:::     :::

คนที่ (ไม่) ใช่ของ บาร์เซโลน่า

วันศุกร์ที่ 17 มกราคม 2563 คอลัมน์ เด็กเก็บบอล โดย ยักษ์เดนส์
1,355
ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ทันทีที่สั่งปลด เอร์เนสโต้ บัลเบร์เด้ ออกจากตำแหน่ง บาร์เซโลน่า ก็แต่งตั้ง เอ็นรีเก้ เซเตียน เข้ารับตำแหน่งแทนในทันที
นั่นแสดงให้เห็นว่าสโมสรเดินเรื่องติดต่อนายใหญ่วัย 61 ปีเอาไว้ก่อนแล้ว ซึ่งน่าจะทันทีที่ทีมกระเด็นตกรอบรองชนะเลิศซูเปร์โกา เด เอสปันญ่า สโมสรก็คงตัดสินใจกันได้แล้ว แม้จะไม่ได้เป็นตัวเลือกแรก แต่ก็ว่างงานอยู่พร้อมทำงานทันที
อันที่จริงการปลด บัลเบร์เด้ ออกจากตำแหน่งไม่ถือว่าเป็นเรื่องที่เซอร์ไพรส์อะไรเท่าไรนัก เพราะเก้าอี้ที่นั่งอยู่ก็ร้อนมาตั้งแต่ซีซั่นที่แล้วหลังตกรอบยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกด้วยน้ำมือของ ลิเวอร์พูล
สองปีครึ่งในรั้วคัมป์ นู ตีไปเต็มๆที่สองซีซั่น คว้าแชมป์ลา ลีกา สเปน 2 สมัย, โกปา เดล เรย์ 1 สมัย และ ซูเปร์โกปา เด เอสปันญ่า อีก 1 สมัย ยังไม่อาจรักษาตำแหน่งตัวเองเอาไว้ได้

นับตั้งแต่ปี 2004 เป็นต้นมา บาร์เซโลน่า ไม่เคยมีซีซั่นไหนที่จบลงด้วยมือเปล่าเลย ไม่ว่าจะยุค แฟร้งค์ ไรการ์ด, เป๊ป กวาร์ดิโอล่า, ตีโต้ บียานวยบา, เคราร์โด้ มาร์ตีโน่, หลุยส์ เอ็นรีเก้ และล่าสุดกับ บัลเบร์เด้
ทีมไม่อนุญาตให้เกิดความผิดหวังขึ้นในแต่ละซีซั่น นั่นหมายความว่าคนนั่งเก้าอี้นายใหญ่ต้องเจอกับความกดดันอย่างหนัก  
แน่นอนว่ามันไม่ใช่งานง่ายเลย แม้ว่าคนจะเอาไปพูดกันเล่นสนุกปากที่ผ่านมาว่าทีมอย่าง บาร์เซโลน่า เอาใครไปคุมก็ได้แชมป์

ครับ มันไม่ใช่อย่างนั้เลย 
แล้วถามว่าอดีตเทรนเนอร์ของ เรอัล เบติส คือคนที่ใช่ของ บาร์เซโลน่า จริงๆหรือ อันนี้คงมีแต่เวลาเท่านั้นที่จะบอกได้ ถึงแม้สัญญาจะเซ็นกันที่ 2 ปีครึ่ง แต่อะไรก็เกิดขึ้นได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากทีมจบฤดูกาลนี้ด้วยมือเปล่า
แล้วเหตุผลที่บอกว่าเขาไม่เหมาะกับการนั่งเก้าอี้กุนซือเจ้าบุญทุ่มมีอะไรบ้าง ลองไปดูกัน
ไม่เคยคุมสโมสรใหญ่ระดับนี้มาก่อน

ไม่ต้องสงสัยว่า กีเก้ เซเตียนคือโค้ชที่มีฝีมือคนหนึ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งสมัยคุม ลาส ปัลมาส ในช่วงปี 2015-17 โดยเฉพาะในฤดูกาล 2015/16 ที่พาทีมจบถึงอันดับที่ 11 ซึ่งถือเป็นอันดับที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์ของสโมสรเลย
ก่อนที่ในปี 2017 จะโยกมาคุม เรอัล เบติส พร้อมผลงานที่น่าประทับใจไม่แพ้กัน โดยในปีแรกก็พาทีมจบถึงอันดับ 6 ตามด้วยการคว้าอันดับ 10 ในปีที่สองและเข้าถึงรอบ 32 ทีมสุดท้ายในฟุตบอลยุโรปอย่างยูโรปา ลีก กระทั่งแยกทางไปเมื่อช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา
ถือเป็นผลงานที่สร้างชื่อให้ กีเก้ เซเตียน ที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในกุนซือที่มีฝีมือในสเปน
แต่ถ้ามองย้อนกลับไปที่ผ่านมาแต่ละทีมที่คุมนั้นเรียกได้ว่าชื่อชั้นเทียบกันไม่ได้เลยกับ "เจ้าบุญทุ่ม" หรือจะบอกว่าบางทีมไม่ได้คุ้นหูแฟนบอลในบอลเราด้วยซ้ำ

