:::     :::

"ดาวฤกษ์แห่งสปอร์ตติ้ง สู่ซุปเปอร์โนว่าที่ยูไนเต็ด" Bruno Fernandes

วันอังคารที่ 28 เมษายน 2563 คอลัมน์ #BELIEVE โดย ศาลาผี
2,507
ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
เส้นทางอันยาวนานของยอดนักสู้ที่เกิดมาเพื่อเป็นผู้นำ และดาวแห่งความหวังให้กับทุกๆที่ที่เขาไป และตอนนี้เขากำลังนำความหวังกลับคืนสู่โอลด์แทรฟฟอร์ด

มิดฟิลด์จอมทัพผู้นี้ได้สวมบทบาทเป็นนักข่าว ในอดีตตอนที่ทีมเก่าของเขาอย่าง Sporting CP (สปอร์ติ้งลิสบอน) คว้าแชมป์โปรตุกีสคัพเหนือคู่ปรับตลอดกาลอย่างปอร์โต้เมื่อฤดูกาลที่แล้ว โดยที่บรูโน่ได้ทำหน้าที่สัมภาษณ์แบ็คขวาชาวMacedonianของทีมอย่าง Stefan Ristovski ขณะที่พวกเขาเดินทางออกจากสนาม Jamor Stadium ที่Oeiras ชานเมืองลิสบอน แล้วมุ่งหน้ากลับสนามเหย้าที่Alvaladeเพื่อที่จะฉลองแชมป์กับแฟนๆราว30,000คนที่นั่น

บรูโน่ที่ทำตัวสบายๆและเป็นธรรมชาติตามแบบของเขานั้น ยังไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าจะสัมภาษณ์อะไรRistovskiดี ดังนั้นเขาจึงด้นสดถามขึ้นมาแบบนักข่าวว่า "ช่วยให้สัมภาษณ์หน่อยครับอะไรก็ได้ คุณรู้สึกยังไงบ้างตอนนี้"  บรูโน่ถามเพื่อนของเขาผู้ได้รับฉายาว่า มนุษย์ใบแดง(ฮา)ผู้นี้

"ก่อนอื่นเลยนะ ฤดูกาลหน้านายต้องอยู่ที่นี่ต่อก่อนเลยเพื่อน ไม่งั้นพวกเราทั้งทีมบรรลัยแน่ๆ"

เจอคำตอบนี้เข้าไป บรูโน่ยิ้มแป้นและกุมหน้าตัวเองเหมือนเป็นภาษากายที่ว่า "นั่นไง เพื่อนเล่นกูแล้ว 5555"


ซึ่ง ณ ตอนนั้นบรูโน่ แฟร์นันดส์เริ่มที่จะมีข่าวกับสโมสรของเราอย่างแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดแล้ว

Ristovski เพื่อนสนิทที่สุดคนนึงของบรูโน่เวลาอยู่ในห้องแต่งตัวนั้นอาจจะดูเหมือนพูดเล่น แต่เขาก็อยากให้เป็นเช่นนั้นจริงๆ

บรูโน่มีสถิติการลงเล่นในฤดูกาล 2018/19 อย่างสุดยอดด้วยสถิติ 32ประตู 18แอสซิสต์ ซึ่งโหดกว่าของแลมพาร์ด 27 ประตูในฤดูกาล 2009/10 กับเชลซี ซึ่งของบรูโน่นั้นเป็นสถิติการพังประตูจากนักเตะตำแหน่งมิดฟิลด์ที่สูงที่สุดในยุโรปจากเมื่อปีที่แล้ว

ใช่แล้ว บรูโน่นั้นเป็นมิดฟิลด์ระดับนางในฝันเลยทีเดียว

ซึ่งขนาดว่าเขาไม่ได้อยู่ในทีมที่รายล้อมไปด้วยหัวกะทิขั้นสุดยอด แต่แฟร์นันดส์ก็ยังสามารถที่จะสร้างสถิติระดับนี้ได้สำเร็จ ดังนั้นไม่ได้น่าแปลกใจอะไรเลยถ้าเพื่อนๆของเขาทั้งหลายต่างสลับหน้ากันมายกย่องเขาอยู่เรื่อยๆ กองหน้าชาวบราซิลในทีมอย่าง Luiz Phellype โพสต์บนโซเชียลมีเดียของตัวเองเอาไว้ว่า

"เขาเจ๋งกว่าซีดานอีก"

