:::     :::

ความพ่ายแพ้บนชัยชนะของปีศาจแดง

วันพฤหัสบดีที่ 30 พฤศจิกายน 2560 คอลัมน์ The Column โดย โยอันน์
10,493
ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
3 คะแนน แต่ ลูกากู ยังคงความเป็นอุปกรณ์ตำข้าวในครัวเรือน...มูรินโญ่ ซื้อเกมรับเร็วเกิน-พยายามเข็น ซลาตัน เล่นร่วมกับ ลูกากู - ถ้าไม่โลกสวยเกินไป เรามามองหาจุดอ่อนบนชัยชนะที่กำลังเกิดขึ้นกับ "โยอันน์" คอลัมนิสต์โลกไม่สวย

p- จั่วหัวมาแบบนี้ผมเชื่อว่าหลายๆ คนไม่เห็นด้วยกับผม โดยเฉพาะพวกโลกสวยทั้งหลาย แต่ผมกำลังจะยกเหตุผลทั้งหมดมาเล่าให้คุณฟัง
p- ครับ ! ไม่มีใครเถียงกับ 3 คะแนนที่เราเก็บมาได้จาก วิคาเรจ โร้ด แถมทำได้ถึง 4 ประตูอีกครั้ง รักษาระยะห่างจาก แมนฯ ซิตี้ จ่าฝูงได้เท่าเดิม
p- อย่างไรก็ตามบนความสวยงาม คุณจะเห็นได้ถึงช่องโหว่ และจุดอ่อนมากมายที่เกิดขึ้น หากคุณตัดอคติที่ว่าเป็นทีมเชียร์ออกเหมือนกับผม
p- แง่มุมดีๆ มากมายถูกปลดปล่อยออกมาจากเกมนี้ไม่ว่าจะเป็นการเลือกแผน "ออกสตาร์ต" ที่ถูกต้องของ มูรินโญ่
p- ฟอร์มที่ต่อเนื่อง และมั่นใจของ แอชลี่ย์ ยัง, เจสซี่ ลินการ์ด โซโล่เดี่ยวสุดสวย รวมถึง วิคตอร์ ลินเดเลิฟ ที่ยิ่งเล่นยิ่งฉายแววสุดยอดกองหลัง

p- กระนั้นการนำถึง 3-0 ในช่วงครึ่งแรก แต่ต้องมาเหนื่อยในช่วงท้ายเกมมันก็ไม่ใช่เรื่องที่ถูกต้องเหมาะสมสักเท่าไหร่
p- ผมถามคุณคำเดียวว่า ช่วงครึ่งหลัง ถ้า มูรินโญ่ ทำแบบนี้ และทีมที่เรากำลังเจอเป็นทีมที่หนักหน่วงในอานุภาพมากกว่า วัตฟอร์ด
p- โฉมหน้าของเกมๆ นี้อาจไม่ใช่ 3 คะแนนของเราก็เป็นได้ !
p- มูรินโญ่ เลือกหมาก 3-4-1-2 ให้ลูกทีมออกสตาร์ต นัยนึงเพื่อเล่นแบบไม่ประมาท และอีกนัยหนึ่งเพื่อรองรับเกมรุกของ "แตนอาละวาด" โดยเฉพาะ
p- เจ้าถิ่นกำลังมั่นใจหลังจากชนะมาในสองเกมหลังสุด ขณะที่ ยูไนเต็ด เองมีสถิติออกนอกบ้าน 2-2-2 คือ ชนะ-เสมอ-แพ้ เท่าๆ กัน
p- ผมชี้เลยว่า มูรินโญ่ เลือกถูกต้อง !
p- ตัวสำคัญ และอันตรายที่สุดของเจ้าถิ่น คือ ริชาร์ลิสัน แนวรุกบราซิเลี่ยน ที่กำลังทำผลงานได้ร้อนแรงแบบต่อเนื่อง
p- เกมนี้ มาร์โก ซิลวา ใช้ระบบการเล่นไม่ได้ต่างจาก มูรินโญ่ มี 3 ประสานตรงกลางสนับสนุนคู่หน้า อันเดร เกรย์ กับ ริชาร์ลิสัน
p- มูรินโญ่ จึงปรับมาเป็น 3 เซนเตอร์ฯ ใช้ ลินเดเลิฟ กับ โรโฮ ล็อคตายคู่กองหน้าเจ้าถิ่น โดยมี สมอลลิ่ง คอยซ้อน

