:::     :::

มุมมองโค้ช : หลัง "ช้างศึกยู-23" ผ่านเข้าสู่รอบน็อคเอาท์

วันพฤหัสบดีที่ 16 มกราคม 2563 คอลัมน์ ONE MAN SHOW โดย แมน โกสินทร์
21,426
ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
3 เกมในรอบแบ่งกลุ่มของทีมชาติไทยรุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี ต้องบอกว่าเต็มไปด้วยความประทับใจมากมายที่ทั้ง อากิระ นิชิโนะ, ทีมสตาฟฟ์ และเหล่าแข้งช้างศึก ทำให้แฟนบอลชาวไทยได้มีความสุขกับรูปแบบการเล่นที่เร้าใจและความพยายามทุ่มเท จนประสบความสำเร็จผ่านเข้าสู่รอบน็อคเอาท์ได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของรายการนี้ วันนี้มาดูกันหน่อยว่ามุมมองโค้ชและบุคคลที่คร่ำหวอดในวงการลูกหนังไทย เขาคิดเห็นอย่างไรกับผลงานในเกมเสมออิรัก 1-1 และเส้นทางหลังจากนี้กันบ้าง


วิทยา เลาหกุล อุปนายกฝ่ายพัฒนาเทคนิคสมาคมฟุตบอลฯ

ผมไม่แปลกใจที่ นิชิโนะ เขาโรเตชั่นผู้เล่นเยอะขนาดนี้ในเกมสำคัญนะ เพราะเขาคงเห็นแล้วว่า 2 เกมแรกนักเตะไทยมีสภาพร่างกายที่เป็นรองคู่แข่งที่เขาได้หมุนเวียนผู้เล่นกันหมด มันแสดงให้เห็นว่าเขาไมได้มองแค่เกมนี้ แต่มองไปถึงรอบ 8 ทีมสุดท้ายว่าถ้าไทยผ่านเข้ารอบไปได้ นักเตะที่ได้พักก็จะมีความเฟรชมากขึ้น แต่สิ่งที่ผมห่วงก็คือนักบอลไทยอายุน้อยๆ บางทีอาจไม่เหมือนพวกญี่ปุ่น,เกาหลี บางคนพอหยุดไปเกมนึงพอกลับมาเล่นก็อาจจะขาดความต่อเนื่องได้เหมือนกัน ตรงนี้ก็ต้องมาลุ้นกันว่าการได้พักจะส่งผลดีจริงๆ 

เกมนี้ก็ต้องบอกว่าทำได้ดีกันทุกคน อาจจะมี "ยิม" (วรชิต กนิตศรีบำเพ็ญ) ที่ผมบอกเขาไปแล้วว่าต้องวิ่งให้เยอะกว่านี้หน่อย เขาก็ทำได้ดีแล้วนะในเรื่องของสถิติต่างๆ ทั้งการจ่ายบอลแนวลึกและการครอบครองเกม จ่ายบอลสั้นเพื่อผลาญเรี่ยวแรงของอิรัก แต่อย่างว่าแฟนบอลอาจจะมีทัศนคติที่ไม่ดีต่อเขาอยู่ก่อนแล้วก็เลยยังมีคนตำหนิเขาอยู่ ส่วนตัวผมก็อยากให้เขาแอคทีฟมากขึ้นวิ่งเคลื่อนที่ให้มากขึ้น นิชิโนะ เขารู้อยู่แล้วว่า "ยิม" มีคุณสมบัติอย่างไร พอครึ่งหลังที่ถอยลงมาเป็นมิดฟิลคู่กลางเขาก็ทำได้ดีขึ้น เพราะมีนักเตะด้านหน้าที่มีความเร็วสูงและวิ่งได้เปรียบทำให้เขาจ่ายบอลแนวลึกได้น่ากลัว ทั้ง ศุภณัฏฐ์, เจริญศักดิ์, สุภโชค หรือ เบน เดวิส ซึ่งนี่คือจุดเด่นของทีมชุดนี้เลยที่เรามีผู้เล่นแดนบนที่สามารถโจมตีได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นไปตามแนวทางไทยแลนด์เวย์อยู่แล้วด้วย