ใจเย็นเพื่อน อย่าอวยกูมาก ให้กูเดินสะดวกเถอะไอ้สอง

ตลอดทั้งซัมเมอร์ที่ผ่านมา มีข่าวลือมากมายว่าเขากำลังใกล้ที่จะย้ายทีมออกไปแล้ว และข้อเสนอหนึ่งที่ได้รับการยืนยันเข้ามานั้น มาจากทาง Tottenham Hotspur นั่นเอง แต่สุดท้ายก็ถูกปฏิเสธโดยทางสปอร์ติ้งในที่สุด

"มันมีหลายๆเหตุผล ผมคิดว่ามันเป็นช่วงเวลาที่กำลังเหมาะสมแล้วที่ผมจะย้าย"  บรูโน่บอกกับสื่อของRecordหลังจากนั้น ซึ่งสุดท้ายแล้ว Ristovskiก็ได้คลายกังวลของเขาซักทีเมื่อต้นบทความ เพราะในที่สุดบรูโน่ก็ยังไม่ได้ย้าย ณ ตอนนั้น ซึ่งในเวลาเดียวกัน แม้กระทั่งคริสเตียโน่ โรนัลโด้ ยังบอกกับสื่อของโปรตุเกสว่า เขาต้องพยายามที่จะเข้าใจว่า "ทำไมเขาถึงไม่ย้าย"

ถ้าเป็นคนอื่นๆ เวลาที่ไม่ได้ย้ายตามที่ต้องการแบบนี้ก็มักที่จะงัดข้อและท้าทายกับสโมสรตัวเองแล้ว แต่กับมิดฟิลด์วัย25ปีผู้นี้ ยังคงอยู่ต่อด้วยทัศนคติที่เหมือนเดิมเป๊ะ ในสนามเขาไม่เคยที่จะเหยาะแหยะ วิ่งช้าลง หรือเล่นไม่เต็มที่ แต่เขายังคงรักษาฟอร์มอันน่าประทับใจเหมือนสองปีที่ผ่านมากับสปอร์ติ้งไม่เปลี่ยนแปลง


ภาพรวมในครึ่งฤดูกาลนี้กับสปอร์ติ้ง (2019/20) 28นัดของเขามีเลขนำโชคเป็นเลข14,15 (ก่อนที่จะเจอเลขนี้นำโชคอีกทีที่แมนยูไนเต็ด ฮา)  บรูโน่ซัดไปทั้งหมด "15"ประตู และ "14"แอสซิสต์ อันเป็นผลทำให้เจ้านายใหญ่แห่งกรุงโอลด์แทรฟฟอร์ดอย่าง โอเล่ กุนนาร์ โซลชานั้น จำเป็นต้องบินไปลิสบอนด้วยตัวเองเพื่อที่จะไปดูฟอร์มของเขาในเกมที่แพ้ปอร์โต้ 2-1 ช่วงต้นเดือนมกราคมที่ผ่านมา ถึงแม้ว่าแฟร์นันดส์จะไม่ได้มีฟอร์มสุดยอดในบ่ายนั้น แต่เขาก็ยังสร้างความเชื่อมั่นให้โอเล่เห็นและเซ็นสัญญาเขาเข้ามาทันทีในช่วงตลาดหน้าหนาวที่ผ่านมา

ในราคาค่าตัวเบื้องต้น 55ล้านยูโร ที่มีadd-ons อาจต้องจ่ายเพิ่มเป็น 80ล้านยูโรในอนาคตได้ถ้าเงื่อนไขสำเร็จ บรูโน่นั้นโชว์ฟอร์มได้สมราคาค่าตัวของเขาแล้วที่โอด์แทรฟฟอร์ด ด้วยโอกาสในการร่วมซ้อมเข้ากับทีมเพียงน้อยนิด แต่แค่ไม่กี่นัดบรูโน่ก็หลอมรวมกับเพื่อนร่วมทีมได้แบบไร้รอยต่อ และแถมยังรีดเร้นศักยภาพของนักเตะแมนยูดั้งเดิมที่อยู่ในทีมให้แสดงพลังที่แท้จริงออกมาได้ด้วยหลังจากที่ก่อนหน้านี้นักเตะเราทั้งหลายเหมือนขาดผู้เล่นดีๆที่จะมาประสานงานกันในสนามมาก่อน

