:::     :::

แจ็ค กับ เจมส์

วันศุกร์ที่ 24 เมษายน 2563 คอลัมน์ #BELIEVE โดย ศาลาผี
15,753
ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
วัดกันตัวต่อตัวระหว่าง แจ็ค กรีลิช กับ เจมส์ แมดดิสัน ว่าสกิลการเล่น ตำแหน่ง และสิ่งที่แมนยูไนเต็ดต้องการนั้น เราควรจะเซ็นใครมากกว่ากัน เปรียบเทียบทุกด้านให้เห็นกันแบบจะจะ

นี่คืออีกหนึ่งเรื่องราวที่แฟนผีสนใจและมีคำถามอยู่ในใจมานานพอสมควรว่า ระหว่างนักเตะเป้าหมายของทีมเราสองคนอย่าง Jack Grealish และ James Maddison นั้น ทีมเราควรจะเลือกคนไหนดีในการเสริมทีม สาเหตุนั้นเป็นเพราะว่าเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา เราได้ตัวของBruno Fernandes เข้ามาร่วมทีมเรียบร้อยแล้ว และทำผลงานได้เยี่ยมเกินความคาดหวังซะอีก ดังนั้นในตำแหน่งPlaymakerกลางรุกนั้นเราได้บรูโน่ขึ้นมายืนเป็นเสาหลักของทีมแล้วเรียบร้อย 

เมื่อเป็นเช่นนี้การจะเสริมนักเตะเข้ามาเพิ่มนั้น จึงต้องพิจารณาเพิ่มมากขึ้น เพราะเราไม่ได้ต้องการกลางรุกตัวหลักแล้ว แต่ไม่ได้หมายความว่า "ถ้างั้นแมนยูก็ไม่ต้องซื้อตัวรุกแล้วสิ นี่ก็ได้บรูโน่มาแล้วนี่" เพราะแมนยูไนเต็ดนั้นยังมีปัญหาเรื่องของsquad depth อยู่เช่นเดิมที่เราจำเป็นต้องมีนักเตะแนวรุกดีๆให้เลือกใช้งานมากกว่านี้ ตัวเลือกการใช้งานของเราจึงมีจำกัดเหลือเกิน และ2คนในนั้นก็ยังเป็นนักเตะที่ใช้การไม่ได้อย่าง "เจส กับ เดรส" ซะอีก(ฮา)

และคิดอย่างง่ายที่สุดก็คือ ใจคอคุณพี่จะใช้บรูโน่ให้ลงสนามทุกนัดรึไงกัน?


กรณีการจำใจต้องใช้นักเตะลงสนามมากๆเช่นนี้เรามีตัวอย่างแล้วจาก Marcus Rashford ที่ต้องเจ็บยาวไปเช่นนั้นเพราะการต้องกรำศึกและแบกเกมรุกเอาไว้คนเดียวจนกลายเป็นเป้าสังหารให้ทีมฝั่งตรงข้ามเข้ามาป้องกัน และบาดเจ็บไปดังที่เห็น  ยังรวมถึงการต้องลงสนามของแฮรี่ แมกไกวร์ด้วยที่ใช้งานคุ้มค่าตัวมากแล้วเพราะพี่แกลงทุกนัด ช่วงหลังนี่ขนาดอึดๆอย่างแมกไกวร์ยังมีเจ็บบ้างเลยเพราะต้องลงทุกนัด

การที่เรามีบรูโน่แล้วนั้น เราจึงยังจำเป็นต้องพูดคุยถึงเรื่องของการเสริมแนวรุกเข้ามาเพิ่มเติมด้วย เพราะตัดนักเตะที่ฝีเท้าไม่ถึงออกไป เราจะเหลือนักเตะในทีมให้ได้ใช้น้อยมากๆ แถมมีบางคนที่อนาคตในทีมก็ยังไม่แน่นอนว่าจะย้ายหรือไม่ย้ายอีก ดังนั้นการพูดคุยในประเด็นที่จะซื้อตัวรุกนี้ จึง"จำเป็น"อย่างยิ่งที่เราจะต้องซื้อตัวเข้ามาเพิ่ม

และสองนักเตะที่มีข่าวแรงๆกับเรามาตลอด เป็นที่พูดคุยถกเถียงกันว่าใครเข้ามาดีนั้น เราจึงต้องมาวิเคราะห์กันต่อไปว่า เราจะซื้อใครดี โดยมีเงื่อนไขที่ว่า เราสามารถเลือกได้เพียงแค่ "คนเดียวเท่านั้น" ระหว่าง แจ็ค กรีลิช และ เจมส์  แมดดิสันนี้ เป็นเพราะว่าอย่างที่ทราบกัน ตัวเลือกเสริมทีมเป้าหมายtop targetที่เราจะทุ่มเงินไปนั้น คือการซื้อJadon Sanchoแล้ว ดังนั้นtransfer budget อาจจะเหลือพอเสริมนักเตะระดับ50-60ล้านได้อีกแค่คนเดียว

เราจึงมาวิเคราะห์กันว่า ระหว่างสองคนนี้ เราควรจะซื้อใครดี พิจารณาบนเงื่อนไขที่ว่านักเตะมี "สิ่งที่แมนยูไนเต็ดขาด" เป็นหลักๆ เราจะไม่มานั่งเปรียบเทียบกันว่า ใครดีกว่าใคร เพราะเอาจริงๆเก่งกันทั้งคู่ เป็นตัวรุกที่แบกทีมกันทั้งสองคน แต่ว่าลักษณะการเล่น จุดแข็ง และอรรถประโยชน์การใช้งานนั้นค่อนข้างต่างกัน  ดังนั้นเราจะมาดูกันว่า แมนยูนั้นหากจะเลือกซื้อได้อีกแค่คนเดียวระหว่างสองคนนี้ เอาใครดี