ถ้าให้ผมเลือกว่าใครที่ผมประทับใจที่สุด หนึ่งก็คงเป็นผู้รักษาประตู (กรพัฒน์ นารีจันทร์) เขามีโอกาสได้ลงเล่นมากขึ้นทำให้พัฒนาทั้งเรื่องฟอร์มการเล่นและความมั่นใจ ซึ่งถ้าไม่ได้เขาช่วยไว้หลายๆ ครั้ง ไทยก็อาจเสียประตูไปเยอะแล้ว เด็กคนนี้มีอนาคตในทีมชาติชุดใหญ่แน่นอน อีกคนก็คือ เจริญศักดิ์ วงษ์กร นอกจากเป็นคนยิงจุดโทษเข้า ยังต้องชมเรื่องความฟิต การที่เขาวิ่งสปรินท์ได้ทุกจังหวะจนจบเกมแสดงให้เห็นว่าเขามีสภาพร่างกายที่ดีมากๆ และการวิ่งของเขาก็ดีมากด้วย เพราะสปีดของเขาทำให้กองกลางสามารถจ่ายทะลุช่องให้ได้เปรียบ ถ้าจ่ายดีๆ โอกาสหลุดไปถึงกรอบเขตโทษก็มีสูงมาก 

นักเตะชุดนี้มีโอกาสถูกดันขึ้นชุดใหญ่ในฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกหลายคนนะ ผมคิดว่าอย่างน้อยก็ 2-3 คน อย่างแบ็กซ้าย (ทิตาธร อักษรศรี), คู่แฝดที่เล่นเซนเตอร์ (ทิตาวีร์ อักษรศรี), เบน เดวิส ก็น่าสนใจ เขามีเทคนิคการเล่นสไตล์ยุโรป พวกนักเตะที่ฝึกมาในยุโรปจะไม่กลัวในการเผชิญหน้าหนึ่งต่อหนึ่ง ช่วงแรกๆ อาจจะเสียบอลง่ายไปหน่อย อาจเพราะเป็นเกมแรกของเขา แต่พอจับจังหวะได้เขาสามารถลงมาเก็บบอลและเลี้ยงกินตัวเพื่อเรียกฟาวล์ให้ไทยตั้งเกมได้ตลอด ถ้าเขาได้ลงกับทีมชุดนี้บ่อยๆ เขาจะช่วยทีมได้มาก

รอบ 8 ทีม จริงๆ ผมอยากให้เจอกับ ซีเรีย มากกว่านะ เพราะ ซาอุฯ เป็นทีมที่แข็งแกร่งที่สุดของตะวันออกกลาง นักเตะเขามีความเร็ว, รูปร่างดี และเทคนิคดีทุกคน แต่เราเคยอุ่นเครื่องกันมาแล้วก่อนมาเตะรายการนี้ ทั้งสองฝ่ายก็คงมีข้อมูลกันอยู่พอสมควรแล้ว ซึ่งโอกาสชนะเขาก็เป็นไปได้เพราะผมมองว่า ยู-23 ครั้งนี้ แต่ละทีมไม่ได้ห่างกันมากเท่าไหร่ มีโอกาสแพ้ชนะกันได้ทุกทีม


ธวัชชัย ดำรงอ่องตระกูล เฮดโค้ชพีที ประจวบ เอฟซี

ในมุมมองของผมที่เป็นโค้ชก็ไม่ได้แปลกใจนะครับที่ นิชิโนะ เขาเปลี่ยนตัวผู้เล่นเยอะจาก 2 เกมแรก เพราะนักเตะเราล้ามาก เนื่องจากใช้ผู้เล่นใน 2 เกมแรกแค่ประมาณ 13-14 คนเท่านั้น ในขณะที่คู่ต่อสู้ทีมอื่นเขาหมุนเวียนผู้เล่นมาทุกเกมทีละเกือบครึ่งทีม แต่สิ่งที่เป็นห่วงในตอนแรกก็คือกลัวว่าทีมเชปจะเสียไป เพราะการเปลี่ยนนักเตะเยอะๆ แน่นอนว่าความสัมพันธ์ในทีม และทีมเชปมันจะไม่เหมือนเดิม จะเกิดช่องว่างในไลน์ต่างๆ 