มาคนเดียวเสียวทั้งลีก นักเตะแมนยูได้บัฟall stat+5ทั้งทีมเพราะเขา

ใครจะว่ายังไงก็ตาม แต่การเริ่มต้นที่สวย และการสร้างทิศทางที่ดีให้กับทีมตอนนี้ ผมถือว่าบรูโน่คุ้มค่าทุกบาททุกเพนนีแล้วนะ

ย้อนกลับไปในปี2018อีกครั้งที่บรูโน่เกือบจะได้เป็นดีลแห่งตลาดรอบนั้นแล้ว เป็นเวลาเกือบๆเดือนที่มิดฟิลด์ผู้นี้นั้นเป็นอิสระที่จะสามารถเซ็นกับสโมสรอะไรก็ได้ถ้าเขาเลือกที่จะฉีกสัญญากับทางสปอร์ติ้ง ซึ่งตอนนั้นมีถึง9คนที่อยากจะย้ายหนีทีมยักษ์ใหญ่ของลิสบอนทีมนี้หลังจากที่นักเตะและสต๊าฟของทีม เจอเหตุการณ์ช็อคถูกบุกจู่โจมโดยชายสวมหน้ากากราว50คนที่Alcochette training ground สนามซ้อมของพวกเขาเอง (ปีนั้นเป็นปีที่สปอร์ติ้งมีผลงานที่ล้มเหลวและไม่ได้ไปแชมเปี้ยนส์ลีก ชายสวมหน้ากากเหล่านั้นก็ใส่เสื้อที่มีตราสโมสรตัวเองเข้ามาด้วย)


ซึ่งในช่วงนี้บรูโน่ได้รับการพูดคุยมากมายทั้งจากอังกฤษและจากสเปน แต่สุดท้ายแล้วเขาก็เลือกที่จะอยู่ค้าแข้งที่Alvaladeกับสปอร์ติ้งต่อไป

ตำนานโปรตุเกสอย่าง Paulo Futre ที่แฟนเกมฟีฟ่ารู้จักกันดีในฐานะ "นักเตะตำนาน" นั้นเป็นคนสำคัญที่ทำให้บรูโน่และนักเตะคนอื่นอๆอีกสองสามคนนั้นยังคงกลับมาอยู่กับสโมสร ขณะนั้นเขาเป็นคนช่วยประธานสโมสรอย่างSousa Cintraในการต่อรองกับนักเตะ

"ฟอร์มการเล่นของบรูโน่หลังจากเรื่องราวนั้นไม่ได้ทำให้ผมประหลาดใจเลย เขากลายเป็นนักเตะที่ดีที่สุดของลีกเราตั้งแต่การเข้ามาฤดูกาลแรกแล้ว สิ่งที่ผมโดนใจที่สุดน่าจะเป็น 'ความมั่นใจ' ของเขาที่จะทำประตูเมื่อไหร่ก็ได้ที่เขาต้องการ นี่มันมนุษย์ต่างดาวชัดๆให้ตายเถอะแม่เจ้าประคุณรุนช่องเอ๋ย"

"เขาคือนักเตะที่เหนือชั้นที่สุดของลีกเราแล้ว เขาอยากไปเล่นกับทีมไหนบนโลกนี้ก็ได้ทั้งนั้น"

Futre ตัวเทพแห่งโหมดVoltarในFO4 ได้กล่าวกับBleacher Report เอาไว้เช่นนี้


ในปีนั้นการเสีย Rui Patricio ให้กับวูล์ฟ, เสีย William Carvalhoให้Real Betis และ Gelson Martins ย้ายไปสู่Atletico Madrid นั้นในปี2018 สปอร์ติ้งจึงเหลือที่พึ่งสุดท้ายอยู่กับชายผู้นี้แล้ว

สถิติการเล่นของบรูโน่นั้นไม่เพียงแต่ที่จะแสดงให้เห็นถึงอิทธิพลของเขาในระหว่างที่ลงเล่นให้กับทีม แต่เขายังพัฒนาขึ้นมาในฐานะ "ผู้นำ" ของทีมจากในห้องแต่งตัวด้วย ปรัชญาการทุ่มเททำงานอย่างไม่หยุดหย่อน และPassionในการเล่นที่มีนั้นทำให้แฟนๆที่นั่นเห็นอนาคตที่สดใสของเขา

