:::     :::

อีก 4 ....

วันอังคารที่ 25 กุมภาพันธ์ 2563 คอลัมน์ ศาสดา On The Ball โดย ศาสดาลูกหนัง
1,448
ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
แม้ดูเหมือนว่าไม่น่าจะมีอะไรพลิกอีกแล้ว และอีกนิดเดียวเท่านั้น ความฝันหรือเป้าหมายที่ตั้งเป้าไว้ก็จะบรรลุได้สมดังที่ตั้งใจไว้ แต่ถึงอย่างนั้นก็อดที่จะหวาดเสียวและหนีความกดดันไม่พ้นจริงๆ นะครับ เกมที่แข่งกับเวสต์แฮมเมื่อคืนก็เช่นกันครับ ทั้งๆ ที่เป็นเกมที่ไม่น่าจะยากแท้ๆ แต่ กว่าจะเอาชนะได้ก็เล่นเอาหืดขึ้นคอจริงๆ



บาดแผลจากหมี

          เริ่มต้นมาเกมนี้เหมือนจะไม่ยากเย็นอะไรเลยครับ เพราะว่าลิเวอร์พูลนั้นโหมบุกตั้งแต่เป่านกหวีดและสามารถได้ประตูนำตั้งแต่ 10 นาทีแรก จากการโหม่งอันยอดเยี่ยมของ ไวนัลดุ้ม แต่ไม่กี่นาทีถัดมาลิเวอร์พูลกลับโดนตีเสมออย่างง่ายๆ จากจังหวะการเสียเตะมุม ซึ่งปกติจะเป็นจุดแข็งของหงส์แดงด้วยซ้ำ จากสถิติที่ผ่านมาบ่งบอกว่าลิเวอร์พูลลงเตะไป 100 กว่าเกม เพิ่งจะเสียประตูจากลูกเตะมุมไปแค่ลูกเดียว แต่ในสถานการณ์ปัจจุบันนั้น ลิเวอร์พูลเสียประตูจากลูกเตะมุมมา 2 เกมติดๆ กันแล้วครับ จากเกม UCL กับ แอตฯมาดริด 1 ครั้ง และจากเวสต์แฮมในเกมนี้อีก 1 ครั้ง นั่นก็ช๊อกต่อที่ 1 แล้ว ที่มาโดนตีเสมอจากแผลเดิมแบบนี้ แต่ที่ตอกย้ำความรู้สึกยิ่งกว่านั้น คือ แผนที่เวสต์แฮมใช้ในการรับมือกับลิเวอร์พูลนั้นแทบจะเรียกได้ว่ามีแรงบันดาลใจจากแอตฯ มาดริดแบบเต็มๆ เลยครับ คือการวางแผงผู้เล่นซ้อนกันไว้ 2 ชั้นและแพ็กตรงกลางให้แน่นเข้าไว้โดยเปิดโอกาสให้ฟูลแบ็กของลิเวอร์พูลเปิดบอลเข้ามาได้เลย แต่พวกเขาจะไปเน้นจัดการกับเป้าหมายในการโยนเข้ามามากกว่า ซึ่งก็ต้องบอกว่ามันได้ผลค่อนข้างดีทีเดียวล่ะครับ เพราะจะเห็นได้ว่าการเล่นแบบนี้สร้างความอึดอัดให้กับลิเวอร์พูลได้เป็นอย่างดี และถึงแม้การครองบอลจะเป็นของลิเวอร์พูลไปแทบจะทั้งหมด แต่จังหวะเข้าทำของพวกเขานั้นดูจะติดขัดอย่างมากเสียจริงๆ




ช๊อกตาตั้ง!!!!