เราโชคดีด้วยที่ได้ประตูขึ้นนำเร็ว นี่ถ้าไม่นำก่อนสถานการณ์ของเกมมันก็จะเปลี่ยนไป เห็นมั้ยว่าตอนที่เรานำ 1-0 อิรัก เขาลุกลี้ลุกลนมาก พยายามโหมบุกหนักในช่วง 15 นาทีแรก แต่หลังจากนั้นเขาก็เริ่มหมดเหมือนกัน ท้ายเกมตะคริวขึ้น ในช่วงที่เขาโหมแล้วเอาประตูคืนไม่ได้ ต้องชมว่านักเตะเราควบคุมสถานการณ์และช่วยกันตั้งรับได้ดี พอ อิรัก เขาแผ่ว เราจึงสามารถเริ่มตั้งเกมขึ้นมาได้

คนที่เป็นคีย์แมนสำคัญเลยก็คือ เบน เดวิส ผมไม่เคยเห็นเด็กคนนี้เล่นมาก่อนนะ รู้แต่ว่าเขาฝึกมาจากอังกฤษกับทีมฟูแล่ม เขาทักษะดีมาก และฉลาดในการครอบครองบอล เรียกว่าถ้าบอลอยู่ที่เขาจะสามารถดึงผู้เล่น อิรัก ให้ตามมาไล่เตะได้ 2-3 คนเลย ถ้าได้เล่นร่วมกันบ่อยๆ เขาจะมีประโยชน์กับทีมมาก ต้องชื่นชม นิชิโนะ ด้วยที่เขาแสดงให้เห็นถึงความกล้าที่จะใช้ผู้เล่นที่ยังไม่ได้ลงเล่นเลยตั้งหลายคน ลงเป็นตัวจริงในเกมสำคัญแบบนี้ ซึ่งผลก็คือตอนนี้ไม่มี 11 ผู้เล่นตัวจริงแล้วนะ เพราะทุกคนได้รับโอกาสและพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเล่นได้ การแข่งขันแย่งตำแหน่งในทีมมันจะสูงมากขึ้นและเป็นผลดีกับบรรยากาศในทีม นักเตะเห็นแล้วว่าโค้ชมีความเชื่อมั่นใจตัวเขา และเขาก็จะมั่นใจในตัวเอง เพราะปกติโค้ชหลายๆ คนอาจจะใช้ตัวสำรองในเกมที่ไม่มีผลอะไร แต่มาเลือกให้เล่นเกมนี้แสดงว่าเขามั่นใจและเห็นคุณสมบัติของผู้เล่นแต่ละคนว่าทำอะไรได้บ้าง 

เกมนี้ถ้าให้เลือกคนที่ผมชอบที่สุด ก็คงเป็น กรพัฒน์ (นารีจันทร์) เขาเซฟลูกโหม่งจ่อๆ ท้ายเกมได้ เกมอื่นๆ เขาก็มีมาตรฐานที่ดีสร้างความไว้วางใจให้กองหลังได้ ทั้งการสั่งเกม, การอ่านจังหวะออกมาตัดบอล และการป้องกันประตู รูปร่างเขาดีด้วย ถือเป็นอนาคตของทีมชาติชุดใหญ่ได้เลย อีกคนก็คือ เจริญศักดิ์ วงษ์กร ความเร็วของเขาสร้างปัญหาให้แนวรับคู่ต่อสู้ได้ ปกติเกมแบบนี้ที่ อิรัก เขาต้องการประตู กองหลังเขาต้องดันขึ้นมาแล้ว แต่การมี เจริญศักดิ์ กับ ศุภณัฏฐ์ ทำให้กองหลังเขาไม่กล้าดันขึ้น เพราะ 2 คนนี้ โดยเฉพาะ เจริญศักดิ์ สปีดจัดมาก ถ้ากองกลางจ่ายบอลทะลุให้เขาได้ กองหลังไล่ไม่ทันแน่นอน เราเลยได้เห็นว่าแบ็คของ อิรัก ไม่ค่อยกล้าเติมขึ้นมาช่วยปีก นอกจากเกมรุก เวลาถูกบุกขึ้นมาทางขวา เจริญศักดิ์ ก็จะลงมาช่วย พีฬาวัชร ได้หลายครั้ง และสามารถโต้กลับได้ทันทีด้วยการทิ้งบอลตัดแบ็คคู่แข่ง เรามีตัวที่จ่ายบอลแนวลึกได้ดีหลายคน และตัวรุกเราก็เร็วๆ ทั้งนั้น ทุกทีมไม่มีใครประมาทความเร็วของ 4 ตัวรุกเราแน่นอน

