:::     :::

สตาร์อาเซียนไทยลีกน่าลอง (ตอนที่2)

วันเสาร์ที่ 25 พฤศจิกายน 2560 คอลัมน์ ONE MAN SHOW โดย แมน โกสินทร์
1,643
ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
มาต่อภาค 2 กันเลยสำหรับแข้งโควตาอาเซียนที่น่าสนใจสำหรับสโมสรในไทยลีก หลังจากตอนแรกส่งชื่อเข้าประกวดไปแล้ว 9 ราย

ใครยังไม่ได้อ่านตอนแรก กดอ่านที่ลิงค์ได้เลยครับ


จัน วัฒนากา กองหน้า (กัมพูชา)

"เมสซี่เขมร" ดาวเตะซูเปอร์สตาร์ที่ถูกแฟนบอลและสื่อของกัมพูชายกย่องให้เป็นกองหน้าที่เก่งที่สุดในประวัติศาสตร์ชาติพันธุ์ เขามักถูกนำมาเปรียบเทียบกับ ชนาธิป สรงกระสินธุ์ ของไทยอยู่บ่อยครั้ง หากดูสถิติการถล่มประตูของเขาที่ยิงถึง 116 ประตูจากการลงสนามให้ เบือง เค็ต อังกอร์ อดีตต้นสังกัด 90 นัด สร้างสถิติอันน่ืาทึ่งเช่นการทำแฮตทริกภายใน 5 นาที, ยิงคนเดียว 8 ลูกในนัดเดียวในเกมลีก คว้าดาวซัลโวสูงสุด 2 ฤดูกาลติดต่อกัน เท่านี้ก็คงพอเข้าใจได้ว่าทำไมหมอนี่ถึงกลายเป็นตำนานของสโมสรทั้งที่เพิ่งอายุ 23 ปีเท่านั้น จุดเด่นของ "จัน" คือความสามารถเฉพาะตัวในการไปกับบอล ความเร็วอันจัดจ้าน และการจบสกอร์ที่เฉียบคม แม้การย้ายไปร่วมทีม ฟูจิเอดะ เอ็มวาย ในระดับเจ3ของญี่ปุ่น จะถือเป็นความล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง แต่เขาก็ยังถือเป็นนักเตะเขมรคนแรกในประวัติศาสตร์ที่ได้ลงเล่นให้สโมสรของญี่ปุ่น ทว่าเป็นการลงเล่นเพียง 5 นาทีถ้วนในเกมเอ็มเพอเรอร์ คัพ และกำลังจะหมดสัญญายืมตัวหลังจบซีซั่นนี้แล้ว แม้ฝีเท้าอาจยังถูกตั้งข้อสงสัยว่าจะแจ๋วพอสำหรับไทยลีกหรือไม่ แต่ที่แน่ๆ แฟนคลับของ "จัน" เยอะมาก หากทีมไหนได้ตัวเขาไปล่ะก็ แฟนบอลเขมรหลักแสนถึงหลักล้านจะกดติดตามและยึดครองพื้นที่แฟนเพจของสโมสรนั้นทันที และหากทีมไหนต้องการแฟนบอลเข้าสนามมากขึ้นล่ะก็ คว้า "จัน" มาร่วมทีมนั่นคือคำตอบสำหรับสิ่งที่คุณต้องการ


เหงวียน คง เฝือง กองกลาง,กองหน้า (เวียดนาม)

ตำนานยู-19 ตลอดกาลของชาวญวน และเป็นเด็กปั้นสุดรักสุดหวงของ ดหว่าน เหงวียน ดึ๊ก ปธ.สโมสรฮหว่างอัญซาลาย (ฮองอันยาลาย ที่คนไทยเรียกน่ะแหละ) นี่ก็เป็นอีกคนที่ได้รับฉายา "เมสซี่เวียดนาม" และมักจะถูกนำมาเปรียบเทียบกับ ชนาธิป อยู่บ่อยๆ เช่นกัน เขาเริ่มต้นโด่งดังมาจากการร่วมทีม อาร์เซนอล เจเอ็มจี อะคาเดมี่ ยู-21 เอาชนะ ทีมชาติไทยชุดยู-21 3-0 ในรายการ ตัน เนียน นิวส์เปเปอร์ คัพ นัดชิงเมื่อปี 2014 และต่อยอดขึ้นมาจนติดทีมชาติเวียดนามชุดใหญ่ ถูกส่งไปร่วมทีมพันธมิตรอย่่าง มิโตะ ฮอลลี่ฮอค ในระดับเจ2ของญี่ปุ่น ถึง 2 ฤดูกาล ได้ลงเล่นไป 5 นัดในฐานะตัวสำรองทั้งหมด แต่ยังทำประตูไม่ได้ อย่างไรก็ตาม "คง เฝือง" ถือเป็นนักเตะที่ได้รับการยกย่องว่ามีพรสวรรค์ด้านทักษะสูงที่สุดของเวียดนาม และเป็นขวัญใจอันดับ 1 ของแฟนบอลในยุคนี้ หากเทียบกับผู้เล่นในอาเซียนด้วยกันแล้ว (ไม่นับไทย) ทั้งฝีเท้าและฐานแฟนคลับของเจ้าตัว ถือเป็นระดับเกรดเอเลยทีเดียว


