:::     :::

ทีมยู-23พรีเมียร์ลีกที่เจ๋งกว่าผู้ใหญ่

วันศุกร์ที่ 03 เมษายน 2563 คอลัมน์ เด็กเก็บบอล โดย ยักษ์เดนส์
3,807
ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2019/20 ถือเป็นอีกปีที่น่าสนใจ แม้ว่าตอนนี้จะยังไม่สามารถกลับมาแข่งกันได้จากสถานการณ์ไวรัสโควิด-19ที่ระบาดอย่างหนัก
การทำทีมฟุตบอลอย่างที่รู้มีทั้งเรื่องของการซื้อตัวและการดันดาวรุ่งขึ้นมา ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นสโมสรระดับกลางถึงล่างที่ที่ดันเด็กขึ้นมา เพราะสตาร์เด่นมักจะโดนทีมใหญ่ซื้อไปร่วมทีมนั่นแหละ
แต่สิ่งที่เราได้เห็นในซีซั่นนี้ หลายทีมใหญ่ก็ใช้ดาวรุ่งเป็นแกนหลักกันอย่างมากมาย ทำให้เหล่าเด็กอายุน้อยขึ้นมาเป็นสตาร์เด่นที่ไม่ได้น้อยหน้าพวกแข้งระดับโลกเลย
ถึงขนาดที่บางคนก้าวขึ้นไปเป็นแข้งระดับโลกไปแล้วด้วยซ้ำ
และนี่คือทีมรุ่นอายุไม่เกิน 23 ปีที่ทำผลงานได้อย่างโดดเด่นจนต้องจัดทีมกันเลย
ผู้รักษาประตู : ดีน เฮนเดอร์สัน
สโมสร : เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด
อายุ : 23 ปี
ลงสนาม : 27 เกม
เสีย : 22 ประตู

ผู้รักษาประตูตัวยืมที่ทำผลงานได้อย่างโดดเด่น ช่วยให้ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ทีมน้องใหม่บินสูงอยู่ในขณะนี้ ถึงขนาดมีลุ้นพื้นที่ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกกับเหล่าทีมใหญ่เลย
27 เกมที่ลงเฝ้าเสาในฤดูกาลนี้ ดีน เฮนเดอร์สัน เก็บคลีนชีตได้ถึง 10 เกม ดีที่สุดเป็นอันดับ 2 ของลีก เป็นรองแค่ นิค โพ๊ป ที่ทำไป 11 เกมและเสียไปเพียงแค่ 22 ประตูเท่านั้น 
มือกาววัย 23 ปีมีเซอร์เซ็นต์การเซฟที่ 75 เปอร์เซ็นต์ โดยเซฟไปทั้งสิ้น 70 หนในฤดูกาลนี้ ถือว่ายอดเยี่ยมเลยกับการเล่นลีกสูงสุดเมืองผู้ดีครั้งแรก
ตอนนี้ถือว่ากระแสของ เฮนเดอร์สัน มาแรงทีเดียวกับการขึ้นมาท้าชิงตำแหน่งมือ 1 ทีมชาติอังกฤษ น่าเสียดายที่ตอนนี้มือหนึ่งของต้นสังกัดจริงอย่าง แมนฯ ยูไนเต็ด ยังมี ดาบิด เด เคอา ปักหลักอยู่
หากกลับมาที่โอลด์ แทรฟฟอร์ดและยืนเป็นมือหนึ่งได้ รับรองว่าภาษีจะดีขึ้นกว่านี้อีกแน่นอน
แบ็คขวา : เทรนท์ อล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์
สโมสร : ลิเวอร์พูล 
อายุ : 21 ปี
ลงสนาม : 29 เกม
ประตู : 2 ประตู
แอสซิสต์ : 12 ครั้ง

