:::     :::

5ศิษย์เก่าดอร์ทมุนด์

วันอังคารที่ 17 มีนาคม 2563 คอลัมน์ เล่าเก่าก้าวใหม่ โดย Latino
976
ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
อคาเดมี่ของ ดอร์ทมุนด์ ขึ้นชื่อว่าปั้นเด็กเก่งแม้หลายคนจะไม่สามารถสอดแทรกขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ตามเป้าหมาย แต่ยังสามารถย้ายไปแจ้งเกิดบนเวทีลูกหนังกับสโมสรอื่นได้เช่นกัน

โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ เป็นสโมสรที่มีความสามารถพิเศษในการผลิตเด็กพรสวรรค์ลงสู่สังเวียนลูกหนัง แม้มีนักเตะหลายคนที่ไม่ได้ลงเล่นกับทีมชุดใหญ่ของเสือเหลือง แต่ยังสามารถแจ้งเกิดบนเวทีลูกหนังกับค่ายอื่นจนก้าวขึ้นมาอยู่จุดสูงสุดในปัจจุบัน นับจนถึงตอนนี้มีศิษย์เก่าทีมเยาวชนดอร์ทมุนด์ที่กำลังโลดแล่นอยู่กับเวทีระดับสูงอย่างน้อย 5 คน


1.อันโตนิโอ รือดิเกอร์ (27 ปี, เชลซี)

ดอร์ทมุนด์ : 2008-2010

รือดิเกอร์ เกิดในเบอร์ลินและใช้เวลาส่วนใหญ่ช่วงวัยเด็กกับสโมสรรอบๆเมืองหลวงของประเทศเยอรมัน ก่อนจะเซ็นสัญญากับ ดอร์ทมุนด์ ตอนอายุ 15 ปี ช่วงหน้าร้อนปี 2008 ช่วงเดียวกับ ซาห์ร เซเนซี่ พี่ชายที่อายุมากกว่าเขา 8 ปี ออกจากทีมเสือเหลืองหลังเล่นกับทีมชุดใหญ่ 24 เกม 

ชีวิตบนถนนลูกหนังของ รือดิเกอร์ ไม่เคยไปไกลกว่านั้นที่ ซิกนาล อีดูน่า-ปาร์ค หลังการเซ็นสัญญา 2 ปีครึ่งกับทีมเยาวชนดอร์ทมุนด์ เขาย้ายมาเซ็นสัญญากับ สตุ๊ตการ์ท ในช่วงซัมเมอร์ปี 2011 เพื่อหาโอกาสลงเล่นทีมชุดใหญ่ 'ผมขอบคุณ ดอร์ทมุนด์ สำหรับช่วงเวลาที่ผมอยู่ที่นี่ แต่ใน สตุ๊ตการ์ท ความเป็นไปได้นั้นดีกว่าสำหรับผม'


รือดิเกอร์ ลงประเดิมสนามกับทีมสำรอง สตุ๊ตการ์ท ในช่วงเดือนกรกฎาคมบนเวทีลีกาสามของเยอรมัน และผ่านไปเพียงครึ่งฤดูกาลก็เพียงพอที่จะโน้มน้าวให้ บรูโน่ ลาบบาเดีย โค้ชทีมม้าขาวจะบอกว่าเขาพร้อมแล้วสำหรับบุนเดสลีกา 

เขาลงประเดิมเวทีบุนเดสลีกาช่วงต้นปี 2012 ในเกมรับมือ มึนเช่นกลัดบัค หลังถูกส่งลงเล่นแทน ราฟาเอล โฮลเชาเซอร์ ช่วงนาที 79 เมื่อวันที่ 29 มกราคม นับจากนั้นเขาลงเล่นเกมลีกรวมกัน 80 นัดตลอดช่วง 3 ซีซั่น จนกระทั่งได้ลงเล่นเกมแรกกับทีมชาติเยอรมันในเกมเสมอ โปแลนด์ 0-0 เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2014 หลังได้รับคำชมจาก โยอาคิม เลิฟ ซึ่งนำไปเปรียบเทียบกับ เยโรม บัวเต็ง พร้อมหยิบยื่นโอกาสให้เขาเพราะ'เขาเป็นหนึ่งในกองหลังที่แข็งแกร่งสุดในการฝึกซ้อม'