ลุง ซวน เทรือง กองกลาง (เวียดนาม)

อีกหนึ่งผลผลิตจาก อาร์เซนอล เจเอ็มจี อะคาเดมี่ และสโมสรฮหว่างอัญซาลาย แม้ชื่อเสียงอาจไม่เปรี้ยงเท่าเพื่อนร่วมรุ่นที่เล่นเคียงบ่าเคียงไหล่กันมาอย่าง เหงวียน คง เฝือง แต่ก็มีดีกรีเป็นถึงนักเตะเลือดญวนคนแรกที่ได้เล่นในเคลีก ของเกาหลีใต้ หลังย้ายด้วยค่าตัวสูงถึง 300,000 เหรียญสหรัฐฯ ไปอยู่กับ อินชอน ยูไนเต็ด เมื่อปลายปี 2015 ได้ลงเล่นไป 4 นัดเป็นการออกสตาร์ทตัวจริงแค่นัดเดียว จนปีล่าสุดถูกปล่อยไปให้ กังวอน เอฟซี ในระดับเคลีก คลาสซิก ยืมตัว แต่ได้ลงเล่นไปเพียง 3 นัดเท่านั้น "ซวน เทรือง" มีสไตล์การเล่นที่ยืดหยุ่นและหลากหลาย ช่วงสมัยขึ้นมาใหม่ๆ ถูกจับไปเล่นเป็นหน้าต่ำหรือกลางรุก แต่ 2 ปีหลังถูกปรับไปเล่นเป็นกองกลางตัวรับซะแล้ว แม้ต้นสังกัดปัจจุบันในแดนกิมจิจะเอ่ยปากชมอยู่หลายครั้งว่าเป็นนักเตะที่มีอนาคตสดใสรออยู่ แต่ด้วยโอกาสที่จำกัด ไม่แน่หากทีมในไทยลีกสนใจจะยืมตัวมาลองใช้สักปี ก็มีความเป็นไปได้สูงทีเดียว


ฮวอง เหวอ โอลาเลเย่ แซมซั่น กองหน้า (เวียดนาม)

ดาวยิงเชื้อสายไนจีเรีย ที่ได้สัญชาติญวนมาตั้งแต่ปี 2013 ซึ่งในปีหน้าจะเข้ากฎของโควตาอาเซียนพอดีเพราะโอนสัญชาติมาครบ 5 ปีตามกติกาพอดีเป๊ะ แม้จะอายุ 29 ปีเข้าไปแล้ว แต่ที่น่าสนใจเพราะสถิติการถล่มประตูของเจ้าตัวต่างหากล่ะ ไม่ว่าจะเป็นการยิง 20 ประตูจาก 22 นัดให้กับ ตัน เกง นินห์ ต่อด้วย 43 ประตูจาก 49 นัดให้ ด่อง ตัป จนถูก แอตเลติโก มาดริด ยักษ์ใหญ่ของสเปนคว้าตัวไปร่วมทีมเมื่อปี 2011 ก่อนถูกส่งต่อไปให้ บราก้า ทีมดังของโปรตุเกสยืมทันทีในปีเดียวกัน ทว่าไม่มีโอกาสได้ลงเล่นแม้แต่นัดเดียว แต่การกลับมาสู่ลีกเวียดนามในการรับใช้ ฮานอย เอฟซี รวมทั้งสิ้น 122 นัดซัดไป 90 ประตู ก็ถือเป็นบทพิสูจน์ว่าเขาดีพอที่เวียดนามจะประเคนสัญชาติให้กับเขา เปรียบเทียบง่ายๆ หมอนี่ก็คล้าย เจย์ซี จอห์น ดาวยิงบาห์เรนเชื้อสายไนจีเรียน ของ แบงค็อก ยูไนเต็ด นั่นแหละทั้งลีลาการเล่นและชาติกำเนิด การคว้านักเตะโควตาอาเซียนแต่เสมือนได้หัวหอกไนจีเรียโปรไฟล์สวยหรูมาแทน แล้วแบบนี้ไม่เรียกว่าน่าสนใจหรือ


