:::     :::

อาถรรพ์หมายเลข 9 ของ เอซี มิลาน

วันศุกร์ที่ 07 กุมภาพันธ์ 2563 คอลัมน์ เด็กเก็บบอล โดย ยักษ์เดนส์
1,125
ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
เป็นเวลาเกือบ 10 ปีแล้วที่ เอซี มิลาน ไม่ได้แชมป์กัลโช่ เซเรีย อา มาครอบครอง หนสุดท้ายต้องย้อนกลับไปเมื่อปี 2011
และดูจากสภาพที่เป็นอยู่แล้วมันคงต้องใช้เวลาอีกสักระยะเลยในการกลับมาทวงความยิ่งใหญ่ในลูกหนังแดนรองเท้าบู๊ต
หนึ่งในปัจจัยสำคัญก็คือ "กองหน้าตัวเป้า" หรือแข้งหมายเลข 9 ที่ดูจะห่างไปจากสารบบการทำประตูของทีมมานาน
นับตั้งแต่หมดยุคของ ฟิลิปโป้ อินซากี้ รับตั้งแต่ปี 2012 เป็นต้นมา แข้งที่สานต่อหมายเลข 9 ของ "ปีศาจแดง-ดำ" ล้วนทำผลงานได้อย่างน่าผิดหวัง
แม้ตัวเลข 73 ประตูจาก 202 เกมในกัลโช่ เซเรีย อา จะไม่ได้เยอะมากมายอะไรนัก แต่มันก็ช่วยให้ทีมคว้าแชมป์ลีกได้ 2 สมัย หากนับรวมทุกรายการที่ 126 ลูก ยังพ่วงด้วยโทรฟี่ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 2 สมัย, ยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ 2 สมัย, สโมสรโลก 1 สมัย, โคปปา อิตาเลีย 1 สมัย และ ซูเปอร์โคปปา อิตาเลีย 2 สมัย
เห็นได้ชัดว่าตอนนี้ เอซี มิลาน โหยหาความสำเร็จเหลือเกิน แต่สิ่งที่พวกเขาจำเป็นต้องมีคือจอมถล่มประตู
อันนี้ขออนุญาตไม่นับผู้เล่นคนอื่นในตำแหน่งเดียวกันที่ไม่ได้ใช้เสื้อเบอร์นี้ อย่าง ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ที่ใส่เบอร์ 10 กับมิลาน
ลองไปดูว่านับตั้งแต่ "ปิ๊ปโป้" อำลาทีมไป ผู้สืบต่อหมายเลข 9 เป็นยังไงกันบ้าง
อเล็กซานเดร ปาโต้ (2012-13)

ดาวรุ่งคนดังทีมชาติบราซิลที่ย้ายเข้ามาพร้อมกับเป็นตัวความหวังในระยะยาวให้กับสโมสรตั้งแต่ปี 2007 ในวัย 18 ปี
อเล็กซานเดร ปาโต้ เข้ามาพร้อมรับเสื้อหมายเลข 7 ในตอนแรก ซึ่งถือว่าเจ้าตัวทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมสมกับที่ได้รับการยกย่องด้วยการซัด 9 ลูกจาก 20 เกมในปีแรก ก่อนจะทะลวง 18 ลูกจาก 42 เกมในฤดูกาลถัดมา พร้อมคว้ารางวัลดางรุ่งยอดเยี่ยมแห่งปีของเซเรีย อาไปครองด้วย
ปาโต้ ยังคงทำมีประตูมาฝากอยู่เรื่อยๆ จนกระทั่ง ฟิลิปโป้ อินซากี้ แขวนสตั๊ด ไป เขาก็ก้าวขึ้นมารับต่อเสื้อหมายเลข 9 แต่ยังไม่ทันเริ่มซีซั่นก็เจอปัญหาอาการบาดเจ็บเล่นงานจนต้องหายจากสนามไปร่วม 2 เดือน ก่อนกลับมาลงเล่นอีกครั้ง แต่ดูเหมือนว่าทุกอย่างจะเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
แค่ 6 เดือนหลังเปิดฤดูกาล ปาโต้ โดนปล่อยตัวให้ โครินเธียนส์ ในบราซิล สิ้นสุดยุคเบอร์ 9 อย่างรวดเร็วพร้อมสถิติลงเล่นในกัลโช่ เซเรีย อาแค่ 4 เกม และยิงไม่ได้เลย
อเลสซานโดร มาตรี (2013-14)