รอบต่อไป ซาอุฯ คือทีมที่ไม่อยากเจอที่สุด แต่ผมมองว่าทีมตะวันออกกลางก็เล่นคล้ายๆ กัน นิชิโนะ เขามีสถิติที่ดียังไม่เคยแพ้พวกนี้เลยมั้ง เขาเคยคุมญี่ปุ่น และเจอทีมจากตะวันออกกลางบ่อย เขารู้วิธีที่จะเล่นกับทีมพวกนี้อยู่แล้ว และยิ่งเคยอุ่นเครื่องกันมาด้วย ก็ต้องมาดูกันว่าเราจะรู้เขา หรือเขาจะรู้เรามากกว่ากัน แต่ข้อมูลจากการที่เคยเจอกันมาจะมีประโยชน์สำหรับทั้งสองทีมแน่นอน


รังสรรค์ วิวัฒน์ชัยโชค เฮดโค้ชโปลิศ เทโร เอฟซี

ไม่ได้ประหลาดใจนะ คิดอยู่แล้วว่าเขาคงต้องโรเตชั่นบ้าง แต่ก็ไม่คิดว่าจะเยอะขนาดนี้ ผมยังไม่เคยเห็นโค้ชคนไหนกล้าเปลี่ยนนักเตะเยอะขนาดนี้ในเกมสำคัญแบบนี้มาก่อน สิ่งที่ผมชอบก็คือด้วยเวลาที่ค่อนข้างจำกัด เขาสามารถรู้จักนักเตะได้มากขนาดนี้ว่าคนไหนสามารถทำอะไรได้บ้าง 

แท็กติกที่เขาใช้ คือการให้ เบน เดวิส ลงมาเล่นเป็นแดนกลางอีกคนร่วมกับ วรชิต, กานต์นรินทร์, วิศรุต และใช้ผู้เล่นริมเส้นอย่าง เจริญศักดิ์ และ ศุภณัฏฐ์ สอดขึ้นไปโจมตีจากแนวลึก ซึ่งนั่นคืออาวุธเด็ดของทีมชุดนี้เลย เพราะตัวรุกเราเร็วทุกคน นี่ยังมี สุภโชค, อานนท์ อีกนะที่โจมตีในลักษณะนี้ได้ ประสบการณ์ของ เบน เดวิส ที่เล่นในอังกฤษมา ทำให้เขาไม่กลัวความใหญ่ของ อิรัก เลย เพราะที่เขาเจอในอังกฤษก็ตัวใหญ่กว่านี้ด้วยซ้ำ ดูเขามีความมั่นใจ กล้าเล่น และสามารถเทิร์นบอลจากจังหวะที่โดนรุมเลี้ยงหลุดออกไปได้ หรือถ้าไม่ได้ก็เรียกฟาวล์ได้อีก เด็กคนนี้เก่งมากจริงๆ 