p- กองหลังสวีดิช นี่ต้องยกนิ้วเลย เพราะต้องรับหน้าที่ตาม ริชาร์ลิสัน และเขาทำได้ดีตลอดทั้งเกม มีเพียงจังหวะหลุดครึ่งละ 1 ครั้งเท่านั้น
p- ครึ่งแรกเขาโดนรุม 2 ต่อ 1 ช่วงท้ายๆ เกม ดังนั้นจึงพอยกผลประโยชน์ให้จำเลย ขณะที่ครึ่งหลังโดนสลัดไปโขกข้ามคานหนึ่งครั้ง
p- แต่ที่เหลือนี่ต้องบอกเลยว่า เราใกล้ที่จะเห็นเขาในฟอร์มที่ "แท้จริง" อย่างที่ มูรินโญ่ และแฟนบอล เร้ด อาร์มี่ ปรารถนาแล้ว
p- ลินเดเลิฟ สูงใหญ่ ลูกกลางอากาศดี ความเร็วพอมี เข้าบอลหนัก และแม่น ชิงจังหวะได้หลายต่อหลายครั้ง
p- ทั้งครึ่งแรก และครึ่งหลัง เปอร์เซ็นต์การครองบอลที่ออกมา คือ เจ้าถิ่นดีกว่าแบบแบเบอร์ และพยายามครองเกมเข้าใส่
p- แต่เชื่อมั๊ยครับ ? 3 จังหวะแรกที่ ยูไนเต็ด ยิงตรงกรอบเป็นประตูทั้งหมด และขึ้นนำแบบสุดกู่ 3-0 จนเจ้าถิ่นแทบหมดทางกลับมา
p- เรื่องนี้ต้องยกความดีความชอบให้ "จารย์ยัง" และการฉวยโอกาสของแนวรุกของเรา แต่ วัตฟอร์ด ก็พลาดที่เปิดช่องให้
p- ลูกแรกไม่มีใครเถียงว่า ยัง ยิงได้ดีเหลือเกินบ่งบอกถึงความมั่นใจ หลังโดนริบประตูในเกมกับ ไบรท์ตัน ไป
p- แต่ถามว่า ณ จังหวะนั้น กองหลังวัตฟอร์ด มีกี่คน ? นักเตะยูไนเต็ด มีกี่คน ?
p- 4 คนรุม ลินการ์ด อยู่ ส่วนอีกตัวก็ตามมาบล็อค ยัง แต่ก็โดนอยู่ดี
p- ลูกสอง คือ ความมั่นใจของ ยัง ที่เดินมาขอยิงเองเข้าไปชนิดที่ว่า มูรินโญ่ เองยังงงเป็นไก่ตาแตกว่า ดีเหลือเชื่อ !
p- ลูกสามกองหลังวัตฟอร์ด ก่อความผิดพลาดอีกครั้งเมื่อเคลียร์บอลไม่ขาดมาเข้าทาง ลูกากู แตะต่อให้ มาร์กซียาล
p- ครึ่งแรกนี่สวยงามสุดๆ ครับ

