:::     :::

"ถึงจะได้ลงน้อย แต่ก็ไม่ปล่อยให้ใครยิงนะเฟ้ย" Sergio Romero

วันพฤหัสบดีที่ 14 พฤษภาคม 2563 คอลัมน์ #BELIEVE โดย ศาลาผี
9,584
ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
หนึ่งในโกลเวิร์ลคลาสที่ได้ลงน้อยมากเมื่อเทียบกับโกลเทพคนอื่น นักเตะอีกคนที่แฟนผีรักมากที่สุดกับการเป็นโกลมือ1.5 ที่เก่งไม่แพ้เดเคอา ไม่เคยงี่เง่าลงทีไรก็อุ่นใจทุกครั้ง และนี่คือเรื่องราวตลอดเส้นทางการเป็นโกล และการวิเคราะห์ผลงานของเขา

Sergio Germán Romero โกลสำรองวัย33ปีผู้นี้ ในฐานะมือ1.5ในความรู้สึกของแฟนผีนั้น ย้ายเข้ามาร่วมทีมแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด นับตั้งแต่ปี2015 หลังจากที่ทำผลงานได้ดีกับทีมชาติอาร์เจนติน่าในฟุตบอลโลก2014 ก็มาอยู่กับพวกเราในที่สุด ซึ่งฤดูกาลที่ผ่านมา 2019/20 โรเมโร่ก็มีผลงานที่ดีในซีซั่นที่ผ่านมาเช่นกัน จากการได้ลงในรายการที่เป็นบอลถ้วยหลายๆรายการ และได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในผู้รักษาประตูมือสำรองที่ดีที่สุดในโลก วันนี้เราจะมาดูกันว่าที่ผ่านมาจนถึงตอนนี้ เจ้าของหมายเลข22แห่งแมนยูไนเต็ดตอนนี้มีผลงานยังไงมาบ้าง

เส้นทางค้าแข้ง

เริ่มต้นอาชีพนักฟุตบอลของโรเมโร่นั้นเริ่มตั้งแต่อายุ9ขวบที่เขาได้เข้าร่วมกับสโมสรในอาร์เจนติน่าที่ชื่อว่า Almirante Brown หลังจากอยู่ที่นั่นหนึ่งปีเขาจึงย้ายไปอีกสโมสรที่ชื่อ CAI และอยู่เป็นส่วนหนึ่งของที่นั่นเป็นเวลา6ปี ดังนั้นจุดเริ่มต้นสู่การเป็นผู้รักษาประตูอย่างแท้จริงของเขานั้นจึงเกิดขึ้นที่สโมสร CAI นั่นเอง

Racing Club

ในปี2003 โรเมโร่ย้ายไปร่วมทีมกับ Racing Club หลังจากโชว์ฟอร์มประทับใจแมวมองตอนอยู่กับCAI ดังนั้นเขาจึงได้กลายมาเป็นนักเตะเยาวชนของที่นั่นในที่สุด

การขึ้นทีมชุดใหญ่

หลังจากที่ใช้เวลา3ปีในฐานะนักเตะเยาวชนที่Racingที่อาร์เจนติน่า ในปี2006โรเมโร่จึงได้รับการดันขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ในที่สุด อย่างไรก็ตามในปีนั้นเขาก็อยู่บนม้านั่งสำรองอย่างเดียวในซีซั่น2006 และยังไม่ได้ลงเล่นนัดเดบิวต์ในปีดังกล่าว

ฤดูกาลถัดมาเขาขึ้นมาอยู่ในฐานะโกลที่มีโอกาสชิงตำแหน่งมือหนึ่งของสโมสร ในที่สุดเกมเดบิวต์ก็มาถึงในรายการTorneo Apertura ในเกมเสมอ 1-1 กับทีมNueva Chichago ซึ่งในซีซั่นนั้นโรเมโร่ได้ลงสนามอยู่บ้างบางนัด แต่ก็ยังไม่สามารถยึดตำแหน่งถาวรได้ เขาได้ลงสนามไปทั้งหมด4เกมให้กับRacing ก่อนที่จะย้ายไปอยู่กับ AZ. ในที่สุด

