:::     :::

คุยกับ "บอล" ศศิศ สิงห์โตทอง : "ชราชล" จะไม่จนแต้ม

วันอาทิตย์ที่ 23 กุมภาพันธ์ 2563 คอลัมน์ ONE MAN SHOW โดย แมน โกสินทร์
1,697
ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
เริ่มต้นศักราชใหม่ของฟุตบอลไทยลีก 2020 ด้วยการชนะ ระยอง เอฟซี 2-0 ต่อด้วยบุกไปพ่าย บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด 0-4 ปีนี้ ชลบุรี เอฟซี ถูกค่อนขอดจากแฟนบอลเกี่ยวกับการเสริมทัพตัวผู้เล่นที่อายุขึ้นเลข 3 หลายคน และบางคนเป็นเด็กเก่าเหมือนเป็นการรียูเนียน จนถูกเปลี่ยนฉายาใหม่ให้เป็น "ชราชล" ในมุมมองของผจก.ทีมวัยหนุ่มอย่าง "บิ๊กบอล" ศศิศ สิงห์โตทอง มองประเด็นนี้อย่างไร และเป้าหมายของ "ฉลามชล" ฤดูกาลนี้เป็นเช่นไร ติดตามได้จากบทสัมภาษณ์ถาม-ตอบ ชิ้นนี้กัน

แมน : สวัสดีครับคุณบอล เกมแรกชนะ ระยอง มา 2-0 ได้ดูเกมอยู่ ถึงจะชนะแต่รูปเกมกว่าจะผ่านได้ไม่ง่ายเลยนะครับ

ศศิศ : ใช่ครับ เราคิดอยู่แล้วล่ะว่าจะไม่มีเกมไหนที่ง่าย เพราะทุกทีมก็มีการเตรียมตัวกันมาเป็นอย่างดี ครึ่งแรกก็มีหลายจังหวะที่เราเกือบโดนเหมือนกัน จะเห็นได้ว่าแม้แต่ตัวเก๋าๆ ของเรา ก็มีอาการไม่เป็นตัวของตัวเอง จริงๆ แล้วในช่วงพักครึ่ง พี่เตี้ย (สะสม พบประเสริฐ) ไม่ได้แก้เกมอะไรมากมายเลยนะครับ แกแค่พูดกับน้องๆ ในทีมว่าให้มีสมาธิกับเกมและเป็นตัวของตัวเองหน่อย พอครึ่งหลังเราคุมสมาธิกันได้ดีขึ้น รูปเกมก็ดีขึ้นตามจนทำประตูได้ 2 ลูกและเก็บ 3 แต้มแรกได้ครับ 


แมน : ปีนี้แฟนบอลเปลี่ยนฉายาให้ทีมว่า "ชราชล" อันนี้คุณบอลทราบอยู่แล้วใช่มั้ยครับ เพราะปีนี้ค่าเฉลี่ยอายุของนักเตะโดยเฉพาะผู้เล่นใหม่ๆ ค่อนข้างอาวุโส คุณบอลคิดเห็นอย่างไรกับเรื่องนี้ครับ

ศศิศ : ผมมองว่าเป็นการผสมผสานกันมากกว่าครับ ระหว่างนักเตะอายุน้อยๆ ที่เรามีอยู่แล้ว กับตัวที่เก๋าประสบการณ์ ไม่ว่าจะเป็น ดราแกน บอสโควิช ที่เขาอยู่เมืองไทยมาหลายปีแล้ว (คาซึโตะ) คูชิดะ กับ อดุล หละโสะ ก็คล้ายๆ กันเลย คือเขาเคยอยู่กับทีมเรามาก่อน ไม่ต้องปรับตัวอะไรมาก เพราะเขารู้ทั้งวิธีการเล่น การบริหารจัดการ แนวทางของสโมสร รวมไปถึงวัฒนธรรมของทีม หรือ ตุ้ย (กรวิทย์ นามวิเศษ) ก็เป็นผู้เล่นที่มีประสบการณ์ทั้งในไทยลีกและระดับชาติ เคยผ่านการคว้าแชมป์ไทยลีกมาแล้ว 