เกือบ20ปีแล้วที่สปอร์ติ้งไม่ได้แชมป์ลีกของพวกเขาเลย แต่ว่าก่อนการแข่งขันในทุกๆเกม แฟนบอลที่นั่นมักจะร้องเพลง "My Way" เพลงฮิตระดับตำนานของFrank Sinatra ในเวอร์ชั่นของพวกเขาเองออกมาจากใจและยังคงรอคอยฝันของทีมต่อไปที่พวกเขาทุ่มเททุกอย่างลงในสนาม เช่นเดียวกับสิ่งที่บรูโน่ได้ทำนั่นเอง


มิดฟิลด์เทพยิงไกลผู้ฉลาดเป็นกรดในการเล่นกับบอล และจอมทัพพลังอนันต์ผู้ที่วิ่งแบบไม่รุ้จักเหน็ดเหนื่อยผู้นี้นั้น ลงเล่นไปทั้งหมด137นัด จากทั้งหมด144นัดที่เป็นไปได้ บรูโน่ได้ถูกจับตามองอย่างกว้างขวางในฐานะนักเตะที่มีพรสวรรค์สูงที่สุดของสปอร์ติ้งและเป็นที่รักของแฟนบอลสุดๆนับตั้งแต่ดาวเตะคนดังชาวบัลแกเรียอย่าง Krasimir Balakov ชายผู้ซึ่งสวมเสื้อลายเขียวขาวของทีมนี้ตั้งแต่ยุค 90s ซึ่งแม้กระทั่งนักเตะอย่าง Cristiano Ronaldo หรือ Luis Figoเองก็ยังไม่ได้รับการยกย่องชื่นชมในระดับเดียวกันกับบรูโน่เลย

ซึ่งBalakovนั้นจากทีมไปเป็นเวลา25ปีแล้ว นับตั้งแต่ยุคที่เขาเป็นนักเตะคนสำคัญอีกคนของบัลแกเรียที่ได้เข้าไปแข่งบอลโลก94ที่สหรัฐอเมริกาได้กล่าว ดังนั้นมันจึงเป็นการรอคอยที่ยาวนานของแฟนๆจริงๆที่จะมีผู้เล่นทรงอิทธิพลแบบนี้เกิดขึ้นมาในทีม

"พวกเขาไม่ได้เหมือนกันแบบเป๊ะๆ" Andre Cruz อดีตเซ็นเตอร์แบ็คของสปอร์ติ้งได้กล่าวเอาไว้

"Balakov เป็นมิดฟิลด์เท้าซ้าย ในขณะที่Brunoนั้นถนัดเท้าขวา และวิ่งหาช่องกันคนละแบบเลยในสนาม แต่ว่าพวกเขามีสิ่งหนึ่งเหมือนกันนั่นก็คือ พวกเขาคอยมองหาช่องจู่โจมเพื่อทำประตูตลอด และมักจะพาทั้งทีมบุกขึ้นไปข้างหน้าเสมอ"


ทุกสิ่งทุกอย่างของบรูโน่นั้นเปลี่ยนไปอย่างมากมายนับตั้งแต่เขาย้ายมาร่วมทีมสปอร์ติ้ง จากซามพ์โดเรียในช่วงซัมเมอร์ปี2017 แต่ก่อนหน้านั้นเขาแทบจะไม่เป็นที่รู้จักเลยแม้กระทั่งคนในชาติเดียวกัน จะมีก็แต่เพียงแฟนบอลสายฮาร์ดคอร์เท่านั้นที่จะพอเคยเห็นบรูโน่มาบ้างจากโอลิมปิคปี2016ที่ริโอ เดอจาเนโร(ที่ไม่ได้เป็นเมืองหลวงของบราซิล และก็ไม่ได้ใหญ่ที่สุดในบราซิลด้วย)  และนอกจากนี้ก็มีคนรู้จักเขาบ้างผ่านการเป็นกัปตันทีมของโปรตุเกสชุด U-21 มาก่อนซึ่งแสดงให้เห็นถึงภาวะผู้นำตั้งแต่ตอนนั้นแล้ว

แต่ในขณะนี้ชื่อของบรูโน่ก็น่าจะเป็นที่รู้จักกันทั่วบ้านทั่วเมืองของโปรตุเกสแล้วล่ะ


บางคนเชื่อว่าทางยูไนเต็ดนั้นได้มีการติดต่อขอซื้อไปนั้น โค้ชอย่าง Jorge Jesus ซึ่งตอนนี้คุมทีมFlamengo แต่ตอนนั้นเป็นผู้จัดการของสปอร์ติ้งอยู่ เขาได้ทำให้ผู้คนต่างๆหายสงสัยว่าเขาตีค่ามิดฟิลด์ผู้นี้เอาไว้สูงมากเพียงใด