รือดิเกอร์ ย้ายออกจาก สตุ๊ตการ์ท ช่วงซัมเมอร์ปี 2015 ย้ายไปค้าแข้งกับ โรม่า และอีก 2 ปีต่อมา เขามุ่งหน้าสู่เวทีพรีเมียร์ลีกอังกฤษย้ายเข้าสังกัด เชลซี ก่อนคว้าแชมป์ เอฟเอ คัพ ปี 2018 และเป็นขุมกำลังหลักของสโมสรต้นสังกัดและทีมชาติ


2.เคเรม เดมีร์บาย (26 ปี, เลเวอร์คูเซ่น)

ดอร์ทมุนด์ : 2007-2008, 2011-2013

เด็กที่เติบโตในแคว้นรูห์รและหลงใหลในเกมฟุตบอล แน่นอนว่าเกมลูกหนังกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต เดมีร์บาย และเขาเริ่มต้นหวดลุกฟุตบอลกับทีมเยาวชนของ ชาลเก้ ก่อนที่จะทำในสิ่งที่คาดไม่ถึงด้วยการย้ายซบทีมคู่ปรับร่วมแคว้นอย่าง ดอร์ทมุนด์ ในปี 2007 ทว่ามิดฟิลด์ซ้ายธรรมชาติอยู่กับทีมเสือเหลืองช่วงแรกเพียงปีเดียว เขาโยกไปอยู่กับ วัตเท่นส์ไชด์ นาน 3 ปี ก่อนหวนคืน ดอร์ทมุนด์ อีกครั้งตอนอายุ 18 ในปี 2011

คุณภาพของ เดมีร์บาย ทั้งการเล่นกับลูกบอลและวิสัยทัศน์ในการผ่านบอลทำให้เขาถูกจับตามองในทีมสำรองดอร์ทมุนด์และเขาได้ลงประเดิมเวทีลีกาสามในช่วงเดือนกรกฎาคม 2012 ตลอดซีซั่นดังกล่าวเขายิง 2 ประตูจากการลงเล่น 28 เกม แต่ไม่เคยลงเล่นกับทีมชุดใหญ่ของทัพเสือเหลือง จะกระทั่งตัดสินใจย้ายไปค้าแข้งกับ ฮัมบูร์ก ช่วงซัมเมอร์ปี 2014 เพื่อการลงเล่นระดับอาชีพครั้งแรก


อย่างไรก็ตามตลอด 3 ปี เดมีร์บาย มีปัญหาบาดเจ็บรบกวนต่อเนื่องและย้ายไปเล่นภายใต้สัญญายืมตัวกับ ไกเซอร์สเลาเทิร์น และ ฟอร์ทูน่า ดุสเซลดอร์ฟ กลายเป็นอุปสรรคขัดขวางความก้าวหน้าในอาชีพค้าแข้งของเขา จนกระทั่ง ยูเลียน นาเกลส์มันน์ ตระหนักถึงศักยภาพของนักเตะจนดึงร่วมทีม ฮอฟเฟนไฮม์ ในช่วงซัมเมอร์ปี 2016 นั่นคือจุดเริ่มต้นแท้จริงของ เดมีร์บาย

เขาทำผลงานอย่างยอดเยี่ยมภายใต้คำแนะนำของ นาเกลส์มันน์ กลายเป็นผู้เล่นทีมชาติเยอรมันเต็มตัวหลัง โยอาคิม เลิฟ เรียกติดทีมอินทรีเหล็กชุดทำศึก'คอนเฟดเดอเรชั่นส์ คัพ'ปี 2017 ที่รัสเซีย, เดมีร์บาย ยังมีประสบการณ์บนเวทีแชมเปี้ยนส์ลีกในซีซั่น 2017-2018 และ 2018-2019 ก่อนจะย้ายซบ เลเวอร์คูเซ่น ในช่วงซัมเมอร์ปี 2019 และกลายเป็นขุมกำลังหลักของทีมห้างยายุค ปีเตอร์ บอสช์ 


3.ดาเนียล กินเช็ค (28 ปี, โวล์ฟสบวร์ก)

