:::     :::

รายต่อไป

วันศุกร์ที่ 24 มกราคม 2563 คอลัมน์ เด็กเก็บบอล โดย ยักษ์เดนส์
553
ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ถึงตอนนี้มีผู้จัดการทีมในพรีเมียร์ลีกที่โดนปลดออกจากตำแหน่งไปแล้วถึง 6 คนจาก 5 สโมสร ซึ่งทาง วัตฟอร์ด ที่เปลี่ยนตัวเทรนเนอร์เป็นคนที่ 3 แล้วในฤดูกาลนี้
เมื่อเทียบเมื่อซีซั่นก่อน มีการเปลี่ยนแปลงตัวกุนซือเพียง 4 คนเท่านั้นเมื่อเทียบช่วงเวลาเดีนสกัน หรือหากนับทั้งฤดูกาลตั้งแต่เริ่มเกมแรกมีการเปลี่ยนตัวผู้จัดการทีมแค่ 6 คนเท่านั้น เทียบเท่ากับในซีซั่นนี้ไปแล้ว
นั่นแสดงให้เห็นว่าในปัจจุบันการแข่งขันยิ่งมายิ่งยากขึ้น และความอดทนก็เริ่มน้อยลง การเปลี่ยนแปลงจึงเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างเลี่ยงไม่ได้
ถึงตอนนี้เหลือเกมการแข่งขันให้เล่นกันเพียง 14 เกมเท่านั้น หากไม่นับการลุ้นแชมป์ที่ ลิเวอร์พูล นำโด่งอยู่ในขณะนี้ ในการลุ้นท็อปโฟร์, พื้นที่ยุโรป หรือการหนีตกชั้นนั้นถือว่าเข้มข้นเลย
โดยเฉพาะในโซนแดงที่ตอนนี้ มีแค่ วัตฟอร์ด กับ เวสต์แฮม ที่มีการเปลี่ยนแปลงตัวกุนซือ ส่วนทีมอื่นๆอย่าง นอริช ซิตี้, บอร์นมัธ, แอสตัน วิลล่า หรือ ไบรท์ตัน ยังคงนิ่งอยู่ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเหล่ากุนสือทั้งหลายจะวางใจได้
จาก ฆาบี กราเซีย, เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่, อูไน เอเมรี่, กีเก้ ซานเชซ ฟลอเรส, มาร์โก ซิลวา และ ล่าสุดกับ มานูเอล เปเยกรินี่ ใครมีโอกาสจะเป็นรายต่อไปมากที่สุดลองดูกัน
โอเล่ กุนนาร์ โซลชา
สโมสร : แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 
        
คนที่จะขาดไปไม่ได้เลยสำหรับลิสต์รายชื่อผู้จัดการทีมที่จะโดนปลดออกจากตำแหน่ง แถมทุกวันนี้บ่อนรับพนันถูกกฎหมายทั่วอังกฤษต่างพร้อมใจยกให้เป็นเต็ง 1 ด้วย
ความพ่ายแพ้ให้กับ เบิร์นลี่ย์ 0-2 คาบ้านในเกมล่าสุด จจากที่ก่อนหน้านี้ก็ดูย่ำแย่อยู่ ยิ่งทำให้สถานการณ์ของ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ดูจะกดดันมากขึ้นกว่าเดิมเมื่อผลงานของทีมในฤดูกาลนี้เข้าขั้นห่วยแตก
ที่สามารถรั้งอยู่ในอันดับ 5 ของตารางได้อยู่นั้นเพราะปีนี้การแข่งขันเข้มข้น คู่แข่งอื่นๆก็พากันพลาดเหมือนกัน แต่หากดูจากตารางคะแนนจะเห็นอย่างชัดเจนกับตัวเลขที่ตามหลังจ่าฝูงอย่าง ลิเวอร์พูล ไกลถึง 30 แต้ม!
สามวันดี-สี่วันไข้กลายเป็นนิยามของทีม "ปีศาจแดง" ในยุคปัจจุบันไปแล้ว การขาดความคงเส้นคงว่าในเรื่องของฟอร์มการเล่นทำให้แฟนบอลเริ่มเอือมโดยเฉพาะในเกมล่าสุดนั้นพากันเดินออกจากสนามก่อนจบเกมซึ่งไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยนัก
สองเกมถัดไปทีมจะลงเล่นบอลถ้วย เริ่มจากในเอฟเอ คัพที่จะบุกเยือน ทรานเมียร์ ต่อด้วยการไปเยือน แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในคาราบาว คัพ รอบรองชนะเลิศนัดที่สอง หลังเกมแรกแพ้มาก่อน 1-3 ซึ่งดูแล้วคงยากที่จะพลิกสถานการณ์เข้ารอบเมื่อดูจากผลงานที่ออกมา
ซึ่งในเอฟเอ คัพในการเจอกับทีมจากลีก วัน ถ้าทีมของ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ยังกล้าๆแพ้ อาจจะต้องมีการพิจารณาเรื่องตำแหน่งกันบ้างล่ะ
เดวิด มอยส์
สโมสร : เวสต์แฮม
        