แมน : นั่นคือเหตุผลหรือเปล่าที่ไม่ได้เสริมตัวต่างชาติตัวใหม่ๆ เข้ามา แต่เน้นการดึงคนที่เคยเล่นไทยลีกอยู่แล้ว

ศศิศ : ใช่ครับ เราได้เรียนรู้จากปีสองปีที่ผ่านมา ว่านักเตะต่างชาติที่มาใหม่โดยเฉพาะจากประเทศที่ไทม์โซนต่างจากประเทศไทยเยอะๆ อย่างเช่นบราซิล เขาไม่ได้ต้องปรับตัวแค่เรื่องฟุตบอลนะ แต่ต้องปรับทั้งเวลาชีวิต, อาหารการกิน, วัฒนธรรม เพราะชีวิตนักฟุตบอลไม่ได้อยู่แค่ในสนาม 2 ชั่วโมงตอนแข่งหรือตอนซ้อม แต่มันเป็น 24 ชั่วโมงในแต่ละวัน บางคนกว่าจะปรับตัวได้ก็ต้องใช้เวลานานพอสมควร 

แมน : อันนี้ถือเป็นข้อได้เปรียบในช่วงต้นฤดูกาลของทีมที่ยึดผู้เล่นจากปีก่อนๆ เอาไว้ ไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรมากมั้ยครับ

ศศิศ : แน่นอนครับ ทั้งตัวโค้ชและผู้เล่น โค้ชเองก็ต้องการเวลาในการบริหารจัดการทีม ตัวผู้เล่นใหม่ๆ ก็ต้องใช้เวลาปรับตัวเข้ากับทีมใหม่ อย่างตัวต่างชาติ เรายึดไว้แค่ 2 คนคือ (แฮร์ริสัน)ไคออน และ จูเนียร์ (โลเปซ) แล้วเราก็ได้ ดราแกน (บอสโควิช) กับ คูชิดะ ที่มีประสบการณ์อยู่แล้วเข้ามาเสริม กองหลังก็มี (คาร์ลี) เดอ มูร์ก้า มาเติมอีกคน ซึ่ง เดอ มูร์ก้า กับ โลเปซ เขาก็เข้ากันได้ลงตัวดี เพราะสื่อสารกันรู้เรื่อง เราอาจจะเห็นว่า เดอ มูร์ก้า เป็นทีมชาติฟิลิปปินส์ แต่จริงๆ แล้วบ้านเขาอยู่ที่สเปน เติบโตที่สเปน ภรรยาและครอบครัวเขาก็อยู่ที่สเปนนะ เขาเพิ่งมาเล่นลีกฟิลิปปินส์และติดทีมชาติในช่วงหลังๆ นี่เอง โลเปซ ผมเข้าใจว่าพูดภาษาโปรตุกีส แต่น่าจะพูดสเปนได้ เห็นเขาคุยกันน่าจะเป็นภาษาสเปน ปัญหาเรื่องการสื่อสารก็เลยไม่มี


แมน : โค้ชเตี้ย ได้มีการดึงทีมงานเข้ามาเพิ่มเติมมั้ยครับ ปีก่อนตอนแกมาช่วงเลกสอง เห็นว่ามาคนเดียว

ศศิศ : ไม่มีนะครับ เพราะทีมเรามีทีมงานสตาฟฟ์ครบทุกตำแหน่งอยู่แล้ว และพี่เตี้ยแกก็โอเคกับการทำงานร่วมกับทีมสตาฟฟ์ชุดนี้ 

แมน : ผมดูจากเกมแรก (คุยกันก่อนเกมพบบุรีรัมย์) รายชื่อ 11 ตัวจริง ส่วนใหญ่อายุเกิน 30 แทบทั้งนั้นเลย ที่อายุน้อยๆ ก็มี แระห์ฺ (กฤษดา กาแมน) กับ พฤกษ์ (ณัฐพงศ์ เปพาทย์) เองมั้งครับ ค่าเฉลี่ยอายุนักเตะน่าจะสูงที่สุดในไทยลีกเลยนะครับ