ระหว่างแจ็คกับเจมส์


1.ตำแหน่งการเล่น และบทบาท (position & role)

หลายคนน่าจะพอทราบกันบ้างว่าทั้งสองคนเล่นตำแหน่งไหน แต่บางคนยังเข้าใจว่าทั้งสองคือ "มิดฟิลด์ตัวรุก" แบบบรูโน่ ซื้อมาก็คือซื้อเพื่อเป็นสำรองให้บรูโน่ อันนี้คือเข้าใจผิด เพราะว่าเอาจริงๆแล้วทั้งสองคนไม่ได้ทับตำแหน่งบรูโน่เลย

จัดลงสนามพร้อมกันสามตัวเลยยังได้

1.1 แจ็ค

เริ่มที่แจ็ค กรีลิชก่อน นักเตะคนนี้ถ้าให้จำกัดความแบบเห็นภาพที่สุดน่าจะบอกว่าเป็น Wide Playmaker ก็น่าจะได้ คือเป็น"เพลเมคเกอร์ที่เล่นด้านข้าง" ตำแหน่งการเล่นของกรีลิชจะสามารถสวิตช์ไปมาระหว่างสองตำแหน่งได้ก็คือ ทั้งตรงกลางและริมฝั่งซ้าย สามารถยืดหยุ่นการเล่นได้อย่างอิสระ ซึ่งก็เป็นลักษณะเฉพาะตัวของ Wide Playmaker นั่นแหละ ซึ่งในตัวของแจ็คยังสามารถบอกได้ว่าเขาเป็น Inverted Winger (IW) ได้ด้วยก็คือ เป็นปีกที่เล่นสลับด้าน (ปีกซ้ายเท้าขวา หรือปีกขวาเท้าซ้าย) โดยที่นักเตะแบบนี้วิธีการเล่นก็คือจะใช้การ "ตัดเข้าใน"  ซึ่งแจ็ค กรีลิชนั้นอย่างที่บอก เป็นตัวที่สลับไปมาระหว่าง กลางกับซ้ายได้ ดังนั้นการเล่นของเขาจะมีการmovementของตำแหน่งการยืนระหว่างสองแนวนี้ เราจะได้เห็นวิธีการเล่นของแจ็คแบบนี้บ่อยๆคือ ลากกระชากขึ้นทางซ้าย และเลี้ยงบอลไปเรื่อยๆตัดเข้าใน แล้วหาจังหวะจ่ายบอล

ลักษณะแบบนี้ต้องบอกว่า แจ็คไม่ได้เป็นInside Forward(IF) เพราะพี่แกจะไม่ได้เข้าไปจบสกอร์ด้วยตัวเองถึงพื้นที่สุดท้ายแบบพวกIF แต่จะเน้นลากบอล หาพื้นที่ว่าง ลากตัวประกบ เรียกฟาล์ว และจ่ายให้เพื่อน หรือยิงไกลด้วยตัวเองเมื่อมีโอกาส


เอาง่ายที่สุดให้เห็นภาพ ประตูที่แจ็ค กรีลิช ยิงใส่แมนยูที่ตัดจากซ้ายแล้วปั่นเสียบเสาไกลลูกนั้นแหละ นั่นคือวิธีการเล่นหลักๆของแจ็คเลยเวลาเล่นรุก

ดังนั้นสรุป ภาษาชาวบ้าน แจ็คกรีลิชคือ "เพลย์เมคเกอร์ตัวรุกที่บุกจู่โจมสลับไปมาระหว่างตรงกลางกับริมเส้นฝั่งซ้ายได้" และเขายังมีการเล่นคู่กับการเติมของแบ็คหรือวิงแบ็คเป็นอย่างดี ซึ่งทีมเราก็ใช้แบ็คเติมลักษณะนั้นเช่นกัน เพราะแจ็ค กรีลิชนั้น ประสานงานกับ Matt Target แบ็คซ้ายวิลล่าเป็นอย่างดี

(Wide Playmaker + Advance Playmaker + Inverted Winger)


1.2 เจมส์

กลับกัน เจมส์ แมดดิสันนั้นชัดเจนเลยจากการนั่งดูเขาเล่นจริงๆจากแมตช์การแข่งขันแบบเต็มๆในสนาม เพราะดูแต่คลิปที่ตัดมามันมองไม่เห็นตำแหน่งการยืน.. อย่างที่ทราบกันว่าสูตรของเลสเตอร์นั้นช่วงหลังๆเราจะได้เห็น 4-1-4-1 อยู่บ่อยๆโดยที่ เจมส์แมดนั้นคือมิดฟิลด์ตรงกลางนั่นแหละ ดังนั้นถ้าให้พูดง่ายๆก็คือ เจมส์ แมดดิสันนั้น มีความเป็น "มิดฟิลด์กลางสนาม" เต็มตัวมากกว่าแจ็ค กรีลิช

ตำแหน่งที่เจมส์นั้นจะเล่นได้แบบเป็นธรรมชาติและเล่นดีมากๆนั้นมีสองจุด นั่นก็คือ มิดฟิลด์กลางสนามในบทบาทของ Deep Lying Plamaker (หรือRegistaก็ได้) และ มิดฟิลด์กลางรุก (Attacking Midfielder) เขาสามารถไหลไปมาระหว่างสองจุดนี้ได้เป็นธรรมชาติ สามารถเลือกใช้งานได้ และหากในยามจำเป็นเขายังเล่น LM หรือ LW ได้อีกด้วยถ้าจำเป็น สามารถถ่างออกข้างได้บางครั้ง