"เขามีค่าตัว8ล้านยูโร (ตอนที่ซื้อมาจากลาซามพ์) ซึ่งมันเป็นเงินที่มหาศาลนะสำหรับสโมสร แต่ตอนนี้ถึงจะใส่เลข0มาต่อท้าย8 กลายเป็น80ล้านยูโรผมก็ไม่อยากจะขายหรอก เขาเป็นทั้งแจ็คพอตของสปอร์ติ้ง เป็นดาราของที่นี่ และเป็นกระทั่งการเงินของสโมสรด้วย"

"เขามีทุกๆอย่างที่พร้อมจะขึ้นไปอยู่ในระดับสุดยอดได้"

Jesusให้สัมภาษณ์กับทางBola เมื่อปีก่อนๆที่ข่าวการย้ายทีมของบรูโน่เริ่มแรงมากขึ้นเรื่อยๆ

9ปีที่แล้วสมัยที่เขายังเป็นเด็กวัยรุ่นที่อยู่ในทีมเยาวชนของ Boavistaนั้น บรูโน่ แฟร์นันดส์มีค่าตัวซื้อขายเพียงแค่ 4หมื่นยูโร ในการที่เขาตัดสินใจย้ายไปเล่นให้ทีมในลีกล่างของอิตาลีที่ชื่อ Novara

ซึ่งความกล้าหาญชาญชัยต่อการเปลี่ยนแปลงในเส้นทางอาชีพของเขาในตอนนั้น ได้รับผลตอบแทนเรียบร้อยแล้ว

เมื่อย้ายไปสู่ที่นั่นเขาระเบิดประตูไป4ตุง และ2แอสซิสต์จาก 21นัด เขาถูกขนานนามว่าเป็น "มาราโดน่าแห่งNovara" กันเลยทีเดียวซึ่งนั่นมันทำให้ทีมที่ใหญ่กว่า เริ่มสนใจในตัวเขา ซึ่งเพียงไม่กี่เดือนถัดมา Udineseก็มากระชากตัวเขาไปทันทีด้วยราคาแตะหลัก 2.5ล้านยูโรในที่สุด

Martelinho บุคคลที่ได้เห็นก้าวแรกของบรูโน่ แฟร์นันดส์ในเกมแข่งขันอย่างเป็นทางการครั้งแรกในฐานะโค้ชคนหนึ่งที่Boavistaนั้นไม่แปลกใจเลยว่า ทำไมแฟร์นันดส์ถึงได้ก้าวกระโดดขึ้นไปเรื่อยๆเช่นนี้

"บรูโน่เขาเป็นนักเตะแบบที่ไม่ว่าโค้ชคนไหนก็อยากจะได้ไว้ในทีมนั่นแหละ ง่ายสุดเลยคือ การยิง30ประตูในซีซั่นเดียวนั้นมันน่าจับตามองมากๆ แต่ศักยภาพของเขาจริงๆมันมากกว่าการแค่ทำประตูนั่นซะอีก" 


"ผมพูดอยู่เสมอว่าบรูโน่สามารถเล่นอยู่ในสนามได้เหมือนนักบอลใส่สูทเล่น และเหมือนนักบอลใส่เสื้อกางเกงขาสั้น ใส่ชุดหมีถูกๆ  การมีเขาเหมือนมีนักเตะสองแนวอยู่ในคนๆเดียวเลย คือเขาสามารถเล่นอย่างดุดัน วิ่งไล่ล่าไม่หยุดหย่อน และทุ่มสุดตัว วิ่งลงไปช่วยเกมรับได้แบบไม่มีเหน็ดเหนื่อยถ้าเขาต้องการ แต่ในขณะเดียวกัน เขาก็มีการเล่นที่สร้างสรรค์เหมือนเวทมนตร์ที่สรรสร้างขึ้นมา"

"ใครกันล่ะที่จะไม่ชื่นชมผู้เล่นอย่างเขาบ้าง เขาสู้ตายเพื่อบอล พุ่งเข้าบวก ฉุดลากทีมให้บุกขึ้นไปข้างหน้า จ่ายแอสซิสต์ และยิงประตูได้ด้วยเอง เขาโคตรจะสมบูรณ์แบบเลย"