ศศิศ : ครับ ก็จะมี แระห์ กับ ณัฐพงษ์ ที่อายุน้อยกว่าเพื่อน อย่าง ก้อง (เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์) กับ ออฟ (นพนนท์ คชพลายุกต์) ก็อายุประมาณ 29-30 กันแล้ว แต่เราก็ยังให้ความสำคัญกับผู้เล่นอายุน้อยๆ นะครับ ยังมี ยิม (วรชิต กนิษศรีบำเพ็ญ), แจ๊บ (สหรัฐ สนธิสวัสดิ์), ย้า (สิทธิโชค ภาโส) ที่อาจจะยังไม่ได้ใช้มากนักในเกมแรก แต่เกมต่อๆ ไปต้องใช้อยู่แล้ว อยู่ที่การวางแท็กติกแต่ละเกม แล้วปีนี้เราก็ดัน ณัฏฐยศ พลเยี่ยม กับ สัมพันธ์ เกสี ที่ปล่อยให้ ภูเก็ต ซิตี้ ยืมตัวไปหาประสบการณ์เมื่อปีที่แล้ว ขึ้นมาอยู่ในทีมชุดใหญ่ด้วย 

แมน : มี เซนต์ นรุตม์ชัย นิ่มบุญ อีกคนใช่มั้ยครับ ที่ดึงมาจาก บางกอก เอฟซี


ศศิศ : ใช่ครับ เราเห็นเขามาตั้งแต่สมัยที่อยู่กับ ชัยนาท แล้ว และปีที่ผ่านมาเขาก็ไปเล่นได้ดีกับ บางกอก เจ้าเซนต์ก็ถือว่าเป็นเด็กที่ฝีเท้าดีคนนึงเลยครับ ตอนนี้ก็คงต้องรอจังหวะว่าพี่เตี้ยจะส่งลงไปสัมผัสเกมเมื่อไหร่

แมน : การผสมผสานระหว่างนักเตะตัวเก๋ากับผู้เล่นอายุน้อยๆ คุณบอลหวังเห็นผลลัพธ์อะไรจากสิ่งนี้ครับ

ศศิศ : มีผลหลายด้านนะครับ พวกรุ่นพี่สามารถนำประสบการณ์มาถ่ายทอดได้ทั้งตอนแข่ง, ตอนซ้อม สามารถให้คำแนะนำและปฏิบัติจริงให้เห็นได้ น้องๆ สามารถเรียนรู้ได้ทั้งเรื่องในและนอกสนาม ระเบียบวินัย, ความเป็นมืออาชีพ, การวางตัว และวิธีการใช้ชีวิตด้วยครับ  

แมน : คิดว่าไทยลีกปีนี้มีความแตกต่างอะไรจากฤดูกาลที่ผ่านมาบ้างมั้ย และ ชลบุรี แอบลุ้นที่จะขึ้นไปสอดแทรกคว้าแชมป์ไทยลีกไว้บ้างมั้ยครับ

ศศิศ : ทุกทีมก็มีความแข็งแกร่งนะครับ กลุ่มลุ้นแชมป์คิดว่าก็น่าจะยังเป็นกลุ่มเดิม เช่น บุรีรัมย์, เชียงราย, ท่าเรือ, แบงค็อก หรือ บีจี ส่วนเมืองทอง เขาเสียตัวผู้เล่นไปเยอะ อาจจะต้องใช้เวลาปรับทีมอยู่บ้าง สำหรับ ชลบุรี เราก็คงต้องดูกันไปเกมต่อเกมมากกว่าครับ เป้าหมายในตอนนี้เรามองแค่ทำอันดับให้สูงกว่าปีที่แล้วก่อน และพี่เตี้ยเองก็มั่นใจว่าบอลถ้วยเป็นงานที่แกถนัดครับ


แมน : นัดแรก สินทวีชัย (หทัยรัตนกุล) ช่วยเซฟไว้เยอะเลยนะครับ สัปดาห์แรกผมไปเลือกให้ เอิร์น พีระพงษ์ (เรือนนินทร์) ของสุโขทัย เป็นผู้รักษาประตูยอดเยี่ยม อันนั้นต้องยอมเลยเพราะถ้าไม่ได้ เอิร์น สุโขทัยก็อาจไม่ได้ 3 แต้มไปแล้ว แต่ ตี๋ ก็เซฟลูกสำคัญไว้เยอะเหมือนกัน แบบนี้ บาส (ชนินทร์ แซ่เอียะ) ต้องรอลงเฉพาะบอลถ้วยหรือเปล่าครับ มีการตกลงกันไว้มั้ย