ดาวยิงหน้าหล่อผู้เป็นเด็กในทีมเยาวชนของ เอซี มิลาน ก่อนที่ตะออกจากทีมไปสร้างชื่อกับ กายารี่ พร้อมสถิติพังตาข่าย 36 ลูกจาก 125 เกมซึ่งถือว่าใช้ได้เมื่อเทียบกับขนาดของสโมสร
อเลสซานโดร มาตรี ได้ดีถึงขั้นย้ายไปค้าแข้งกับ ยูเวนตุส ถึง 3 ปี พร้อมสถิติทะลวงตาข่าย 27 ลูกจาก 69 เกม ก่อนจะกลับมาอยู่กับ เอซี มิลาน อีกครั้งในปี 2013 
ในฐานะกองหน้าเบอร์ 9 คนใหม่
ทว่าด้วยความกดดันอย่างหนักรวมถึงศักยภาพของทีมที่ลดน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด อเลสซานโดร มาตรี ทำได้เพียงแค่ประตูเดียวจาก 15 เกมในลีก และโดยปล่อยออกจากทีมในช่วงตลาดเดือนมกราคม!
ใช่ครับ มาตรี อยู่กับทีมแค่ 6 เดือนก่อนถูกปล่อยให้หลายสโมสรยืมตัวจนกระทั่งย้ายออกจากทีมไปในปี 2016 ปิดฉากตำนานเบอร์ 9 ชนิดที่ว่ายังไม่ได้เริ่มด้วยซ้ำ
เฟร์นานโด ตอร์เรส (2014-15)
        
หนึ่งในกองหน้าที่ได้ชื่อว่าดีที่สุดคนหนึ่งเท่าที่โลกเคยมีมาสมัยที่โชว์ฟอรืมถล่มประตูเป็นว่าเล่นกับ ลิเวอร์พูล
แต่ทว่านับตั้งแต่ย้ายออกจากถิ่นแอนฟิลด์ เฟร์นานโด ตอร์เรส ก็ไม่เคยเป็นคนเดิมอีกเลย ตัวเลยการทำประตุลดน้อยถอยลงไปอย่างน่าใจหาย
4 ปีกับ "สิงห์บลูส์" ดาวยิงทีมชาติสเปนทำได้แค่ 20 ลูกจาก 110 เกมในพรีเมียร์ลีก ก่อนจะถูกส่งให้ เอซี มิลาน ยืมตัวหวังชุบชีวิตทั้งตัวนักเตะเองและสโมสร
ตอร์เรส เข้ามาพร้อมรับเสื้อหมายเลข 9 ทันที แต่ผลงานกลับยิ่งน่าผิดหวังกว่าในรั้วสแตมฟอร์ด บริดจ์ มีประตูมาฝากแฟนๆแค่ลูกเดียวจาก 10 เกม แม้จะได้รับสัญญายาวกับทีมในเดือนธันวาคม แต่คล้อยหลังไม่ถึงสัปดาห์ก็ถูกปล่อยให้ทีมเก่าในสเปนอย่าง แอตเลติโก มาดริด ยืมตัว
และก็ไม่ได้กลับมาที่ เอซี มิลาน อีกเลย
มัตเตีย เดสโตร (2014-15)

มัตเตีย เดสโตร สร้างชื่อมาจากการเล่นให้กับสโมสรเล็กๆอย่าง เจนัว และ เซียน่า กระทั่งย้ายมาอยู่กับ โรม่า ซึ่งถือว่ามีสถิติทำประตที่ไม่เลวเลยจากการยิง 29 ลูกใน 68 ประตูทุกรายการให้กับทีม "หมาป่า"
เอซี มิลาน ตัดสินใจยืมตัวกองหน้าวัย 24 ปี (ในขณะนั้น) มาใช้งานในเดือนมกราคมปี 2015 พร้อมกับมอบเสื้อหมายเลข 9 ให้โดยไม่ลังเล และคนที่มอบหมายไม่ใช่ใครที่ไหน ฟิลิปโป้ อินซากี้ ที่ผันตัวมาเป็นกุนซือนั่นเอง
แต่ผลงานที่ออกมากลับตรงข้ามกับสมัยค้าแข้งกับ โรม่าอย่างสิ้นเชิง เดสโตร ทำได้เพียงแค่ 3 ลูกจากการลงสนาม 15 เกม ถือว่าน่าผิดหวังสุดๆ จนกระทั่งจบฤดูกาลเจ้าตัวก็ไม่ได้รับสัญญาถาวรต้องกลับไปสู่ต้นสังกัดเดิมของตัวเอง
แน่นอนว่า ฟิลิปโป้ อินซากี้ ผู้เป็นกุนซือก็ไม่ได้ไปต่อเช่นกัน
ลุยซ์ อาเดรียโน่ (2015-16)