ในตำแหน่งนี้ถือว่ามีตัวเลือกที่เยอะพอสมควรควรเลย นอกจาก เทรนท์ อล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ยังมีทั้ง อารอน วาน-บิสซาก้า ของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ รีซ เจมส์ ของ เชลซี
ถือเป็นช่วงเวลาที่น่าอิจฉาของทีมชาติอังกฤษที่มีแบ็คดาวรุ่งที่ยอดเยี่ยมขึ้นมาพร้อมกันทีเดียวหลายคนเลย
แต่ถ้าพูดถึงคนที่เล่นได้อย่างโดดเด่น ยังไงก็ต้องยกให้ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ที่เบียดเข้าวินเหนือ วาน-บิสซาก้า ด้วยสถิติตัวเลขในการเล่นเกมรุกที่เหนือกว่า
เทรนท์ ออกสตาร์ทตัวจริงให้ทีม 28 จาก 29 เกมในฤดูกาลนี้ แตถ้าหากนับเกมลงเล่นเขาลงเล่นครบทุกนัด พร้อมสถิติยิง 2 ประตูกับอีก 12 แอสซิสต์ เป็นรองแค่ เควิน เดอ บรอยน์ (16) คนเดียวเท่านั้น
เรียกได้ว่าเป็นคนที่ทำผลงานได้อย่างโดดเด่นที่สุดคนหนึ่งของสโมสรและในลีก ทำให้ได้ตำแหน่งนี้ไปครองเหนือคนอื่น
เซนเตอร์ : โจ โกเมซ
สโมสร : ลิเวอร์พูล
อายุ : 22 ปี
ลงสนาม : 19 เกม
ประตู : -
แอสซิสต์ : -

ความแข็งแกร่งของ เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ จะเกิดขึ้นไม่ได้เลย หากขาดคู่ขาที่รู้ใจ และการมี โจ โกเมซ ก็ยิ่งช่วยเน้นให้เกมของ ลิเวอร์พูล มีความแข็งแกร่งมากขึ้น
หลังออกสตาร์ทต้นฤดูกาลด้วยการเป็นแค่ตัวสำรองของ โฌแอล มาติป, แต่หลังจากเพื่อนร่วมทีมเจ็บไป เซนเตอร์ชาวอังกฤษก็ก้าวขึ้นมายึดตำแหน่งแทน และยึดตัวขริงยาวมาจนถึงปัจจุบัน
19 เกมที่ลงสนามในฤดูกาลนี้ หากนับเฉพาะที่ลงเป็นตัวจริงทั้งหมด 14 เกม ทีมเสียแค่ 5 ประตูเท่านั้น และเก็บคลีนชีตไปถึง 10 นัดเลย
ด้วยผลงานที่โดดเด่น ประกอบกับการจับคู่กับจอมแกร่งอย่าง เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ อย่าแปลกใจถ้าอนาคตเราจะได้เห็น โกเมซ กลายเป็น "ฟาน ไดค์ 2" ได้
เซนเตอร์ : ชากลาร์ โซยุนคู
สโมสร : เลสเตอร์ ซิตี้
อายุ : 23 ปี
ลงสนาม : 28 เกม
ประตู : 1 ประตู
แอสซิสต์ : 1 แอสซิสต์

หลังปีแรกอันยากลำบากทั้งเรื่องของอาการบาดเจ็บและผลงานที่น่าผิดหวัง แต่ในปีนี้ ชากลาร์ โซยุนคู เป็นกำลังสำคัญช่วยให้ เลสเตอร์ ซิตี้ เกาะกลึ่มหัวตารางอย่างเหนียวแน่น
จุดสำคัญนอกจากการเปลี่ยนแปลงตัวกุนซือจาก โคล้ด ปูแอล มาเป็น เบรนแดน ร็อดเจอร์ส แล้ว ก็ต้องยกให้พัฒนาการและการปรับตัวอันยอดเยี่ยมของเจ้าตัวเองด้วย
การขาย แฮร์รี่ แม็กไกวร์ ให้กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไม่ได้ส่งผลกระทบกับ "สุนัขจิ้งจอก" เลยแม้แต่นิดเดียว เมื่อ โซยุนคู ก้าวขึ้นมาทำหน้าที่แทนได้อย่างยอดเยี่ยม
28 เกมที่ลงสนามในซีซั่นนี้ เลสเตอร์ ซิตี้ เสียเพียง 28 ประตู โดยทาง โซยุนคู มีสถิติเข้าแท็คเกิ้ลสำเร็จ 1.8 ครั้งต่อเกม, ตัดบอล 1.3 ครั้งต่อเกม, ดวลกลางอากาศชนะ 3.1 ครั้งต่อเกม และเคลียร์บอล 4.6 ครั้งต่อเกม
ไม่ต้องแปลกใจหากตอนนี้แฟนบอลจิ้งจอกแห่งสยามจะลืม แม็กไกวร์ ไปแล้ว แถมดีใจที่ได้เงิน 80 ล้านปอนด์เข้าสนามด้วย
แบ็คซ้าย : บูกาโย่ ซาก้า
สโมสร : อาร์เซน่อล 
อายุ : 18 ปี
ลงสนาม : 18 เกม
ประตู : -
แอสซิสต์ : 3 แอสซิสต์