ฟาอิค โบลเกียห์ กองกลาง,ปีก (บรูไน)

ถ้าคุณยังมีความคิดว่าคนบรูไนเตะบอลไม่เก่ง อยากให้ลองคิดดูใหม่กับ เจ้าชายฟาอิค ผู้เป็นหลานชายแท้ๆ ของ สุลต่าน ฮัสนัล โบลเกียห์ กษัตริย์แห่งราชวงศ์ของบรูไน แม้จะได้ชื่อว่าเป็นบุตรหลานของเชื้อพระวงศ์ แต่ ฟาอิค ก็ไม่ได้ขึ้นมาเป็นกัปตันทีมชาติบรูไนชุดใหญ่ในวัยเพียง 19 ปีเพราะโชคช่วย ฝีเท้าของเขาได้รับการยอมรับจากทุกคนด้วยประสบการณ์ที่เคยผ่านทีมเยาวชนของ เซาธ์แฮมป์ตัน ตั้งแต่อายุ 11 ปี ตามด้วยอาร์เซนอล และ เชลซี และล่าสุดกับ เลสเตอร์ ซิตี้ ซึ่งได้รับการเซ็นสัญญาอาชีพไปแล้วเมื่อปีก่อน เขาเล่นบอลได้สองเท้า มีคลิปลีลาการเล่นของเขามากมายที่ถูกแชร์ในโลกโซเชี่ยล ซึ่งเท่าที่ได้เห็นถือว่ามีทักษะไม่ธรรมดาทีเดียว เขาได้ชื่อว่าเป็นนักเตะอาเซียนคนที่ 4 ที่ถูกเซ็นสัญญาอาชีพกับสโมสรในพรีเมียร์ลีก อังกฤษ (ต่อจาก ธีรศิลป์ แดงดา, สุรีย์ สุขะ และ เกียรติประวุฒิ สายแวว ที่เคยเซ็นกับ แมนฯซิตี้) แต่อาจเป็นคนแรกที่ได้ลงเล่นจริงๆ เพราะเขามีพาสปอร์ตอังกฤษแล้ว และด้วยความที่ เลสเตอร์ ซิตี้ มีเจ้าของเป็นคนไทย มีโอกาสเป็นไปได้สูงไม่น้อยที่คอนเน็คชั่นของ คิงส์ พาวเวอร์ จะทำให้เจ้าตัวได้โอกาสมาโชว์ลีลาที่เมืองไทย


ฟิล ยังฮัสแบนด์ กองหน้า (ฟิลิปปินส์)

นักเตะตระกูลสามีหนุ่มผู้น้อง ปัจจุบันอายุ 30 ปีแล้ว พกดีกรีอดีตแข้ง เชลซี แจ้งเกิดจากการเป็นดาวซัลโวสูงสุดของทีมเยาวชน "สิงโตน้ำเงินคราม" 2 ฤดูกาลติดต่อกันในฤดูกาล 2003-04 และ 2005-06 ก่อนตัดสินใจหิ้วกระเป๋าพร้อมพี่ชายย้ายถิ่นฐานไปอยู่แผ่นดินเกิดของคุณแม่ตั้งแต่อายุเพียง 20 ปี และสำหรับเจ้าตัวถือว่านี่ไม่ใช่การตัดสินใจที่ผิดนัก เพราะเขาเป็นเจ้าของสถิติสูงสุดตลอดการทั้งลงเล่นให้ทีม "อัซกาล" สูงสุด 92 นัดและทำประตูสูงสุด 47 ประตู พ่วงด้วยตำแหน่งกัปตันทีม "ฟิล" มีรูปร่างสูงใหญ่ตามสไตล์ฝรั่ง มีทีเด็ดทั้งการสร้างสรรค์เกม, การจบสกอร์ทั้งภาคพื้นดินและอากาศ และหากสโมสรใดต้องการนักเตะอาเซียนที่มีศักยภาพสูงพอที่จะส่งลงสนามอย่างจริงจัง "ฟิล" น่าจะตอบโจทย์ได้ โอกาสย้ายก็มีความเป็นไปได้สูง เพราะเจ้าตัวค้าแข้งในลีกปินอยมากว่า 10 ปีแล้ว และเมื่อไทยลีกเปิดโควตาอาเซียนขึ้นมา นี่อาจเป็นความท้าทายใหม่ๆ ในชีวิตของเขาอีกครั้ง