เพิ่งเข้ารับตำแหน่งเป็นคนล่าสุดเลยสำหรับ เดวิด มอยส์ ที่เชข้ามาแทนที่ มานูเอล เปเยกรินี่ ในวันที่ 292 ธันวาคม พร้อมกับประเดิมเกมแรกด้วยชัยชนะอย่างสวยงามเหนือ บอร์นมัธ 4-0
แฟนบอล "ขุนค้อน" เริ่มมองเห็นแสงสว่างหลังจากที่ก่อนหน้านี้ทีมแพ้ถึง 9 จาก 12 เกมหลังในพรีเมียร์ลีก ภาพของ วัตฟอร์ด และ สเปอร์ส ที่เปลี่ยนแปลงก่อนหน้านี้พร้อมกับกุนซือใหม่ที่พาทีมเก็บชัยชนะต่อเนื่องเข้ามาในหัว
ทีมยังคว้าชัยเกมที่สองติดต่อกันภายใต้การคุมทีมของนายใหญ่ชาวสกอตแลนด์ด้วยการบุกชนะ จิลลิ่งแฮม 2-0 ในเกมเอฟเอ คัพ แถมไม่เสียประตูเป็นเกมที่สองติดต่อกันยิ่งทำให้แฟนบอลมั่นใจ
แต่ทว่าทุกอย่างกลับไม่ต่างจากเดิม ทีมบุกไปพ่าย เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด 0-1 ต่อด้วยกลับมาเสมอกับ เอฟเวอร์ตัน 1-1 และล่าสุดบุกไปโดน เลสเตอร์ ซิตี้ ถล่มยับเยิน 1-4
แถมโปรแกรมที่รออยู่ข้างหน้าต้องบอกว่าสาหัสไม่น้อย หากไม่นับเกมเอฟเอ คัพในวันเสาร์กับ เวสต์บรอมวิช, เวสต์แฮม ต้องเจอกับ ลิเวอร์พูล 2 หน รวมถึงเยือน แมนเชสเตอร์ ซิตี้ รวมถึงมีเกมเปิดบ้านเจอกับ ไบรท์ตัน และ เซาธ์แฮมป์ตัน 
ถือเป็นเดือนแห่งความรักที่โหดไม่น้อยสำหรับ เวสต์แฮม และมันอาจจะเป็นตัวชี้ชะตาว่าพวกเขาจะต้องดิ้นรนหนีตกชั้นไปจนวันสุดท้ายของฤดูกาลหากแต้มที่เก็บได้ไม่มากพอ และดูท่าทางก็อาจจะเป็นอย่างนั้นด้วยหากมองตามหน้าเสื่อ
เจอ "หงส์แดง" เหย้า-เยือน และไปเยือน "เรือใบ" อาจจะตีได้ว่ามือเปล่า ส่วนอีกสองเกมเล่นในบ้านยังไงต้อง 6 แต้มเต็มสถานเดียว
คงจะดูแปลกไปหน่อยกับสโมสรที่จะปลดเทรนเนอร์ 2 คนในฤดูกาลเดียว แต่ วัตฟอร์ ก็ทำให้เห็นแล้ว นั่นไม่ได้หมายความว่าจะเกิดขึ้นกับ เดวิด มอยส์ ไม่ได้
เอ็ดดี้ ฮาว
สโมสร : บอร์นมัธ