การมีพื้นเพบ้านเกิดที่ Maia ซึ่งเป็นถิ่นของPortoนั้น บรูโน่พยายามที่จะอยู่แบบสงบๆกับเรื่องในสนามบอล และยังคงติดต่อกับเพื่อนซี้เก่าของเขาในสมัยเรียนโรงเรียนท้องถิ่นที่Gueifaes

หลังจากที่มีการยกเลิกสัญญาของเขากับสปอร์ติ้งในซัมเมอร์ปี2018 เขาก็ได้อาศัยบางคนที่นั่นในการรักษาฟอร์มและระดับความฟิตเอาไว้

"ตอนที่เขายังเป็นเด็กๆ บรูโน่คิดถึงแต่เรื่องของฟุตบอล ซึ่งในวัยนั้นเขาก็เริ่มโดดเด่นกว่าคนอื่นๆแล้วแล้ว" Vitor Maia นักข่าวของMais Futebol ร่ายทวนความทรงจำเกี่ยวกับบรูโน่ที่เขาเห็นมาตั้งแต่เด็กๆให้ได้ฟัง

"ช่วงระหว่างพักคลาสเรียน นอกจากการวิ่งเล่นเตะบอลแล้วนั้น เขาก็มักจะไปเล่นในสนามสาธารณะด้วย ซึ่งไม่เกี่ยงเลยว่าจะอายุน้อยหรือมากกว่าเขา เขาใส่เดี่ยวได้หมด เพราะบรูโน่ก็แค่อยากจะเตะบอลแค่นั้นเอง"

หากันเจอไหม ซ้ายสุดด้านล่างนั่นไงน้องหนวดน้อยของเรา

"หลายปีมาแล้วผมออกไปเที่ยวสังสรรค์กับเพื่อนสมัยเรียนในงานเลี้ยงวันเกิดมื้อค่ำ ซึ่งในคืนนั้นนั่นแหละทีวีฉายแมตช์ระหว่างนาโปลีกับอูดิเนเซ่ ซึ่งอูดิกำลังเพลี่ยงพล้ำเลย แต่พอหลังจากนั้นบรูโน่ก็ตามตีเสมอให้พวกเขา"

"ผมจำได้ว่า เพื่อนเก่าของบรูโน่นั้นกระซิบกระซาบคุยกันว่า เนี่ยนานมาแล้วเขาเคยเล่นด้วยกันกับบรูโน่นะ สมัยอยู่โรงเรียน แล้วดูตอนนี้สิ เขาได้ไปยิงใส่เปเป้เรน่าแล้ว"

ต๊ะเอ๋ ใครเอ่ย

"การตัดสินใจของเขาที่จะฝึกซ้อมช่วงปรีซีซั่นด้วยตัวเองนั้นแสดงให้เห็นว่าเขาเป็นอย่างไรบ้างในฐานะนักฟุตบอล และในฐานะคนๆนึง เขายังเป็นคนที่ถ่อมตัวเหมือนเดิมกับคนที่เขาเคยรู้จักและอยู่ด้วยกันมาตั้งแต่สมัยที่ยังไม่มีอะไร เขาไม่เคยลืมกำพืดของตนแม้แต่น้อย ยังคงสนิทกับเพื่อนเก่าที่รู้จักกันมานาน และก็ยังรักที่จะลงเล่นเหมือนเช่นเคย"

สุดท้ายแล้วบทละครของบรูโน่ก็ดำเนินมาจนถึงตอนสุดท้าย ชายโปรตุกีสผู้นี้ต้องจากบ้านเกิดเมืองนอนของตนมาแดนไกลอีกครั้ง แต่ด้วยสถานการณ์ที่แตกต่างกันจากตอนที่เขาย้ายมาไปอิตาลีสมัยยังเป็นเด็กวัยรุ่นธรรมดาๆคนนึง

"ตอนที่เขาออกต่างประเทศครั้งแรก เขาแทบจะไม่มีใครรู้จักเลยแม้กระทั่งในประเทศตัวเองเลยด้วยซ้ำ นั่นแหละเห็นไหมว่าเขามาไกลจากจุดนั้นแค่ไหน"

"แต่เขาจะไม่หยุดอยู่แค่นี้แน่ เขายังไปได้อีก"


