:::     :::

มุมมองโค้ช : หลัง "ช้างศึกยู-23" ตกรอบ 8 ทีมชิงแชมป์เอเชีย

วันอังคารที่ 21 มกราคม 2563 คอลัมน์ ONE MAN SHOW โดย แมน โกสินทร์
17,832
ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
แม้ศึกฟุตบอล เอเอฟซี ยู-23 แชมเปี้ยนชิพ 2020 จะยังแข่งไม่จบ แต่สำหรับความรู้สึกของแฟนบอลไทยมันสิ้นสุดไปแล้วตั้งแต่เกมที่ไทยแพ้ซาอุฯด้วยลูกจุดโทษจากทีมผู้ตัดสินชาวโอมาน และคณะ VAR ชาวออสเตรเลีย และ เกาหลีใต้ แม้เกมจบแล้วอารมณ์ยังไม่จบ นอกเหนือจากเหตุการณ์ที่ชวนให้อารมณ์ขุ่นมัว เราลองมาดูมุมมองของ "โค้ชเฮง", "เดอะตุ๊ก" และ "โค้ชหนุ่ย" กันหน่อยว่าเขามอง "ช้างศึก" ชุดนี้ทั้งในปัจจุบันและอนาคตเป็นอย่างไรกันบ้าง


วิทยา เลาหกุล อุปนายกฝ่ายพัฒนาเทคนิค สมาคมฟุตบอลฯ

ถ้าผมวิจารณ์อะไรไปเดี๋ยวคนก็ด่าผมอีกแหละ (หัวเราะ) จริงๆ มันก็ไม่สมควรตั้งแต่แรกแล้วที่ให้ผู้ตัดสินจากชาติอาหรับมาเป่าเกมนี้ ควรจะเป็นผู้ตัดสินจากเอเชียตะวันออก พวกญี่ปุ่น หรือ เกาหลีใต้ น่าจะเหมาะสมที่สุด เรื่องการทำหน้าที่ของผู้ตัดสิน ผมก็อาจจะพูดอะไรมากไม่ได้ แต่การไม่แจกใบเหลืองให้ ซาอุฯ เลยมันมีผลต่อรูปเกมมากจริงๆ และการที่ผู้ตัดสินไม่ไปเช็คจอ VAR ด้วยตัวเองอีกรอบ ผมก็มองว่าไม่เหมาะสมนะ เพราะมันเป็นจังหวะสำคัญต่อผลแพ้ชนะในเกมที่ควรต้องเช็คให้ละเอียดที่สุด แต่พูดไปตอนนี้ก็เปลี่ยนอะไรไม่ทันแล้ว ความจริงถ้าจะทำอะไรก็ต้องทำตั้งแต่ก่อนแข่งแล้วล่ะครับ

เกมกับ ซาอุฯ เราเล่นได้ดีในช่วงประมาณครึ่งชั่วโมงแรก แต่หลังจากนั้นต้องยอมรับว่า ซาอุฯ เขาแข็งแกร่งกว่าเราจริงๆ เขามีตัวผู้เล่นที่สามารถลงไปเปลี่ยนกันได้ทุกคนโดยไม่แตกต่างกับตัวจริงเลย และเขาใช้วิธีบีบพื้นที่สูงไม่ให้กองหลังเราส่งบอลให้แดนกลางหรือ 4 ตัวบนได้ เราจึงไม่สามารถครอบครองบอลได้เลย และตัวที่ลงสำรองก็อาจจะมีเวลาให้ทำอะไรน้อยไปหน่อย นิชิโนะอาจจะคิดว่าเกมอาจจะยื้อถึงช่วงต่อเวลา แต่ผมก็ยังมองว่าไม่น่ารอไปถึงตอนนั้น เพราะรูปเกมตอนนั้นเรากำลังเสี่ยงที่จะเสียประตูและรอดแบบหวุดหวิดไปหลายครั้งแล้ว

