:::     :::

จุดเปลี่ยนของ ลินเดเลิฟ ???

วันอาทิตย์ที่ 26 พฤศจิกายน 2560 คอลัมน์ ผีตัวที่ 13 โดย โกสุ่ย
29,107
ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
หากจะหานักเตะสักคนที่เล่นได้อย่างโดดเด่นในเกมล่าสุดที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เปิดบ้านเอาชนะ ไบรท์ตัน 1-0 หลายคนคงชี้ไปที่ วิคตอร์ ลินเดเลิฟ

กองหลังชาวสวีดิชต้องต่อสู้ดิ้นรนกับการปรับตัวให้เข้ากับ พรีเมียร์ลีก และระบบทีมมานานกว่า 4 เดือน เขาฝ่าฟันกับเสียงวิจารณ์และคำติชมมาโดยตลอดแต่เกมล่าสุด ลินเดเลิฟ ถือเป็นพระเอกของเกม

ในวันที่ทีมเล่นได้ไม่ดีอย่างที่คาดหวังและกว่าจะเอาชนะ ไบรท์ตัน มาได้ก็ยากลำบากพอดู ซึ่งส่วนหนึ่งต้องขอบคุณแนวรับที่ทำงานกันได้อย่างยอดเยี่ยม

ลินเดเลิฟ สอดประสานการทำงานร่วมกับ คริส สมอลลิ่ง ได้อย่างดีเยี่ยม จากนักเตะที่ดูร้อนรน เขากลับเยือกเย็น (สมฉายา ไอซ์แมน) ผ่านบอลอย่างมั่นใจ และเข้าสกัดได้หนักหน่วงสะใจแฟนบอลเป็นอย่างมาก

นี่คือคนเดียวที่เคยพลาดในเกมเจอกับ ฮัดเดอร์สฟิลด์ ทาวน์ ที่ถูกกล่าวถึงอย่างมากกับจังหวะโหม่งพลาดจนนำมาซึ่งการเสียประตูของทีม

หรือจะเป็นเกมกับ สวอนซี ใน คาราบาว คัพ ที่หวดวืดจนเกือบจะโดนแนวรุกหงส์ขาวลากไปสำเร็จโทษ

แน่นอน ทุกสิ่งมีจุดเริ่มต้น และทาง ลินเดเลิฟ อาจจะเริ่มต้นได่ไม่ดีอย่างที่ทุกคนคาดหวัง เพราะนี่คือแนวรับที่แฟนบอลผีแดงคาดหมายว่าจะเข้ามาเป็นแกนหลักของทีม และช่วยให้ทีมแข็งแกร่งขึ้น ทว่า ช่วงแรกกลับไม่เป็นเช่นนั้น

สัญญาณบ่งบอกออกมาผ่านคำพูดของ โชเซ่ มูรินโญ่ ที่กล่าวตั้งแต่ในวันแรกๆที่ ลินเดเลิฟ มาถึง โอลด์ แทรฟฟอร์ด ว่า 'นักเตะต้องใช้เวลาปรับตัว'

ไม่มีใครสงสัยในฝีเท้าและความสามารถของกองหลังทีมชาติสวีเดนรายนี้ เพราะหากดูจากเส้นทางและผลงานที่ผ่านมาๆ เขาคือนักเตะที่เปี่ยมไปด้วยศักยภาพ

หลักฐานอันชัดเจนคือการพาทีมเข้ารอบสุดท้ายฟุตบอลโลกที่ รัสเซีย ด้วยการเอาชนะ อิตาลี มาได้ด้วยสกอร์รวม 1-0 ซึ่งผลงานที่ ลินเดเลิฟ ทำออกมานั้น เขาทำงานในแนวรับได้อย่างแข็งแกร่ง



แต่ ... อย่างที่ มูรินโญ่ บอกไปนั่นแหละ กองหลังส่วนใหญ่โดยเฉพาะพวกที่ย้ายมาจากลีกที่เล่นเกมบนพื้นเป็นหลักมักจะเจอกับปัญหายามที่ต้องรับมือกับลูกโด่งตามแบบฉบับฟุตบอลอังกฤษ

ย้อนกลับไปตอนที่ มูรินโญ่ คุม เชลซี คำรบแรกเขาก็เคยมีปัญหาเช่นนี้กับการจูน ริคาร์โด้ คาร์วัลโญ่ ให้เข้ากับสไตล์บอลเมืองผู้ดีที่ทั้งหนักหน่วง, รุนแรง, รวดเร็ว 

คงไม่ต่างไปจาก ลินเดเลิฟ แม้รายนี้จะมีทั้งความเร็ว และลูกหนัก แต่สิ่งที่หายไปในช่วงแรกคือการจับจังหวะและปรับตัวให้เข้ากับระบบ ซึ่งเกมที่ผ่านมา ลินเดเลิฟ ทำได้แบบสุดยอด