สำหรับ โชแป็ง (ทิตาธร อักษรศรี) กับ "ปาแป็ง" (ทิตาวีร์ อักษรศรี) รวมถึง "โอ๊ต" (สรวิทย์ พานทอง) ที่เล่นอยู่กับผมที่ โปลิศ เทโร ผมชื่นชมทุกคนนะ เพราะเมื่อได้รับโอกาสแล้วเขาสามารถพิสูจน์ให้เห็นว่าเขาทำได้ โชแป็ง อาจจะถูกวิจารณ์อย่างหนักในช่วงซีเกมส์ว่าเป็นบ่อของทีม ตอนนั้นมันอาจจะเป็นเพราะสนามหญ้าเทียมด้วย เป็นการเล่นทีมชาติทัวร์นาเม้นท์แรกด้วย เราต้องบุกใส่คู่แข่งด้วย ก็คงหลายๆ เหตุผล แต่ว่าเขาไม่ได้เอาคำด่ามาทำให้ตัวเองจม กลับเอามาเป็นแรงผลักดันเพื่อพิสูจน์ตัวเอง ซีเกมส์เพิ่งผ่านไปเท่าไหร่เอง เขาสามารถเปลี่ยนใจคนที่เคยด่าให้กลับมาชมเขาได้ในเวลาแค่นี้ ต้องชื่นชมมากๆ ส่วนเจ้า "ปาแป็ง" จริงๆ แล้วเขาไม่ได้มีดีแค่เล่นเซนเตอร์นะ แบ็กขวาเขาก็เล่นได้ สไตล์แบบเดียวกันกับ โชแป็ง เลย ส่วน "โอ๊ต" ตอนอยู่กับผม ก็เคยลงเล่นมาทั้งแบ็กซ้าย, กองกลาง, หรือกลางรุก และพอ นิชิโนะ ให้โอกาสเขา ผมก็ดีใจไปกับเขาด้วยที่เขาทำได้ ฤดูกาลหน้า "โอ๊ต" ก็ยังอยู่กับเรานะ ตามที่ตกลงกันไว้คือเราจะยืมเขามาจาก เมืองทอง จนถึงจบฤดูกาลนี้ เท่ากับว่าตอนนี้ เทโร ก็ได้ประโยชน์ไปด้วยเต็มๆ เพราะทั้ง 3 คน ได้ประสบการณ์และความมั่นใจกลับมาจากทัวร์นาเม้นท์นี้ ซึ่งมันจะทำให้พวกเขาเป็นนักเตะที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้น

นัดต่อไปรอบน็อคเอาท์ก็ไม่มีอะไรจะเสียแล้ว เจอใครก็ไม่แตกต่างกันมาก ถือเป็นโบนัสของทีมชุดนี้ไปดีกว่า ถ้าได้ไปโอลิมปิกก็ถือเป็นโบนัสก้อนโตหน่อย ผมอยากให้ นิชิโนะ อยู่กับทีมชาติไทยไปนานๆ ถ้าเขาได้อยู่นะ เพราะเขาคุมทั้งสองชุด และนักเตะจากชุดนี้ก็ทำให้เห็นแล้วว่ามีอนาคต ซึ่งน่าจะถูกผลักดันขึ้นไปเล่นชุดใหญ่ได้หลายคนเลย


วรวุธ ศรีมะฆะ เฮดโค้ชเอ็มโอเอฟ ศุลกากร

ไม่แปลกใจนะที่เปลี่ยนตัวเยอะ แต่แปลกใจมากกว่าที่เล่นกันได้ขนาดนี้ หลายๆ คนอาจจะชื่นชม นิชิโนะ แต่อย่าลืมนะว่าเขาไม่ได้อยู่กับทีมมานาน ข้อมูลจากทีมสตาฟฟ์มีส่วนสำคัญอย่างมาก จำได้มั้ยว่าตอนซีเกมส์ทีมงานของ ราเยวัช (ซาซ่า โทดิช โค้ชประตู, เนบอยซ่า สตาเมนโควิช โค้ชกายภาพ) ยังอยู่เลย แต่พอมารายการนี้ไม่อยู่แล้ว (อัมรินทร์ เยาว์ดำ โค้ชประตู, โยเฮ ชิรากิ โค้ชกายภาพ) ต้องให้เครดิตทุกๆ คน ทั้ง แบน (ธชตวัน ศรีปาน), จุ่น (อนุรักษ์ ศรีเกิด), หระ (อิสระ ศรีทะโร) พวกนี้ด้วยที่คอยให้ข้อมูลอยู่เบื้องหลัง

