:::     :::

ทดเจ็บ...เจ็บจริง

วันจันทร์ที่ 27 พฤศจิกายน 2560 คอลัมน์ สนามเด็กเล่น โดย เสือเตี้ย
1,310
ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
กองเชียร์เบิร์นลี่ย์ทำใจรับได้ยากจริงๆ กับสิ่งที่เกิดขึ้นตลอด 3 นัดที่เจออาร์เซน่อล

เพราะนี่คือนัดที่ 3 ติดต่อกันแล้วที่พวกเขาเสียประตูให้ทีมปืนใหญ่ในช่วง "ทดเวลาเจ็บ" 

แค่นัดเดียวก็ทำใจรับได้ยากอยู่แล้ว แต่เกิดขึ้น 3 นัดติดต่อกันแบบนี้คงเป็นยิ่งกว่าฝันร้ายสำหรับเบิร์นลี่ย์ 

นอกจากนี้ รายละเอียดหลายอย่างยังเหมือนเอาหนังม้วนเดิมมาฉายซ้ำอีกรอบ 

เบิร์นลี่ย์ ของ ฌอน ไดช์ แทบจะเป็นทีมเดิมจากฤดูกาลก่อน จุดหลักที่เปลี่ยนคือ เจมส์ ทาร์คอฟสกี้ ก้าวเข้ามาแทนที่ ไมเคิ่ล คีน ที่ย้ายออกไป ส่วน นิค โป๊ป รับหน้าที่เฝ้าเสาในช่วงที่ ทอม ฮีตัน บาดเจ็บ

เกมรับยังคงเหนียวแน่น แข็งแกร่ง และมีระเบียบวินัยเช่นเดิม ไม่มีสตาร์คนใดเชิดหน้าชูตา แต่ทุกคนช่วยกันเล่น และสอดประสานกันอย่างลงตัว


จังหวะได้จุดโทษของอาร์เซน่อลที่ อารอน แรมซี่ย์ โดน เจมส์ ทาร์คอฟสกี้ ผลัก "เบาๆ"

เบิร์นลี่ย์ทำได้ดีกว่าโดยเฉพาะครึ่งแรก สไตล์ "ไดเรกต์ฟุตบอล" สาดโด่งเข้าเขตโทษ อาจไม่สวยงามหรือหวือหวาแต่โจมตีแนวรับปืนโตได้ตลอด 

ทุกอย่างเซตกันขึ้นมาจากเกมรับที่เล่นได้มั่นใจ และไม่มีลูกลนลาน เวลาโต้กลับก็มีตัววิ่งเติม คอยทำทางให้กันตลอด 

ฤดูกาลก่อนเป็นอย่างไร ฤดูกาลนี้ก็ไม่ต่างกัน แนวทางของ ฌอน ไดช์ ชัดเจนมาก เขาทำทีมในแบบที่ตัวเองถนัด และดึงศักยภาพของลูกทีมออกมาอย่างเต็มที่

นั่นจึงทำให้ทีมเล็กๆ อย่างเบิร์นลี่ย์สร้างปัญหาให้กับทีมใหญ่หลายทีมที่ลงทุนมากกว่าพวกเขาหลายเท่า

มีทีมใดบ้างที่บุกเยือน เชลซี, สเปอร์ส, ลิเวอร์พูล และเอฟเวอร์ตัน แล้วได้ 8 คะแนนกลับออกมา และไม่แพ้เลย ด้วยเหตุนี้จึงไม่น่าแปลกใจที่ ไดช์ ตกเป็นเป้าหมายที่เอฟเวอร์ตันต้องการได้ตัวไปนั่งเก้าอี้กุนซือคนใหม่ 


ฟรีคิกของ ร็อบบี้ เบรดี้ ทำเอา ปีเตอร์ เช็ก ต้องออกแรงเซฟ

เกมนี้ก็เล่นงานอาร์เซน่อลจนเจียนอยู่เจียนไปหลายรอบ หากไม่ได้ ปีเตอร์ เช็ก ช่วยซูเปอร์เซฟลูกยิงของ โยฮันน์ กุ๊ดมุนด์สสัน และฟรีคิกของ ร็อบบี้ เบรดี้ เอาไว้ บางทีดราม่าช่วงทดเจ็บอาจไม่เกิดขึ้น

การขาด เมซุต โอซิล ที่มีอาการป่วยก่อนเกมยิ่งทำให้ไอเดียในการเข้าทำของทีมเยือนจากลอนดอนเหนือลดน้อยลง 

อเล็กซ์ อีโวบี้ ช่วยเกมรับได้ดีกว่าจอมทัพทีมชาติเยอรมัน แต่ "เซนส์" ในการเล่นเกมรุกกับ อเล็กซิส ซานเชซ กับ อเล็กซองด์ ลากาแซตต์ ยังขาดอยู่มาก 

ลากาแซตต์ ต้องถอยลงมาล้วงบอลทำเองบ่อยครั้งเพราะบอลจากเพื่อนร่วมทีมไปไม่ถึง สถิติสัมผัสบอล 36 ครั้งตลอด 79 นาทีในสนาม เกิดขึ้นในกรอบเขตโทษเบิร์นลี่ย์เพียง 2 ครั้ง