จังหวะจะโคนที่ลงตัว ทั้งการผ่านบอล หรือ การปะทะที่ทำได้ดี หลักฐานน่ะเหรอ? ก็ลูกที่สอย อ็องโตนี่ น็อคการ์ต นั่นไง แม้ว่าจริงๆแล้วมันเป็นการเข้าบอลที่ยกเท้าสูงและอาจจะโดนจับฟาวล์ได้ (ผู้ตัดสินในเกม นีล สวาร์บริต ไม่ว่าอะไร) แต่นั่นมันมีความหมายต่อเกม (รวมไปถึง ลินเดเลิฟ)

มีความหมายเช่นไร? อันนี้ต้องขอยกคำพูดของ รอย คีน อดีตกัปตันทีมปิศาจแดงระดับตำนานมากล่าวอ้าง

'คีโน่' เคยระบุในหนังสืออัตชีวะประวัติของตนเองว่าบางครั้งในเกมที่มันตื้อๆตึงๆ ติดขัดหรือไม่เป็นใจ บางครั้งจังหวะปะทะที่รุนแรง (ไม่ได้มีเจตนาทำร้ายคู่แข่ง) หรือการเข้าสกัดที่หนักหน่วงแบบถึงลูกถึงคน จะเป็นการปลุกให้ทีมตื่นขึ้นมา

แม้มันจะเป็นการเล่นที่เสี่ยงต่อการโดนจับฟาวล์ แต่จังหวะนั้นของ ลินเดเลิฟ เป็นการจุดไฟให้กับทีม (แม้เล็กน้อย) เสียงเฮดังทั่วสนาม แฟนบอลคึกคักขึ้นและนักเตะในสนามก็ดูจะฮึกเหิมขึ้น

จุดเล็กๆ แต่บางครั้งสำคัญซึ่งบางคนก็อาจจะนึกไม่ถึงด้วยซ้ำไป




ย้อนกลับมาที่ ลินเดเลิฟ สิ่งที่เขาแสดงออกในนัดล่าสุดได้รับคำชมอย่างล้นหลาม มันพาลให้นึกไปถึง ปาทริซ เอวร่า และ เนมานย่า วิดิช ในวันที่พวกเขาเพิ่งย้ายมาร่วมชายคา โอลด์ แทรฟฟอร์ด

เอวร่า และ วิดิช ก็มีวันเวลาที่ไม่น่าประทับใจกับการเริ่มต้นในสีเสื้อ ยูไนเต็ด เพราะพวกเขาก็โดนวิจารณ์อย่างหนักถึงฟอร์มการเล่น แต่ด้วยความมุ่งมั่นและพยายามปรับตัว ท้ายที่สุดนักเตะทั้งสองก็สามารถทำผลงานและโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยม จนก้าวมาเป็นหนึ่งในทำเนียบตำนานของทีม

เส้นทางของ ลินเดเลิฟ ก็คงมิต่าง (หวังว่าจะเป็นเช่นนั้น)

ในวันที่โลกหมุนเร็วขึ้น ข่าวสารต่างๆถูกส่งต่อไปมาอย่างรวดเร็ว ใจคนเองก็คงมิต่างที่ร้อนรนและอยากเห็นความสำเร็จแบบปัจจุบันทันด่วน

อย่างที่เรียน ลินเดเลิฟ โดนวิจารณ์อย่างหนัก แต่เขากลับนำเอาสิ่งเหล่านั้นมาเป็นเชื้อไฟให้กับตนเอง เป็นเป้าหมายให้เดินหน้าทำงานอย่างหนักเพื่อพิสูจน์ว่าตนเองมีดีพอที่จะสวมยูนิฟอร์มของ ปิศาจแดง

"ผมพยายามทำสิ่งที่ดีสุดผ่านการทำงานหนักในทุกๆวันและฟังคำแนะนำจากโค้ช เพราะพวกเขารู้เรื่องฟุตบอลมากเลยล่ะ ดังนั้นมันจึงเป็นเรื่องของการฟังและเรียนรู้"

ในวัย 23 ปี ยังเหลือเส้นทางอีกมากมายให้พิสูจน์

การเริ่มต้น (ที่ดี) อาจจะช้าไปหน่อย แต่เมื่อมีจุดเปลี่ยนเข้ามาก็อยู่ที่ ลินเดเลิฟ แล้วว่าจะสามารถวานต่อสิ่งที่ทำได้หรือไม่

จุดเปลี่ยนเกิดขึ้นได้เสมอ ไม่ต่างไปจาก เอวร่า และ วิดิช ที่หามันจนเจอและสามารถก้าวมาเป็นหนึ่งในนักเตะระดับตำนานของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

สิ่งที่ว่ามาเกิดขึ้นกับ ลินเดเลิฟ แล้ว และประวัติศาสตร์ที่ผ่านมาก็มักจะมีเรื่องเช่นนี้เกิดขึ้นเสมอ

แม้มันจะไม่ได้การันตี 100% แต่นั่นคือสัญญาณที่ดี

และ (แฟนบอล) หวังว่า ลินเดเลิฟ จะเดินไปในทิศทางเดียวกันกับพวกรุ่นพี่ที่เคยทำไว้


ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})

ข่าวใหม่วันนี้

ดูทั้งหมด