          เริ่มครึ่งหลังมาทั้งนักเตะและแฟนบอลลิเวอร์พูลน่าจะคิดแบบเดียวกันหมดนั่นแหละครับ นั่นคือ เดี๋ยวลิเวอร์พูลก็น่าจะค่อยๆ บดใส่คู่ต่อสู้อย่างเวสต์แฮม และหาช่องว่างในแนวรับของทีมเยือนจนเจอแล้วก็น่าจะเอาชนะไปได้อย่างไม่ยากเย็น แต่แล้วฟ้าก็ผ่าดั้งเปรี้ยงกลางแอนฟิลด์เมื่อเวสต์แฮมกลับเป็นฝ่ายได้ประตูนำไปซะอย่างนั้น ประตูนี้หลายๆ คนอาจจะชี้ไปที่โกเมส ที่ประกบตัวผิดพลาดปล่อยให้คู่ต่อสู้ยิงง่ายๆ ได้ไง ? แต่เอาเข้าจริงๆ แล้วต้องแบ่งๆ กันรับผิดชอบไปนั่นแหละครับ ในเกมนี้ก็ต้องยอมรับว่าแผงกลางของลิเวอร์พูลนั้นก็ดูเหมือนจะมีปัญหาอยู่พอสมควรจากการขาดหายไปของกัปตันเฮนโด้ ผู้ซึ่งเปรียบเสมือน”น้ำมันเครื่อง” ในเครื่องจักรสีแดงตัวนี้ ให้เดินเครื่องต่อไปอย่างไม่สะดุดทั้งในเกมรุกและเกมรับ ตอนที่เขาลงสนามหลายๆ คนอาจจะมองไม่เห็นความสำคัญอะไร แต่พอขาดนักเตะที่เล่นเพื่อทีมอย่างเฮนโด้ไป มันเห็นได้อย่างขัดเจนพอสมควรเหมือนกันครับ ว่าทีมนั้นเล่นไม่ไหลลื่นและเกมเพรซซิ่งก็ลดความดุดันลงไปพอสมควร เกมนี้ก็เช่นกัน นอกจากโจ โกเมส ที่ประกบตัวผิดพลาดแล้ว กองกลางก็ปล่อยให้ผู้เล่นเวสต์แฮมเล่นง่ายไปหน่อย และนั้นทำให้ลิเวอร์พูลต้องตกอยู่ในสถานะที่แทบจะไม่เจอมาก่อนเลยในฤดูกาลนี้ นั่นคือการโดนนำในบ้านตัวเอง และเวลาที่เหลือก็มีไม่มากเท่าไรด้วย และพอหลังจากโดนนำลิเวอร์พูลยังเกือบโดนฉีกหนีไปอีก 2-3 จังหวะ ซึ่งก็มาจากการประสานงานในแนวรับที่ไม่ดีและการเพรซซิ่งที่ไม่เข้มข้นเหมือนเดิมนี่แหละ แต่ก็ยังดีที่ได้พ่อหมีอลิสซงช่วยไว้ได้ในทุกๆ จังหวะ ..... นี่เป็นเกมที่กดดันอย่างเหลือเชื่อจริงๆ