ไดสึเกะ ซาโตะ แบ็กซ้าย (ฟิลิปปินส์)

ดูจากชื่อนามสกุลถ้าไม่บอกก็คงนึกว่าคนญี่ปุ่นชัวร์ แต่ว่าเขาเป็นลูกครึ่งฟิลิปปินส์ที่รับใช้ทีม "อัซกาล" ไปแล้วถึง 34 นัดตั้งแต่ปี 2014 ในบทบาทแบ็กซ้ายจอมบุก ไดสึเกะ เริ่มชีวิตค้าแข้งกับทีมเยาวชนของ อุราวะ เรด ไดม่อนส์ ในยุคที่ ชินจิ โอโนะ กำลังโด่งดัง แต่ไม่สามารถเบียดขึ้นทีมชุดใหญ่ได้ ก่อนเลือกเปลี่ยนมาใช้สัญชาติตามมารดา เขาเล่นให้ โกลบอล เอฟซี ทีมดังของฟิลิปปินส์ เพียงแค่ 3 ฤดูกาลก่อนถูก ซีเอสเอ็ม โปลิเทคนิกา ยาซี่ ทีมในลีกสูงสุดของโรมาเนียดึงไปร่วมทีมและยึดตำแหน่งตัวจริงได้อย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งฤดูกาลล่าสุด เอซี ฮอร์เซ่นส์ ทีมในศึก เดนิช ซูเปอร์ ลีกา ของเดนมาร์ก ซื้อตัวไปร่วมทีม เครื่องหมายการค้าของ ไดสึเกะ คือการเติมเกมรุกชนิดถอดแบบมาจาก ยูโตะ นากาโตโมะ ของ อินเตอร์ มิลาน เลยทีเดียว แถมมีทีเด็ดจากลูกยิงไกลที่แสดงพิษสงให้เห็นมาหลายครั้ง ปัจจุบันเขาเพิ่งอายุเพียง 23 ปี หากไม่คิดว่าการมาเล่นในไทยลีกจะเป็นการก้าวถอยหลังจากการได้ตะลุยลีกยุโรปล่ะก็ เขาจะเป็นผู้เล่นที่สามารถยกระดับทีมในไทยลีกได้เลยทีเดียว


เคนชิโร่ เดเนี่ยลส์ กองหน้า, ปีก (ฟิลิปปินส์)

ลูกชายแท้ๆ ของ แกรี่ เดเนี่ยลส์ ดารานักบู๊ชื่อดังแห่งฮอลลีวูดชาวอังกฤษ คุณพ่อของ เคนชิโร่ ก่อนจะเข้าสู่วงการเคยเป็นนักมวยไทย, คิกบ็อกซิ่ง, กังฟู และ เทควันโดสายดำ มาก่อน และเคยมาฝึกมวยที่ค่ายในเมืองไทยอยู่หลายปี และแน่นอนว่า ชื่อ "เคนชิโร่" มาจากบทบาทที่คุณพ่อเล่นเป็นพระเอกในหนังดังที่สร้างจากเรื่อง "หมัดเทพเจ้าดาวเหนือ (Fist of the North Star)" การ์ตูนชื่อดังของญี่ปุ่น เมื่อปี 1995 ซึ่งเป็นปีเกิดของลูกชาย เอาเถอะเดี๋ยวจะพูดถึงพ่อมากกว่าลูกซะ สำหรับ เคนชิโร่ เป็นกำลังหลักให้กับทีมชาติฟิลิปปินส์มาตลอดในช่วง 3 ปีที่่ผ่านมา ในฐานะตัวรุกริมเส้น ไม่ต้องห่วงว่าเขาจะติดลูกบู๊มาจากพ่อ เพราะตลอดอาชีพการค้าแข้งเจ้าตัวยังไม่เคยถูกไล่ออกสักครั้ง สไตล์การเล่นเป็นพวกทำเพื่อทีม ไม่ค่อยยิงเอง เป็นพวกอารมณ์ติสท์เน้นแอสซิสต์ไว้ก่อน ถ้าไม่เบนเข็มไปสู่วงการมายาซะ ก็น่าจะเอาดีทางโลกลูกหนังได้ยาวๆ และทราบไหมว่า ถึงฝีเท้าเขาจะไม่ได้เด่นสุดในทีม "อัซกาล" แต่ชื่อเสียงของเขานั้นดังระดับต้นๆ ที่ฟิลิปปินส์เลยเชียว 