ฟอร์มโดยรวมในทัวร์นาเม้นท์นี้ก็ถือว่าใช้ได้ มีนักเตะหลายๆ คนที่สามารถขึ้นไปเป็นตัวเลือกให้กับทีมชาติชุดใหญ่ได้ คนที่ผมประทับใจเป็นพิเศษก็คงเป็น ศุภณัฏฐ์ เหมือนตา ที่ยังอายุน้อยและสามารถพัฒนาขึ้นไปได้อีกเยอะ แบ็กซ้ายอย่าง ทิตาธร (อักษรศรี) ก็ทำผลงานได้ดี เป็นการพิสูจน์ตัวเองว่าเมื่อได้รับโอกาสเขาสามารถทำได้ อีกคนก็คงเป็น เบน เดวิส เด็กคนนี้เก่งมากครับ ผมเคยเห็นเขาตั้งแต่ที่ถูกเรียกมาซ้อมชุดยู-19 แล้วมาอุ่นที่ชลบุรี แล้ว ตอนนั้นผมยังเคยชวนเล่นๆ ให้เขามาอยู่ที่ชลบุรีเลย แต่คิดว่าเขาน่าจะอยู่ที่ยุโรปต่อไปให้นานที่สุดมากกว่า รายการนี้เขาอาจจะเข้ามาร่วมทีมช้าเกินไป โอกาสลงเล่นให้เข้ากับแท็กติกของทีมก็เลยไม่ค่อยมากนัก แต่เขาอายุยังน้อย ในอนาคตถ้าได้ลงเล่นมากขึ้นก็จะกลายเป็นกำลังสำคัญให้ทีมได้ จริงๆ แล้วถ้าชุดใหญ่จะเรียกเขาไปติดก่อนก็ดีนะ เพราะเดี๋ยวชาติอื่นเขาจะตัดหน้าดึงไปซะก่อน เด็กคนนี้มีความแข็งแกร่งทั้งร่างกายและจิตใจ มีความมั่นใจสูง และเทคนิคดี เขามีอนาคตแน่นอนครับ

รายการนี้ไม่ค่อยมีเอเจนต์ที่ญี่ปุ่นมาดูนะ เพราะเขาไปเน้นดูอินเตอร์ไฮ บอลระดับมัธยมที่ญี่ปุ่นมากกว่า มีหลายร้อยคนเลยล่ะ ทั้งญี่ปุ่นเองแล้วก็จากยุโรปด้วย ที่สโมสรส่งตามไปดูพวกที่ยังไม่ถูกจับจอง ก็คล้ายๆ กับ ชินจิ คางาวะ ที่เคยไปดอร์ทมุนด์ตั้งแต่ยังไม่ได้เล่นเจลีกน่ะแหละ เหมือนบ้านเราที่จะมีแมวมองไปดูพวกบอลโค้กคัพ ส่วนใหญ่ก็มีสโมสรกันหมดแล้ว แต่อาจจะมีบางคนที่ตกสำรวจไปบ้าง 

สำหรับเรื่อง ธีรศิลป์ ไป ชิมิสึ เอสพัลส์ ผมรู้มาก่อนอยู่แล้ว พอดีทีมเขาขายกองหน้าออกไป ก็เป็นโอกาสของ ธีรศิลป์ ที่จะได้กลับไปโชว์ศักยภาพอีกครั้ง ส่วนคนอื่นๆ ที่อยากไปเล่นเจลีก บางคนได้รับความสนใจแต่ก็เงียบหายไป อย่างเช่นกองกลาง(ขอไม่เปิดเผยชื่อ) เขายังขาดความแข็งแกร่งดุดัน แต่ยังมีอีกหลายๆ คนครับ ที่ทางญี่ปุ่นเขาสนใจอยู่ คงต้องรอดูในฤดูกาลนี้ก่อนว่ายังรักษาความสม่ำเสมอได้หรือเปล่า โดยเฉพาะพวกที่ยังอายุน้อยๆ 