AZ Alkmaar

ในเดือนกรกฏาคม 2007 โรเมโร่ย้ายมาร่วมทีมกับ AZ. ที่ตอนนั้นคุมทีมอยู่โดย"อาจารย์หลุยส์" หลุยส์ ฟาน กัล ถูกวางตัวในฐานะโกลแบ็คอัพ แต่เมื่อมือหนึ่งเกิดอาการบาดเจ็บขึ้น โรเมโร่จึงได้เริ่มซีซั่นนั้นในฐานะตัวเลือกแรก

เขาลงนัดเปิดตัวให้สโมสรในเกมลีกเอเรดิวิซี่ในเดือนกันยายนปี2007นั้น กับเกมเจอHeracles Almelo ซึ่งเป็นเกมที่แย่มากสำหรับเขาเพราะว่าเกมนั้นเขาทำให้ทีมเสียจุดโทษ และแพ้ไป 2-1 ซึ่งจากความพ่ายแพ้นัดนั้น เขาสามารถกลับมาเล่นได้อย่างแข็งแกร่งในเกมถัดมาโดยสามารถเก็บคลีนชีทในการเสมอ 0-0 กับFC Twente ให้สโมสรได้สำเร็จ

ฤดูกาล 2008-2011

ในช่วงซีซั่นดังกล่าวนั้น โรเมโร่ได้อัพเกรดตัวเองขึ้นมาในฐานะโกลมือหนึ่งของสโมสรได้สำเร็จ เขามีฤดูกาลที่ยอดเยี่ยมและสามารถยื้อคลีนชีทยาวได้ถึง 950นาทีสำเร็จ ซึ่งช่วงปลายๆซีซั่น ความผิดพลาดของเจ้าตัวทำให้AZนั้นกระเด็นตกรอบในเกม KNVB Cup และจากเกมนัดนั้นเมื่อกลับไปยังห้องแต่งตัว โรเมโร่ทำการชกใส่ประตูและผนังกำแพงห้องแต่งตัวอย่างหงุดหงิด ซึ่งมันทำให้เขาต้องบาดเจ็บขึ้นมาเพราะทำตัวเอง ในปีนั้นAZได้แชมป์ลีกในขณะที่ตัวโรเมโร่นั้นต้องรักษาอาการบาดเจ็บอยู่ เขาได้ลงไปเพียงแค่31นัดเท่านั้นในปีดังกล่าว

ฟานกัลได้ให้สัมภาษณ์ในตอนนั้นเอาไว้ว่า

"นั่นคืออารมณ์ฉุนเฉียวแบบพวกอาร์เจนไตน์เลย ซึ่งมันดูไม่ฉลาดสำหรับเขาเลยที่แสดงอาการหงุดหงิดเช่นนั้น ผมว่าซีซั่นนี้เขาคงเจ็บจนปิดเทอมไปเลยล่ะซึ่งนั่นมันสร้างความเสียหายและทำร้ายทีมมากเลย ตัวผมกังวลกับเขามากไม่ใช่แค่เรื่องฟุตบอล แต่เป็นเรื่องของพฤติกรรมมนุษย์เลยนะ เขาไม่ได้โกรธเพราะเรื่องตกรอบหรอกแต่เพราะความผิดพลาดของตัวเองต่างหาก เขาร้องไห้หลังจากนั้นและมาขอโทษกับผมแล้ว"

สถานที่เกิดเหตุ

เขาฟื้นตัวกลับมาในปีถัดไปอย่างดี ซึ่ง2009/10 LVGได้ย้ายไปคุมบาเยิร์น จึงเกิดข่าวลือว่าโรเมโร่จะย้ายไปทีมเสือใต้ด้วย แต่โกลอาร์เจนไตน์ผู้นี้ก็เฝ้าเสาให้AZ.ต่อไป ซึ่งปีนั้นเขาเผชิญกับปัญหาอาการบาดเจ็บอีกสองครั้งจนทำให้เขาไม่ได้ลงในซีซั่นนั้น จบปีเขาลงสนามทั้งหมด36นัดแม้จะเกิดบาดเจ็บขึ้น

