:::     :::

คุยกับ อชิตพล คีรีรมย์ : การผจญภัยในวิถีฟุตบอลเยอรมัน

วันเสาร์ที่ 16 พฤษภาคม 2563 คอลัมน์ ONE MAN SHOW โดย แมน โกสินทร์
5,292
ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
สร้างชื่อเสียงเป็นที่รู้จักในระดับหนึ่งแล้วสำหรับ "ไมค์" อชิตพล คีรีรมย์ ศูนย์หน้าดาวรุ่งทีมชาติไทยชุดยู-19 ผู้ข้ามน้ำข้ามทะเลไปค้าแข้งอยู่ในลีกเยอรมัน กับสโมสร ทีเอสเฟา 1860 โรเซนไฮม์ ในระดับลีกา 4 ซึ่งเจ้าตัวเปิดเผยว่าหากไม่มีอะไรพลิกโผก็มีลุ้นเซ็นสัญญาย้ายไปร่วมทีม อุนเตอร์ฮัคกิ้ง ในลีกที่สูงขึ้นไป การสนทนาระหว่างผมกับเด็กหนุ่มวัย 18 ปีเศษ มีหลายประเด็นที่น่าสนใจมากๆ และผมก็ไม่พลาดที่จะนำมาเรียบเรียงเป็นคอลัมน์ถาม-ตอบให้ได้ติดตามกันเช่นเคย

แมน : สวัสดีครับ ไมค์ เป็นไงบ้างครับที่เยอรมันช่วงนี้ เมืองที่ ไมค์ อยู่เขามีการล็อคดาวน์อยู่มั้ย ได้กลับมาซ้อมฟุตบอลบ้างหรือยัง

อชิตพล : ไม่ได้ถึงขั้นล็อคดาวน์นะครับ ยังออกไปไหนมาไหนได้อยู่ ความเข้มงวดแต่ละแคว้นหรือแต่ละเมืองอาจจะไม่เท่ากัน อยู่ที่ผู้ใหญ่ของแต่ละพื้นที่ ส่วนการซ้อมตอนนี้ผมซ้อมได้แค่ที่บ้านครับ เป็นการซ้อมเรียกความฟิตตามโปรแกรมที่สโมสรกำหนดไว้ ซ้อมผ่านแอพพลิเคชั่นซูมเป็นกลุ่มๆ ครับ ก็จะมีโค้ชมาคอยดูการซ้อมของเรา 

แมน : ไมค์เล่นอยู่กับ โรเซนไฮม์ ใช่มั้ยครับ เป็นทีมในลีกระดับไหนของที่เยอรมันนะ


อชิตพล : ใช่ครับ อยู่ในลีก เรจินัล บาเยิร์น ครับ ในแคว้นบาวาเรีย ถ้าเทียบเป็นดิวิชั่นก็คือ ลีกา 4 แต่ที่เยอรมัน ลีกา 4 เขาจะแบ่งโซนแยกไปอีก 5 โซน มีเรจินัล นอร์ด, นอร์ดอร์สท์, ซุดเวสต์, เวสต์  พวกนี้อีกครับ

แมน : ไมค์ไปอยู่ที่เยอรมันมากี่ปีแล้วนะครับ ไปตั้งแต่อายุเท่าไหร่ แล้วไปเพื่อเตะฟุตบอลเต็มตัวเลยหรือเปล่า

อชิตพล : ถ้ารวมปีนี้ด้วยก็เข้าปีที่ 5 แล้วครับ ผมมาเยอรมันตอนอายุ 14 มาเรียนด้วยแล้วก็เตะฟุตบอลด้วยครับ เพราะโรงเรียนที่ผมมาชื่อว่า DFI ชื่อเต็มๆ ก็คือ Deutsches Fussball Internat เป็นแนวโรงเรียนที่เน้นกีฬาด้วย คนที่จบจากที่นี่ก็จะมีหลายๆ คนไปเป็นนักกีฬาไปเข้าทีมสโมสรต่อครับ


แมน : แล้วไปเข้าทีม โรเซนไฮม์ ได้ยังไงครับ

อชิตพล : ประมาณว่าทางโรงเรียนเป็นพันธมิตรกันครับเพราะอยู่ในละแวกนี้ สโมสรแถวนี้ก็จะดึงนักเตะเข้าไปอยู่กับทีม 

แมน : อ๋อ คล้ายๆ ที่เมืองไทย ทีมจังหวัดไหนเขาก็จะดึงเด็กจากโรงเรียนในจังหวัดนั้นมาเข้าทีมเนอะ

อชิตพล : ใช่ครับ ตอนแรกผมเข้าไปอยู่ทีมเยาวชนยู-19 ได้เล่นในลีกเยาวชน ก่อนที่ปีนี้จะถูกดันขึ้นมาอยู่ชุดใหญ่แล้วครับ

แมน : ผลงานในตอนเล่นลีกเยาวชนเป็นไงบ้างนะครับ เคยอ่านข่าวเจอว่าทำประตูได้มากกว่าจำนวนนัดที่ลงเล่นด้วย

อชิตพล : ลงไป 23 นัด ยิง 25 ประตูครับ


แมน : ระดับการแข่งขันประมาณไหนครับ คนอื่นๆ ในลีกมีใครยิงได้เยอะกว่านี้มั้ย คือมันเป็นสถิติที่โหดมากเลยนะ

อชิตพล : ผมเป็นดาวซัลโวสูงสุดของลีกครับ ระดับของลีกก็มีแบ่งเป็นโซนๆ เหมือนชุดใหญ่ ที่ทีมผมอยู่จะเป็นระดับดิวิชั่น 2 ของ เรจินัล ซุด ในรุ่นยู-19 ตอนเยาวชนผมก็เคยต้องเจอพวกทีมบาเยิร์น, โวล์ฟสบวร์ก อยู่เหมือนกันนะครับ