p- แต่ครึ่งหลังนี่สิ !!! หลายๆ อย่างมันเผยโฉมออกมา และผมมองว่ามันตรายมากๆ สำหรับอนาคตที่จะเกิดขึ้น
p- เคยบอกไปหลายครั้งแล้วว่า เวลา มูรินโญ่ หรือ นักเตะยูไนเต็ด ชุดนี้ "ผ่อนเกม" พวกเขาผ่อนมากเกินไป !
p- และอย่าลืมนะครับว่า แมนฯ ยูไนเต็ด 2017 ไม่ใช่ เชลซี ยุค 2005-2006 ที่เมื่ออยาก "ล็อคผล" พวกเขาทำได้ดั่งใจ
p- เมื่อ เนมานย่า มาติช เดินออกจากสนาม ความจริงบางส่วนเริ่มปรากฏ อันเดร์ เอร์เรร่า ทดแทนกองกลางเซิร์บได้ แต่ได้แค่ระดับหนึ่ง
p- เกมรุกของ วัตฟอร์ด เริ่มรบกวน คุกคาม แนวรับของเราได้มากขึ้นเรื่อยๆ จนกองหลังเริ่มทำงานกันหนักตาม
p- เป็นอีกครั้งที่ มูรินโญ่ เลือกที่จะ "ซื้อ" เกมรับ "เร็วเกินไป" 
p- น้ำหยดลงหินทุกวัน หินยังกร่อน นับประสาอะไรกับเกมรับที่มันต้องวิ่งห้อตะบึงตามคนอื่นเขาอีกเกือบครึ่งชั่วโมง
p- ผมเองพึ่งเขียน The Column ไปหมาดๆ นะครับ ว่า มูรินโญ่ ต้องเลิกสองจิตสองใจแบบนี้ เพราะอย่างที่รู้ๆ กันว่า ยูไนเต็ด ยังเซฟผลไม่ได้ขนาดนั้น
p- การปรับเกมมาเป็น 5-4-1 โดยที่เหลือเวลาที่อีกเกือบ 30 นาทีเต็ม พร้อมกับปล่อย "สากกะเบือ" ไว้เป็นกองหน้าคนเดียว เสมือนเตะบอลอัดกำแพง
p- นี่ คือ จุดที่ผมอยากจะพูดถึงนะครับ 
p- ผมกำลังจะบอกว่า การพลาดตัว อัลบาโร่ โมราต้า เมื่อซัมเมอร์ที่ผ่านมา ทำให้ มูรินโญ่ กำลังจะให้ ลูกากู พิสูจน์คุณค่าในตัวเอง

p- เขาพยายามเอาอกเอาใจ ลูกากู มากเป็นพิเศษ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับการเล่นร่วมกับ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช
p- ก่อนหน้าที่ ซลาตัน จะหายจากอาการบาดเจ็บนะครับ มูรินโญ่ ก็พูดอยู่เสมอว่า ทั้งคู่เล่นร่วมกันได้ไม่มีปัญหาแน่นอน
p- ขณะที่ ซลาตัน ก็พูดว่า ตัวเองสามารถปรับตัวมาเล่นในตำแหน่งหมายเลข 10 ได้แบบไม่เคอะเขิน
p- แต่สิ่งที่เห็นจาก 3 เกมที่ผ่านมามันไม่ใช่เลยครับ

p- เกมแรกกับ นิวคาสเซิ่ล พอ ซลาตัน ลงมา ลูกากู ไปเล่นด้านขวา เช่นเดียวกับเกม ไบรท์ตัน ที่เป็นคู่หน้าอยู่พักหนึ่งพอยิงได้ ก็เอาไปแปะด้านข้าง
p- ล่าสุดก็เช่นเดิม เราๆ ก็เห็นๆ กันอยู่ว่า ลูกากู อ่อนด้อยมากในการเก็บบอลในแดนหน้า ไม่ว่าจะเป็นลูกเรียด หรือ ลูกโด่ง
p- สุดท้าย ซลาตัน ก็ยังลงมาแทน ลินการ์ด และมูรินโญ่ ปล่อยให้ ลูกากู อยู่ในสนามอยู่จนจบเกมทั้งๆ ที่ฟอร์มไม่เอาอ่าว
p- ถ้านับกันจริงๆ 10 เกมหลังสุด ลูกากู ยิงได้เม็ดเดียวเท่านั้น จากโอกาสจังๆ หลายต่อหลายครั้ง ขณะที่เขาไม่มีโอกาสมากพอก็เพราะ "ทิศทางการวิ่ง"
p- เธียร์รี่ อองรี อดีตกองหน้าของ อาร์เซน่อล ที่ปัจจุบันเป็นสตาฟฟ์โค้ชให้ โรแบร์โต้ มาร์ติเนซ ในทีมชาติเบลเยียม เคยพูดเรื่องนี้นะครับ
p- เขาบอกว่า ลูกากู ต้องปรับปรุงเรื่อง "ความเข้าใจเกม" และ "การวิ่งทำทาง" ให้ถูกต้อง
p- ลองคิดดูสิครับ ว่ากองหน้าตัวใหญ่ มีความแข็ง มีความเร็ว แต่เก็บบอลที่สาด หรือ เปิดมาไม่เคยได้เลย
p- แล้วถ้า มูรินโญ่ จะเล่นด้วยแท็คติกเกมรับแบบนี้ ผมถามคุณว่า แล้วมันจะมี "เป้า" ให้พวกคุณเล่นได้ยังไงครับ ?
p- ก็ต้องก้มหน้าก้มตาเตะบอลทิ้งขึ้นมาแล้วก็โดนดักได้สวนกลับไป แล้วก็ต้องมาภาวนาให้เกมรับเอาอยู่กันอีก
p- เพื่อ ???
p- จังหวะจ่อๆ ที่ แรชฟอร์ด ทิ่มมาให้ ลูกากู ยังไงก็ไม่ยอมยิงขวา จะล็อคเข้าซ้ายแบบเห็นๆ ทั้งๆ ที่นักเตะอาชีพจ่อๆ แบบนี้ต่อให้ข้างไม่ถนัดก็ต้องแปตรง
p- ลูกากู ไม่เอาเลย