ในปีถัดเขาเขาพลาดในเกมช่วงต้นซีซั่นเพราะต้องไปรับใช้ทีมชาติ และกลับมาทีมในเดือนกันยายน และได้ลงนัดแรกกับเกมยูโรป้าลีกในการพ่ายแพ้ต่อ BATE Borisov ไป 4-1 เมื่อถึงกุมภาพันธ์เขาก็ไม่ได้ลงเล่นอีกครั้งเพราะลงเกมทีมชาติและเจ็บข้อเท้าขึ้นมาอีกราวๆ1เดือนก่อนที่จะกลับมาอีกครั้งจนถึงจบซีซั่น  ปีนั้นได้ลงไปอีก31นัดตลอดฤดูกาล2010/11

Sampdoria

ในเดือนสิงหาคมปี 2011 โรเมโร่ย้ายไปอยู่กับซามพ์โดเรียด้วยค่าตัว 2.1ล้านปอนด์ เซ็นสัญญากัน4ปี

ซีซั่น 2011-2012

ช่วงต้นๆกับการอยู่ที่ซามพ์โดเรียเขาพลาดการลงสนามเพราะเกมทีมชาติและอาการบาดเจ็บ ต่อมาถึงจะได้ลงเดบิวต์ในเกมเสมอPadova 2-2ในบ้าน และมาบาดเจ็บอีกครั้งในเดือนเมษายนปลายซีซั่นนั้น ปีนั้นได้ลงไป30นัดรวมของทุกรายการ

ซีซั่น 2012-2013

เขายังคงอยู่ในสถานะโกลมือหนึ่งของสโมสรหลังจากที่ช่วยซามพ์โดเรียได้เลื่อนชั้นขึ้นมาสู่เซเรียอา เขาได้ลงเปิดตัวเกมเซเรียอาในแมตช์ชนะมิลาน 1-0 และจบปีนั้นเขาลงสนามไปทั้งหมด 33นัดในทุกรายการ


ยืมตัวไปโมนาโก

ในซีซั่น 2013/14 เขาย้ายไปยืมตัวกับโมนาโกทั้งฤดูกาล ได้ลงครั้งแรกในบอลถ้วยCoupe da La League รอบที่สาม ในเกมที่โมนาโกแพ้ 1-0 ต่อStade de Reims ซึ่งตลอดซีซั่นโรเมโร่อยู่ในฐานะโกลสำรองในลีก และเป็นตัวจริงบอลถ้วย สุดท้ายได้ลงเพียง9นัดให้โมนาโก

ย้ายกลับซามพ์โดเรีย

เขากลับลาซามพ์ในปีถัดมา และก็เป็นตัวเลือกลำดับที่สองรองจาก Emiliano Viviano แต่ว่าวิเวียโน่เจ็บทำให้โรเมโร่ได้ลงตัวจริงอีกครั้งและเล่นตลอดซีซั่นนั้นจนถึงช่วงมกราคม วิเวียโน่จึงหายเจ็บกลับมา หลังจากนั้นมาเขาก็ไม่ได้ลงอีกเลยจนหมดฤดูกาล สรุปปีนั้นได้ลงไปทั้งหมด11แมตช์ก่อนที่สโมสรจะปล่อยตัวเขาออก หลังจากที่เขาหมดสัญญาลง

Manchester United

เดือนกรกฏาคม 2015 แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด "เซ็นฟรี" โรเมโร่เข้ามาโดยให้สัญญาสามปีกับเขาโดยมีออฟชั่นต่อพิเศษอีกปี ซึ่งที่นี่เขาได้กลับมาร่วมงานกันอีกครั้งกับหลุยส์ฟานกัล อดีตผู้จัดการทีมตอนอยู่AZนั่นเอง ซึ่งโรเมโร่ได้เดบิวต์กับแมนยูในเกมเจอท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ซึ่งปีศาจแดงชนะไก่เดือยทองไป 1-0 อย่างไรก็ตามโรเมโร่ได้อยู่ในฐานะโกลสำรองในช่วงปลายซีซั่น หลังจากที่เดเคอาหายเจ็บกลับมาแล้ว แต่ในบอลถ้วยเขาได้รับโอกาสเป็นตัวเลือกแรกเสมอ