ถือเป็นอีกตำแหน่งที่เบียดกันมาอย่างสูสี ดู๋ดีระหว่าง บูกาโย่ ซาก้า กับ เบน ชิลเวลล์ ของ เลสเตอร์ ซิตี้ ที่ทำผลงานได้เป็นอย่างดี แต่การขึ้นมาของดาวรุ่งวัย 18 ปีดูมีอะไรที่น่าตื่นเต้นมากกว่า
หลังจากเปิดตัวด้วยการเป็นผู้เล่นในแนวรุกทางฝั่งซ้าย ซาก้า ได้คนพบตัวเองว่าการเล่นในตำแหน่งแบ็คนั้นทำได้ดีขึ้นอย่างมหาศาล
3 แอสซิสต์อาจจะเป็นตัวเลขที่ไม่เยอะ แต่หากใครได้ดูเจ้าหนูรายนี้เล่นต้องบอกว่ามีแววว่าอนาคตจะไปได้ไกลทีเดียว
10 เกมหลังที่เจ้าตัวลงสนาม อาร์เซน่อล ทีมแพ้แค่เกมเดียวเท่านั้น โดยใน 3 แอสซิสต์ที่ทำได้นั้น 2 ครั้งเกิดขึ้นในช่วง 3 เกมหลังนี่เอง
ด้วยวัยเพียง 18 ปีที่ถือว่าน้อยมากๆและทำได้ขนาดนี้ทำให้เข้ามาอยู่ในทีมเหนือคนอื่นไป
กองกลาง : วิลเฟร็ด เอ็นดีดี้
สโมสร : เลสเตอร์ ซิตี้
อายุ : 23 ปี
ลงสนาม : 23 เกม
ประตู : 2 ประตู
แอสซิสต์ : 1 แอสซิสต์

มิดฟิลด์ตัวรับที่ เลสเตอร์ ซิตี้ ซื้อมาตั้งแต่ปี 2016 เพื่อเป็นตัวแทนของ เอ็นโกโล่ ก็องเต้ ที่ย้ายไปร่วมทีม เชลซี
แม้ที่ผ่านมา วิลเฟร็ด เอ็นดีดี้ จะทำผลงานได้ไม่เลว เพียงแต่ต้นสังกัดมีฟอร์มการเล่นที่ไม่ค่อยดีนัก ทำให้บดบังรัศมีของเจ้าตัวไปอย่างช่วยไม่ได้ แต่ในปีนี้เมื่อทีมมีฟอร์มที่ยอดเยี่ยม หลายคนก็ยิ่งจับตาดูมากขึ้น
แม้จะมีตัวเลือกอย่าง ฮัมซ่า ชูดูรี่ เพื่อนร่วมทีมรวมถึง เดแคลน ไรซ์ แต่ทาง เอ็นดีดี้ มีสมดุลในเกมมากกว่าทั้งการขึ้นเกมรุกรวมถึงการเล่นเกมรับด้วย
23 เกมที่เจ้าตัวลงเล่นในซีซั่นนี้ ทีมแพ้แค่ 5 เกมเท่านั้น โดยมีสถิติทำไป 2 ประตู ตัวเลขในเกมรับถือว่าไม่ธรรมดา แท็คเกิ้ลเฉลี่ยที่ 4 ครั้ง, ตัดเกม 2.7 ครั้ง และเคลียร์บอล 2 ครั้ง
ในตอนนี้เรียกได้ว่าทำหน้าที่แทนการหายไปของ เอ็นโกโล่ ก็องเต้ ได้อย่างสมบูรณ์แบบแล้ว
กองกลาง : รูเบน เนเวส
สโมสร : วูล์ฟแฮมป์ตัน
อายุ : 23 ปี
ลงสนาม : 29 เกม
ประตู : 2 ประตู
แอสซิสต์ : 1 แอสซิสต์