ดอร์ทมุนด์ : 2007-2013

อีกหนึ่งเด็กท้องถิ่นแคว้นรูห์, กินเช็ค มาถึง ดอร์ทมุนด์ ตอนอายุ 16 ในปี 2007 เขาใช้เวลาไม่นานนักในการสร้างชื่อตนเองด้วยการยิง 26 ประตูจากการลงเล่น 25 เกม คว้ารางวัลดาวซัลโวตั้งแต่ซีซั่นแรกที่ลงเล่นกับทีมยู-18 นั่นทำให้เขาเลื่อนระดับอย่างรวดเร็วขึ้นสู่ทีมสำรองของทัพเสือเหลืองในซีซั่น 2008-2009 และลงประเดิมสนามระดับอาชีพบนเวทีลีกาสามเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2009 ในเกมเสมอ บราวน์ชไวก์ 0-0 

กินเช็ค ยิง 28 ประตูจากการลงเล่นทีมสำรองดอร์ทมุนด์ 66 เกม เขาพร้อมที่จะก้าวสู่สเต็ปต่อไป แต่ถูกขวางหน้าไว้โดย เนลซอน วัลเดซ, ลูกัส บาร์รีออส และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ สามกองหน้ายุค เจอร์เก้น คล็อปป์ ดังนั้นจึงไม่มีที่ว่างในทีมชุดใหญ่สำหรับเขา 


ดอร์ทมุนด์ ปล่อย กินเช็ค ย้ายไปเล่นกับ โบคุ่ม (2011-2012) และ ซังต์ เพาลี (2012-2013) ในลีกาสองด้วยสัญญายืมตัวพร้อมประสบความสำเร็จด้วยดี ยิง 18 ประตูจากการลงเล่น 31 นัด นั่นก็เพียงพอสำหรับการคว้าตัวร่วมทีมแบบถาวรของ เนิร์นแบร์ก ในช่วงซัมเมอร์ปี 2013

ปัจจุบัน กินเช็ค ค้าแข้งปีที่สองกับ โวล์ฟสบวร์ก หลังลงหวดลูกหนังกับ สตุ๊ตการ์ท ตลอดช่วง 4 ปีก่อนหน้านั้น เขาเป็นผู้ทำประตูที่มีพรสวรรค์ แต่โชคร้ายที่ถูกอาการบาดเจ็บเล่นงานตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะเอ็นไขว้เข่าฉีกขาดถึง 2 ครั้งและอาการบาดเจ็บอื่นๆจึงได้ลงเล่นเพียง 191 เกมในช่วง 9 ซีซั่นนับตั้งแต่เทิร์นโปร


4.โคราย กึนเทอร์ (อายุ 25 ปี, เวโรน่า)

ดอร์ทมุนด์ : 2008-2014

กึนเทอร์ กลายเป็นผู้เล่นอายุน้อยสุดที่เคยเข้าร่วมอคาเดมี่ของ ดอร์ทมุนด์ ตอนที่เขาเข้าร่วมสโมสรตอนอายุ 13 ปี เริ่มต้นเล่นฟุตบอลฐานะกองหน้า ก่อนจะถูกปรับเปลี่ยนมาเล่นเซนเตอร์ ซึ่งทำให้เขาก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็วกว่าเด็กรุ่นราวคราวเดียวกัน เขาลงเล่นกับทีมชาติตุรกีชุดยู-16 ปี แต่เปลี่ยนใจย้ายมาเล่นกับทีมชาติเยอรมันชุดยู-17 ปี พร้อมช่วยทีมอินทรีเหล็กน้อยคว้ารองแชมป์ยุโรปรุ่นยู-17 และอันดับ 3 จากศึก'เวิลด์ คัพ'ในปี 2011 รุ่นราวคราวเดียวกับ เอ็มเร่ ชาน 

แข้งชาวเติร์กขยับขึ้นทีมสำรองของดอร์ทมุนด์ในปี 2012 และมีโอกาสลงเล่นครั้งแรกและครั้งเดียวในศึกบุนเดสลีกาฐานะตัวสำรองลงเล่นนาที 89 ในเกมพ่าย มึนเช่นกลัดบัค 0-2 แมตช์เดย์ที่ 8 ของซีซั่น 2012-2013 