เริ่มจาก ราซิ่ง ซานตานเดร์ อดีตต้นสังกัดเก่าสมัยเป็นนักเตะในปี 2001-02 ตามด้วย โปลี เอฆีโด้ ในปี 2003, ไปคุมทีมชาติเอควาทอเรียล กินี ในปี 2006 ก่อนกลับมาทำงานในระดับสโมสรอีกครั้งกับ โลโกรนเญส ปี 2007-08, ลูโก้ ปี 2009-15 และ ลาส ปัลมาส กับ เรอัล เบติส ล่าสุด
เรียกได้ความความกดดันกับการทำทีมเหล่านั้นแทบไม่มี 
แต่กับ บาร์เซโลน่า ที่การคว้าแชมป์อาจจะยังไม่เพียงพอ แต่สไตล์และรูปแบบการเล่นจะต้องประทับใจแฟนบอลด้วย
โดยเฉพาะชื่อชั้นในตัวของ "เซเตียน" จะรับมือกับเหล่าซูเปอร์สตาร์ของโลกในห้องแต่งตัวได้รึเปล่า
แน่นอนว่ามันยากจะบอกได้ว่าจะไปได้ถึงไหน แต่มันก็ทำให้หวนย้อนคิดถึงสมัยที่ ลิเวอร์พูล ตั้ง รอย ฮ็อดจ์สัน เป็นกุนซือในปี 2010 สุดท้ายก็ไปด้วยกันไม่รอด
ไม่เคยได้แชมป์ตลอดอาชีพกุนซือ

การคว้าแชมป์ในการแข่งขันในระดับสูงสุดของแต่ละลีกไม่ใช่เรื่องง่าย และเมื่อคุณคุมทีมอย่าง บาร์เซโลน่า นั่นคือสิ่งที่คุณไม่อาจจะพลาดได้เลยในแต่ละฤดูกาล
กีเก้ เซเตียน ยังไม่เคยได้แชมป์เลยนับตั้งแต่เริ่มอาชีพคุมทีมเมื่อปี 2001 ไม่ว่าจะกับสโมสรไหนหรือในระดับไหนก็ตาม หรือหากย้อนกลับไปสมัยเป็นนักเตะก็มีแชมป์แค่รายการเดียวคือ ซูเปร์โกปา เด เอสปันญ่า ในปี 1985 สมัยค้าแข้งกับ แอตเลติโก มาดริด
ถึงกระนั้นก็ต้องถือว่าเข้าใจได้กับสโมสรที่คุมทีมนั้นคงเป็นเรื่องยากที่จะพาทีมคว้าแชมป์สักรายการ เพราะเป็นเพียงทีมในระดับกลางค่อนมาทางล่างซะเป็นส่วนใหญ่
จริงอยู่ที่ก่อนหน้านี้กุนซือเจ้าบุญทุ่มอย่าง เป๊ป กวาร์ดิโอล่า และ หลุยส์ เอ็นรีเก้ ที่ก้าวขึ้นมารับงานนั้นไม่มีประสบการณ์อะไรนักหรือเคยคว้าแชมป์อะไรมาก่อน แต่ทั้งคู่กลับมาทีมประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ คว้าแชมป์มาครองเป็นว่าเล่นในช่วงที่คุมทีม

เมื่อพิจารณากับกุนซือคนล่าสุดอย่าง เอร์เนสโต้ บัลเบร์เด้ ที่พาทีมคว้าแชมป์ในประเทศมาครองได้ แต่กลับพลาดไปในยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกในสองฤดูกาลกับทีม ก็ทำให้เจ้าตัวทำงานยากแล้ว
แถมการทำงานต้องบริหารบรรดายอดแข้งอย่าง ลิโอเนล เมสซี่, หลุยส์ ซัวเรซ, เซร์คิโอ บุสเก็ตส์, อีวาน ราคิติช และ เคราร์ด ปีเก้ หากคุณมือไม่ถึงจริงๆทำงานกันยากแน่ๆ
ไม่ใช่ตัวเลือกเบอร์ 1 ตั้งแต่แรก

อย่างที่ข่าวออกมาในตอนแรก บาร์เซโลน่า ส่ง เอริก อบิดัล เดินทางไปถึง กาตาร์ เพื่อเจรจากับ ชาบี เอร์นานเดซ ตำนานนักเตะของสโมสรที่ปัจจุบันรับหน้าที่กุนซือของ อัล ซาดด์ แต่อดีตแข้งคนดังยังไม่อยากจะเข้ามารับงานระหว่างฤดูกาลจึงปัดข้อเสนอไป
อีกหนึ่งคนที่มีชื่ออยู่ในข่ายก็คือ โรนัลด์ คูมัน นายใหญ่ทีมชาติฮอลแลนด์ แต่ยังไงก็คงต้องรอให้จบศึกยูโร 2020 กลางปีนี้ซะก่อน ยังรวมถึง เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ ที่สื่อพยายามจับโยงกันอยู่
นั่นทำให้สุดท้ายเป็น กีเก้ เซเตียน ที่ได้รับการแต่งตั้งเข้ารับตำแหน่งไป

ลองไปมองดูที่ เรอัล มาดริด ในตอนที่ ซีเนดีน ซีดาน ลาออกไป ภายในระยะเวลาไม่ถึงหนึ่งซีซั่น "ราชันชุดขาว" มีการเปลี่ยนตัวกุนซือถึง 2 คนทั้ง จูเลน โลเปเตกี และ ซานติอาโก้ โซลารี่
หนึ่งในเหตุผลก็คือการแต่งตั้งกุนซือที่ไม่ได้เป็นตัวเลือกเบอร์ 1 ตั้งแต่แรก เพราะพวกเขาหวังดึง เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ มาจาก สเปอร์ส จนสุดท้ายต้องไปดึง ซีดาน กลับมารับงานอีกครั้ง
แม้ว่านั่นอาจจะไม่ใช่ตัววัดว่า เซเตียน จะอยู่ในตำแหน่งได้ไม่ยืด แต่หากเขาพลาดแม้แต่นิดเดียว ในซีซั่นหน้าตำแหน่งนายใหญ่ของ บาร์เซโลน่า อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงก็ได้
ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})

ข่าวใหม่วันนี้

ดูทั้งหมด