สำคัญเลยคือเราโชคดีที่ได้จุดโทษเร็ว ไม่งั้นเกมมันจะไม่เป็นแบบนี้ อิรัก จะไม่โหมบุกจนหมดแรงขนาดนี้ ถ้าสกอร์ในครึ่งแรกเสมอกันอยู่ เขาจะเล่นไปตามจังหวะ เพราะเขาขอแค่ประตูเดียว และถ้าเกิดไทยเราโดนนำไปก่อน รูปเกมจะกลายเป็นเราที่ต้องไปโหมบุกใส่เขา แต่พอเรานำเขาเร็ว กลายเป็นเขาต้องเร่งเกมทันทีจนแรงหมดกันไปเอง ช่วงท้ายๆ นักเตะเราหลายๆ คนยังมีแรงเหลืออยู่ ขณะที่ อิรัก แทบจะวิ่งกันไม่ออก ตะคริวกินกันเป็นแถวแล้ว

เกมนี้พี่ชอบ เบน เดวิส นะ พี่เคยเห็นน้องมันมาตั้งแต่เกมที่ทีมชาติอุ่นเครื่องกับ ศุลกากร แล้ว (ผลไทยชนะ 2-0) เจ้านี่เป็นนักเตะที่ครองบอลเหนียวมาก ขนาดพี่คิดว่าเกมรับทีมพี่ยืนเชปทีมกันแน่นแล้วนะ แต่ เบน เดวิส ยังเลี้ยงฝ่าเข้ามาได้เฉยเลย ซึ่งพอมีผู้เล่นสไตล์แบบนี้อยู่ในทีม ทำให้กองหลังคู่ต่อสู้ต้องคอยระแวง เพราะมันพลิกได้ตลอด และถ้าพลิกไปได้ ตัวรุกของเรามีแต่จี๊ดๆ ทั้งนั้น ซึ่งกลางไทยเรา ทั้ง เบน เดวิส และ วรชิต เป็นพวกที่จ่ายบอลทะลุช่องได้ดีด้วย 

อีกคนที่ชอบก็คือ ฝาแฝดที่เล่นเซนเตอร์ (ทิตาวีร์ อักษรศรี) เจ้านี่รูปร่างดีนะ อ่านจังหวะ และมาร์คตัวได้ดี มีอนาคตในทีมชาติชุดใหญ่ได้แน่ เพราะตอนนี้เซนเตอร์ในทีมชุดใหญ่ก็ยังไม่ค่อยลงตัวเท่าไหร่ด้วย น่าจะมีอย่างน้อยซัก 2-3 คนถูกดันไปติดในฟุตบอลโลกนัดต่อไปแน่ๆ 

รอบต่อไป เจอ ซาอุฯ ก็ไม่ยากเกินไป มาถึงรอบนี้แล้วไม่ต้องมาคิดหรอกว่าเจอใครดีกว่า มันต้องคิดว่าเจอใครก็ได้แล้วโว้ย เราเคยอุ่นเครื่องกับเขามาแล้ว ก็น่าจะพอรู้ทาง รู้ว่าตัวไหนคือตัวอันตรายของเขา ซึ่งเขาก็น่าจะรู้เราเหมือนกัน พี่ว่าเราเป็นรองก็จริงแต่เราเป็นเจ้าภาพความได้เปรียบของเราก็มีหลายอย่าง โอกาสชนะก็มีพอๆ กัน นักบอลอายุรุ่นนี้ มันกินกันไม่ขาดหรอก


ธงชัย สุขโกกี เฮดโค้ชนครปฐม ยูไนเต็ด

ในฐานะที่ผมเป็นโค้ช ต้องบอกว่าไม่แปลกใจที่เปลี่ยนตัวเยอะ เพราะนักเตะเราล้าอยู่แล้ว จะเปลี่ยนมากเปลี่ยนน้อยก็ต้องเปลี่ยนแหละ แต่พี่มองในเรื่องแท็กติกมากกว่าว่าจัดตัวแบบนี้จะเล่นแบบไหน เราไม่ได้เล่นแผนฟอลส์ไนน์นะ นัดนี้ไม่ใช่ฟอลส์ไนน์เลย โอเคว่าผังการเล่นมันอาจจะออกมาเป็นแบบนั้น แต่พอเล่นจริง เบน เดวิส คือกองกลาง ที่ลงมาเล่นร่วมกับวรชิต ส่วนกองหน้าของเราก็คือ ศุภณัฏฐ์ กับ เจริญศักดิ์ นั่นแหละ ไทยใช้การโจมตีทางแนวลึกได้ดีมากๆ เพราะ ศุภณัฏฐ์ กับ เจริญศักดิ์ หาช่องได้ดีและมีความเร็วสูง กองกลางของเราหันหน้ามาปั๊บสามารถเลือกจ่ายตัดแบ็คออกซ้ายขวาได้ทันที เพราะสปีดต้นของสองคนนี้ได้เปรียบ

