:::     :::

อนาวิน : ก้าวแรกสู่สังเวียนต่างแดนในวัย 33

ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ในช่วงโคโรนาไวรัสห้าวเป้ง ข่าวคราวเดียวที่มีออกมาให้แฟนบอลไทยเสพ คงเป็นเรื่องราวของ อนาวิน จูจีน

หลัง “เจ้าเอ็ม” โชว์ภาพตนเองในสีเสื้อสังกัดใหม่ในลีกมาเลเซียอย่าง เปตาลิง จายา ซิตี้

แม้เอ็มลีกจะอยู่ในในสถานะ “ห่างกันสักพัก” หนีไวรัสเหมือนประเทศลูกหนังอื่นทั่วโลก แต่นี่คือ “ปฐมบท” บนเวทีลูกหนังของ อนาวิน ในต่างแดน บนวัยที่อายุแตะหลัก 33 ปีไม่นาน

เรื่องประสบการณ์ เอ็ม คงไม่มีใครกังวลใจ เพราะ อนาวิน ผ่านร้อนหนาวทุกสังเวียนในไทยมา คือหนึ่งในคนที่เราเรียกได้เต็มปากว่าเป็น “นักฟุตบอลอาชีพ” ไม่ใช่แค่ “อาชีพนักฟุตบอล”

ผู้เขียนรู้จัก อนาวิน ครั้งแรกเมื่อ 14 ปีก่อนผ่าน “เป๊ปซี่ เวิลด์ ชาลเลนจ์” รายการที่เสาะหา 2 นักเตะไทยจากทั่วประเทศ ไปทำภารกิจลูกหนังทั่วโลก จนเขากับ “ดา” วิสูตร บุญเป็ง สามารถหยิบรองแชมป์กลับมาได้

เดาะบอลกับ โรนัลดินโญ

ออกแบบแคมเปญลูกหนังกับ เธียร์รี่ อองรี ที่ไคโร

เตะฟรีคิกให้เข้าเป้าชิงรถยนต์ออดี้ส่วนตัวของ เดวิด เบ็กแฮม




เวลานั้น เอ็ม เป็นนักเตะที่พ่อค้าแข้งอาชีพ รวมถึงแฟนบอล “อิจฉา” จากการร่วมกิจกรรมฟุตบอลกับยอดแข้งมากมาย และการแจ้งเกิดของเด็กหนุ่มจากโรงเรียนกีฬาอ่างทอง บนเวทีนี้ทำให้ อนาวิน ได้รับสัญญาเป็นนักเตะอาชีพกับ ธนาคารกรุงไทย

บางคนอาจค่อนขอดมองว่า เอ็ม โด่งดังมากับเรื่องราว “ดราม่า” นอกสนาม ที่สื่อประโคมนำเสนอ แต่ถึงกระนั้นหลังกระโดดเข้าสมรภูมิฟุตบอลจริง ๆ เขาใช้ 2 ตีนตอบแทนคำพูดได้อย่างหมดจด ใม่ว่าจะเป็นกับ บางกอกกล๊าส บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด สุพรรณบุรี เอฟซี หรือต้นสังกัดล่าสุดอย่าง พีทีที ระยอง

แชมป์ไทยลีก 3 สมัย,เอฟเอคัพ 2 สมัย, ลีกคัพ 2 สมัย, โตโยต้า พรีเมียร์คัพ 2 สมัย, ฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานประเภท ก. 4 สมัย และ แม่โขงคลับแชมเปี้ยนชิพ 2 สมัย คือรางวัลชีวิตที่มาพร้อมกันทำงานหนักกับเพื่อนร่วมทีม

เอ็ม อาจไม่ใช่นักเตะสไตล์ “ดอกไม้ไฟ” ที่ดังบนฟ้าสนั่นหวั่นไหว ก่อนมืดหายไปในข้ามคืน ในความเติบโตแบบก้าวกระโดดบนรันเวย์ลูกหนัง เขาประคองตนไม่ให้ออกนอกลู่นอกทางตลอด ทั้งผลงานในสนาม และระเบียบวินัย

ไม่โดดเด่นเหมือน “ซุป’ตาร์” รายอื่น แต่รักษาฟอร์มการเล่นในระดับมาตรฐาน ยืนหยัดบนลีกสูงสุดมาตลอด 13-14 ปีที่ค้าแข้ง

ทำให้การออกไป “เปิดโลก” ในต่างแดนครั้งนี้ คือความท้าทายใหม่ของ อนาวิน




ถึง “เอ็มลีก” ในช่วงหลังจะค่อย ๆ ถีบตัวเองพัฒนาขึ้นมา ทั้งในแง่ของการแข่งขัน รวมถึงทรัพยากรนักเตะ แต่เชื่อเถอะว่ายี่ห้อ อนาวิน ยังโลดแล่นได้ “สบาย”

ในฤดูกาลที่ผ่านมากับ “พลังเพลิง” เราได้เห็นผลงานของเขาแล้ว ว่าทั้งสภาพร่างกาย จิตใจ ทัศนคติ และยังคงเป็น 1 ใน ผู้เล่นฝั่งขวาชั้นดีไม่แพ้คนอื่น

ในอดีตผู้เล่นอย่าง สินทวีชัย หทัยรัตนกุล และ สุเชาว์ นุชนุ่ม เคยได้ใจแฟนบอล อินโดนีเซีย จากการไปค้าแข้งในช่วงเวลาสั้น ๆ ผู้เขียนเองหวังว่า อนาวิน จะเข้าไปอยู่ในใจสาวก เปตาลิง จายา ซิตี้ เช่นกัน

อย่างที่เคยบอกไปในหลายบทความ อาชีพนักฟุตบอลมันสั้น หากวันนี้ยังมีแรง ขา 2 เท้ายังก้าวบนฟลอร์หญ้าได้ ก็ออกไปตะบันมันให้เต็มที่

ไม่ว่าการไปครั้งนี้ จะเป็นการโกยเงินสร้างความมั่นคงในอนาคต หรือเต็มเติมความฝันให้ชีวิตก็ตาม



 


คำค้นหา : THsport ฟุตบอลไทย
ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})

ข่าวใหม่วันนี้

ดูทั้งหมด