ช่วงซีซั่น 2016 ถึง 2019

ในปีต่อมาของเขา โรเมโร่ยังคงเป็นตัวจริงในเกมบอลถ้วยอยู่เช่นเคย ซึ่งกับผู้จัดการทีมคนใหม่ที่เข้ามาอย่าง โจเซ่ มูรินโญ่ เขาก็คู่ควรกับการได้รับโอกาสให้เป็นตัวเลือกแรกบอลถ้วยเช่นเดิม ไฮไลท์สำคัญของเขาในปีนั้นก็คือเพอร์ฟอร์มในเกมชนะFeyenoord 4-0 เขาได้รับการยกย่องฟอร์มการเล่นนัดนั้นอย่างมาก โรเมโร่ยังลงในเกมรอบชิงยูโรป้าลีกที่เอาชนะAjaxไป 2-0 อีกด้วย ทำให้ฤดูกาล 2016-17 นั้นเป็นหนึ่งในฤดูกาลที่ดีที่สุดของโรเมโร่กับยูไนเต็ดเลย เขาได้ลงสนามไปทั้งหมด14นัดในทุกรายการ

สถิติในซีซั่น 2016/17 มีดังนี้

จำนวนนัด : 14

เซฟ : 40

เซฟลูกยิงจากในกรอบเขตโทษ : 15

เซฟลูกยิงนอกกรอบ : 24

(อ้าว หายไปไหนลูกนึงฟะ)

สองฤดูกาลถัดมา (2017-18, 2018-19) โรเมโร่ก็ยังคงได้ลงบอลถ้วยเป็นหลักให้สโมสรเราเช่นเดิม โดยที่ยังรักษาฟอร์มแข็งแกร่งได้อย่างสม่ำเสมอและเป็นแบ็คอัพที่เจ๋งมากให้กับเดเคอา ซึ่งช่วงก่อนจะเริ่มฤดูกาล 2017/18 โรเมโร่ได้ทำการต่อสัญญากับสโมสรแล้วเรียบร้อย ซึ่งจะทำให้เขายังคงอยู่โอลด์แทรฟฟอร์ดกับเราไปจนถึงปี 2021

ฤดูกาลปัจจุบัน

โรเมโร่มีซีซั่นที่ดีในปี 2019/20 นี้ด้วยการเล่นที่ไว้ใจได้ในยูโรป้าลีก เอฟเอคัพ และคาราบาวคัพ ซึ่งจากผลงานดังกล่าวทำให้เขาได้รับการยอมรับว่าเป็นโกลสำรองที่ดีที่สุดในโลกในวัย33ปี ซึ่งเมื่อทำการเปรียบเทียบผลงานกับเดเคอาแล้วนั้น โรเมโร่มีสถิติที่ดีกว่าเจ้าของหมายเลข1ในฤดูกาลนี้ด้วยซ้ำ

วัดสถิติกันหมัดต่อหมัด

ในส่วนของการเปรียบเทียบนี้นั้นจะต่างจากปกติหน่อย โดยที่ธรรมดาแล้วเราจะเทียบนักเตะของเรากับตัวผู้เล่นที่คล้ายคลึงกันของทีมอื่นๆ แต่คราวนี้เราจะเทียบโรเมโร่กับมือหนึ่งของสโมสรเราอย่าง David De Gea ก่อน

Sergio Romero VS David De Gea

จำนวนแมตช์

Romero 14 32 De Gea

เสียประตู

Romero 3 — 30 De Gea

คลีนชีท

Romero 11 — 10 De Gea

ฤดูกาลนี้สถิติอย่างเถื่อน ลงไปทั้งหมด14นัด(บอลถ้วยทั้งหมด) คลีนชีทซะ11 เพิ่งเสียแค่3ประตู สำหรับโกลแล้วเป็นสถิติที่โฉดมากๆ