ปิยะพงษ์ ผิวอ่อน ตำนานศูนย์หน้าทีมชาติไทย

เป็นความผิดพลาดของผู้ตัดสินที่รับไม่ได้เลย จังหวะที่เป็นจุดโทษ ต้องอธิบายอย่างนี้ คือมันต้องแยกเป็น 2 เหตุการณ์ เหตุการณ์แรกคือที่เบอร์ 16 (สรวิทย์ พานทอง) ไปดึงกองหน้าเขาหน้ากรอบเขตโทษ และอีกจังหวะในกรอบที่เราถึงบอลก่อนและเตะสกัดออกไปซึ่งไม่มีการฟาวล์แน่นอน ซึ่งการเป่าของกรรมการเขาเป่าให้เป็นฟรีคิก 2 จังหวะนอกกรอบไปแล้ว แต่ VAR ส่งสัญญาณมาว่าเป็นการฟาวล์ในเขตโทษ ผมบอกได้เลยว่าสิ่งที่ผู้ตัดสินคนนี้ควรจะทำก็คือ ต้องไปดูที่จอข้างสนามก่อน ไม่ว่ามันจะเป็นเรื่องข้อเท็จจริงหรือดุึลยพินิจก็ตาม แต่เขาควรไปดู เพราะตอนแรกเขาเป่าให้เป็นฟรีคิกนอกเขตโทษไปแล้ว ควรต้องดูก่อนเพื่อให้เกิดความเคลียร์ต่อตัวเองด้วย ไม่ใช่ VAR บอกว่าไงก็เอาตามนั้น

ชุดนี้ถ้าวิเคราะห์ในรายบุคคล ประตู กรพัฒน์ นารีจันทร์ เด็กคนนี้ผ่านเลยเพราะป้องกันลูกสำคัญไว้ได้ตลอด แต่วันนึงที่ นนท์ ม่วงงาม หายเจ็บกลับมาก็ต้องแข่งขันกันดู แบ็คขวาทั้ง มีโชค และ พีฬาวัชร ยังถือว่าไม่ผ่าน ทั้งสองคนยังต้องปรับปรุงในเรื่องเกมรับ เป็นการติเพื่อก่อนะครับ โค้ชในสโมสรต้นสังกัดก็คงจะมองเห็นแล้วว่าต้องฝึกสอนอะไรเพิ่มเติม คู่เซนเตอร์ ศฤงคาร, ชินภัทร และ ทิตาวีร์ โดยรวมก็ถือว่าโอเค แต่ต้องฝึกเพิ่มในเรื่องการสอดซ้อน และการผ่านบอลเพื่อบิวดิ้งอัพเกม แบ็กซ้าย ทิตาธร ดีมากๆ มีมาตรฐานสม่ำเสมอทุกเกม กองกลางคู่ สรวิทย์ กับ กฤษดา ถือว่าผ่านประมาณ 50-50 คือทำได้ดีแล้วแต่ก็ต้องเรียนรู้เพื่อพัฒนาตัวเองต่อไป แท็กติกนี้คู่กลางคือหัวใจของเกมเลย การป้องกันเมื่อถูกอีกฝ่ายบุกเข้ามาต้องทำฟาวล์อย่างไร ต้องเอาตัวรอดแบบไหน ทั้งคู่ทำได้ดีพอสมควรแล้วล่ะ ส่วน วิศรุต กับ กานต์นรินทร์ ก็ถือว่าใช้ได้