ย้อนกลับไปในช่วงยังเป็นนักเตะฝึกหัดนั้น สมัยอายุ15ส่วนใหญ่บรูโน่ แฟร์นันดส์นั้นลงเล่นในตำแหน่งเซ็นเตอร์แบ็ค ตามคำบอกเล่าของอดีตโค้ชเยาวชนของเขากับทางFourFourTwoให้ฟัง ซึ่งมิดฟิลด์วัยเบญจเพสผู้นี้ฟอร์มร้อนแรงสุดๆนับตั้งแต่ย้ายมายูไนเต็ดเมื่อต้นปีและคว้ารางวัลนักเตะประจำเดือนของพรีเมียร์ลีกเดือนกุมภาพันธ์สำเร็จ

ซึ่งนั่นก็เป็นเดือนแรกที่เขาได้ลงเล่นที่อังกฤษ มาถึงก็คว้ารางวัลแซงหน้าคนอื่นในลีกไปครองเลย

จากที่กล่าวมาแล้วว่าบรูโน่นั้นมีเส้นทางอาชีพจากBoavistaสู่สปอร์ติ้ง ผ่านหลายสโมสร ทั้ง Pasteleira, Novara, Udinese และ Sampdoria จนกระทั่งมาลิสบอน และแมนยูในที่สุด สิ่งเหล่านี้บ่งบอกถึงตัวตนและความสามารถเขาเป็นอย่างดี


แฟร์นันดส์นั้นถูกขอให้ย้ายยืมตัวไปPasteleira เพราะเขารู้สึกหงุดหงิดกับการต้องเล่นเป็นแนวรับ ซึ่งAntonio Peres โค้ชของบรูโน่ในขณะช่วงยืมตัวนั้นเล่าเท้าความให้ฟังถึงโชคชะตาของเขา บวกกับสกิลความสามารถของเจ้าตัวที่มี สองสิ่งนี้ทำให้เขาไปได้ดีในการเล่นตำแหน่งใหม่นี้

"เรามีการประเมินนักเตะว่า เขาทำอะไรได้บ้าง ตำแหน่งไหนที่นักเตะคนนั้นควรจะเล่น ซึ่งเราจะทำการประเมินเช่นนี้อยู่เป็นประจำในทุกๆต้นซีซั่น ซึ่ง ณ ตอนนั้นถ้าเรามีนักเตะแบบจอมทัพหมายเลข10ในทีมอยู่ บางทีเขาอาจจะไม่ได้ขึ้นหน้ามาเล่นตำแหน่งนี้ในสนามก็ได้"

"และในตอนนั้นเราก็ดันไม่มีจริงๆ เขาจึงได้รับโอกาสนี้และเริ่มปลดปล่อยสวัสดิกะทันที เขายิงแทบจะทุกเกมเลย"


ภาพที่ทุกคนเห็นนั้น บรูโน่ แฟร์นันดส์นั้นคือชายอายุ25ปีที่เป็นทั้งแบบอย่างที่มีบุคลิกภาพน่าจดจำ และโค้ชเปเรสก็บอกถึงความรู้สึกของเพื่อนร่วมทีมและคนสนิทหลายๆคนที่มีต่อเขา

"ในฐานะกัปตัน บรูโน่เซ็ตมาตรฐานที่สูงมากเป็นตัวอย่างแก่เพื่อนคนอื่นๆ เขามักจะซ้อมเดี่ยวเพิ่มเติมหลังการฝึกปกติ ทั้งซ้อมยิงฟรีคิก ซ้อมยิงประตูซ้ำแล้วซ้ำอีก"

Bas Dost หนึ่งในเพื่อนร่วมทีมที่ประสบความสำเร็จกับเขาที่สปอร์ติ้งด้วยกันนั้น ทั้งสองคนช่วยกันถล่มตาข่ายไปทั้งหมด73ประตูในฤดูกาล 2017/18 และ 2018/19

สำหรับโดสต์แล้ว บรูโน่มีความสามารถในระดับสากลที่ทำให้เขาโดดเด่นกว่าคนอื่นอย่างมาก

"เขาเป็นกัปตันทีมเรียบร้อยแล้วในฤดูกาลที่สองตอนย้ายมาอยู่นี่ แม้ว่าอายุจะยังน้อยแต่เขามีคุณสมบัติของผู้นำมากๆ เขาพูดคุยสื่อสารกับเพื่อนร่วมทีมได้เป็นอย่างดี และคุยได้กับทุกๆคน"


Raphinha (ชื่อนี้มีหลายคน อย่าสับสนกันนะ) ปีกวัย23ปีที่ปีก่อนอยู่สปอร์ติ้งกับบรูโน่ ตอนนี้อยู่Rennesนั้น ช่วยยืนยันคำยกย่องของDostที่มีต่อบรูโน่  ในฐานะที่เขาเป็นคนที่ยอดเยี่ยมมาก พอๆกับหัวโขนการเป็นนักฟุตบอล