ฆาเบียร์ ปาติโญ่ กองหน้า (ฟิลิปปินส์)

แทบไม่ต้องบรรยายสรรพคุณอะไรให้มากความสำหรับหัวหอกลูกครึ่งสแปนิช-ฟิลิปปินส์ เพราะแฟนบอลไทยคงรู้จักเขาดีอยู่แล้ว โดยเฉพาะสาวก "ปราสาทสายฟ้า" ด้วยผลงานซัด 35 ประตู ใน 54 เกมให้กับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ช่วงระหว่างปี 2013-2015 ก่อนถูก เหอหนาน เจี้ยนเหยอ สโมสรดังแห่งศึกไชนีส ซูเปอร์ลีก คว้าตัวไปร่วมทีม โดยลงไป 60 นัดซัด 21 ประตู ทว่าล่าสุดเจ้าตัวหมดสัญญาและถูกปล่อยให้กลายเป็นนักเตะฟรีเอเยนต์ซะแล้ว  เพราะทีมไปซื้อกองหลังทีมชาติซีเรียชุดฟุตบอลโลกมาเป็นโควตาเอเชีย และได้ ริคาร์โด้ วาซ เต อดีตกองหน้าตัวเก่งของเวสต์แฮม มาล่าตาข่ายแทน แต่เฮ้! นี่มันอาจเป็นข่าวดีของสโมสรในไทยลีกเลยนะ แน่ละคงเป็นไปได้ยากที่จะกลับมาอยู่ถิ่น ไอโมบาย สเตเดี้ยม เพราะปรัชญาของท่านเนวิน ไม่เคยคิดย้อนกลับไปใช้บริการของเก่า แต่หากเป็นทีมอื่นล่ะก็ นี่คือโควตาอาเซียนระดับเกรดเอที่พิสูจน์ตัวเองมาแล้ว


ธานิน พันธวงศ์ กองกลาง (ลาว)

เจ้่าของฉายา "ซึบาสะเมืองลาว" อดีตเด็กปั้นคนโปรดของ มิสเตอร์ ฮานส์ อาร์ เอ็มเซอร์ แห่งทีมเยาวชนของบางกอกกล๊าส ที่ดึงมาปลุกปั้นตั้งแต่ปี 2012 ในตอนที่มีอายุเพียง 14 ปี เจ้าตัวได้รับการยอมรับในความสามารถจากทั้งโค้ชและเพื่อนร่วมทีม แต่ด้วยความที่แดนกลางของ "กระต่ายแก้ว" มีการแข่งขันสูงมาก จึงถูกปล่อยไปให้ รังสิต เอฟซี ทีมน้องของบีจี ยืมใช้งาน แต่ในที่สุดก็ถูกปล่อยกลับไปค้าแข้งที่บ้านเกิดกับสโมสรดังอย่าง ลาว โตโยต้า พร้อมกับช่วยให้ต้นสังกัดคว้าแชมป์ ลาว พรีเมียร์ลีก ได้สำเร็จ ตอนนี้เจ้าตัวยึดตำแหน่งตัวจริงได้แล้ว และความมั่นใจน่าจะยิ่งเพิ่มพูนมากขึ้น เขามีเท้าซ้ายที่ทรงพลัง และลูกยิงฟรีคิกที่สร้างชื่อมาแล้วหลายทัวร์นาเม้นต์ ยังมีเวลาอีกเหลือเฟือในการพัฒนาฝีเท้า และเชื่อกันว่า บักหำน้อยคนนี้แหละที่ "โค้ชเฮง" วิทยา เลาหกุล เคยกล่าวกับ THSPORT ว่าเป็นปีกซ้ายลาวที่แกชื่นชมว่าเก่งมากจนต้องขอเข้าไปพูดคุยด้วยเป็นการส่วนตัวและทาบทามไว้บ้างแล้วในการดึงมาร่วมทีม ชลบุรี เอฟซี ในซีซั่นหน้า 


ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})