ผมมั่นใจเลยว่า ไม่มีแม้แต่คนเดียวในโลกที่จะสามารถเดาใจ 11 ตัวแรกทีมชาติไทยของ นิชิโนะ ได้แม้แต่เกมเดียว เดาให้ตายก็ต้องมีผิดสักตำแหน่งนึงน่ะ ซึ่งสิ่งที่ผมเห็นคือความเชื่อมั่นในศักยภาพของผู้เล่นที่เขามี ตอนนี้เขาไม่ได้มี 11 ผู้เล่นคนแรกแล้วนะ แต่เขาสามารถดูได้ว่าสภาพร่างกายของใครที่พร้อมที่สุด และเลือกดูว่าแต่ละคนมีคุณสมบัติในการเล่นแบบไหนได้บ้าง ซึ่งผลลัพธ์มันก็ออกมาดีต่อทีมชาติไทย เป็นผลดีต่อสโมสรต้นสังกัดของนักเตะ และเป็นผลดีต่อตัวผมเองซึ่งอยู่ในวงการฟุตบอลด้วย

ผมจะบอกให้ว่าดียังไง หนึ่งคือสโมสรได้เห็นว่านักเตะของตัวเองหลายๆ คนที่อาจจะไม่ค่อยมีโอกาสได้ลงสนามในทีม แต่พอได้รับโอกาสก็ทำให้เห็นว่าเกมระดับชาติพวกเขาก็เล่นได้นะ ขอเพียงให้โอกาสเถอะ และเมื่อผลงานของทีมชาติดี กระแสศรัทธาของแฟนบอล และวงการฟุตบอลไทย มันก็เติบโตขึ้นไปด้วย คนจะเข้ามาดูฟุตบอลลีกที่กำลังจะเปิดฤดูกาลมากขึ้นเพราะอารมณ์มันกำลังต่อเนื่อง

นัดนี้จริงๆ เล่นดีหมดทุกคนนะ แต่ถ้าให้ผมเลือกว่าใครประทับใจที่สุดก็มีอยู่ 2 คน คือ กรพัฒน์ กับ เจริญศักดิ์ คือถ้าไม่ได้ กรพัฒน์ เซฟลูกนั้น (โหม่งจ่อๆ ท้ายเกม) ไว้ล่ะก็นะ ตัวใครตัวมันเลย แล้วเขาก็รักษามาตรฐานการเล่นมาได้ดีตลอดด้วย ส่วน เจริญศักดิ์ เขามีความฟิตมากๆ วิ่งตั้งแต่ต้นเกมจนถึงนาที 94 ยังวิ่งสปริ้นท์ได้อยู่เลย ตรงนี้ทีม สมุทรปราการ คงจะภูมิใจไม่น้อยล่ะที่นักเตะในสังกัดทำผลงานได้ขนาดนี้

รอบต่อไปจริงๆ อยากเจอ กาตาร์ หรือ ซีเรีย มากกว่า ซาอุฯ นะ แต่ผมว่าก็ไม่ได้ต่างกันมากนักหรอก กับการเจอ บาห์เรน หรือ อิรัก ในรอบที่ผ่านมา เพราะสไตล์การเล่นเขาก็คล้ายๆ กัน บอลตะวันออกกลางน่าจะเข้าทาง นิชิโนะ นะ เพราะการเพรสซิ่งไม่ต่อเนื่องเท่าไหร่ และเกมรุกเราที่มีตัวความเร็วจัดๆ จะทำให้พวกแบ็คเขาเติมขึ้นมาลำบาก เอาเป็นว่าไทยเรามีลุ้นแล้วกัน



ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})

ข่าวใหม่วันนี้

ดูทั้งหมด