ในระยะหลังๆเลสเตอร์ไม่ได้ใช้แผนที่มีกลางรุก เจมส์แมดดิสันจึงเล่นเป็นมิดฟิลด์คู่กลางแบบแท้ๆเลยที่อยู่กลางสนาม และใช้การวางบอลยาวเป็นอาวุธจู่โจมหลักให้กับกองหน้าตัววิ่งด้านหน้าอย่าง เจมี่ วาร์ดี้ อันนี้ถือเป็นแพทเทิร์นที่เราได้เห็นกันเป็นประจำ และทุกๆก็รู้ แต่ไม่มีใครหยุดความเร็วของวาร์ดี้ได้นั่นเอง ซึ่งคนที่ทำให้เกิดรูปแบบนี้ได้คนนึงของเลสเตอร์นั้นคือการจ่ายบอลของแมดดิสันนี่แหละ


เรื่องของpositionกับroleนั้น จะเห็นค่อนข้างชัดเจนว่า เจมส์แมดนั้นเป็นคนนึงที่ "รักษาตำแหน่งการเล่นของตัวเอง" อยู่ตลอดเวลานั่นก็คือ เขาจะยืมคุมตำแหน่งการเล่นเป็นมิดฟิลด์ตรงกลางของเขาอย่างดี ไม่ว่าจะยามรุกหรือรับ ในด้านเกมบุก เจมส์จะยืนอยู่ค่อนข้างต่ำ ไม่ได้ดันขึ้นสูงไปมีส่วนร่วมกับการยิงประตูในกรอบ แต่เขาจะคุมโซนอยู่นอกกรอบ และก็เปิดเกมจากพื้นที่ตรงนั้นเลยโดยสามารถขยับอย่างอิสระในไลน์นั้นแล้วเปิดให้เพื่อนด้านหน้า หรือยิงด้วยตัวเองจากระยะไกล

เจมส์แมดดิสันจึงสามารถจำกัดความเรียกว่าเป็นนักเตะสาย Deep Lying Plamaker ก็ได้คนนึง

แต่เขาก็ไม่ได้ยืนต่ำยืนลึกขนาดนั้น เพราะมีความอิสระในการขยับเล่นรุกพอควร ดังนั้นบางทีก็ขึ้นไปขึงอยู่หน้ากรอบประตู แต่ก็จะไม่ขึ้นสูงไปล่วงละเมิดพื้นที่นักเตะด้านหน้าอย่าง Striker หรือ Forwardของทีมเด็ดขาด เจมส์จะคุมตำแหน่งตัวเองไว้อยู่หลังกองหน้าเสมอเวลาเล่นรุก แต่เมื่อเทียบกับ เดลเล่ อัลลี่ และ บรูโน่ แฟร์นันดส์ จะชัดเจนว่าสองรายหลังนี้จะเติมขึ้นสอดไปพื้นที่สุดท้ายถึงหน้าโกลเลยทีเดียว ดังนั้นตำแหน่งการเล่นของเจมส์ จึงมีความเป็น "มิดฟิลด์กลางสนาม" มาก

แต่นอกจากนี้แล้ว หลายคนอาจจะยังไม่รู้ เจมส์ แมดดิสัน ยังมีoptionในการเล่น "ตัวรุกริมเส้น" ได้ด้วยในยามจำเป็น เขาจะถ่างออกwide positionได้ แล้วเปิดเกมรุกออกมาจากริมเส้นเลย โดยที่ใช้การโยนครอสเข้าไปให้ตัวรุกก็สามารถทำได้ เพราะต้นทุนพื้นฐานแกเป็นคนที่วางบอลดีอยู่แล้ว การครอสบอลจึงทำได้ด้วย เป็นออฟชั่นเสริมต่างหากของเจมส์แมดอีกอย่างหนึ่ง

(Deep Lying Plamaker + Attacking Midfielder)

* สรุป

เรื่องของ position กับ role นั้นจะเห็นว่า สองคนนี้ต่างกันเยอะจริงๆ  เจมส์ แมดดิสันนั้นจะเล่นในลักษณะของ เบอร์6-10 แต่แจ็ค กรีลิช จะเล่นเป็น เบอร์8-10 ดังนั้นนี่จึงชัดเจนที่ผมบอกไว้ว่า จริงๆแล้วจัดสามคนนี้ (แจ็ค เจมส์ บรูโน่) ลงสนามพร้อมกันได้เลยเพราะว่า เจมส์เล่นเบอร์6 (ตำแหน่งป็อก) บรูโน่เล่นหมายเลข10 แล้วใช้แจ็คเล่นตัวรุกด้านข้างเบอร์8ได้เลย สไตล์การเล่นสามคนก็แตกต่างด้วย คนนึงลากเลื้อย คนนึงเน้นวางยาว ส่วนอีกคนอย่างบรูโน่คือเปิดเกมทุกรูปแบบ

เมื่อเป็นเช่นนี้แล้วจึงไม่ต้องกังวลว่าใครซื้อมาแล้วจะไปทับตำแหน่งใครบ้าง ทั้งป็อกบา บรูโน่ หรือ แรชฟอร์ด เพราะทั้งสองคนนี้มีความยืดหยุ่นในการลงตำแหน่งค่อนข้างมาก ทำให้โอเล่สามารถจัดทีมและสลับสับเปลี่ยนกันได้อย่างอิสระจริงๆในยามที่บางครั้งนักเตะเราก็ไม่ได้พร้อมลงสนามกันหมด ตัวหลักอาจจะเจ็บหรือโดนแบน

การได้แจ็ค หรือ เจมส์มาคนใดคนนึง จะทำให้ทีมมีSquad Depthสูงขึ้นมากเป็นเท่าตัว ทั้งในแง่ของความยืดหยุ่นในการจัดตัว และจัดแผนของทีมด้วยที่จะเล่นได้อีกโคตรหลากหลายเลย