สุภโชค และ อานนท์ เทคนิคการเล่นกับบอลดีมาก สิ่งที่ต้องกลับไปเพิ่มก็คือเรื่องความแข็งแกร่งกล้ามเนื้อ เพื่อที่จะเอาไปเสริมให้เทคนิคที่มีอยู่มีศักยภาพมากขึ้นไปอีก เมื่อต้องเจอกับคู่ต่อสู้ที่รูปร่างใหญ่ๆ ส่วน ศุภณัฏฐ์ เด็กคนนี้อนาคตไกลแน่นอน ต้องฟูมฟักดีๆ เลยครับ เพราะเขามีความสามารถทั้งในการเอาตัวรอดในพื้นที่แคบๆ การดวลหนึ่งต่อหนึ่งและจังหวะจบสกอร์ อายุเขายังน้อยมาก ยังเก่งได้อีกเยอะ ส่วน เจริญศักดิ์ ผมชื่นชมที่เขามีความแข็งแกร่งและเร็วมากๆ นักเตะแบบนี้ทุกทีมต้องมีไว้เลยเพราะสามารถใช้เป็นทีเด็ดได้ แต่เขายังขาดเทคนิคการเล่นกับบอล ศัพท์ฟุตบอลเขาเรียกว่ายังขาดสเน่ห์ ซึ่งสิ่งนี้ฝึกกันได้ครับ ถ้าเพิ่มเรื่องการเล่นกับบอลได้อีกก็จะยิ่งดีเลย 

เบน เดวิส เด็กคนนี้ผมเสียดายที่เขายังไม่ค่อยได้โอกาสลงเล่นเท่าไหร่ แต่บอกได้เลยว่ามีของ เทคนิคดี เขามีความแข็งแกร่งอยู่แล้วจากการถูกฝึกมาในอังกฤษ มีความมั่นใจในตัวเองสูง และมีจินตนาการในการเล่น ส่วน ศุภชัย ผมถือว่าเขาโอเคนะ แน่นอนว่าหน้าที่ของกองหน้าอันดับแรกคือการทำสกอร์ เขาอาจจะยังทำข้อแรกไม่ได้ แต่หน้าที่รองลงมาในการเก็บบอล เชื่อมเกมกับแดนกลาง และการไล่เพรสซิ่ง เขาทำได้ดีมากแล้วนะ ต้องไปเพิ่มในเรื่องการเคลื่อนที่ให้ได้เปรียบ ส่วนการจบสกอร์มันก็อาจจะอยู่ที่ความมั่นใจด้วย 

ถ้าให้เวลานิชิโนะทำต่อไป ผมเชื่อว่าความเข้าใจในเรื่องแท็กติกและวิธีการเล่นแบบญี่ปุ่นที่เขานำมาสอนจะมีมากขึ้นเรื่อยๆ แนวทางนี้ผมว่าเหมาะสมกับสไตล์การเล่นของนักเตะไทยในตอนนี้อยู่แล้วครับ


เฉลิมวุฒิ สง่าพล เฮดโค้ช ราชนาวี เอฟซี

โอเคล่ะเรื่องผู้ตัดสินมันผ่านไปแล้วผมก็ไม่อยากไปวิจารณ์อะไรมาก จุดโทษมันก็เป็นดุลยพินิจของผู้ตัดสินล่ะนะ แต่การที่ไม่แจกใบเหลืองให้ซาอุฯเลยมันทำให้เกมแดนกลางของเขาเล่นง่าย ที่ไปแจกใบนึงตอนทดเวลาบาดเจ็บที่เถียงกันอันนั้นเขาเรียกว่าแจกแก้เกี้ยว มันไม่มีผลอะไรกับเกมเพราะเวลาจะหมดอยู่แล้ว ถือเป็นบทเรียนอีกครั้งให้เราแล้วกัน ที่เราไปปล่อยให้เขาเอาผู้ตัดสินอาหรับด้วยกันมาเป่าเกมแบบนี้ เราอาจจะไปคิดว่ายุคนี้สมัยนี้แล้ว แถมมี VAR คงไม่เป็นอะไรมั้ง แต่ก็เห็นแล้วว่าเรื่องแบบนี้ชะล่าใจไม่ได้ มันต้องเก็บทุกรายละเอียดไม่ใช่แค่ในสนาม นอกสนามก็ต้องเก็บทุกเม็ดด้วย

เกมกับซาอุฯ ก็น่าเสียดายนะที่เราไปโดนจุดโทษแบบนั้น เพราะถ้าไม่จุดโทษมันก็ยังไม่แน่นะ โอเคล่ะต้องยอมรับว่า ซาอุฯ เขาดีกว่าในภาพรวม ถ้าเปรียบเป็นมวยก็เหมือน ซาอุฯ กำลังไล่นวดเราหลังพิงเชือก แต่เราก็ยังสู้อยู่นะ ยังมีโอกาสทิ้งหมัดน็อคเขาได้อยู่เหมือนกัน แต่อยู่ๆ กรรมการมาจับแพ้เฉยเลยทั้งที่เรายังมีโอกาส 