ศศิศ : ตกลงกันไว้แล้วครับ แบ่งรายการกันไปเลย ถ้าเป็นบอลลีกจะเป็นตี๋ ส่วนบอลถ้วยก็จะให้ บาส ลง เพราะเราไม่อยากให้ บาส รู้สึกว่าอยู่ไปยังไงก็ไม่ได้เล่น อยากให้เขามีความกระหายที่จะซ้อมเพื่อเตรียมตัวลงเล่นอยู่เสมอครับ ตรงนี้เราก็คุยกันไว้ชัดเจนแล้ว

แมน : ไคออน นัดแรกประสานงานกับ ดราแกน บอสโควิช ได้โอเคเลยนะครับ ผมไปดูสถิติเก่าของเขา ตั้งแต่ก่อนมาอยู่ไทยลีกกับ ประจวบ เขาเป็นกองหน้าที่ยิงประตูได้น้อย ไม่เคยมีปีไหนยิงได้เกิน 5 ลูกเลย เพิ่งจะมายิง 6 และ 7 ลูก ตอนอยู่ ประจวบ กับ ชลบุรี นี่แหละ สำหรับปีนี้ คุณบอล คิดว่าน่าจะเป็นปีที่ดีของ ไคออน ที่จะยิงได้ถึงเลข 2 หลักมั้ยครับ


ศศิศ : ผมคิดว่ามีโอกาสเป็นไปได้สูงนะครับ คือตัว ไคออน เอง เขาก็ต้องการสร้างผลงานให้เป็นโปรไฟล์ของตัวเอง เพื่อโอกาสที่จะได้ไปอยู่ในทีมหรือในลีกที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้น เพื่อเพิ่มรายได้ในการทำให้ชีวิตของเขาสบายขึ้นอยู่แล้ว การได้ ดราแกน เข้ามาช่วยก็น่าจะทำให้เขามีโอกาสจบสกอร์ได้มากขึ้นครับ สำหรับ ดราแกน เขามีคุณภาพอยู่แล้ัว อาจจะร้างสนามนานไปหน่อย แต่ตอนที่เขามาเทสต์ความฟิตกับเรา กลายเป็นว่าเขามีความฟิตมากยิ่งกว่าเกือบทุกคนในทีมด้วยซ้ำ แสดงให้เห็นว่าเขามีความมุ่งมั่นมากที่จะพิสูจน์คุณค่าของตัวเอง

แมน : เห็นช่วงก่อนเปิดฤดูกาล ได้ยินมาว่า มาริโอ ยูรอฟสกี้ ก็เกือบมาชลบุรี ด้วยจริงมั้ยครับ

ศศิศ : ใช่ แต่เราต้องเลือกแค่คนเดียวครับ เพราะเรามี ไคออน กับ โลเปซ อยู่แล้ว 

แมน : ผมสังเกตเห็นว่า แระห์ (กฤษดา กาแมน) ขึ้นมาเล่นเกมรุกมากขึ้น อันนี้เป็นบทบาทใหม่ของเจ้าตัวหรือเปล่า เกมแรกก็แอสซิสต์ให้ ไคออน ยิงประตูสุดสวยด้วย


ศศิศ : แระห์ เขามีจุดเด่นในเรื่องการผ่านบอล และยิงประตู อยู่แล้วครับ ซึ่งปีนี้เขาสามารถขึ้นไปเล่นเกมรุกได้มากขึ้น เพราะเรามีนักเตะที่มาช่วยเขาในแดนกลางอย่าง คูชิดะ กับ อดุล งานของ แระห์ ในการเล่นเกมรับก็จะเบาลง ซึ่งเรายังมี ยิม กับ แจ๊บ ที่สามารถลงมาเป็นทางเลือกได้อีก