2. สกิลทักษะที่โดดเด่น

ข้อนี้ง่าย เปรียบเทียบง่ายมาก หลายคนน่าจะรู้ดี แต่มีดีเทลที่ลึกกว่านั้นเพิ่มเติมคือ

2.1 แจ็ค

ไม่ต้องบอกก็รู้ว่า สกิลการเลี้ยงบอล (dribbling) ด้วยสไตล์การลากเลื้อยนั้นคือจุดแข็งที่สุดของแจ็ค กรีลิช เพราะสถิติโดนทำฟาล์วเยอะที่สุดในพรีเมียร์ลีก และของปีก่อนๆก็สูงสุดในยุโรปนั้น เป็นสิ่งที่เราไม่อาจปฏิเสธได้เลย เพราะก็โดนมันเลี้ยงเรียกตีนจนเสียฟรีคิกรัวๆที่โอลด์แทรฟฟอร์ดมาแล้ว(ฮา) คือเป็นนักเตะตัวรุกที่เรียกฟาล์วให้ทีมได้เยอะมากๆ จากสไตล์การเล่นที่เป็นจุดแข็งของเขานั่นละ

บอกว่าเป็น"ตัวรุกเรียกตีน"ก็คงไม่ผิดนัก

แต่หากเราเห็นกันแค่นั้นมันอาจจะไม่เป็นธรรมกับกรีลิชเท่าไหร่ เพราะจริงๆแล้วจุดแข็งที่สุดของกรีลิชนั้นไม่ได้มีแค่จุดเดียว แต่จากสถิติการสร้างสรรค์โอกาสและจ่ายบอลเข้าพื้นที่สุดท้าย(final third)ของกรีลิชนั้นอยู่ในอันดับสูงมากที่สุดคนนึงของพรีเมียร์ลีกเลย ซึ่งเป็นนักเตะคนเดียวที่ไม่ได้อยู่ในทีมTop6ด้วยที่ทำได้ ดังนั้นเรื่องของการจ่ายบอล (Passing) จึงเป็นอีกสกิลนอกจากการเลี้ยงที่ดีมาก

และสุดท้าย ประเด็นสำคัญที่เขามีการ การควบคุมบอล (Holding on to the ball) เป็นอีกอย่างที่ดีมากๆเพราะกรีลิชไม่ใช่นักเตะที่ได้บอลมาปุ๊บแล้วจะจ่ายเร็วออกจากตัวไปเลย เขาเป็นนักเตะที่เน้นการครองบอล ดังนั้นจึงเน้นเก็บบอลไว้กับตัวมากก่อนจะเล่นช็อตต่อไป ซึ่งมีข้อดีของมันคือ หากมีแจ็คอยู่ในทีม เกมเล่นที่เน้นการครองบอลบุก เราจะทำได้เหนียวและชัวร์มากขึ้นเพราะนี่ไม่ใช่นักเตะที่เสียบอลง่ายๆเหมือนใครบางคนแถวนี้ (ฮา)

เมื่อรวมๆแล้วจะยิ่งเห็นชัดว่านี่คือ "ตัวรุกเปิดเกมที่ลากเลื้อยริมเส้น และตัดเข้ากลาง"


2.2 เจมส์

จุดแข็งของเจมส์แมดดิสันนั้นเห็นได้ชัดไม่แพ้แจ็ค ซึ่งสไตล์เขาแตกต่างกันมากสองคนนี้ ตัวนึงเป็นตัวเลื้อย ในขณะที่ตัวนี้ถนัดในการเปิดเกม วางบอล และยิงไกลมาก

สกิลเด่นแรกของเจมส์ แมดดิสันที่สำคัญที่สุดคือเรื่องของ Vision & Passing นั่นก็คือ วิสัยทัศน์ในการเล่น และการจ่ายบอลนั่นเอง ที่เป็นจุดแข็งสุดๆของเจมส์แมด ซึ่งมันเป็นสกิลเดียวกันกับที่ป็อกบามีนั่นแหละ

เจมส์แมดดิสันนั้นค่อนข้างที่จะถนัดการวางบอลยาวมากๆ เขาสามารถเปิดให้ตัวหน้าได้อย่างแม่นยำ ซึ่งมันนำไปสู่สกิลเด่นอีกอย่างหนึ่งที่เขามีนั่นก็คือ การเล่นลูกเซ็ตพีซ และฟรีคิก (set piece & free kick) คือเรื่องนี้เป็นจุดแข็งที่จะทำให้ทีมเรามีตัวเล่นลูกนิ่งเพิ่มขึ้นจาก บรูโน่ มาต้า ป็อกบา ถ้าได้เจมส์มา เขาจะเป็นตัวอันตรายอีกคนนึงของทีมเลย

สกิลการยิงไกล (Long Shots)ของเขาก็ใช้ได้ เรียกง่ายๆว่าอะไรระยะไกล แกทำได้หมด สมกับเป็นกองกลางสายDLPจริงๆที่จะเน้นการจู่โจมจากแนวลึก  อะไรที่เกี่ยวข้องกับด้านนี้ เจมส์ แมดดิสันทำได้หมดทุกอย่างจริงๆ

นอกจากนี้แกยังมีการครอสบอลเข้ากลางที่ยอดเยี่ยมอีกอย่างนึงด้วยเวลาถ่างไปเล่นด้านข้างยามที่สลับตำแหน่งกันยืน เป็นตัวเสริมที่ทำให้เจมส์ แมดดิสันนั้นแพรวพราวมากจริงๆในสกิลเกมรุก