หากไม่บอกแทบไม่อยากเชื่อเลยว่า รูเบน เนเวส เพิ่งจะอายุ 23 ปีเท่านั้น ไม่ใช่ว่าหน้าแก่ แต่ชื่อของเขาคุ้นหูแฟนบอลมาร่วม 4-5 ปีแล้ว
หลังจากสร้างชื่อมากับ ปอร์โต้ ถึงเวลาเก็บข้าวของมาเล่นในพรีเมียร์ลีกอันแข็งแกร่ง แม้จะอยู่กับทีมที่ไม่ได้แข็งแกร่งมากอย่าง วูล์ฟส์ แต่นั่นยิ่งทำให้เจ้าตัวโดดเด่นทีเดียว
แม้ว่าในเรื่องของตัวเลขจะไม่ได้สูงมากนักมี 2 ประตูกับ 1 แอสซิสต์ จากการลงเล่น 29 เกมเต็มในลีกซีซั่นนี้ แต่เขาคือตัวขับเคลื่อนเกมที่ได้รับเสียงปรบมืออย่างมากเลยทีเดียว
จุดแข็งของ เนเวส คือการลงไปล้วงบอลต่ำและสามารถพาขึ้นมาเองได้ ไม่ต้องรอบอลเหมือนนักเตะคนอื่น อย่าแปลกใจหากมีข่าวว่าทั้ง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ อาร์เซน่อล อยากได้ตัวไปร่วมทีม
กองกลาง : เจมส์ แม้ดดิสัน 
สโมสร : เลสเตอร์ ซิตี้
อายุ : 23 ปี
ลงสนาม : 28 เกม
ประตู : 6 ประตู
แอสซิสต์ : 3 แอสซิสต์

หลังจากทำผลงานได้ดีกับทีมในการย้ายมาร่วมทีมเมื่อฤดูกาลที่แล้ว ซีซั่นนี้ เจมส์ แม้ดดิสัน  ยิ่งโชว์ฟอร์มได้โดดเด่นชนิดที่ว่าไม่เป็นรองใครในลีกซีซั่นนี้เลย
28 เกมในซีซั่นนี้ มิดฟิลด์ทีมชาติอังกฤษทำไป 6 ประตูกับอีก 3 แอสซิสต์ มีส่วนสำคัญที่ช่วยให้ทีมรั้งอยู่ในพื้นที่ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกอย่างเหนียวแน่น พร้อมสถิติจ่ายบอลสำคัญ 2.7 ครั้ง, เลี้ยงบอลผ่านคู่แข่ง 1.6 ครั้ง และคว้าแมน ออฟ เดอะ แม็ตช์ไป 4 หนจากเว็บไซด์ WhoScored.com
ถึงตอนนี้เจ้าตัวต้องการอีกแค่ประตูเดียวจะมีตัวเลขเทียบเท่ากับเมื่อฤดูกาลที่แล้ว ซึ่งหากลีกกลับมาเล่นกันใหม่คงไม่มีปัญหากับเรื่องนี้
ด้วยผลงานนี้ทำให้เข้ามาอยู่ในทีมเบียด เมสัน เมาท์ อีกหนึ่งดาวรุ่งจาก เชลซี ที่ทำได้ดีเช่นกันเข้ามาอยู่ในลิสต์แบบหวุดหวิด
กองหน้าริมเส้น : ริชาร์ลิซอน
สโมสร : เอฟเวอร์ตัน
อายุ : 22 ปี
ลงสนาม : 27 เกม
ประตู : 10 ประตู
แอสซิสต์ : 3 แอสซิสต์

