:::     :::

'ลา เรอัล' กับดาวรุ่งโกงตาย

วันพฤหัสบดีที่ 07 พฤษภาคม 2563 คอลัมน์ ในกะลาครอบ โดย พาสต้า
2,030
ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
อั๊ดนาน ยานาไซ กลายเป็นดาวที่สว่างไหว และก็ดับลงในเวลาอันรวดเร็ว

    เขาถูกคาดหมายว่าจะมีเส้นทางอาชีพที่ยิ่งใหญ่ภายใต้การทำทีมของ เดวิด มอยส์ และเป็นจุดเด่นเดียวของกุนซือชาวสกอตแลนด์ในช่วง 9 เดือนอันน่าผิดหวังในถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด แต่เขาก็ไม่ได้รับความไว้วางใจจาก หลุยส์ ฟาน กัล ซึ่งเข้ามาแทนที่

    เขาไม่ได้เป็นคนสำคัญของ โบรุสเซีย ดอร์มุนด์ และจากนั้นก็ไปฟอร์มห่วยต่อกับ ซันเดอร์แลนด์ ที่ตกชั้น ก่อนจะกลายเป็นส่วนเกินในการทำงานของ โชเซ่ มูรินโญ่

    แต่ที่ เรอัล โซเซียดาด บนอ่าวบิสเคย์ในซาน เซบาสเตียน ของสเปน ยานาไซ เหมือนกลับมาเกิดใหม่อีกครั้ง

    เขาไม่ใช่คนเดิมจากหลายปีก่อนอีกแล้ว

    ที่ โซเซียดาด ซึ่งรั้งอันดับ 4 ในลา ลีกา ฤดูกาลนี้ ฟอร์มของ มาร์ติน โอเดการ์ด และ อเล็กซานเดอร์ อีซัค ก็น่าสนใจเช่นเดียวกัน

    ทั้ง 3 คนคืออดีต 'วันเดอร์คิด' ที่ถูกลอยแพจากการก้าวไปเป็นสตาร์ดังในโลกฟุตบอล

    อีมานอล อัลกาซิล เทรนเนอร์ของ โซเซียดาด สมควรได้รับเครดิตสำหรับการฟื้นคืนชีพของ ยานาไซ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นใจดาวเตะเบลเยียมเหมือนกับที่เขาได้รับจาก มอยส์ และจากนั้นก็สูญเสียไปตลอดจนถึงยุคของ มูรินโญ่

    แต่ ยานาไซ ได้คืนความเชื่อมั่นเก่าๆ ของเขากลับมาอย่างเป็นธรรมชาติด้วยรูปแบบที่ไม่ถูกมองข้าม หรือมีความกดดันใดๆ มารบกวน

    ครึ่งหนึ่งของลา ลีกา ฤดูกาลนี้ เขาได้ลงตัวจริง ขณะที่ค่าเฉลี่ยจาก WhoScored เว็บไซต์เก็บสถิติก็ให้คะแนนเขาที่ 6.62 ซึ่งหมายความว่าเขาไม่ได้แย่อะไรเลย

    เหนือสิ่งอื่นใด การรักษาความเชื่อมั่นของเขาคือสิ่งสำคัญ และเขาก็ได้ตอบแทนทีม และผู้จัดการทีมของเขาด้วยความภักดี และความมุ่งมั่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งการบอกปัดข้อเสนอจากทั้ง มิลาน และ โรม่า ในเดือนมกราคม

    ยานาไซ ที่เคยล้มเหลว และกลับมาเกิดใหม่ได้อีกครั้งก็คล้ายคลึงกับ โอเดการ์ด เพื่อนร่วมทีมของเขา

    เด็กหนุ่มชาวนอร์เวย์อาจมีชื่อเสียงโด่งดังจนกลายเป็นปรากฏการณ์ตั้งแต่มีวัยเพียง 16 ปี เมื่อเขาย้ายมาร่วมทีมที่ยิ่งใหญ่อย่าง เรอัล มาดริด

    2 ปีที่น่าผิดหวังกับทีม กาสตีย่า ทีมสำรองของ ราชันชุดขาว ทำให้เราแทบไม่ได้เห็นเขาในทีมชุดใหญ่ นอกจากแมตช์ในทีมสำรอง

    คาร์โล อันเชล็อตติ กุนซือในเวลานั้นก็เคยเปิดเผยถึงความไม่ประทับใจของเขาในตัว โอเดการ์ด แม้กระทั่งการอ้างว่าการเซ็นสัญญาครั้งนั้นเหมือนการขยายตลาดของ ฟลอเรนติโน่ เปเรซ ประธานสโมสรเสียมากกว่า

    เขาเขียนไว้ในหนังสือ Quiet Leadership ว่า "เมื่อ ฟลอเรนติโน่ ซื้อนักเตะชาวนอร์เวย์เข้ามา คุณก็เพียงแค่ต้องยอมรับมัน"

    "ประธานตัดสินใจว่าเขาจะต้องเล่นให้ทีมชุดใหญ่สัก 3 นัด ซึ่งนั่นก็เป็นเรื่องของการประชาสัมพันธ์"

