:::     :::

ผู้เกี่ยวข้องมอง "เอ็ด วู้ดเวิร์ด"

วันพุธที่ 22 มกราคม 2563 คอลัมน์ Zero to Hero โดย บังคุง
1,822
ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คือทีมที่แข็งแกร่งทางด้านการเงิน

อย่างไรก็ตาม ผลงานในสนามของพวกเขาถือว่าสวนทาง ไม่ว่าจะเป็นการไล่ล่าโทรฟี่แชมป์ หรือว่าแนวทางการเล่นของทีม หลายฝ่ายที่เกี่ยวข้อง รวมถึงบรรดาแฟนบอล ต่างพุ่งเป้าไปที่ "เอ็ด วู้ดเวิร์ด" รองประธานฝ่ายบริหารของทีม ที่เป็นส่วนสำคัญในการเลือกสรรนักเตะเข้ามาสู่ทีม

ปฏิเสธไม่ได้ว่า ตระกูลเกลเซอร์ ในฐานะเจ้าของสโมสรแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มอบความไว้วางใจให้กับวู้ดเวิร์ด เป็นอย่างมาก เพราะนี่คือหัวหอกหลัก ในการทำเงินอย่างมากมายให้กับสโมสร ทั้งในแง่ของการไล่หาสปอนเซอร์ และผู้สนับสนุนเข้ามาเรื่อยๆ จนทีมร่ำรวยขึ้นมาอย่างแข็งแกร่ง แถมหุ้นยังเติบโตขึ้นด้วย

ผลงานในสนาม กลับไปตอบโจทย์เท่าที่ควร 6 ฤดูกาลก่อนหน้านี้ ภายใต้การบริหารงานของวู้ดเวิร์ด ทัพ "ปีศาจแดง" ผลงานตกต่ำไปอย่างเห็นได้ชัด โดยจบตั้งแต่อันดับ 4-7 ของตารางคะแนน มีเพียงฤดูกาลเดียวที่จบด้วยตำแหน่งรองแชมป์ลีก นั่นคือ 2017-18 ภายใต้การทำทีมของโชเซ่ มูรินโญ่ ที่โดนไล่ออกไปแล้ว

วู้ดเวิร์ด ใช้เงินอนุมัติการซื้อนัเตะเกินหลัก 800 ล้านปอนด์ไปแล้ว แต่จะมีนักเตะสักกี่คนที่ย้ายเข้ามา แล้วสามารถพูดได้อย่างเต็มปากว่าเป็นการซื้อตัวที่ตรงจุด หรือเข้ามายกระดับทีมให้สูงขึ้นอย่างแท้จริง นักเตะที่เก่งกาจมากมาย กลับถอยหลังลงคลอง หลังจากย้ายเข้ามาแล้ว

แน่นอนว่า กุนซือต้องมีส่วน แต่วู้ดเวิร์ด ก็ต้องรับผิดชอบเช่นเดียวกัน ..... โดยช่วงนี้ เราย้อนไปดูความคิดเห็นผู้ที่มีส่วน และที่เคยเกี่ยวข้องกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กันหน่อยว่า พวกเขามองการบริหารของเจ้าของทีม และวู้ดเวิร์ด ว่าเป็นอย่างไรบ้าง ? 

แกรี่ เเนวิลล์ อดีตแบ็คขวาคนสำคัญของทีม ออกมากล่าวถึงการบริหารงานที่แสนล้มเหลว ตลอด 7 ปีที่ผ่านมา หรือนับตั้งแต่ที่ วู้ดเวิร์ด เข้ามารับตำแหน่งซีอีโอ ของทีม โดยเน้นไปที่น้ำหนักเรื่องการแบกรับค่าเหนื่อยเป็นอันดับต้นๆของโลก แต่ได้ผลงานที่น่าส่ายหัวว่า "ผมไม่มีอำนาจในการเข้าไปเปลี่ยนแปลงเจ้าของสโมสร แต่ผมไม่เข้าใจเลยว่า ทำไมเจ้าของสโมสรถึงไว้วางใจบอร์ดบริหารชุดนี้ เพื่อดูแล และสร้างทีมสู่การเป็นแชมป์ หลังจากที่เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน วางมือไปแล้ว"