สถิติดังกล่าวที่เห็นนี้ไม่ได้แสดงว่า โรเมโร่นั้นเก่งกว่าเดเคอา แต่มันเป็นเครื่องหมายที่แสดงให้เห็นว่า พวกเรามี "โคตรโกล" ที่เป็นหนึ่งในโกลระดับแนวหน้าของโลกอยู่ในทีมพร้อมกันถึงสองคนต่างหาก

เปรียบเทียบโรเมโร่ กับโกลคนอื่นๆในพรีเมียร์ลีก

โรเมโร่อาจจะไม่ได้เป็นตัวเลือกแรกสุดในการลงเล่น แต่ยืนยันได้แน่นอนว่า เขาคือสุดยอดโกลที่เก่งที่สุดและสามารถลงเล่นเป็นตัวจริงแท้ๆให้ทีมอื่นในพรีเมียร์ลีกได้"สบายๆ"แน่นอน

นี่คือการเปรียบเทียบระหว่างโรเมโร่ เกป้า และ เอแดร์ซอน สถิตินั้นมีจำนวนการเซฟทั้งลูกยิงระยะใกล้ ลูกยิงไกล จำนวนการเซฟต่อ90นาที และจำนวนการคลีนชีต ซึ่งทั้งหมดนี้ไม่มีอะไรต้องถกเถียงกันนอกเสียจากว่ามันคือ "Fact" ที่ค่อนข้างชัดเจนว่า เรามีโกลระดับโลกอยู่ที่นี่ในฐานะตัวเลือกผู้รักษาประตูอันดับที่2ไว้ใช้งานอย่างแท้จริง

จากสถิตินี้วิเคราะห์ได้ไม่ยากเลย โดยหลักๆจะเน้นดูที่ปริมาณแมตช์ที่ได้ลงก่อน ซึ่งเทียบกับเกป้าจะง่ายและยุติธรรมหน่อยเพราะได้ลงใกล้ๆกัน โดยที่การเซฟต่อแมตช์ของโรเมโร่นั้นเหนือกว่าเกป้าอยู่ที่ 2.6 ต่อ 2.2 โดยที่จากสถิติจะเห็นชัดเจนว่า โรเมโร่นั้นแข็งแกร่งมากๆเวลาที่ต้องเจอกับการยิงระยะประชิด เซฟได้ถึงเฉลี่ย1.5ครั้งต่อ90นาที แถมยังเก็บคลีนชีตได้เหนือกว่าเกป้าเห็นๆ

ส่วนการเทียบกับเอแดร์ซอนนั้นอาจจะวัดยากหน่อยด้านลูกเซฟ แต่อยากให้ดูว่า ปริมาณการได้ลงเล่นนั้นแตกต่างกันแบบ ครึ่งต่อครึ่ง เอแดร์ซอนได้ลงเยอะกว่ามาก แต่ปริมาณการคลีนชีต โรเมโร่ทำได้38 ในขณะที่เอแดร์ซอนอยู่ที่45 ซึ่งก็แตกต่างกันแค่7คลีนชีตเองทั้งๆที่แมตช์ห่างกัน82นัด

เว็บหลายๆสำนักก็วิเคราะห์จุดเด่น จุดอ่อนของโรเมโร่ไว้คล้ายๆกับศาลาผีเหมือนกัน คือสกิลเด่นๆของโรเมโร่ที่เราเห็นชัดๆเลยก็คือ "การเซฟในระยะประชิด" นี่คือ โหดมาก รีเฟล็กซ์โหดสุดๆโรเมโร่ ส่วนลูกยิงนอกกรอบก็ไม่ได้อ่อนเลย เป็นโกลสายShot Stopper เช่นเดียวกันกับเดเคอาเหมือนกัน สองคนนี้ไม่ต่างกันเลย

แต่โรเมโร่นั้นดีกว่าเดเคอามากในด้าน "ลูกกลางอากาศและการตัดสินใจออกมาตัดบอลนอกเส้นประตู" นี่คือสกิลที่ชนะเดเคอาแบบขาดลอยจริงๆ