ถือเป็นตำนานของสโมสรเลย ตั้งแต่เริ่มต้นอาชีพนักฟุตบอลก็กับ บอร์นสมัธ, ขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่เป็นครั้งแรกก็กับ บอร์นสมัธ, แม้จะย้ายทีมออกไปก็ยังกลับมาแขวนสตั๊ดกับ บอร์นสมัธ อีก
หลังแขวนสตั๊ดก็ยังเข้ารับงานคุมทีมสโมสร โดยมีช่วงสั้นๆไปคุม เบิร์นลี่ย์ ในช่วงปี 2011-12 ก่อนกลัยมาอยู่กับทีมยาวจนถึงปัจจุบันก็กินเวลาเกิน 7 ปีแล้ว
เอ็ดดี้ ฮาว พาทีมเลื่อนชั้นขึ้นมาเล่นในพรีเมียร์ลีกตั้งแต่ปี 2015 และพาทีมอยู่รอดในลีกสูงสุดได้อย่างยอดเยี่ยมมาจนถึงปัจจุบัน แต่สถานการร์ของทีมตอนนี้ถือว่าสุ่มเสี่ยงต่อการตกชั้นจริงๆ
23 คะแนนจาก 24 เกม รั้งในอันดับ 18 ของตาราง ปัญหาคือการการยิงประตูที่น้อยลงในปีนี้ทำได้แค่ 23 ลูก น้อยที่สุดเป็นอันดับ 3 ของลีก 
ยังดีที่เกมล่าสุดเก็บชัยชนะเหนือ ไบรท์ตัน อีกหนึ่งคู่แข่งหนีตกชั้นทำให้สถานการณ์ของทีมยังไม่เลวร้ายเกินนัก
ปัญหาสำคัญของทีมคือการที่นักเตะคนสำคัญสลับกันเจ็บมาตลอดทั้ง เดวิด บรู๊ค, โยชัว คิง และ นาธาน อาเก้ รวมถึงกองหน้าอย่าง คัลลั่ม วิลสัน ไม่ได้เปรี้ยงปร้างเหมือนเมื่อฤดูกาลที่แล้ว ทำให้ทีมเจอกับงานที่ยากลำบาก
ตอนนี้บ่อนยกให้เป็นเต็ง 2 ที่จะโดนไล่ออกจากตำแหน่งต่อจาก โอเล่ กุนนาร์ โซลชา เลย
เชื่อว่าเป็นเรื่องยากที่จะปลด "ตำนาน" ของสโมสรทั้งในฐานะนักเตะและกุนซือ แต่ก็ต้องบอกว่ามีความเสี่ยงอยู่เช่นกัน
ดีน สมิธ  
สโมสร : แอสตัน วิลล่า
        