"เขามีความสำคัญกับเราแบบไม่ต้องมีคำอธิบายเลย เขาเกิดมาเพื่อที่จะเป็นผู้นำมากๆ และเขาก็มาเป็นเหมือนพี่ชายให้กับผม ผมรู้สึกขอบคุณเขามากๆ"

นอกจากนี้โค้ชเปเรส โค้ชจากPasteleira ยังตั้งข้อสังเกตว่า ความถ่อมตัวของบรูโน่นั้นมาจากการที่เขารู้สึกเป็นหนี้บุญคุณของครอบครัวที่ช่วยส่งเสริมเขามาโดยตลอด

"ก่อนที่บรูโน่จะย้ายจากNovaraมานั้น แม่ของเขาเอาเงิน50ยูโรใส่ในกระเป๋าเดินทางมาให้เผื่อเขาอยากจะเอาเงินไปซื้ออะไรตอนอยู่ที่นี่ ตอนนั้นมันเป็นเงินที่เยอะสุดที่แม่จะหามาให้เขาได้แล้ว แต่เขาก็สามารถเอาตัวรอดกับมันได้สำเร็จ เขาเป็นนักสู้ตัวจริงเลย"

"เขาคือชายแบบที่ไม่วางแพลนBเผื่อเอาไว้ในใจ บางทีเขาก็เชื่อใจติดรถไปกับคนอื่น อย่างเช่นผมเป็นต้นนี่แหละ เพื่อที่จะไปฝึกที่สนามซ้อม และพยายามเป็นนักบอลอาชีพให้ได้ เป็นเพราะว่าพ่อแม่ของเขาไม่สามารถขับรถไปส่งได้ หนทางการหารายได้ของบรูโน่ในอาชีพนี้เหตุผลสำคัญเพราะเขาอยากทำให้ท่านทั้งคู่ได้มีรอยยิ้มนั่นเอง"


และนี่คือเส้นทางทั้งหมดในชีวิตของ บรูโน่ แฟร์นันดส์ คนที่เราเห็นแต่หน้าฉากว่าเป็นมิดฟิลด์ดาวรุ่งพุ่งแรงที่ยิงประตูกระจุยกระจายจากสปอร์ติ้ง และในที่สุดก็ย้ายมาเป็นความหวังใหม่ของแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดในตอนนี้ ทำให้แฟนๆของปีศาจแดงพอจะมองเห็นอนาคตและการกลับมายิ่งใหญ่ได้อีกครั้งกันบ้างแล้ว แต่สิ่งที่นิยามตัวตนและคาแรคเตอร์อันแข็งแกร่งทั้งหมดของชายที่ชื่อบรูโน่นี้นั้น มันอยู่"ระหว่างการเดินทางอันยาวนาน" ที่ผ่านมาตลอดเส้นทางอันแสนไกลของเขา และในที่สุดผมเชื่อว่า แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดนี่แหละ คือBest Place ที่เขาจะมาสร้างความสำเร็จขั้นสุดท้ายให้กับอาชีพนักฟุตบอลที่เขารักและทุ่มเทกับมันมาตลอดเช่นนี้

ชายผู้แบกทุกอย่างใหักับสปอร์ติ้ง และส่องสว่างอยู่ที่นั่นด้วยแสงของตนเองเหมือนดั่งดาวฤกษ์..

ย้ายมาระเบิดเปรี้ยงอย่างรุนแรงทันทีเหมือนดั่งSupernova ที่ไม่ใช่การหมดอายุของดาวฤกษ์ที่ว่า..

แต่เขานำแสงสว่างแห่งความหวังมาสู่ที่นี่ เพื่อที่จะเป็นตำนานแห่งโอลด์แทรฟฟอร์ดคนต่อไป

นั่นแหละ.. เขาคือชายแห่งความหวังคนนั้น Bruno Fernandes

-ศาลาผี-

References

https://bleacherreport.com/articles/2874459-bruno-fernandes-was-an-icon-at-sporting-now-he-takes-his-talents-to-manchester

https://www.fourfourtwo.com/features/bruno-fernandes-man-utd-defender-youth-coach-before-attacking-midfielder-playmaker

https://tribuna.com/en/manutd/news/3407435/

ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})

ข่าวใหม่วันนี้

ดูทั้งหมด