:::     :::

เรื่องหมีๆ

วันศุกร์ที่ 13 มีนาคม 2563 คอลัมน์ ศาสดา On The Ball โดย ศาสดาลูกหนัง
1,214
ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
มีใครคิดไหมบ้างไหมครับ ว่าลิเวอร์พูลที่โชว์ฟอร์มแกร่งมาตลอดตั้งแต่ต้นฤดูกาลนี้จะตกรอบในศึกยูเอฟ่า แชมเปี้ยนลีกส์ตั้งแต่รอบ 16 ทีมแบบนี้ แม้ว่าพวกเขาจะต้องเจอกับยอดทีมอย่าง แอตฯ มาดริดที่พวกเขาเสียเปรียบมาก่อนก็เถอะ แต่ในเมื่อพวกเขามีนัดชี้ชะตาในสนามแอนฟิลด์แบบนี้ สนามที่พวกเขาไร้เทียมทานและไม่แพ้มาร่วมๆ ปีกว่าแล้ว แต่นั่นแหละครับ อุบัติเหตุทางฟุตบอลมันเกิดขึ้นได้เสมอ ไม่เว้นแม้แต่ทีมอย่างลิเวอร์พูลก็ตาม



กลับเข้าสู่เกมให้เร็วที่สุด


          สิงที่ลิเวอร์พูลต้องทำให้ได้ เพื่อแก้ตัวจากนัดแรกคือ พวกเขาต้องเจาะแนวรับทีมตราหมีให้สำเร็จครับ จากนัดแรกที่พวกเขาแทบไม่มีโอกาสเลย เกมนี้พวกเขาต้องพัฒนาเกมรุกของพวกเขาเพื่อเอาชนะแนวรับอันแข็งแกร่งของทีมเยือนให้ได้ เกมนี้พวกเขาโชคดีอย่างนึงที่พวกเขาได้กัปตันทีมคนเก่งอย่างจอร์แดน เฮนเดอร์สันมาคุมเกมในแดนกลางให้ แทนที่ฟาบินโญ่ที่ดูเหมือนว่าจะยังเรียกฟอร์มเก่าๆ กลับมาไม่ได้สักที และนั่นก็ทำให้แดนกลางของลิเวอร์พูลดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ทั้งไวนัลดุ้ม และอ๊อกเหล็ด เชมเบอร์เลน ต่างเดิมเกมรุกกันได้อย่างไร้กังวล รวมถึงแบ็กขวาอย่างเทรนท์ก็เช่นกัน ทุกคนต่างเล่นได้อย่างสบายใจขึ้นมาก เมื่อมีเฮนโด้คอยประคองหลังให้ และจากการเล่นเกมรุกที่หลากหลายรูปแบบในเกมนี้ มันก็ทำให้เห็นว่า เกมนี้แอตฯ เปิดช่องว่างให้พวกเขาเจาะได้อยู่บ้างเหมือนกัน ลิเวอร์พูลเกือบได้ประตูหลายครั้ง จนกระทั้งทำสำเร็จได้ในช่วงเวลาที่พอเหมาะพอเจาะเหลือเกินคือ ก่อนหมดเวลาครึ่งแรกเพียงนิดเดียวจากการโหม่งเข้าไปเสียบเสาของจีนี่ ไวนัลดุ้ม จากลูกเปิดของแชมเบอร์เลน ทำให้ลิเวอร์พูลกลับเข้าสู่เกมที่พวกเขาต้องการได้สำเร็จจนได้และใช้เวลาเพียงแค่ครึ่งแรกเท่านั้นอีกด้วย