เม็ดเงินถึง 35 ล้านปอนด์ที่ เอฟเวอร์ตัน ยอมทุ่มดึงตัวมาจาก วัตฟอร์ด ตั้งแต่ปี 2018 แสดงให้เห็นแล้วว่าเขาตอบแทนได้อย่างคุ้มค่า
จาก 5 ประตูใน 38 เกมแรกที่เล่นในพรีเมียร์ลีกกับทีม "แตนอาละวาด" ปีแรกกับ "ทอฟฟี่" แข้งทีมชาติบราซิลกดไป 13 ลูกจาก 35 เกม และในปีนี้ก็ทำไป 10 ลูกจาก 27 เกม แถมมีอีก 3 แอสซิสต์ด้วย
ไม่ใช่แค่จำนวนประตูที่ใช้ได้, ริชาร์ลิซอน ยังมีสถิติเฉลี่ยสับไก 2.7 ครั้งต่อเกม, ผ่านบอลสำคัญ 1.2 หนและเลี่้ยงบอลหลบคู่แข่งอีก 1.8 หน และคว้าตำแหน่งแมน ออฟ เดอะ แม็ตช์ไป 5 ครั้ง มากที่สุดในทีมซีซั่นนี้ด้วย
คงไม่แปลกหากเขาจะยกถูกให้เป็นหนึ่งในตัวรุกที่ดีที่สุดของพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ด้วยวัยเพียง 22 ปีเท่านั้น
กองหน้าริมเส้น : มาร์คัส แรชฟอร์ด
สโมสร : แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
อายุ : 22 ปี
ลงสนาม : 22 เกม
ประตู : 14 ประตู
แอสซิสต์ : 4 แอสซิสต์

อีกหนึ่งแข้งที่รู้สึกว่าได้ยินชื่อกันมาหลายปี และความจริงแล้วเขาเพิ่งจะอายุเพียง 22 ปีเท่านั้น
ฤดูกาล 2019/20 ถือเป็นปีที่ดีที่สุดในอาชีพของเขาเลยนับตั้งแต่ขึ้นมาสู่ทีมชุดใหญ่ของสโมสรเมื่อปี 2015 ด้วยตัวเลขสถิติที่สอยตาข่ายแซงหน้าทุกปีแม้ว่าจะลงสนามในลีกไปเพียง 22 เกมก่อนเจอกับอาการบาดเจ็บ
ด้วยความเร็วที่เหลือล้นและการจบสกอร์ที่ทำได้ดีขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ แรชฟอร์ด กลายเป็นหนึ่งในกองหน้าที่อันตรายที่สุดของพรีเมียร์ลีก ไม่ว่าจะเทียบกับคนรุ่นไหนก็ตาม
หลังจากที่คาดกันว่าเจ้าตัวจะต้องปิดเทอม แต่จากปัญหาไวรัสโควิด-19 ระบาดทำให้ลีกต้องเลื่อนการแข่งขัน ซึ่งมันหมายถึงการที่เจ้าตัวมีโอกาสที่จะลงช่วยทีมหากกลับมาลงสนามกันอีกครั้ง
มั่นใจได้เลยว่าตัวแลขประตูและแอสซิสต์จะไม่หยุดอยู่ที่ตรงนี้แน่นอน
กองหน้าตัวเป้า : แทมมี่ อบราฮัม
สโมสร : เชลซี
อายุ : 22 ปี
ลงสนาม : 25 เกม
ประตู : 13 ประตู
แอสซิสต์ : 4 แอสซิสต์

ไม่มีใครคาดคิดว่ากองหน้าที่ซีซั่นที่แล้วยังเล่นอยู่ในแชมเปี้ยนชิพด้วยสัญญายืมตัวกับ แอสตัน วิลล่า จะกลายเป็นกองหน้าคนสำคัญของสโมสรใหญ่อย่าง เชลซี ในฤดูกาลนี้
เหนือกว่าแข้งมากประสบการณ์ทั้ง โอลิวิเยร์ ชิรูด์ และ มิชี่ บาตชูอายี่ ที่ลุยมาแล้วร้อยเอ็ดเจ็ดย่านน้ำ
1 ใน 4 ของประตูที่ "สิงห์บลูส์" ทำได้ในลีกซีซั่นนี้มาจากผลงานของ แทมมี่ อบราฮัม อย่าแปลกใจหากใครได้ดูเกมแล้วหัวหอกรายนี้เล่นไม่ออก เกมรุกของทีมก็แทบจะอัมพาตไปด้วย
ทั้งยิง, ชาร์จเข้าประตู, โหม่ง หรือหลบคู่แข่งแล้วยิง คือสิ่งที่เราได้เห็นจากเขามาแล้วในฤดูกาลนี้ นี่คือเหตุผลที่ แฟร้งค์ แลมพาร์ด มอบเสื้อหมายเลข 9 ให้กับเขา


ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})

ข่าวใหม่วันนี้

ดูทั้งหมด