    ด้วยวัย 21 ปีในตอนนี้ โอเดการ์ด เริ่มกลับมาอยู่ในเส้นทางที่ถูกต้องอีกครั้งด้วยฟอร์มที่น่าทึ่งกับ โซเซียดาด ในซีซั่นนี้ ความจริงก็คือแฟนๆ รู้สึกว่าเขาดีพอจะติดทีมยอดเยี่ยมประจำปีของลา ลีกา เลยด้วยซ้ำ

    ซิด โลว์ คอลัมนิสต์ชาวสเปนได้เขียนถึงเขาว่าเป็นนักเตะที่ดีที่สุดในลีกช่วงเดือนแรกๆ ของฤดูกาลนี้

    เขาเป็นหัวใจสำคัญในแนวรุกของ โซเซียดาด โดย โอเดการ์ด มีคะแนนเฉลี่ยที่น่าประทับใจถึง 7.29 จากการทำไป 7 ประตู และ 8 แอสซิสต์ โดยเฉพาะเกมที่พาทีมเอาชนะ เรอัล มาดริด 4-3 ในถ้วยโกปา เดล เรย์ เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ขณะที่บทบาทเพลย์เมกเกอร์ของเขาก็คล้ายกับตำแหน่งของ ลูก้า โมดริช ที่เบร์นาเบว

    นอกจากนี้ โรเบิร์ต โลเปซ อูฟาร์เต้ นักเตะตำนาน โซเซียดาด ก็ถึงขั้นเปรียบเทียบ โอเดการ์ด กับอีกหนึ่งตำนานอย่าง ชาบี อลอนโซ่ เลยด้วยซ้ำ

    เมื่อเดือนก่อน โลเปซ อูร์ฟาเต้ ได้กล่าวผ่าน โตนิเซียส เด กีปุซเกา ไว้ว่า "ชาบี อลอนโซ่ คือมิดฟิลด์ที่ผ่านบอลได้อย่างสุดยอด และ ใช่ เขา (โอเดการ์ด) มีสิ่งที่คล้ายกัน และเขาก็ไม่ได้อยู่ไกลจาก ชาบี เลย"

    เช่นเดียวกับ ยานาไซ และ โอเดการ์ด ที่ อีซัค กองหน้าหุ่นเสาโทรเลขต้องพบเจอกับแรงกดดันมหาศาลในช่วงเริ่มต้นอาชีพ

    เขาถูกมอบฉายา 'นิว ซลาตัน อิบราฮิโมวิช' เมื่อมีอายุ 17 ปี หลังยิงได้ 13 ประตู ในฤดูกาลเปิดตัวกับ เอไอเค ทีมลีกสวีเดน ก่อนถูก ดอร์ทมุนด์ ซื้อไปในปี 2017

    อีซัค ถูกเหวี่ยงไปยังทีมสำรองของยักษ์ใหญ่เมืองเบียร์ และลงเล่นให้กับทีมชุดใหญ่เพียงแค่ 5 นัด ก่อนที่จะประสบปัญหาอาการบาดเจ็บ ซึ่งส่วนใหญ่ก็มักจะเป็นตัวสำรองอยู่แล้ว

    เหมือนกับ โอเดการ์ด เขาใช้เวลายืมตัวในฮอลแลนด์ และถือเป็นครึ่งซีซั่นที่ประสบความสำเร็จกับ วิลเล่ม ทเว เมื่อยิงไป 14 ประตู จาก 18 นัดในเอเรดิวิซี่ จนกลายเป็นนักเตะที่เกิดต่างชาติคนแรกในประวัติศาสตร์ของลีกที่ซัดได้ 12 ลูก จาก 12 นัดแรก

    แต่นั่นก็ไม่เพียงพอที่จะทำให้สโมสรแม่ของเขาชายตามามอง และก็ถูกขายให้ โซเซียดาด ในซัมเมอร์ ปี 2019 ด้วยค่าตัวเพียง 5.8 ล้านปอนด์ น้อยกว่าเงินที่ เสือเหลือง ใช้ซื้อเขามาในช่วงวัยรุ่นเสียอีก

    อย่างไรก็ตาม เวลานี้ อีซัค กลายเป็นคนสำคัญของทีมแคว้นบาสก์ และก็ได้รับความสนใจจาก บาร์เซโลน่า ที่หวังนำไปเป็นตัวแทนของ หลุยส์ ซัวเรซ อีกด้วย

    ยังไม่รู้เหมือนกันว่าหากฟุตบอลกลับมาแข่งขันต่อได้อีกครั้ง โซเซียดาด จะยังทำให้ฟอร์มของแข้งอายุน้อยทั้ง 3 คนเดินหน้าด้วยความร้อนแรงต่อเนื่องได้หรือไม่

    แต่ยังไงทั้ง 3 ก็ต้องขอบคุณ โซเซียดาด ที่ช่วยทำลายป้ายประกาศตามหาคนหายของพวกเขาให้หมดไป

    พาสต้า


ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})