"ผมมองว่าเป็นเรื่องที่ผิดพลาดเป็นอย่างมาก" แกรี่ กล่าวต่อ "เมื่อฝ่ายบริหารจัดการกับการลงทุน และค่าจ้าง แลกมากับผลลัพธ์แบบนี้ ผมยอมรับว่า ในทีมบริหารมีการหาเงิน และสร้างรายได้ให้กับสโมสร ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีนะ แต่แง่ที่จำเป็นมากที่สุด นั่นคือการพาแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กลับมาเป็นสโมสรที่ยอดเยี่ยมอีกหนึ่งครั้ง พวกเขาไม่สามารถทำมันได้เลย มันดูแย่มากเลยล่ะนี่คือสิ่งที่แกรี่ พูดเอาไว้หลังความพ่ายแพ้ในศึกแดงเดือดครั้งที่ผ่านมา

ย้อนกลับไปก่อนหน้านั้น หลุยส์ ฟาน กัล อดีตกุนซือของทีม (ระหว่างปี 2014-2016) ก็ออกมาสับเละใส่วู้ดเวิร์ด เช่นเดียวกัน โดยบอกว่า เขาไม่ได้นักเตะตามที่ต้องการเสมอไป เพราะต้องผ่านความเห็นชอบจากวู้ดเวิร์ด และก็ทีมงานบริหารเสียก่อน พร้อมกับยกกรณีศึกษา ในการทำงานร่วมทีมบาเยิร์น มิวนิค ยอดทีมชาติเยอรมัน มาเป็นส่วนหนึ่งของความคิดเห็นด้วย

"ช่วงเวลาที่ผมทำงานกับบาเยิร์น มิวนิค สโมสรแห่งนั้นถูกเคลื่อนที่ด้วยผู้บริหารที่เป็นคนในวงการฟุตบอล หรือเรียกอีกแบบว่า พวกเขาล้วนเป็นคนฟุตบอลอย่างแท้จริง" ยอดโค้ชดัตช์ เปิดฉากเล่า

"คุณลองย้อนกลับมาดูที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มันเป็นอีกแบบหนึ่งเลย เอ็ด วู้ดเวิร์ด รับตำแหน่งสำคัญถึงซีอีโอ อย่างไรก็ตาม เขาเป็นคนที่ไม่มีความรู้เรื่องของฟุตบอลเลย !! เรียกอีกแบบว่าความรู้เป็นศูนย์ เขาเป็นคนที่มุ่งเน้นแต่ในเรื่องของการเงิน และการลงทุนเท่านั้นเอง มันเป็นไปไม่ได้เลย ในความพยายามที่จะนำสโมสรกลับไปสู่ความสำเร็จ ถ้ามัวแต่เน้นในเรื่องของกำไร และการหาเงินเข้าสโมสรเพียงอย่างเดียว"

"ผมไม่ได้มีอคติกับสโมสร แต่ตอนนั้นพวกเขาต้องการโชเซ่ มูรินโญ่ ที่กำลังว่างงานเข้ามากุมบังเหียน ถ้ามองกันดีๆ การดึงตัวมูรินโญ่ เข้ามาคุมทีม มันก็คือเรื่องของการตลาดนี่แหล่ะ" ฟาน กัล ทิ้งท้ายถึงช่วงที่สโมรปลดเขาออกจากตำแหน่ง พร้อมกับแต่งตั้ง "เดอะ สเปเชี่ยล วัน" เข้ามารับหน้าที่แทน ซึ่งหลังจากนั้น ฟาน กัล ก็หันหลังให้กับวงการผู้จัดการทีมไป

สลับกลับมาที่มูรินโญ่ ก็ประสบชะตากรรมไม่ต่างกัน เขาบอกว่า การเข็นทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เข้าป้ายในตำแหน่งรองแชมป์พรีเมียร์ลีก 2017-18 ถือเป็นผลงานที่ยอดเยี่ยมที่สุดของเขาแล้ว เพราะว่าจากสภาพทีม และขุมกำลังนั้น พลพรรค "ปีศาจแดง" ในฤดูกาลนั้น มีโอกาสน้อยมากที่จะก้าวไปจบที่อันดับที่ 2 ของตารางคะแนนพรีเมียร์ลีก

