียบมากนัก

แต่แล้วเรื่องไม่น่าเชื่อก็เกิดขึ้นในจังหวะฟรีคิกของ เชลซี ที่ แบรนด์ เลโน่ ออกมาพลาด บอลจึงเลยไปถึง จอร์จินโญ่ ได้แปง่ายๆ เป็นลูกตีเสมอ

จังหวะนี้ช็อกกันทั้งสนามทีเดียวเพราะแทบไม่มีอยากเชื่อว่านักเตะที่ทำผลงานคงเส้นคงวาและช่วยทีมได้มากที่สุดในฤดูกาลนี้จะพลาดง่ายๆ แบบนี้

สภาพที่ เลโน่ ก้มหน้าซบพื้นสนามอยู่นานบ่งบอกได้อย่างดีว่าเขาผิดหวังกับตัวเองมากแค่ไหน เขารู้แบบไม่ต้องให้ใครมาบอกซ้ำว่าเขาพลาดเอง พลาดแบบร้อยเปอร์เซ็นต์

ความผิดของ เลโน่ ส่งผลเสียหาย แต่มันเป็นความผิดพลาดที่ไม่มีใครอยากให้เกิด และทุกคนก็ย่อมมีวันที่พลาดเหมือนกัน อยู่ที่ว่าจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่และส่งผลต่อทีมแค่ไหน วันนี้เป็นวันเลวร้ายของนายทวารทีมชาติเยอรมัน 

สิ่งที่ มิเกล อาร์เตต้า รีบทำหลังจบเกมเช่นเดียวกับเพื่อนร่วมทีมคนอื่นคือเข้าไปปลอยใจอดีตมือกาว เลเวอร์คูเซ่นซึ่งเป็นสิ่งที่ควรทำแล้วเพราะกำลังใจคือสิ่งสำคัญ เพื่อนร่วมทีมและหัวหน้าทีมที่ดีต้องอยู่เคียงข้างกันเสมอไม่ว่าจะช่วงเวลาใดก็ตาม 

อาร์เซน่อล เสียประตูแบบนี้มีผลต่อความมั่นใจและสภาพจิตใจทีเดียวเพราะในภาพรวมเป็นเกมที่ทีมเล่นได้ดี 

ประตูแซงนำ 2-1 กับโมเมนตัมแบบนั้นเกิดขึ้นได้อยู่แล้วเพราะทีมปืนใหญ่กำลังเสียขวัญ การจัดการภายในทีม การยืนตำแหน่ง การป้องกันเริ่มมีปัญหา ทุกอย่างรวนไปหมด 


หลายคนตำหนิ ชโคดราน มุสตา ที่ควรป้องกันลูกยิงของ แทมมี่ อบราฮัม ได้ดีกว่านี้ แต่หากเราดูการเล่นของ มุสตาฟี่ มาตลอดก็คงไม่ได้แปลกใจอะไรเพราะแนวรับชาวเยอรมันทำได้แค่นี้แหละ 

มุสตาฟี่ ควรรีบหยุดเกมตั้งแต่เชลซีได้โต้กลับแรกๆ หรือไม่ก็ควรประกบ แทมมี่ ให้ชิดหน่อยในเขตโทษ ไม่ใช่ปล่อยให้จับบอลเล่นถึง 2 จังหวะ นอกจากนี้ยังยืนเต็มฝ่าเท้า จังหวะโดนโยกหนีจึงขยับตามไม่ทันและจบท่าเดิมๆ "ขาตายหงายหลัง" 

โชคไม่ดีที่ก่อนเกมเซนเตอร์ฮาล์ฟเจ็บ 2 คนอยู่แล้วทั้ง ร็อบ โฮลดิ้ง และ โซคราตีส แถมเล่นไปไม่กี่นาที คาลั่ม แชมเบอร์ส ก็เจ็บอีก ขณะที่ ดีนอส มาฟโรปานอส ที่มีชื่อสำรองก็กระดูกยังไม่ได้ สภาพร่างกายยังไม่พร้อมสำหรับเกมพรีเมียร์ลีก