mentality


          จุดแข็งที่เด่นชัดที่สุดของลิเวอร์พูลชุดนี้ ไม่ใช่แผนการเล่น หรือความสามารถเฉพาะตัวอะไรแต่อย่างใดครับ แต่จุดแข็งที่ยอดเยี่ยมที่สุดของพวกเขาคือ mentality หรือ แปลเป็นไทยก็น่าจะได้ประมาณว่า จิตวิญญาณ หรือ หัวจิตหัวใจของพวกเขานั่นแหละ บ่อยครั้งที่พวกเขาโดนทดสอบเรื่องนี้มาครั้งแล้วครั้งเล่าแต่พวกเขาก็สามารถฟันฝ่ามันไปได้สำเร็จในครั้งนี้ก็เช่นกัน  สถานการณ์แบบนี้ถ้าเป็นเมื่อก่อน เกมนี้อาจจะถูกเรียกได้ว่าเป็น “วันแย่ๆ ” วันนึงและก็อาจจะถึงขั้นพ่ายแพ้คาบ้านกันไปในที่สุด และนักเตะลิเวอร์พูลของคล๊อปป์นั้นถูกปลูกฝังแนวคิดไว้ว่าเขาจะไม่ยอมแพ้ จนกว่าจะหมดเวลา และจะงัดทุกอย่างทุกวิถีทางออกมาเพื่อชัยชนะให้ได้ เกมนี้ก็เช่นกันครับ หลังจากที่โดนนำไปแบบนั้น คล็อปป์เองก็ไม่รอช้าเปลี่ยนเอาอเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน ลงมาแทนนาบี เกอิต้าทันทีและนั่นทำให้เกมของลิเวอร์พูลดีขึ้นทันตาเห็น และใช้เวลาไม่นานตีเสมอได้อย่างทันควันแม้ว่ามันจะเป็นการผิดพลาดของฟาเบียนสกี้ที่รับลูกยิงของซาลาห์ไม่อยู่ลอดเข้าประตูไปแต่นั่นก็เพราะลิเวอร์พูลนั้นกดดันเวสต์แฮมตลอดเวลา จนเทพีแห่งโชคหันมายิ้มให้กับพวกเขา และหลังจากนั้นก็บดบี้จนได้ประตูขึ้นนำสำเร็จจากความเฉลียวฉลาดของเทรนท์ อาโนลด์ที่อ่านทางลูกบอลได้ดี ไปเก็บตกลูกยิงที่แฉลบไปเปิดให้มาเน่แท็ปอินเข้าไปง่ายๆ ถึงตรงนี้โมเมนตั้มและสถานการณ์มันเป็นใจให้ลิเวอร์พูลหมดแล้ว ทางเวสต์แฮมเองก็ดูเหมือนว่าจะไม่เหลือเรี่ยวแรงพอที่จะทวงประตูคืนได้ ทำให้ลิเวอร์พูลเอาชนะไปได้อย่างหืดขึ้นคอ 3-2 ในที่สุด และเป็นการตอกย้ำให้เห็นอีกครั้งว่า mentality แห่งชัยชนะของพวกเขานั้นสุดยอดจริงๆ


นับถอยหลัง
    แม้จะมีเรื่องต้องกังวลอยู่บ้าง จาก 2 เกมล่าสุดไม่ว่าจะเป็นเรื่องแนวรับที่ดูเหมือนจะหย่อนประสิทธิภาพลงไป หรือการเจอกับทีมที่ตั้งรับแบบ 2 แถวแบบนี้แต่นั่นคงต้องปล่อยให้เป็นหน้าที่ของเจอร์เก้น คล็อปป์และทีมงานไปแก้กันเอาครับ ตอนนี้เป้าหมายหลักที่สำคัญของทีมคือการเป็น “แชมป์พรีเมียร์ลีก” นั้น ใกล้ถึงความเป็นจริงเข้ามาทุกขณะ และเหลือเพียงแค่ชนะอีกเพียง 4 เกมเท่านั้น ภารกิจที่วางไว้และการรอคอยของเดอะ ค็อป ทั่วโลกก็จะสิ้นสุดลงเสียที หลายๆ คนอาจจะยังมีความกังวลอยู่บ้าง แต่กับทีมที่ทำสถิติชนะ 26 ครั้งจาก 27 นัด หลุดเสมอไปเพียงแค่ 1 นัดแบบนี้ ต้องบอกว่าโอกาสพลิกล๊อกน้อยกว่า 1% เสียอีก  ถึงตอนนี้คงไม่ต้องกั้กกันแล้วครับ มันไม่ใช่ประเด็นแล้วว่าจะ “ได้ไหม” ประเด็นของมันคือ “เมื่อไร” เท่านั้นเอง ตอนนี้เหลือตัวเลขให้นับถอยหลังกันอีกแค่ 4 ครั้งเท่านั้นเอง เรามานับถอยหลังไปพร้อมๆ กัน ครับ ...... อีกแค่ 4 เท่านั้น!!!


   

ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})

ข่าวใหม่วันนี้

ดูทั้งหมด