แม้มูรินโญ่ จะได้เงินเสริมทัพจากวู้ดเวิร์ด เป็นจำนวนมาก ทว่าผู้เล่นบางรายเขากลับไม่ได้เป็นคนเลือก เรียกว่าเป็นการโดนบังคับให้ใช้งาน ขณะที่คนที่เขาอยากเลือก วู้ดเวิร์ด ก็ไม่ยอมหามาให้ แถมยังมีประเด็นเรื่องการล้วงลูกเรื่องการต่อสัญญา หรือไม่ต่อสัญญานักเตะอีกต่างหาก ทำให้การคุมทีมเลยสะดุด และผลงานเลยถดถอย ผลสุดท้าย กุนซือโปรตุกีส ก็โดนกระเด้งออกจากตำแหน่งไป พร้อมกับการที่สโมสรเสียเงินชดเชยมหาศาล

รื่องดังกล่าว วู้ดเวิร์ด ออกมายอมรับว่า มันเป็นความจริง เขาไม่ได้เห็นด้วยกับมูรินโญ่ กับการดึงนักเตะมาร่วมทีมเป็นบางราย และไม่ยอมอนุมัติเงินให้ซื้อมาร่วมทีม เพราะวู้ดเวิร์ด ก็ไม่ได้มองแค่ความต้องการของผู้จัดการทีมเพียงฝ่ายเดียว ทว่าตัวเขาก็มีผู้เชี่ยวชาญด้านการเสริมทัพ เป็นเบื้องหลัง และเป็นคนที่ช่วยตัดสินใจเช่นเดียวกัน 

ประเด็นของวู้ดเวิร์ด ที่หลายฝ่ายออกมาแนะนำคือ สโมสรควรตั้งผู้อำนวยการกีฬา มารับหน้าที่เรื่องการสรรหานักเตะ และปล่อยให้วู้ดเวิร์ด ทำงานเรื่องการหาเงินเข้าสโมสรเพียงอย่างเดียว เพื่อไม่เป็นการแบกรับหน้าที่มากจนเกินไป เหมือนเช่นลิเวอร์พูล ที่มีผู้อำนวนการกีฬาที่มีความสามารถ จนสโมสรซื้อตัวได้เหมาะสม และผลงานบินสูงอยู่ในเวลานี้

ซึ่งเรื่องนี้ สอดคล้องกับมุมมองของ "มิโน่ ไรโอล่า" ซูเปอร์เอเย่นต์ชาวอิตาเลี่ยน ที่ติดต่อซื้อขายนักเตะกับทางแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มาเป็นระยะเวลานาน พร้อมกับเห็นถึงจุดเปราะบางบางอย่าง ในการติดต่อแต่ละครั้ง และเป็นสิ่งที่ทำให้สโมสรก้าวไปข้างหน้าได้ช้าลง

"แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ต้องการผู้เชี่ยวชาญ" ไรโอล่า เข้าประเด็นอย่างรวดเร็ว "ผมกำลังพูดถึงผู้อำนวยการกีฬา บุคคลที่เป็นตัวเชื่อมระหว่างทีม, โค้ช และเจ้าของสโมสร โลกลูกหนังทุกวันนี้ คุณต้องการผู้เชี่ยวชาญ เพราะโค้ชไม่มีเวลามากพอ ในการซุ่มดูฟอร์มนักเตะ รวมถึงงานอีกมากมาย นี่คือสิ่งที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กำลังขาดไป"

"ความจริงคือ เมื่อผมมองไปยังแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ผมคิดว่าพวกเขาเป็นสโมสรที่เดินหน้าด้วยแนวความคิดแบบชาวอเมริกันมากกว่าชาวยุโรป สโมสรมัวแต่เป็นกังวลในแง่มุมของธุรกิจ มากกว่าที่จะเป็นแง่มุมของกีฬา ดังนั้น พวกเขาจึงจำเป็นต้องมีคนที่เข้ามาเชื่อมทั้งสองอย่างเข้าด้วยกัน ทั้งธุรกิจ และกีฬา"

ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})

ข่าวใหม่วันนี้

ดูทั้งหมด