ปกติ การเล่นเกมเยือนของอาร์เซน่อลไม่ได้แกร่งอยู่แล้ว เกมลีกที่แพ้ 4 นัดในฤดูกาลนี้เป็นเกมนอกบ้านทั้งหมด ชัยชนะนัดเดียวคือการชนะเอฟเวอร์ตันซึ่งแก๊งทอฟฟี่ในฤดูกาลนี้ก็มีสภาพอย่างที่เห็น

น่าเสียดายแทนเบิร์นลี่ย์ที่ความผิดพลาดก่อนจบเกมไม่กี่อึดใจทำให้พวกเขาไม่ได้ในสิ่งที่ควรได้ 

ถามว่าจุดโทษลูกนี้สมควรได้หรือไม่ ก็คงต้องตอบว่า "เบาไป" ในจังหวะที่ เจมส์ ทาร์คอฟสกี้ ผลัก อารอน แรมซี่ย์ 

ผู้ตัดสินใจ ลี เมสัน กล้ามากที่แจกจุดโทษให้ทีมเยือนในช่วงทดเจ็บ และทำให้ความทุ่มเทและพยายามของเบิร์นลี่ย์ตลอด 90 นาทีลงเอยด้วยมือเปล่า

ทาร์คอฟสกี้ ผิดหวังมากที่สุดในสนามก็ว่าได้ เกมนี้แนวรับชาวอังกฤษเชื้อสายโปแลนด์เล่นได้ดีมาก เคลียร์บอลได้ 8 ครั้ง อินเตอร์เซปอีก 5 รวมถึงแท็กติกอีก 3 เรียกได้ว่าจัดการแนวรุกราคาแพงของอาร์เซน่อลได้อย่างแข็งแกร่ง 

แค่จังหวะเดียวจริงๆ ที่พลาด แม้ไม่ได้ใช้มือผลักรุนแรงอะไร แต่ท่าทางที่ออกมัน "เข้าตา" ผู้ตัดสิน 

แต่อีกมุมก็ต้องชมอาร์เซน่อลที่ไม่ถอดใจ ลุยเข้าใส่สุดตัวเท่าที่มีแรงและมีไอเดียจะคิดออก เจาะตามพื้นไม่ได้ก็โยนเข้าไป ใช้ทุกเวลา ทุกวินาทีที่มีอย่างเต็มที่ และได้ผลตอบแทนในที่สุด

เกมที่สนามแห่งนี้เมื่อฤดูกาลก่อน โลร็องต์ กอสซิแอลนี่ ทำประตูชัย 1-0 ที่มาจากการโดนมือก่อนบอลตุงตาข่ายในนาที 93 

เช่นเดียวกับที่เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ที่ อเล็กซิส ซานเชซ วิ่งเข้าชิพจุดโทษ 2-1 ตอนสกอร์บอร์ดบอกเวลานาที 98 และที่มาของจุดโทษมีการ "ล้ำหน้า" ก่อนอีกต่างหาก 


อเล็กซ์ อีโวบี้ ช่วยเกมรับได้ แต่เกมรุกยังไม่โดดเด่น

เช่นเดียวกับจุดโทษล่าสุดที่ ฌอน ไดช์ ส่ายหัวว่าไม่สมควรเลยแม้แต่นิด  

อารอน แรมซี่ย์ "ล้ม" ง่ายไปนิดเมื่อโดนมือของ ทาร์คอฟสกี้ สัมผัสที่หลัง หากสถานการณ์เดียวกันเกิดขึ้นกับ ราฮีม สเตอร์ลิ่ง เสียงวิจารณ์จะอื้ออึงยิ่งกว่านี้ อย่างน้อยก็มี เวนเกอร์ คนหนึ่งที่เห็นเหตุการณ์แน่

อาร์เซน่อลมากับดวงก็ว่าได้สำหรับชัยชนะนัดนี้ ก่อนที่พวกเขาจะได้จุดโทษประตูชัยก็มีจังหวะคล้ายคลึงกันที่เกือบเสียจุดโทษเมื่อ นาโช่ มอนเรอัล ไปผลัก แอชลี่ย์ บาร์นส์ ล้มกลิ้ง แต่ผู้ช่วยผู้ตัดสินยกธงว่าเบิร์นลี่ย์ล้ำหน้าไปก่อนนิดเดียว

ถือว่ารอดตัวแบบที่ต้องเป่าปากด้วยความโล่งสุดขีด และได้ 3 คะแนนที่ช่วยให้แซงหน้าทั้งสเปอร์สและลิเวอร์พูลขึ้นไปอยู่ที่ 4 ของตาราง ตามหลังอันดับ 3 เชลซี เพียงคะแนนเดียว

ในเรื่องกำลังใจน่าจะส่งผลดีต่อเนื่องถึงเกมกลางสัปดาห์กับฮัดเดอร์สฟิลด์ รวมถึงสุดสัปดาห์ต่อไปที่มีคิวเจองานหนักรับมือ แมนฯ ยูไนเต็ด

โดยเฉพาะเกมกับผีแดงที่ "คุณภาพ" ต้องงัดออกมาให้ได้เพราะเรื่องความโชคดีอย่างนัดล่าสุดคงไม่เกิดขึ้นบ่อย


ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})

ข่าวใหม่วันนี้

ดูทั้งหมด