ปูพรมถล่มแหลก


          ครึ่งหลังลิเวอร์พูลไม่พูดพร่ำทำเพลง เมื่อพวกเขาเห็นช่องว่างจากแผงหลังของแอตฯ มาดริดในเกมนี้ที่เปิดให้พวกเขาโจมตีได้เรื่อยๆ ไม่เหมือนกับในเกมแรกที่ดูจะแข็งแกร่งเหลือเกิน โดยเฉพาะในเกมริมเส้นที่เกมนี้แบ็กทั้งสองข้างของลิเวอร์พูลเปิดได้คมกว่าเกมแรกมาก และมันค่อนข้างสร้างปัญหาให้กับกองหลังของทีมเยือนได้่พอสมควรเลยทีเดียว แต่ก็ทำได้แค่เฉียดไปเฉียดมา จากทั้งจังหวะที่ยิงดีพอเอง เช่นจังหวะตีลังกายิงของมาเน่  หรือ ลูกยิงของซาล่าห์หลายจังหวะ และจากทั้งจังหวะเซฟของโอบลัคที่เกมนี้เหนียวหนึบเหลือเกิน ที่เซฟลูกยิงจากเทรนท์ อาโนลด์ หรือ ลูกยิงไกลของแชมเบอร์เลน ก็ไม่สามารถผ่านมือเขาไปได้ และจากทั้งดวงต่างๆ ที่ดูจะไม่เข้าข้างทีมหงส์แดงจริงๆ จากลูกยิงซ้ำของโรเบิร์ตสัน ที่บอลดันไปชนคานมันซะอย่างนั้น เกมครึ่งหลังแทบทั้งครึ่งเป็นของทางฝั่งเจ้าบ้านเกือบทั้งหมด แต่จนแล้วจนรอดพวกเขาก็ทำประตูขึ้นนำอีกลูกไม่สำเร็จซักที แถมยังมีลูกหวานเสียวช่วงทดเวลาบาดเจ็บอีกต่างหาก เมื่อทีมเสียฟรีคิกในช่วงเวลาดังกล่าวแล้วเป็นโลดี้เ ที่เปิดบอลมาให้ญิเกซได้โขกเสียบตาข่ายทว่าไลน์แมนยกธงล้ำหน้าขึ้นมาก่อน ทำให้หมด 90 นาทีทั้งสองทีมเท่ากันเป๊ะๆ ด้วยสกอร์ 1-1 ต้องต่อเวลาไปอีก 30 นาที




สวรรค์ ...... ล่ม   

          ลิเวอร์พูลยังเดินหน้าบุกใส่แอดฯ มาดริดเหมือนเช่นเดิม และใช้เวลาเพียงไม่นาน ก็สามารถขึ้นนำได้สำเร็จจนได้ เมื่อไวจ์นาลดุมลากบอลมาเองตรงริมเส้นด้านขวาแล้วครอสบอลเข้ากลางฟิร์มิโน่โขกเต็มๆ บอลไปชนเสาก่อนกระดอนกลับมาให้ดาวยิงแซมบ้าซ้ำไม่เหลือ ทำให้ลิเวอร์พูลได้ประตูที่พวกเขาต้องการจนได้ แม้จะเสียดายนิดๆ ที่ว่าถ้าพวกเขาได้ประตูนี้ในช่วงเวลาปกติพวกเขาก็เข้ารอบไปแล้ว แต่ยังไงก็ตามเกมนี้พวกเขาก็กลับมากุมความได้เปรียบในมือตัวเองเป็นครั้งแรก และดูจากรูปเกมมันก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร  จนกระทั่ง ......  เทรนท์ อาโนลด์ส่งคืนหลังให้อาเดรียนเคลียร์บอลด้วยเท้าแต่เขาดันเตะบอลไม่ดี บอลเรียดไปเข้าทางเจา  เฟลิกซ์ และเจ้าหนูดาวรุ่งฝอยทองก็ไม่รอช้า จ่ายทะลุช่องให้ญอเรนเต้ไปปั่นไซส์เสียบเสาไกลเข้าไปอย่างง่ายดายซะอย่างนั้น ..... นั่นทำให้เหมือนว่าสิ่งที่ลิเวอร์พุลทำมาทั้งหมดตลอดทั้งเกม ต้องมาเริ่มกันใหม่อีกครั้ง ซึ่งตรงนี้บอกตรงๆ ว่ามันก็ค่อนข้างบั่นทอนกำลังใจของทีมพอสมควร เมื่อพวกเขากว่าจะได้ประตูจากทีมเยือนนั้นแสนจะยากเย็นแต่พอถึงทีของพวกเขาเองกลับเสียประตูไปอย่างง่ายดาย แต่กระนั้นพวกเขาก็ยังต้องการเพียงแค่ประตูเดียวเท่านั้นก็จะกลับมาได้เปรียบอีกครั้ง แต่ตอนนั้นสภาพจิตใจของอาเดรียนก็แทบจะแตกสลายไปเสียแล้ว เขามาโดนประตูที่ตอกย้ำความแตกต่างอีกครั้งในช่วงท้ายการต่อเวลาครึ่งแรก เมื่อญอเรนเต้คนเดิมลากหนีเฮนเดอร์สันก่อนซัดนอกกรอบบอลเสียบเสาขวามือซึ่งไม่ห่างตัวจากอาเดรียนเท่าไร แต่สภาพเขาในตอนนั้นก็ไม่สามารถเซฟลูกนั้นได้อยู่ดี .... ทำให้สถานการณ์ของลิเวอร์พูลนั้นเข้าขั้นเลวร้ายหนักไปอีกเมื่อต้องยิงเพิ่มอีก 2 ประตูในช่วงเวลาแค่ 15 นาทีให่ได้ ซึ่งพวกเขาที่แทบจะหมดแรงไปหมดแล้วจากการทุ่มเทมาตลอดทั้งเกม และมาโดนประตูตอกย้ำไปอีกลูกในช่วงก่อนหมดเวลาจาก โมราต้า ที่ยิงเสียบเสาแรกเข้าไป ..... กลายเป็นว่าลิเวอร์พูลตกรอบและต้องแพ้คาแอนฟิลด์แบบสุดช๊อคไปซะอย่างนั้น



เซฟ อาเดรียน !!!

