:::     :::

ซาลาห์ที่น่ายกย่อง

ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
จากนักเตะไร้ค่า ไร้อนาคตที่เชลซี กลายมาเป็นความหวังสูงสุดของลิเวอร์พูล และหนึ่งในแนวรุกที่ร้อนแรงที่สุดของพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ยกระดับตัวเองแบบก้าวกระโดดขึ้นมาได้อย่างน่ายกย่องอย่างแท้จริง

ย้อนไปเมื่อ เชลซี เซ็นสัญญาดึง ซาลาห์ จากบาเซิ่ลมาร่วมทีมด้วยค่าตัว 11 ล้านปอนด์เมื่อปี 2014 ในยุคของ โชเซ่ มูรินโญ่  

ในตอนนั้น เขาถูกคาดหวังระดับหนึ่งว่าจะเข้ามาแทนที่ ฆวน มาต้า ที่ถูกปล่อยไปให้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 

แต่เส้นทางจากลีกสูงสุดของสวิตเซอร์แลนด์มาเป็น "พรีเมียร์ลีก" เป็นก้าวที่ใหญ่เกินไปสำหรับเด็กหนุ่มวัย 21 ปี 

ในทีมเชลซียังคงเต็มไปด้วยแข้งฝีเท้าดีมากมาย และแทบไม่เหลือพื้นที่ให้ ซาลาห์ ได้ยืน ว่ากันตามตรงเขาไม่มีเวลามากพอที่จะพิสูจน์ผลงาน

แข้งลูกหลานมัมมี่ต้องไปเริ่มต้นใหม่ในลีกกัลโช่ เซเรีย อา ซึ่งช่วงเวลากับฟิออเรนติน่า และ โรม่า ก็ทำให้เขาพัฒนาและแข็งแกร่งมากขึ้นทั้งทางด้านเทคนิคส่วนตัวและความเข้าใจในเกมการเล่น 

ท้ายที่สุด ซาลาห์ ในวัย 25 ปีได้เซ็นสัญญากับลิเวอร์พูลซึ่งแน่นอนว่านี่คือดีลแห่งฤดูกาลเพราะเขาทำให้คนที่เคยปรามาสเอาไว้ต้องกลืนน้ำลายทั้งหมด

ไม่เกินเลยนักหากจะบอกว่า โมฮาเหม็ด ซาลาห์ กำลังก้าวสู่ระดับโลกในไม่ช้า สัปดาห์แล้วสัปดาห์เล่าที่เขาแสดงศักยภาพออกมาอย่างต่อเนื่อง 


การตัดสินใจที่ดีที่สุดของ คล็อปป์ คือการเซ็น ซาลาห์ มาร่วมทีม

ซาลาห์ กดไป 10 ประตูจาก 13 นัดแรกในพรีเมียร์ลีกให้ลิเวอร์พูล เป็นสถิติเปิดตัวดีสุดเทียบเท่า แดเนียล สเตอร์ริดจ์ อีกหนึ่งอดีตแข้งเชลซีที่เคยทำได้ในฤดูกาลแรกกับทีม

จากผลรวม 15 ประตูใน 20 นัดทุกรายการก็ทำให้ ซาลาห์ เป็นหนึ่งในแนวรุกที่ทรงประสิทธิภาพที่สุดในลีกยุโรปฤดูกาลนี้

สไตล์การเล่นที่อันตรายทั้งจังหวะโต้กลับ หรือหาช่องยิงหน้าเขตโทษ รวมถึงความเยือกเย็นในจังหวะปิดบัญชีอย่างที่แสดงให้เห็นในเกมเชลซี ทำให้ ซาลาห์ กลายเป็นผู้เล่นที่ยากในการรับมือ

ตัวรุกวัยเบญจเพสมีจังหวะสปีดที่เหลือเชื่อ ทำให้เกมโต้กลับของลิเวอร์พูลได้ลุ้นในทุกครั้ง เวสต์แฮม และอาร์เซน่อล ต่างโดนเล่นงานลักษณะนี้มาแล้ว เช่นเดียวกับเชลซีที่เขาสลัดหนีตัวประกบได้แทบทุกครั้ง

การเล่นโต้กลับของ ซาลาห์ ไม่เพียงสร้างปัญหาให้คู่แข่ง แต่ยังทำให้รูปแบบการยืนของฝ่ายตรงข้ามต้องปรับตามไปด้วย 

ในเกมครึ่งแรกกับเชลซี อันโตนิโอ คอนเต้ วางแนวรับค่อนข้างต่ำเพื่อไม่ให้ ซาลาห์ มีพื้นที่ได้วิ่งสอดทะลุ และการเลือก แดนนี่ ดริงค์วอเตอร์ มิดฟิลด์ตัวรับลงมาอัดตรงกลางแทนตัว