*สรุป

skills เด่นกันคนละด้านมากๆ แต่มีจุดร่วมเหมือนกันอยู่อย่างนึงนั่นก็คือ "Key Passes"  ทำได้ดีมากๆทั้งคู่ เป็นตัวที่สร้างสรรค์โอกาสได้ดีเหมือนบรูโน่ แจ็คกรีลิชนั้นจะใช้วิธีเลี้ยงบอล ลากเลื้อยเข้าพื้นที่อันตราย ดูดตีนล่อตัวประกบ จากนั้นก็สามารถสร้างพื้นที่ว่างให้กับเพื่อน และจ่ายให้ยิงได้ ในขณะที่เขาจะยิงเองก็ได้

ส่วนการเล่นของเจมส์นั้นจะเป็นการเปิดบอล วางบอล โยนยาวไปยังตำแหน่งต่างๆทุกส่วนพื้นที่ของสนามในลักษณะเป็นหอบัญชาการจากแนวลึกได้ และยังมีปืนใหญ่เรลกันยิงจากป้อมยิงนั้นได้ด้วย จากสกิลการยิงฟรีคิก การเล่นลูกนิ่ง และการยิงไกลนอกกรอบสุดโหดด้วยความรุนแรงแบบpower shoot ส่วนของกรีลิชนั้นจะติดลูกปั่นมากกว่า เน้นทิศทาง

จุดอ่อนของทั้งคู่นั้นมีอย่างเดียวกันเลยนั่นก็คือ "เกมรับ" ไม่ค่อยดีทั้งคู่ กรีลิชจะไม่ค่อยเอาตัวเข้าไปบวก บู๊ หรือเล่นเกมใช้ร่างกายปะทะกับคู่ต่อสู้เลยเพราะแกตัวเล็กและบางมาก ส่วนแมดดี้นั้นยังพอมีความเป็นมิดฟิลด์อยู่บ้าง แต่ลูกกลางอากาศของเจมส์ก็ถือว่าย่ำแย่พอควร

แต่ก็นะ ใครซื้อเพลย์เมคเกอร์มาแล้วจะคาดหวังเกมรับกันล่ะ?


3. สิ่งที่แมนยูไนเต็ดขาด และการทับตำแหน่งกับนักเตะในทีม

นอกจากความสามารถและตำแหน่งการเล่นของทั้งสองคนแล้วนั้น นักเตะคนไหนที่มีสิ่งที่แมนยูขาด และซื้อมาจะเสริมแกร่ง ต้องดูก่อนว่า อย่างแรกเลยคือ ตำแหน่ง AMC นั้นเรามีบรูโน่อยู่แล้ว ส่วนปีกซ้าย เราทับตำแหน่งกันตายไม่ว่าจะเป็นตัวหลักอย่างแรชฟอร์ด, มาร์กซิยาล, แดเนียลเจมส์ หรือแม้กระทั่งบรูโน่ป็อกบาที่เวลาเล่นก็มักจะชอบเบ้ซ้าย เล่นรุกเยื้องมาทางซ้ายอีกตะหาก พวกนี้พร้อมลงปีกซ้ายหมดทุกคน ส่วนตรงกลางนั้น ณ ตอนนี้เรายังมีป็อกบา เฟร็ดอยู่กับทีมด้วย

3.1 แจ็ค

อย่างที่บอกไปแล้วว่า แจ็ค กรีลิช เล่นปีกซ้ายสวิตช์ไปมากับกลางรุกได้ ปีกซ้ายต้องยอมรับว่า เรามีเยอะจริงๆ โดยเฉพาะตัวหลักอย่างแรชฟอร์ดที่แบกทีมนั้น ยังไงก็ต้องลงซ้ายเท่านั้น แต่ก็ไม่ได้แปลว่า"แจ็ค กรีลิช จะทับตำแหน่งกับแรชฟอร์ด" เหมือนอย่างที่หลายคนกลัว

ย้ำ แจ็ค กรีลิช ไม่ได้ทับตำแหน่งแรชฟอร์ด

สาเหตุที่เป็นเช่นนี้เพราะว่า แจ็คนั้นเป็นตัวรุกในสาย "support" แบบเต็มๆ เขาจะไม่ขึ้นไปจู่โจมพื้นที่สุดท้ายด้วยตัวเอง แต่จะลากเลื้อยและจ่ายให้เพื่อน ซัพตัวรุกให้ยิงได้ซะมากกว่า

วิธีการเล่นของกรีลิชนั้นสามารถเล่นร่วมกับตัวริมเส้นได้ เพราะงั้นเขาก็อาจจะลงเล่นในตำแหน่งตัวกลางแล้วขยับออกมาซัพในริมเส้นฝั่งซ้าย แล้วให้แรชฟอร์ดขึ้นไปยิง

ดังนั้นแปลว่าเขาลงพร้อมแรชได้ และก็ลงพร้อมบรูโน่ก็ได้ในวันที่แรชฟอร์ดไม่อยู่ หรือจะดันแรชไปเล่นหน้า เขาเล่นด้านซ้ายเป็นตัวสนับสนุนก็ได้อีกเช่นกัน

การได้กรีลิชมา จะทำให้เราได้กำลังเสริมทั้งตำแหน่ง MC / AMC / LW ในเวลาเดียวกัน ต้องเข้าใจว่าเคสของแจ็ค&เจมส์นั้น เราไม่ได้พิจารณาในเรื่องของ "ตำแหน่งที่ขาด" โดยตรง แต่เราจะซื้อพวกเขามาเพื่อเติมsquad depthต่างหาก