ถ้าพูดแบบกลางๆ ก็เป็นบทเรียนของ สรวิทย์ ด้วยนะที่จังหวะนั้นไม่น่าไปดึงเขาเลย เรากำลังรุมเขาอยู่ 3 คน และเขาแทบไม่มีมุมให้เข้าไปยิงแล้ว จริงๆ สรวิทย์ ก็เป็นอีกคนนึงที่ผมคิดว่าเขาพัฒนาการเล่นขึ้นมามากเลยนะ สมัยผมคุมทีมชาติยู-19 "เจ้าโอ๊ต" ก็อยู่ในทีมด้วยแต่ตอนนั้นจะเล่นเป็นตัวรุกมากกว่า พูดถึงชุดนั้นผมคิดถึงหลายๆ คนที่หายไป โดยเฉพาะ "เจ้าโก้" สรรเสริญ ลิ้มวัฒนะ ถ้าเขาได้อยู่กับโค้ชที่เข้าใจนิสัยใจคอเขานะเขาจะพัฒนาได้อีกเยอะเลย อีกคนก็ "เจ้าไอซ์" จักรกฤษณ์ เวชภิรมย์ ถ้าได้เล่นกันมาต่อเนื่องก็คงจะดี 

ประตูอย่าง กรพัฒน์ ทัวร์นาเม้นท์นี้ถือว่าดีมากๆ สมัยตอนยู-19 เขาก็อยู่ในทีมแต่ยังเป็นมือ 3 อยู่เลย ชุดนั้นมี ชาคร (พิลาคลัง) กับ ทาโร่ (ประสานการ) แต่มาถึงตอนนี้เขาพัฒนาขึ้นมาก เพราะเขามีโอกาสได้ลงสนามสม่ำเสมอเมื่อปีที่แล้วให้กับขอนแก่น เอฟซี เนี่ยแหละการได้ลงเล่นต่อเนื่องมันสำคัญมาก ต่อให้เก่งแค่ไหนแต่ถ้าไม่ค่อยได้เล่นก็ยากที่จะทำผลงานในสนามได้ดี มันเป็นปัจจัยสำคัญเลยล่ะ 

ชุดนี้โดยรวมก็โอเคนะทั้ง ศุภณัฏฐ์ เหมือนตา หรือ เบน เดวิส ผมเสียดาย เอกนิษฐ์ ปัญญา นะที่ไม่ได้ติดมาด้วย ถ้าได้มาล่ะคุณเอ๊ยแนวรุกเราจะยิ่งมีทีเด็ดเข้าไปใหญ่ ผมเคยเรียกเขามาติดยู-19 ตั้งแต่ตอนอายุประมาณ 16-17 ซึ่งก็เห็นเลยว่าเด็กคนนี้มันมีอะไรพิเศษมากๆ เสียดายที่ไปเจ็บซะก่อน

ถ้าถามว่าประทับใจใครที่สุด คงเป็น ศุภณัฏฐ์ เพราะเขาครบเครื่องมากทั้งที่เพิ่งอายุแค่ 17 แต่ด้วยอายุเท่านี้ที่แบกพี่ๆ ถึง 6 ปี ร่างกายก็ย่อมเป็นรอง ช่วงครึ่งหลังเขาก็มีหมดเหมือนกันเพราะวิ่งไปเยอะ แต่บอกได้เลยว่าหมอนี่อนาคตไกลแน่ๆ เพราะมีทั้งการเล่นบอลในพื้นที่แคบ, พื้นที่กว้าง จบสกอร์ได้ทั้งสองเท้า สามารถเอาตัวรอดในสถานการณ์หนึ่งต่อหนึ่งได้ มีความเร็ว และมีจินตนาการ อีกสัก 2-3 ปีเขาจะยิ่งเก่งกว่านี้เยอะ  