สเต็ปที่ ซาลาห์ พาบอลหนี เอ็นโกโล่ ก็องเต้ และ ตีเอมูเอ บากาโยโก้ คืออีกหนึ่งโมเมนต์ของเกมบิ๊กแมตช์เมื่อวันเสาร์ และตอนนี้มีเพียง 5 คนในลีกที่เลี้ยงบอลสำเร็จมากกว่าตัวรุกสัญชาติอียิปต์

แม้การหันหลังให้ประตู ซาลาห์ ยังคงเต็มไปด้วยความอันตราย ทักษะความสามารถและการพลิกหนีในเสี้ยววินาทีทำให้สลัดหนีตัวประกบได้ง่ายดายอย่างที่ทำได้ในการเจอเพื่อนเก่าอย่าง แกรี่ เคฮิลล์


การหาโอกาสยิงส่วนใหญ่ของ ซาลาห์ คือในเขตโทษ (สีแดงคือเป็นประตู)

ฤดูกาลนี้ ซาลาห์ หาโอกาสยิงได้ 49 ครั้ง แต่มีเพียง 10 ครั้งเท่านั้นที่เป็นการส่องหน้าเขตโทษ และจาก 39 ครั้งในเขตโทษกลายเป็นประตูถึง 9 ครั้ง 

ขณะที่อีกสถิติที่ควรต้องทำให้ดีขึ้นคือ พลาดโอกาสจะแจ้ง (clear-cut opportunity) ถึง 6 ครั้งตามการเก็บข้อมูลของ Opta ซึ่งมีเพียง โรเมลู ลูกากู ที่ทำพลาดมากกว่า

แต่เรื่องนี้ไม่ใช่ปัญหาที่น่าห่วงเมื่อสัดส่วนของประตูที่ยิงได้ยังเป็นตัวเลขที่น่าพอใจและเพิ่มขึ้นในแทบทุกนัดที่ลงสนาม 

ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเขาคือหนึ่งในผู้เล่นคนสำคัญของลิเวอร์พูล และหากไม่มีประตูจากแข้งอียิปต์รายนี้ หงส์แดงจะมีคะแนนน้อยกว่าที่มีอยู่ 5 คะแนน และคงหลุดท็อปโฟร์ไปไกลพอสมควร (ไม่นับเกมกับสโต๊ค ซิตี้ ในวันพุธ) 

ประตูกับเชลซีที่ยิงผ่าน ติโบต์ กูร์กตัวส์ คือลูกที่ 4 จาก 5 นัดหลังสุดที่เจอสิงห์บลูส์ ก่อนหน้านี้เคยยิงให้บาเซิ่ลได้ในยูโรปา ลีก และยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 

ซาลาห์ ไม่เคยหวั่นกับความกดดันและความรับผิดตรงหน้า ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ ออกมาชมเพื่อนร่วมทีมว่ามีความกระหายในการวิ่งหาพื้นที่ว่างเพื่อรอรับบอลตลอดเวลา


สถิติยิงประตูของ ซาลาห์ ในการเล่นอาชีพที่ยุโรป (ทุกรายการ)

จากเด็กหนุ่มที่แทบไร้ที่ยืนในเชลซีกลายเป็นยอดแข้งที่เต็มเปี่ยมด้วยความมั่นใจ มีแรงกระตุ้นที่จะสร้างคามแตกต่างในเกมระดับท็อป และเดินหน้าสู่ระดับโลกอย่างมั่นใจ 

การรับหน้าที่ยิงจุดโทษในช่วงทดเจ็บนาที 95 โดยมีเดิมพันตั๋วฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายกับทีมชาติอียิปต์ บ่งบอกถึงความสามารถและจิตใจอันเข้มแข็งในการรับมือกับความคาดหวังของคนทั้งประเทศได้เป็นอย่างดี

อย่างเกมในบ้านกับแมนฯ ยูไนเต็ด และ เชลซี ซึ่งต่างมาแบบเน้นรับลึก ไม่ได้ปล่อยให้ผู้เล่นแนวรุกของลิเวอร์พูลมีพื้นที่มาก ซาลาห์ ยังหาช่องเลี้ยงบอลได้ถึง 8 ครั้งในกับผีแดง และหาโอกาสยิงได้ 7 ครั้งในวันดวลสิงห์บลูส์

นี่คือสิ่งที่แสดงให้เห็นว่าต่อให้เจอเกมยาก เกมตึงเครียด และเน้นแท็กติกสุดตัวซึ่งหากเป็นบางคนอาจหายจากเกมไปเลย แต่กระตือรือร้นในการเล่นก็ทำให้นักเตะอย่าง ซาลาห์ มีส่วนร่วมกับเกม และชี้ขาดผลการแข่งขันได้เสมอ 

โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ควรคู่ต่อการยกย่องอย่างแท้จริง จากนักเตะที่ถูกตราหน้าว่าล้มเหลวในช่วงแรกกับเชลซี กลายเป็นความหวังสูงสุดของลิเวอร์พูลไปแล้ว



ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})

ข่าวใหม่วันนี้

ดูทั้งหมด