3.2 เจมส์

กรณีของเจมส์นี่จะเด่นชัดมากโดยขึ้นอยู่กับ "อนาคตของป็อกบา" เพราะถ้าเกิดเหตุที่ป็อกบาย้ายทีมออกไปนั้น ควรจะซื้อเจมส์ แมดดิสัน เข้ามาเป็นตัวตายตัวแทน โดยที่ไม่ต้องไปลุ้นตัวนอกลีกอย่าง ฟานเดอบีค  เพราะเจมส์นั้นเล่นในตำแหน่งเดียวกันเป๊ะๆกับป็อกบาเลย นั่นก็คือหมายเลข6ตัวบัญชาการเกม

หากป็อกอยู่ต่อ โอกาสจะได้แมดดิสันนั้นยากมากๆเพราะไม่มีความจำเป็นต้องให้ซื้อ ยังไงป็อกบาก็เก่งกว่า แต่ถ้าเมื่อไหร่ก็ตามที่ป็อกบาเกิดย้ายขึ้นมาในทันที  เมื่อนั้นแหละ เจมส์จะกลายเป็นเป้าหมายเสริมทีมอันดับแรกๆไปในทันที เพราะเขาจะสามารถเป็นตัวตายตัวแทนให้ป็อกบาได้อย่างดี หรืออาจจะดีกว่าด้วยในแง่ของการเล่นเพื่อทีม เป็นต้น

นอกจากในตำแหน่งป็อกบา เจมส์ยังเล่นกลางรุกแทนวันที่บรูโน่ไม่อยู่ได้ หรือถ้าวันไหนจะลงพร้อมกัน แกก็ยืนเล่นมิดฟิลด์ด้านหลัง แล้วให้บรูโน่เล่นรุกด้านหน้าได้อีกด้วย

*สรุป

เรื่องตำแหน่งนั้น เจมส์ แมดดิสันนั้นเหมือนจะมีภาษีเหนือกว่ากรีลิชอยู่นิดหน่อยตรงที่ มันมี "ความเสี่ยงที่ป็อกบาจะย้ายทีม" ในขณะที่ทางด้านกรีลิชนั้น เราก็ยังมีปีกซ้ายรอลงอยู่อีกเยอะมากๆ กลางรุกก็ยังมีบรูโน่อยู่ ดังนั้นเรื่องของสิ่งที่ทีมขาดนั้น เจมส์ อาจจะจำเป็นกว่าแจ็คเล็กน้อย เพราะตำแหน่งแจ็คมีคนอื่นเล่นได้ แต่กองกลางเรายังขาดคนอยู่เยอะ

ภาพรวมสำหรับเติมSquad Depth การซื้อแจ็คกับเจมส์สำคัญมากทั้งคู่

ส่วนเรื่องของสไตล์การเล่นที่ทีมเราขาด ให้ทาง "แจ็ค" สำคัญกว่าเจมส์ เพราะเรื่องของฟรีคิก ยิงไกล การวางบอล เรามีบรูโน่อยู่ แต่ทีมเราขาดนักเตะสายลากเลื้อยที่เก่งจริงๆอยู่ในทีม เพราะแรชฟอร์ดจะเน้นใช้ความเร็วเป็นหลัก ไม่ได้เลี้ยงบอลเก่งอะไรขนาดนั้น ส่วนมาร์กซิยาลจะเป็นเรื่องเทคนิคการเล่นในแดนหน้าอยู่แล้ว การเลื้อยจากฝั่งซ้ายเขาก็เอาชนะคู่ต่อสู้ไม่ได้ จนกระทั่งหายไปจากเกมอยู่บ่อยๆ การเครองบอลเรียกฟาล์วนั้นเป็นสไตล์ที่เราน่าจะลองนำเข้ามาในทีมดูบ้าง

เจมส์ แมดดิสันรสนิยมดีแต่เด็ก

กรีลิชมีสถิติการพาบอลขึ้นหน้าอยู่ในระดับที่สูงสุดๆในพรีเมียร์ลีกคนนึง คนเดียวที่ทำระยะทางการพาบอลขึ้นหน้าได้สูงกว่าเขามีเพียง วิลเฟร็ด ซาฮา ของพาเลซเท่านั้น เขาจึงเป็นคนที่ไปกับบอลได้ดีสุดๆ แต่จุดนึงที่มีคนตั้งข้อสังเกตไว้ก็คือ แม้แจ็คจะพาบอลขึ้นหน้าไปกับตัวได้เยอะมากๆ แต่ปริมาณการเลี้ยงบอลผ่านคู่ต่อสู้ของเขานั้น ไม่ได้สูงตามสถิติการพาบอลขึ้นหน้าที่ว่านี้ เป็นเพราะว่าทางแอสตันวิลล่านั้นใช้แผนเค้าท์เตอร์ในการเล่นด้วย(ตามสไตล์ทีมที่เล็กกว่าอะนะ) เราจึงได้เห็นกรีลิชลากบอลสวนกลับขึ้นมาอยู่บ่อยๆ และไม่ค่อยโดนฝั่งตรงข้ามเข้ามากดดันได้ทัน

หากแจ็คกับเจมส์ย้ายมาแมนยู ทั้งคู่จะต้องเจอคู่ต่อสู้ที่มักจะ"ตั้งรับลึก" ใส่เราอยู่เสมอ จริงๆทั้งสองคนก็สามารถเป็นคนที่หาช่องบุกเจาะคู่ต่อสู้รับลึกได้ดีทั้งคู่  สองคนนี้มีออฟชั่นในด้านการยิงไกลเวลาเจอรถบัส แต่แมดดิสันจะเด่นกว่าหน่อย