แนวทางของ นิชิโนะ ผมว่าใช่เลยนะ ใครบอกว่าเขาไม่เน้นตอนซีเกมส์ ผมไม่เชื่อเลย แต่ตอนนั้นด้วยระยะเวลาที่มันคาบเกี่ยวกับบอลโลก และผู้ช่วยโค้ชก็ไม่สามารถลงรายละเอียดอะไรได้มาก พอไปแข่งทั้งเรื่องสนามหญ้าเทียม, ความเข้าใจแท็กติก, ความคุ้นเคยกันระหว่างโค้ชกับผู้เล่น การแข่งแบบวันเว้นวัน และต้องเจอกับทีมที่ตั้งรับใส่เรามันมีผลทั้งนั้นหมด

มีคำนึงที่คนเขาเอามาพูดกันบ่อยๆ ก็คือเราต้องยกระดับมาตรฐาน อย่างตอนนี้เราเจอกับทีมในระดับเอเชีย เราสู้ได้ แต่พอเจอกับทีมในอาเซียน เรากลับข่มเขาไม่ได้จริง นั่นก็หมายความว่าเรายังไม่มีมาตรฐานในการเล่นให้สม่ำเสมอมากพอ อย่างเวลาเราเจอพวกระดับเอเชีย ใครเขาบอกว่าเราประมาทไม่ได้ เราเป็นทีมที่แข็งแกร่ง แต่พอไปถามมาเลเซีย เขาไม่คิดแบบนั้นนะ เขาเจอเราเขาก็มั่นใจว่าชนะเราได้ คือคำว่าก้าวผ่านระดับอาเซียนผมว่าไม่ควรใช้ เรายังทำแบบญี่ปุ่นไม่ได้นะที่เอาเด็กมาแบกอายุลงแข่งในรายการที่เขามองว่าไม่สำคัญ นั่นเพราะตัวหลักๆ เขาไปเล่นอยู่ยุโรปกันหมดแล้ว เขาเลยหาเวทีให้คนอื่นๆ ได้มาเก็บประสบการณ์บ้าง 

ผมเคยไปประชุมกับเอเอฟซี เขาพูดถึงจุดประสงค์ในการจัดบอลเยาวชนตั้งแต่ 16,19 23 เขาไม่ได้จัดเพื่อความเป็นเลิศนะ แต่จัดเพื่อการพัฒนา และเพื่อให้โค้ชได้ใส่แท็กติกให้เด็กๆ ได้ซึมซับ นั่นคือเหตุผลว่าทำไมเขาให้ใช้โควตาอายุเกินได้ 3 คนในรุ่ีน 23 ปีเพื่อลงมาประคองน้องๆ ให้เล่นได้ตามแท็กติกที่โค้ชต้องการใช้ให้เต็มประสิทธิภาพ ลองดูชุดซีเกมส์สิ ถ้ามีกองหน้าอายุประมาณ 30 ซักคน หรือมีกองหลังเก๋าๆ มาช่วย แท็กติกที่ใช้มันจะสมบูรณ์แบบมากขึ้น 

แต่ทีมชุดนี้แหละที่จะเป็นแกนหลักของชุดใหญ่ในอนาคต เพราะผู้เล่นชุดนี้ได้เล่นตามแนวทางแบบญี่ปุ่นที่นิชิโนะวางไว้แล้ว สไตล์การเล่นแบบนี้เหมาะกับผู้เล่นที่อายุน้อยๆ และอาจจะเติมพวกที่มีประสบการณ์สูงทั้งในเจลีกและไทยลีกเข้ามาก็จะลงตัวมากขึ้น ผมเชื่อว่านิชิโนะจะดันพวกชุดนี้นี่แหละขึ้นไปเป็นชุดใหญ่ในฟุตบอลโลกนัดต่อๆ ไปหลายคนเลย




ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})

ข่าวใหม่วันนี้

ดูทั้งหมด