          เป็นความจริงนั่นแหละครับ ที่ต้องยอมรับกัน ว่าเกมนี้ลิเวอร์พูลต้องตกรอบเพราะความผิดพลาดของอาเดรียนเป็นปัจจัยสำคัญจริงๆ และแน่นอนว่าทุกคนต้องแอบคิดอยู่แล้วว่า “ถ้าเป็นอลิสซงนะ”  เราคงไม่เสียประตูแบบนี้และน่าจะเป็นฝ่ายเข้ารอบไปอย่างแน่นอน ซึ่งนั่นก็เป็นความจริงอีกเช่นกันล่ะครับ ถ้าใครสังเกตดีๆ นัดที่พลพรรคหงส์แดงพลิกนรกเข้ารอบโดยการถล่มบาร์ซ่าไป 4-0 นั้น ก็ไม่ใช่ว่าทีมบาร์ซ่าไม่มีโอกาสยิงประตูเสียเมื่อไร และมีหลายๆ จังหวะด้วยซ้ำที่น่าจะเป็นประตูเหลือเกิน แต่ก็ได้พ่อหมีอลิสซงนี่แหละครับที่คอยปัดป้องให้กับทีมอยู่ตลอด และความสุดยอดของเขามันก็ทำให้ผู้ที่มาแทนอย่างอาเดรียนต้องถูกเปรียบเทียบแบบนี้อย่างไม่ต้องสงสัยอยู่แล้ว จริงๆ อาเดรียนเองก็ไม่ใช่ผู้รักษาประตูที่ฝีมือแย่อะไรครับ เพียงแต่เขาต้องมาปรับสไตล์ ปรับตัวในช่วงเวลาที่ไม่ค่อยเหมาะสมเท่าไร คือต้องมาปรับวิธีการเล่นในตอนที่อายุเริ่มเยอะแล้ว ทำให้เราเห็นว่าเขาค่อนข้างมีปัญหากับการใช้เท้าอยู่เรื่อยๆ แต่ก็นั่นแหละครับ คงไม่มีใครคิดว่าเขาจะมาแจ็กพ๊อตกับการพลาดในเกมใหญ่แบบนี้ ซึ่งว่ากันตรงๆ มันทำให้เรานึกถึงอดีตผู้รักษาประตูอีกคนอย่าง ยอริส  คาริอุส ที่พลาดจังหวะสำคัญแบบเดียวกันนี้ และไม่สามารถเรียกฟอร์มเก่าๆ กลับมาได้อีกเลยจนถึง ณ เวลานี้ด้วยซ้ำ เราคงไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับคาริอุสซ้ำสองแน่ๆ จริงไหมล่ะครับ ตอนนั้นคาริอุสโดนโจมตีและถล่มด่าจนสติแตกและเสียศุนย์ไปเลย เราคงไม่อยากเห็นอะไรแบบนั้นอีกแล้วใช่ไหมล่ะครับ เพราะฉะนั้นผมอยากให้แฟนๆ ให้อภัยในความผิดพลาดทีเ่กิดขึ้นของอาเดรียน และคิดเสียว่าเขาคือส่วนหนึ่งของทีมเรา เราชระกันเป็นทีม และแพ้กันเป็นทีม ช่วงเวลาที่เขาเซฟจุดโทษพาเราเป็นแชมป์ซุปเปอร์คัพ เขาก็สร้างความสุขให้พวกเราจนล้นปรี่มาแล้ว ถึงเวลาที่เขาลำบากและต้องการกำลังใจอย่างมากแบบนี้ อย่าไปซ้ำเติมอะไรเขาเพิ่มเติมเลยครับ เพราะคนที่เสียใจที่สุดก็น่าจะเป็นเขานั่นแหละ มาร่วมกันเป็นกำลังใจให้เขาและก้าวไปพร้อมๆ กันดีกว่า

          ยังไงเขาก็เป็นส่วนหนึ่งและส่วนสำคัญของเรา ที่ทำให้ฝันอันยิ่งใหญ่ที่จะคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกครั้งแรกในรอบ 30 ปี มาสำเร็จจนได้นะครับ  YNWA

ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})

ข่าวใหม่วันนี้

ดูทั้งหมด