ส่วนในยามที่เราเป็นรอง และแมนยูต้องเล่นเกมเค้าท์เตอร์ที่ถนัดนั้น แจ็ค กรีลิช จะโดดเด่นกว่าเจมส์เล็กน้อยเพราะเป็นนักเตะตัวรุกที่เล่นเกมสวนกลับได้ดี  แต่เจมส์เองก็เปิดบอลยาวให้ตัววิ่งเหมือนตอนอยู่เลสเตอร์ได้เช่นกัน

ทั้งสองคนโดดเด่นกันคนละสถานการณ์การใช้งานของทีม จึงไม่สามารถฟันธงได้แบบตรงๆ100%ว่า เราขาดคนไหนมากกว่ากัน ต้องตอบแบบกลางๆว่า มันดีกว่ากันคนละแบบแล้วกัน


4. อื่นๆ

4.1 ค่าตัวและความยากง่ายในการดึงตัว

เจมส์แมดอยู่ในสถานะตัวหลักของเลสเตอร์ไปแล้ว การจะไปดึงเอาตัวหลักของทีมอย่างเลสเตอร์ที่ได้ไปบอลยุโรปแน่ๆนั้น จึงเป็นการยากมากๆ ถ้าเทียบกัน ค่าตัวของกรีลิชจะถูกกว่าเยอะแม้ว่าทางเจ้าของวิลล่ายังอาจจะมีการอัดฉีดเงินเข้ามาในระบบทำให้ทีมไม่ได้ถึงกับลำบากด้านการเงินคอขาดบาดตาย แต่ว่าการเสี่ยงตกชั้น กรีลิชที่แบกวิลล่ามานานคงจะถึงเวลาที่อยากย้ายไปเพื่อความสำเร็จและความท้าทายในอาชีพนักฟุตบอลบ้าง แรงจูงใจในการย้ายของกรีลิชเยอะกว่ามาก ในขณะที่สโมสรก็ไม่มีอำนาจต่อรองใดๆเลยแม้แต่นิดเดียว ถ้าเทียบกับทางเลสเตอร์ที่ถือไพ่ตายอยู่บนมือเหนือกว่าเรามาก

การจะดึงตัวกรีลิชมา จึงง่ายกว่าการจะไปซื้อเจมส์ แมดดิสันแบบครึ่งต่อครึ่งเลย ซึ่งทางเจมส์ ค่าตัวน่าจะกระฉูดระดับแมกไกวร์แน่ๆ 70-80ล้านปอนด์ต้องมี  ในขณะที่กรีลิชนั้น  ราคาอยู่ที่ราวๆแค่50-60ล้านปอนด์ไม่น่าเกินกว่านี้แล้ว และทางเอ็ดน่าจะไปดีลให้ถูกกว่านี้ได้อีกโดยการผ่อนจ่ายเหมือนที่ระยะหลังทำด้วย ข้อ4.1นี้ แจ็คเหนือกว่าเจมส์


4.2 Passionในการเล่น และคาแรคเตอร์

ข้อนี้สำคัญมากๆเพราะเป็นนโยบายในการเสริมทีมของยูไนเต็ดในยุคโอเล่เลยว่า เราจำเป็นต้องได้นักเตะที่มีฝีเท้า พร้อมกับคาแรคเตอร์ด้วย ซึ่งค่อนข้างชัวรว่า แจ็ค กรีลิชเนี่ย ชอบสโมสรเราและอยากย้ายมาแบบชัวร์ๆ เพราะพี่แกอ่อยบ่อยมากๆ ถ้าเป็นผู้หญิงก็น่าจะได้ไปจบเกมที่ห้องกันแล้ว(ฮา) เพราะคุณเธออ่อยขนาดนี้ ส่วนทางเจมส์นั้นก็ใช่ย่อย อ่อยเราเหมือนกัน แถมมีภาพหลุดตอนเด็กๆใส่เสื้อแมนยูเตะบอลด้วย อันนี้ก็น่าสนใจ และเชื่อว่าเจมส์ก็อยากย้ายมาเล่นกับเราเหมือนกันไม่ต่างกับแจ็ค

เรื่องของPassionในการเล่นก็มีทั้งคู่แหละ แต่คนที่เราเห็นว่าโดดเด่นกว่า ผมเห็นจากทาง แจ็ค กรีลิช มากกว่า ทั้งอารมณ์ร่วมกับเกม และกับเพื่อนร่วมทีม มีสูงมากๆและทำให้เราค่อนข้างแน่ใจว่า คาแรคเตอร์บ้าเลือดๆ อินๆ และมีความเป็นแบดบอยอยู่เล็กๆในตัว(หนีโควิดออกไปเที่ยวนี่ก็ใช่นะ 555 วินัยล้วนๆ) 

ข้อ4.2 กรีลิชดูมีคาแรคเตอร์กว่าแมดดิสันพอดู


4.3 ความเท่และการตลาด

หลายคนอาจจะฮา แต่ข้อนี้ไม่ได้เอาฮานะนี่เรื่องจริง โลกเราทุกวันนี้มันเป็นลักษณะของ Sports & Entertainment ไปแล้วจริงๆ ซึ่งเราทุกคนก็ล้วนแล้วแต่เสพฟุตบอลเพื่อความบันเทิงทั้งนั้นส่วนใหญ่ โดยที่เบสอยู่บนพื้นฐานของการเล่นกีฬาเท่านั้น แต่จุดหลักๆคือความมันส์ล้วนๆ

ซึ่งฟุตบอลกับ"ธุรกิจ" ถูกผูกเข้าด้วยกันแบบแยกไม่ออกในโลกยุคปัจจุบันนี้ และทุกคนล้วนแล้วแต่ต้องใช้ปากท้องในการมีชีวิตทั้งสิ้น ไม่เว้นแม้แต่แมนยูไนเต็ดที่มีแบรนด์ธุรกิจที่แข็งแรงในการเรียกรายได้เข้าสโมสร (จากแฟนบอลแบบพวกตูนี่แหละ) ดังนั้นเรื่องของภาพลักษณ์ทางธุรกิจ หรือเรียกภาษาชาวบ้านว่า "ขายได้"