ส่วนเรื่องจุดอ่อนนั้นอย่างที่เคยวิเคราะห์ไปแล้ว ที่อื่นก็มองเหมือนกัน มีอยู่อย่างเดียวจริงๆที่เป็นจุดอ่อนของแก นั่นคือเรื่องของ"สมาธิ" ที่บางครั้งคือถ้าแกหลุดโฟกัสก็หลุดไปเลย(ฮา) ไอ้ลูกที่เสียประตูทั้งหลายของน้าเอ๊ะโรเมโร่แกนั้น ส่วนใหญ่จะเสียแต่ลูก "อิหยังวะ" ทั้งนั้น บางทีก็ออกมาใช้มือนอกกรอบเขตโทษแล้วเสียใบแดง (ไอ้บ้าเอ๊ย 5555) "ยากๆไม่ ง่ายๆแจก" นั่นแหละสโลแกนคูโบต้าของโรเมโร่เค้าเลยล่ะในด้านจุดอ่อน!

แต่แค่จุดนี้จุดเดียว นอกนั้นด้านอื่นๆ โรเมโร่นั้นเป็นโกลที่แทบจะเป็น Perfect Goalkeeper ไปแล้วล่ะ

ออกมาใช้มือแอบปัดบอลนอกกรอบเขตโทษนี่มันอิหยังวะน้าาาาาา

เกียรติประวัติและความสำเร็จของโรเมโร่

ในช่วงเวลาที่เขาอยู่กับแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด โรเมโร่คว้าแชมป์ไปหลายรายการกับทีมอันได้แก่

  • FA Cup : 2015-16

  • EFL Cup : 2016-17

  • FA Community Shield : 2016

  • UEFA Europa League : 2016-17

สรุปภาพรวมแล้วนั้น โรเมโร่นั้นเป็นนักเตะที่ได้ลงสนามน้อยมากๆเมื่อเทียบกับโกลระดับท็อปคนอื่นๆ แต่ไม่มีข้อสงสัยใดๆเลยว่าเขาคือหนึ่งในมือกาวระดับเทพของโลก พวกเราทุกคนรู้กันดีว่า เมื่อใดก็ตามที่ผู้จัดการทีมเรียกใช้งานเขา เขาจะทุ่มเทในการลงสนามแบบ100%เสมอ หวังว่าในอนาคตสักวันเราจะมีนักเตะอาร์เจนไตน์ดีๆแบบนี้ลงเล่นให้เราอีก เหมือนกับที่เรามีเขาผู้นี้

และนี่คือผู้รักษาประตูที่ทำให้แฟนผีรู้สึกว่า "เรามีโกลมือหนึ่งลงสนามทุกเกม" หนุ่มสุดเท่สไตล์ร็อคภูธร หน้าละม้ายคล้ายน้าเอ๊ะ จิรากร แต่ลีลาการเซฟเหมือนมีเลฟ ยาชิน นั่งอยู่ที่ม้านั่งสำรอง

ชายผู้ไม่เคยงอแงร้องขอย้ายทีมทั้งๆที่ไม่ได้ตำแหน่งตัวจริงผู้นี้เป็นที่รักของแฟนๆปีศาจแดงทั่วทั้งโลกจริงๆ และเมื่อใดก็ตามที่เขาได้โอกาสลงสนาม เขาไม่เคยทำให้เราต้องกังวลเลยแม้แต่นิดเดียว กลับอุ่นใจยิ่งขึ้นไปอีก

Sergio Romero.. ผู้รักษาประตูสำรองที่เก่งที่สุดในประวัติศาสตร์แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด

-ศาลาผี-

References

https://www.theutdarena.com/sergio-romero-the-argentine-shot-stopper/

https://en.wikipedia.org/wiki/Sergio_Romero

https://www.transfermarkt.com/sergio-romero/leistungsdaten/spieler/30690/saison/2019#EL

https://www.uefa.com/memberassociations/association=ned/news/newsid=807167.html

ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})

ข่าวใหม่วันนี้

ดูทั้งหมด