แมน : ได้คุยกับน้องๆ ที่เพิ่มก้าวข้ามผ่านการเป็นเยาวชน บ้างมั้ยครับ ว่าเขาต้องวางเป้าหมายในชีวิตนักฟุตบอลอาชีพอย่างไร ตอนนี้พวกเราถ้าเป็นทีมชาติก็ต้องชุดใหญ่เท่านั้น ไม่มีคำว่าเยาวชนอีกแล้ว อย่างเช่น ยิม, แจ๊บ หรือ แระห์

ศศิศ : แระห์ ตอนนี้เพิ่งจะอายุ 20 ย้า ก็ประมาณ 21 เขาก็ยังมีโอกาสอยู่นะครับ ส่วน ยิม กับ แจ๊บ ก็มีคุยกันครับว่าต้องฮึดแล้วนะ ซึ่งอย่าง ยิม เขาก็รู้ตัวเองดีครับว่ายังขาดอะไรไป เราก็กระตุ้นเขาตลอดครับจะต้องเพิ่มความดุดันในเกมให้มากยิ่งขึ้น

แมน : น่าจะอยู่กับโค้ชถูกคนแล้วนะครับ พี่เตี้ยแกอินเนอร์เต็มอยู่แล้ว ยิ่งมี ลีซอ (ธีรเทพ วิโนทัย) อยู่ด้วย น่าจะถ่ายทอดคาร์แร็คเตอร์ความแอกเกรสซีฟ ความกระหาย ในเกมให้น้องๆ ได้บ้าง


ศศิศ : ใช่ครับ นี่แหละครับ ที่เรามองว่านักเตะรุ่นน้องสามารถเรียนรู็จากรุ่นพี่ที่มีประสบการณ์ได้

แมน : กำหนดเป้าหมายอะไรไว้ให้โค้ชเตี้ยมั้ยครับ ว่าต้องจบอันดับเท่าไหร่ ต้องมีแชมป์มั้ย 

ศศิศ : เรื่องเป้าหมาย ต้องอธิบายอย่างนี้ครับ ปีที่แล้วตอนพี่เตี้ยเข้ามา เราอันดับไม่ค่อยดี แต่แกดันพาทีมเราไปจบอันดับ 7 ได้ เราก็เลยคุยกันว่า ขอให้พี่เตี้ยทำให้ทีมจบอันดับที่ไม่ต่ำไปกว่าเดิมนะ ซึ่งพี่เตี้ยก็รับปากว่าจะทำให้ได้ แกถึงขนาดบอกเองเลยนะครับว่าปีนี้ฟุตบอลถ้วยต้องมีแชมป์สักรายการ เพราะแกค่อนข้างถนัดอยู่แล้วกับฟุตบอลนัดเดียวรู้ผลแบบเกมบอลถ้วย แล้วถ้าทำไม่ได้แกจะขอรับผิดชอบด้วยการลาออกก็ได้นะ เราก็บอกว่าเฮ้ยพี่ไม่ต้องถึงขนาดนั้นหรอก ขอให้พี่ทำให้เต็มที่ก็พอ แต่แกก็ยืนยันว่าจะไม่ทำให้ชื่อเสียงของตัวเองที่สร้างมาต้องมัวหมอง แกบอกว่าปีนี้ชลบุรีต้องอันดับดีกว่าปีที่แล้ว และจะมีแชมป์ติดมือด้วยครับ

แมน : มีคุยกันมั้ยครับว่า 5 นัดแรกต้องทำให้ได้กี่คะแนน 

ศศิศ : พี่เตี้ยบอกไว้ว่าต้องการทำให้ได้ 10 แต้มเป็นอย่างน้อยครับ ก็อาจจะชนะเกมในบ้าน 3 นัด ที่เหลือ 2 นัดอย่างน้อยก็ขอเสมออีกสักเกมนึง 

แมน : โอเคครับคุณบอล วันนี้ขอบคุณมากนะครับ ไว้โอกาสหน้าจะขอรบกวนใหม่ครับ

ศศิศ : ยินดีครับคุณแมน ขอบคุณครับ


ถ้าชอบก็กดไลค์ ถ้าใช่ก็กดแชร์กันด้วยนะครับ (แมน โกสินทร์)


ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})