p- การมีทั้ง ลูกากู กับ ซลาตัน พร้อมกัน ผมว่า ณ เวลานี้กำลังกลายเป็นเรื่องที่ "เสี่ยง" มากๆ แล้วของ มูรินโญ่ หากเขารักพี่เสียดายน้อง
p- ลูกากู มีความใหญ่ เร็ว (ระดับหนึ่ง) แต่จังหวะจบ กับ การพักบอล เก็บบอลห่วยแตกสิ้นดี จนยากจะฝากความหวังในเกมใหญ่ๆ
p- ซลาตัน เก๋า เก็บบอลดี ยิงดี เปี่ยมด้วยเทคนิค เหมาะกับบทบาทตัวเป้า แต่เขาขาดความเร็ว และพึ่งหายเจ็บหนัก
p- จะจับกองหน้า 90 ล้านปอนด์นั่งสำรอง ?
p- จะจับผู้มีบารมีเวิลด์คลาส อย่าง ซลาตัน นั่งสำรอง ?
p- สุดท้ายพยายามเข็นเล่นร่วมกันเพื่อยืนยันว่า ทั้งคู่เล่นร่วมกันได้ แม้กระทั่งในช่วงคับขันอันตรายก็ตามที
p- 2 ประตูที่เสีย อย่าได้โทษว่า เพราะแนวรับ เพราะปล่อยให้ "งานเข้า" ขนาดนั้นก็เพราะแท็คติก และการ "เลือก" ของเขาเอง
p- สมมติว่า เกมนี้ ลูกากู ยิงจ่อๆ นั้นไม่เข้าชวดนำ 4-0 แล้วกลับมาเสมอ หรือแพ้เกมนี้ ทั้งเขาเอง และมูรินโญ่ จะโดนด่าสาดเสียเทเสียยิ่งกว่านี้
p- การให้กำลังใจนักเตะ ไม่ด่านักเตะออกสื่อ ถือเป็นเรื่องดีครับ แต่การให้ท้ายทั้งๆ ที่นักเตะกำลังอยู่ในช่วงห่วยแตกบรมก็ไม่ใช่เรื่อง
p- ถ้าไม่ได้ ลินการ์ด แสดงอิทธิฤทธิ์ช่วงท้ายเกม บางทีช่องว่างกับผู้นำอาจจะไม่ใช่ 8 คะแนนเท่าเดิมด้วยซ้ำ
p- บางครั้งชัยชนะสวยๆ มันก็มีช่องโหว่ที่กำลังถูกมองข้าม ซึ่งก่อตัวอยู่ก็เป็นได้นะครับ
p- ถ้าคุณไม่โลกสวยเกินไป คุณจะมองเห็นครับ...
...โยอันน์...


ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})

ข่าวใหม่วันนี้

ดูทั้งหมด