สร้างชื่อเสียงเป็นที่รู้จักในเวทียุโรปกับ ชัคตาร์ โดเน็ตส์ค สโมสรยักษ์ใหญ่ในยูเครน ที่แฟนบอลได้เห็นหน้ากันอยู่เสมอในยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก
9 ปีในลีกที่ไกลหูไกลตา ถือเป็นเวลานานพอสมควรกับการสั่งสมประสบการณ์พร้อมจำนวนประตู 128 ลูกจาก 266 เกม ถึงเวลาที่จะเข้าสู่ 5 ลีกใหญ่ในยุโรป
เอซี มิลาน ดึงมาร่วมทีมพร้อมเป้าหมายให้เข้ามาเป็นจอมถล่มประตูหมายเลข 9 คนใหม่ 
แต่ทว่ากลับไม่อาจจะที่ปรับตัวกับฟุตบอลอิตาลีได้ สุดท้ายอยู่กับทีมได้แค่ปีครึ่ง ทำได้เพียงแค่ 4 ประตูจาก 33 เกมในกัลโช่ เซเรีย อา ก่อนโดนปล่อยให้ สปาร์ตัก มอสโก
จานลูก้า ลาปาดูล่า (2016-17)

จะบอกว่าไม่มีอะไรจะเสียแล้วหรืออะไรก็ตามแต่ เอซี มิลาน ถึงซื้อ จานลูก้า ลาปาดูล่า นักเตะที่ไม่เคยเล่นในลีกสูงสุดของอิตาลีเข้ามาสวมเสื้อหมายเลข 9 ของสโมสร
จากการเล่นในสโมสรเซเรีย ซี 1 , เซเรีย ซี 2 หรือกระทั่ง เลกา โปร ก็เล่นมาแล้ว ก่อนจะมาทำได้ดีกับ เปสคาร่า ในเซเรีย บี ที่กด 27 ลูกจาก 40 เกมในปี 2015/16 ทำให้ "ปีศาจแดง-ดำ" คว้าตัวมาร่วมทีม
ตัวเลข 8 ประตูจาก 29 เกมทุกรายการไม่ได้ถือว่าเลวร้าย ซึ่งแฟนบอลก็รักและให้ความเคารพ เนื่องจาก ลาปาดูล่า เป็นนักเตะที่ทุ่มเทอย่างเต็มความสามารถเสมอยามที่ลงสนามในสีเสื้อของสโมสร
เพียงแต่ด้วย "ชื่อชั้น" ของสโมสรกับนักเตะค่อนข้างห่างกันมาก หาก เอซี มิลาน ต้องการกลับมาทวงความยิ่งใหญ่ กองหน้าขจองพวกเขาควรจะมีชื่อมากกว่านี้
ลาปาดูล่า อยู่กับทีมเพียงฤดูกาลเดียวก็ถูกปล่อยให้ เจนัว ยืมตัว ในปีถัดมาก่อนขายขาดไป
อันเดร ซิลวา (2017-18)