มันจึงไม่มีทางเลือกอื่นแล้วนอกจากต้องส่ง มุสตาฟี่ ลงเล่นทั้งที่ทุกคนก็รู้กันว่าฟอร์มตกมานานแล้ว และไม่น่าจะเข็นให้กลับมาดีได้

ช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา อูไน เอเมรี่ พยายามปล่อยตัว มุสตาฟี่ ออกจากทีมแล้วแต่ไม่มีใครสนใจจริงจัง ก็เลยได้อยู่ต่อในฐานะตัวเลือกท้ายๆ หลายต่อหลายครั้งไม่มีใครสนใจด้วยซ้ำว่ายังอยู่กับทีม

มุมบวกที่แฟนบอลคงต้องคาดหวังแบบล้มๆ แล้งคือในความอ่อนหัดกับการเล่นเกมรับของ มุสตาฟี่ หรือใครก็ตามในหลายนัดที่ผ่านมา คงทำให้บอร์ดบริหาร "ตาสว่าง" ขึ้นมาบ้างและเห็นเสียทีว่าคุณภาพของผู้เล่นในทีมต่ำเตี่ยเรี่ยดินแค่ไหน

มิเกล อาร์เตต้า ไม่ใช่ผู้วิเศษจากไหนที่จะเข้ามาแล้วสามารถแก้ปัญหาอันเละเทะของอาร์เซน่อลได้ เขาต้องใช้เวลา ใช้ความทุ่มเทอย่างถึงที่สุด และต้องได้รับการสนับสนุนจากสโมสรเพื่อปรับเปลี่ยนทีมให้ดีขึ้น


อีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า ตลาดหน้าหนาวจะเปิดทำการอีกครั้ง นี่คือโอกาสในการแก้ไข้ปัญหาฉุกเฉินจากหลายๆ ปัญหาที่อาร์เซน่อลมีในตอนนี้

ทีมปืนใหญ่จำเป็นต้องมี เซนเตอร์ฮาล์ฟ รายใหม่ที่มีฝีเท้าไว้ใจได้เข้ามาเสริมเพราะที่มีอยู่ตอนนี้ยังวางใจใครแทบไม่ได้ แถมสภาพร่างกายไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์อีก

นอกจากนี้ก็ต้องมี กลางรับอีกรายเพราะโอกาสย้ายทีมของ กรานิต ชาคา มีสูงมาก 

ชาคา ไม่มีชื่อในนัดนี้เพราะมีอาการป่วย มิเกล อาร์เตต้า ยืนยันอีกทีถึงขั้นนอนซมบนเตียงหลังถูกถามหลังว่าเป็นป่วยจริงหรือ "ป่วยการเมือง" ด้วยการที่มีข่าวเตรียมย้ายไปร่วมทีม แฮร์ธ่า เบอร์ลิน ในทันทีที่ตลาดเปิดทำการ

อาร์เตต้า บอกต่อหน้าสื่อว่าไม่ต้องการย้าย แต่หลังฉากไม่รู้ว่าคุยอะไรกันแน่และหากนักเตะใจไม่อยู่แล้ว ถ้ารั้งเอาไว้ก็ยิ่งจะเป็นผลร้าย อาร์เซน่อล ต้องรีบตัดสินใจไม่ใช่ยื้อไปยื้อมาจนพ้นตลาดนักเตะแล้วไม่ได้ทำอะไรเลย 

2 นัดได้ 1 คะแนนโดยแพ้คาบ้านนัดล่าสุดย่อมไม่ใช่ผลการแข่งขันที่ใครต้องการ แต่หลายสิ่งหลายอย่างที่เห็นมีทิศทางที่ดีขึ้นกว่าเดิมมาก

เพียงแต่ยังไม่ดีที่สุดและมีข้อผิดพลาดเกิดขึ้น มิเกล อาร์เตต้า ต้องได้เวลาอีกพอสมควรในการปรับเปลี่ยนแก้ไข และอาร์เซน่อลก็ควรใช้โอกาสในตลาดหน้าหนาวให้เกิดประโยชน์มากที่สุด



ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})