ดีน สมิธ  อยู่ในลำดับต้นๆของกุนซือที่จะโดนปลดออกจากตำแหน่งมาตั้งแต่ช่วงก่อนหน้านี้แล้ว หลังพา แอสตัน วิลล่า 7 จาก 9 เกมในช่วงปลายปีที่แล้ว โดยเฉพาะในเดือนธันวาคมที่โดนคู่แข่งทุบมา 4 เกมติดต่อกัน
กระแสนี้หากไปไม่นาน ตอนนี้มันกลับมาอีกครั้งภายหลังโดน แมนเชสเตอร์ ซิตี้ บุกมาถล่มยับเยิน 1-6 ยังดีที่เกมล่าสุดเอาชนะ วัตฟอร์ด คู่แข่งหนีตกชั้นมาได้ ทำให้ทีมขยับขึ้นมาหายใจเหนือโซนแดง
ปัญหาหลังของ แอสตัน วิลล่า ก็คือพวกเขาต้องพยายามอยู่รอดปลอดภัยต่อไปให้ได้หลังทุ่มทุนไปไม่น้อยในช่วงซัมเมอร์เพื่อสู้ศึกในซีซั่นนี้ นั้นหมายความว่าหากทีมตกชั้นจะต้องเจอกับปัญหาเรื่องการเงินอย่างแน่นอน
และประเด็นก็คือมันอาจจะทำให้พวกเขาจำเป็นต้องการแข้งตัวหลักอย่าง แจ็ค กรีลิช และ ไทโรน มิงส์ ออกไป แต่เชื่อว่าสโมสรจะทำทุกวิถีทางรั้งสองแข้งสำคัญให้อยู่กับทีมต่อไปอย่างน้อยก็จบซีซั่นเพื่อช่วยทีมให้รอดตกชั้นให้ได้นั่นเอง
ไม่ใช่เรื่องแปลกหาก เวส อีเดนส์ และ นาสเซฟ ซาวิริส จะสั่งปลด ดีน สมิธ ออกจากตำแหน่งไป หลังจากที่พวกเขาเคยจัดการเชือด สตีฟ บรูซ มาแล้วเมื่อมองว่าไม่อาจจะพาทีมเลื่อนชั้นสู่พรีเมียร์ลีกได้
หากทีมยังต้องวนเวียนอยู่ในโซนแดงแล้วขึ้นมาแล้วหล่นลงไปอีก เชื่อได้เลยส่า สมิธ อาจจะอยู่กับทีมไม่ครบฤดูกาล
ดาเนี่ยล ฟาร์เค่
สโมสร : นอริช ซิตี้

ทีมน้องใหม่ที่ถือว่าเปิดฤดูกาลได้อย่างน่าตื่นตาตื่นใจด้วยสไตล์การเล่นที่ถูกใจคนดู เกมรุกหวังผลได้ เกมรับพร้อมจะเสียประตู กลายเป็นทีมที่มีสถิติยิง-เสียรวมกันแล้วสูงเป็นอันดับต้นๆในลีกเลย
นอริช ซิตี้ มีเกมที่เรียกเสียงฮือฮาไม่ใช่กับแค่แฟนบอลตัวเองแต่รวมถึงแฟนบอลในอังกฤษอย่างการเปิดบ้านชนะทีมแกร่งอย่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ หรือจะบุกชนะ เอฟเวอร์ตัน แต่ทว่านั่นก็เป็นเพียงสีสันให้แฟนๆได้มีเรื่องให้พูดถึงเท่านั้น
ความพ่ายแพ้ 15 จาก 24 เกมของฤดูกาลนี้ ทำให้ "นกขมิ้นเหลือง-อ่อน" จมอยู่บ๊วยของตารางด้วยการตามหลังโซนปลอดภัยอยู่ 6 คะแนน ซึ่งถือว่าเป็นงานที่ยากทีเดียว
ปัญหาก็คือเกมรับที่เสียไปแล้วถึง 47 ลูก เฉพาะตกที่เกมละ 2 ประตู มากที่สุดในลีก เป็นเรื่องยากที่พวกเขาจะยิงได้ถึงหลัก 2-3 ลูกในแต่ละเกม เพราะด้วยศักยภาพก็ไม่ได้เหนือกว่าคู่แข่งอยู่แล้ว
จริงอยู่ว่าเป็นเรื่องที่ทำใจยากที่จะปลดนายใหญ่ที่พาทีมคว้าแชมป์และเลื่อนชั้นมาเมื่อฤดูกาลที่แล้ว แต่อาจจะเป็นไปได้ที่จะแยกทางกันด้วยการตกลงใจกันทั้งสองฝ่ายแบบเดียวกับที่ เดวิด ว๊ากเนอร์ ที่แยกทางกับ ฮัดเดอร์สฟิลด์ เมื่อซีซั่นที่แล้ว
ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})