จึงเป็นส่วนสำคัญมากๆในการซื้อมาแล้วจะเป็นหน้าตา หรือขายแบรนด์เราได้ ดังนั้นเรื่องของภาพลักษณ์ ความเท่ หรือแม้กระทั่งเรื่องการขายเสื้อและmerchandisesต่างๆแล้วนั้น  หน้าตาความหล่อ ความแบดบอย สไตล์การแต่งตัว และไอ้ถุงเท้าครึ่งแข้งแบบเท่ๆของ แจ็ค กรีลิชนั้น แดกเจมส์ แมดดิสันแบบขาดลอย เพราะมันทำให้เรานึกถึงขวัญใจในตำนานอย่าง เอริค คันโตน่ากันเลยแหละ

แฟนผีทุกคนก็แทบจะปัดฝุ่นเบอร์7 รออ้าขาถวายให้แจ็คมาใส่โดยเร็วแทบจะรอไม่ไหวแล้ว

Jack this season

4.4 สถิติส่วนตัวที่ผ่านมากับทีม

ข้อนี้ต้องบอกว่า สูสีมากๆ กรีลิชลงทั้งหมด 30 ยิงไป9 แอสซิสต์6 ขณะที่เจมส์ลงไป38 ยิง10 แอสซิสต์4 ถือว่าปีนี้สถิติสูสีกันมาก แต่ถ้าแจ็คได้ลงจำนวนนัดเท่ากับเจมส์ ผมว่าสถิติน่าจะแซงเจมส์พอสมควร เพราะต่างกัน8นัดเลย และที่สำคัญ "สิ่งแวดล้อมของทีม"  แจ็คสู้เจมส์ไม่ได้เลย เพราะพี่แกต้องแบกทีมหนีตกชั้น เพื่อนในทีมหลายๆครั้งจ่ายไปก็จบสกอร์ไม่ได้ แต่เลสเตอร์ฟอรมทีมโดยรวมดีกว่า ดังนั้นถ้าชั่งน้ำหนักกันแล้ว ผมว่าฟอร์มของแจ็ค กรีลิชนั้นดูจะimpactกับทีมในลักษณะของการ "แบกทีม" กว่าเจมส์มาก

ส่วนสถิติในอดีตที่ผ่านมาทั้งหมดหากเทียบการทำประตูตลอดcareer total นั้น เจมส์ แมดดิสัน จะยิงค่อนข้างเยอะกว่ากรีลิชพอสมควรด้วยจำนวน 40ประตูในวัย23ปี ต่อ 28ลูกของแจ็คในวัย24ปี

สถิติย้อนหลังของเจมส์

*สรุป

ในข้อ4สุดท้ายนี้แจ็ค กรีลิช ชนะ เจมส์ แมดดิสัน ขาดลอยในข้อนี้เลย ทั้งเรื่องความเป็นไปได้ในการซื้อตัว + ราคา + ภาพลักษณ์ คาแรคเตอร์ ทุกอย่างแจ็คชนะขาดลอยจริงๆ ส่วนในด้านของมิติเชิงฟุตบอลล้วนๆ ถือว่าทั้งสองคนนั้น "สูสี" มาก

เมื่อสรุปและชั่งน้ำหนักทั้ง4ข้อแล้ว ต้องยอมรับว่า "Jack Grealish" นั้นมีปัจจัยที่ทำให้ทีมเราควรจะเลือกเสริมทีมมากกว่า James Maddison ในขณะที่ปัจจัยด้านการเสียป็อกบาออกไปนั้น บางทีทีมเราอาจจะไม่ได้มองเจมส์แมดไว้ด้วยซ้ำ อาจจะใช้ตัวปัจจุบันที่มี+ ซื้อตัวที่ข่าวแรงกว่าเจมส์เข้ามาเสริมทีมอย่าง "จู๊ด" (Jude Bellingham) โดยใช้ เฟร็ด แม็ค มาติช เป็นตัวยืน และมีจู๊ด เป็นตัวเสริม

แต่ถ้าหากทีมเลือกที่จะเสริมJudeเข้ามาด้วยจริงๆ ก็คิดว่าคงจะไม่หนีไปจาก Jack Grealishแล้วที่จะซื้อเข้าทีมมา ต่อจากดีลของSanchoถ้าจัดการปิดดีลรายนั้นได้สำเร็จ คงจะมาเดินเกมกับแจ็คต่ออย่างแน่นอน แต่หากป็อกบาเลือกที่จะไม่อยู่กับทีมเราต่อไปนั้น ก็อยากให้เอาเงินก้อนนั้นซื้อJames Maddison มาคู่กับ Jack Grealish ไปเลย ถ้าเป็นเช่นนี้เราจะมีแผงกองกลางและตัวรุกที่โคตรพ่อโคตรแม่แน่นมากจริงๆ

ไผกะได้ ไผกะได้ เอามาให้หมด

-ศาลาผี-


References

https://utdreport.co.uk/2020/04/23/grealish-sauce-on-the-side-or-all-over/

https://www.whoscored.com/Players/113069/Show/Jack-Grealish

https://www.whoscored.com/Players/137015/Show/James-Maddison

https://en.wikipedia.org/wiki/James_Maddison

https://en.wikipedia.org/wiki/Jack_Grealish

https://www.youtube.com/watch?v=PHhNAoQifvs
ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})

ข่าวใหม่วันนี้

ดูทั้งหมด