อย่างไรก็ตามในช่วงเวลานั้น ดอร์ทมุนด์ มีปราการหลังคู่กลางที่แข็งแกร่งทั้ง มัทส์ ฮุมเมิลส์ และ เนเว่น ซูโบติช ที่เพิ่งร่วมกันคว้าถาดแชมป์บุนเดสลีกา มันจึงเป็นเรื่องยากที่จะสอดแทรกเข้าสู่ทีมชุดใหญ่ ดังนั้น กึนเทอร์ จึงเลือกย้ายไปค้าแข้งกับ กาลาตาซาราย ตอนอายุ 20 ในปี 2014 ด้วยค่าตัว 2.5 ล้านยูโร โดยทีมเสือเหลืองทำอ็อปชั่นซื้อตัวกลับมูลค่า 7 ล้านยูโร 

หลังจาก 3 ปีในอิสตันบูล, กึนเทอร์ ย้ายมาค้าแข้งบนเวที เซเรีย อา ด้วยการเซ็นสัญญากับ เจนัว แบบไม่มีค่าตัวในช่วงซัมเมอร์ปี 2018 ก่อนย้ายมาเล่นกับ เวโรน่า ด้วยสัญญายืมตัวซีซั่นนี้พ่วงอ็อปชั่นเซ็นสัญญาถาวร 


5.มาร์โค สเทียเปอร์มันน์ (29 ปี, นอริช ซิตี้)

ดอร์ทมุนด์ : 1998-2012

เขาเกิดและเติบโตใน ดอร์ทมุนด์ และเข้าร่วมทีมเสือเหลืองตั้งแต่อายุ 7 ขวบและอยู่กับสโมสรนาน 14 ปี เขามีโอกาสปรากฎตัวครั้งแรกที่'ซิกนาล อีดูน่า ปาร์ค'ในอีก 3 ปีต่อมา ตอนที่ ดอร์ทมุนด์ เซ็นสัญญากับ มาร์ซิโอ อโมโรโซ่ ซึ่งเป็นมัสค็อตในการลงประเดิมสนามกับ สเทียเปอร์มันน์ 

สเทียเปอร์มันน์ ลงเล่นกับทีมชาติเยอรมันทุกระดับตั้งแต่ชุดยู-16 จนกระทั่งก้าวขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ของ ดอร์ทมุนด์ ตอนอายุ 18 เมื่อปี 2009 เขาลงเล่นนัดแรกจากทั้งหมด 7 เกมในศึกบุนเดสลีกาช่วงเดือนธันวาคมปี 2009 โดยลงเล่นเป็นตัวสำรองช่วงท้ายเกมกับ โวล์ฟสบวร์ก และยังทำประตูตีเสมอกับคู่ต่อสู้ทีมเดียวกันในการพบกันอีกครั้งช่วงเดือนพฤษภาคมปี 2010


อย่างไรก็ตามสถานการณ์ของ สเทียเปอร์มันน์ ไม่ต่างจาก กึนเทอร์ หรือ กินเช็ค เขาเกิดมาในช่วงที่ ดอร์ทมุนด์ มีทีมที่แข็งแกร่งทุกขุมกำลัง ดังนั้นโอกาสลงเล่นกับทีมชุดใหญ่ของเขาจึงถูกจำกัด แม้จะได้รับเหรียญแชมป์บุนเดสลีกาปี 2011 ก็ตาม แต่ สเทียเปอร์มันน์ ต้องย้ายไปเล่นกับ อเลมาเนีย อาเค่น ในลีกาสองด้วยสัญญายืมตัวในซีซั่น 2011-2012 ก่อนจะเล่นกับ เอเนอร์กี้ ค็อตบุส และ กรอยเธอร์ เฟือร์ธ สโมสรละ 2 ปี 

สเทียเปอร์มันน์ ย้ายจาก โบคุ่ม มาค้าแข้งกับ นอริช ซิตี้ ช่วงซัมเมอร์ปี 2017 และมีส่วนช่วยทีมนกขมิ้นเลื่อนชั้นจากแชมเปี้ยนชิพขึ้นสู่เวทีพรีเมียร์ลีกซีซั่น 2019-2020


ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})