38 ล้านยูโร คือค่าตัวที่ เอซี มิลาน จ่ายให้กับ ปอร์โต้ สำหรับการดึงกองหน้าวัย 22 ปี (ในเวลานั้น) มาเป็นความหวังใหม่ในแดนหน้าพร้อมเสื้อหมายเลข 9 บนหลัง
21 ประตูจาก 44 เกมให้กับทีมแห่งแดนฝอยทอง นี่คืออีกหนึ่งความหวังที่จะเข้ามาเป็นจอมถล่มประตูของสโมสร
แต่ทุกอยางกลับตรงกันข้าม อันเดร ซิลวา ทำผลงานได้อย่างน่าผิดหวังด้วยการทำได้แค่ 2 ประตูจาก 24 เกมในลีก ในปีแรกที่อยู่กับทีม น้อยนิดเมื่อเทีบกับค่าตัวมหาศาล สุดท้ายในฤดูกาลถัดมาก็โดนปล่อยให้ เซบีย่า ยืมตัวใช้งาน 
ส่วนในซีซั่นนี้เจ้าตัวถูกปล่อยให้ แฟร้งค์ เฟิร์ต ยืมตัวด้วยสัญญา 2 ปี แต่ก็ยังถือเป็นสมบัติของ มิลาน อยู่ ดูว่าจะเป็นยังไงกันต่อไป
กอนซาโล่ อีกวาอิน (2018-19)

ถือเป็นกองหน้าชื่อดังที่สุดในรอบหลายปีที่ เอซี มิลาน ดึงมาร่วมทีมพร้อมให้เสื้อหมายเลข 9 โดยยืมตัวมาจาก ยูเวนตุส คู่แข่งร่วมลีก
ด้วยสถิติการยิงประตูอันยอดเยี่ยม แน่นอนว่านี่คือความหวังใหม่สำหรับการมาพังประตูช่วยทีมในถิ่นซาน ซีโร่ ซึ่งทาง เอซี มิลาน ต้องใช้เงินไม่น้อยเป็นค่ายืม พร้อมอ็อปชั่นซื้อขาดในช่วงจบฤดูกาล
ตัวเลข 8 ประตูจาก 22 เกมไม่ได้ถือว่าเลวร้ายอะไรนัก แต่ดูเหมือนเจ้าตัวจะไม่ได้ปรารถนาที่จะอยู่ค้าแข้งกับทีมยาว สุดท้ายอยู่กับทีมแค่ 6 เดือนก่อนจะไปเล่นกับ เชลซี ในอังกฤษในช่วงครึ่งซีซั่นหลัง
ถือเป็นอีกหนึ่งตัวความหวังที่พลาดไปอย่างน่าเสียดาย เพราะด้วยประสบการณ์และจำนวนประตูถือว่าทีมพลาดได้กองหน้าฝีเท้าดีไป
คริสตอฟ พิออนเท็ค (2019-ปัจจุบัน)

กลายเป็นดาวยิงที่พุ่งแรงเหนือใครในศึกกัลโช่ เซเรีย อา อิตาลีในฤดูกาลที่ผ่านมา 
คริสตอฟ พิออนเท็ค ย้ายจาก คราโคเวีย ในโปแลนด์ บ้านเกิดมาอยู่กับ เจนัว ในปี 2018/19 แต่กลับทะลวงตาข่ายอย่างต่อเนื่อง ซัดไปถึง 13 ประตูจาก 19 เกมในลีก
เอซี มิลาน ที่มองหากองหน้าอยู่แล้วไม่พลาดที่จะทุ่มเงิน 35 ล้านยูโรเพื่อดึงตัวมาร่วมทีม และเจ้าตัวก็ไม่ทำให้ผิดหวัง สอยตาข่ายในช่วงครึ่งซีซั่นหลังของฤดูกาลที่แล้ว 9 ลูกจาก 18 เกม เฉลี่ย 1 ประตูต่อ 2 นัด
แต่ดูเหมือนว่าอะไรๆจะยากมากขึ้นในซีซั่นนี้ เมื่อจำนวนประตูลดลงอย่างน่าใจหาย มีประตูมาฝากแค่ 4 ลูกจาก 18 เกมในซีซั่นนี้ เดือดร้อนทีมต้องดึง ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ต้องกลับมากอบกู้สถานการณ์
แถมยังมีข่าวย้ายทีมออกมาอย่างต่อเนื่องอีกด้วยในช่วงหลัง
อย่างไรก็ตามยังเร็วไปที่จะบอกว่า คริสตอฟ พิออนเท็ค ล้มเหลว อย่างน้อยก็ยังอยู่กับทีมและคงต้องให้เวลาพิสูจน์ตัวเองต่อไป


ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})

ข่าวใหม่วันนี้

ดูทั้งหมด