แมน : แล้วปีนี้พอขึ้นมาเล่นระดับซีเนียร์แล้ว ผลงานเป็นไงบ้างครับ

อชิตพล : ช่วงแรกๆ ยังไม่ค่อยได้ลงเล่นครับ เป็นช่วงปรับตัวก่อน เพราะเราเพิ่งขึ้นจากชุดเยาวชนมาเจอกับผู้ใหญ่ทั้งนั้นเลย แต่หลังๆ ก็ได้โอกาสบ้าง ผมลงไป 4 นัดยิงไป 2 ประตูครับ

แมน : มีสัญญาอยู่กับ โรเซนไฮม์ ถึงเมื่อไหร่ครับ เคยได้ยินข่าวว่ามีทีมในลีกที่สูงกว่าแสดงความสนใจอยู่ด้วย เป็นทีมไหนบ้างครับ เปิดเผยได้มั้ย

อชิตพล : ตอนนี้ผมไม่มีสัญญาแล้วครับ เพราะก่อนหน้านี้ผมเซ็นสัญญาเยาวชน (Youth Contract) พอดีมาติดช่วงโควิดซะก่อนที่จะคุยเรื่องสัญญาอาชีพ เพราะหลังจากนี้ผมต้องเซ็นสัญญาอาชีพแล้วครับเนื่องจากอายุครบ 18 ปีแล้ว ที่ผ่านมาก็มี อุนเตอร์ฮัคกิ้ง ในลีกา 3 ที่ติดต่อเข้ามาจริงจังผ่านทางเอเจนต์ผมนะครับ ทีมอื่นๆ ในเยอรมันที่ระดับสูงกว่านี้ทางเอเจนต์ผมบอกว่าก็มีนะ แต่ยังไม่มีความชัดเจนเท่ากับ อุนเตอร์ฮัคกิ้ง ครับ

แมน : ทาง โรเซนไฮม์ เขามองเรื่องนี้ยังไง ถ้าเราจะย้ายไปอยู่กับ อุนเตอร์ฮัคกิ้ง เขาจะหวงเก็บเราไว้มั้ย หรือต้องจับต่อสัญญาแล้วมีการคิดค่าตัวหรือเปล่าครับ 

อชิตพล : ไม่เลยครับ เขายินดีอยู่แล้ว เพราะนักเตะ โรเซนไฮม์ หลายๆ คนก็ย้ายไปเล่น อุนเตอร์ฮัคกิ้ง ทุกๆ ปีอยู่แล้ว เพราะเป็นสโมสรที่อยู่ใกล้ๆ ละแวกเดียวกันนี่แหละครับ 

แมน : อ๋อ เหมือนเป็นธรรมเนียมอย่างนึงว่าถ้านักเตะทีมนี้คนไหนผลงานดีน่าจับตามอง อุนเตอร์ฮัคกิ้ง ก็มักจะมาจับจองเป็นปกติอยู่แล้ว

อชิตพล : ใช่ครับ เขาคล้ายๆ เหมือนเป็นทีมลูก เป็นทีมพันธมิตรกันครับ

แมน : ไมค์เป็นคนไทยแท้ถูกมั้ยครับ ก่อนไปเยอรมันเล่นฟุตบอลอยู่ที่ไหนมาก่อนบ้างนะ 

อชิตพล : คนไทยแท้ครับ ตอนเด็กๆ ผมอยู่หลายที่เลยครับทั้ง อัสสัมชัญ บางรัก, อัสสัมชัญ กรุงเทพ, กรุงเทพคริสเตียน, อัสสัมชัญ ธนบุรี ผมก็เคยไปเล่นให้ด้วยนะครับ 


แมน : อัสสัมธนฯนี่รุ่นนั้นใครเป็นโค้ชนะครับ เพื่อนร่วมรุ่นมีใครที่ขึ้นมาติดทีมชาติยู-19 ด้วยกันมั้ย

อชิตพล : มาสเซอร์เจี๊ยบ (เนติ สูนยะไกร) ครับ (มาสเซอร์เจี๊ยบเล่าให้ผมฟังในภายหลังว่า อชิตพล เป็นนักเตะคนเดียวในรุ่นที่ไม่ได้เรียนที่อัสสัมธนฯ แต่ส่งแข่งในนามทีมโรงเรียนในรายการบอลยูธของ มูลนิธิ มิราเคิล ออฟไลฟ์) เพื่อนรุ่นนั้นก็มี ผดุงเกียรติ อาจคิดการ, นิติบดินทร์ มะคต, ธนา อิซอ ประมาณนี้ครับ 


แมน : แล้วไปอยู่เยอรมันตั้งแต่อายุ 14 นี่ มีพื้นฐานเรื่องภาษาก่อนไปบ้างมั้ย ตอนนี้พูดได้กี่ภาษาแล้วครับ แล้วคุณพ่อคุณแม่ไปคอยดูแลหรืออยู่คนเดียว 

อชิตพล : ตอนนี้พูดได้ 3 ภาษาครับ ไทย, อังกฤษ, เยอรมัน ตอนก่อนไปนี่ก็ยังพูดเยอรมันไม่ได้เลย แต่อาศัยว่าพอจะมีพื้นฐานภาษาอังกฤษจากการเรียนอิงลิช โปรแกรมที่อัสสัมชัญ บางรัก มาก่อนครับ ผมไปอยู่ที่เยอรมันคนเดียว คุณพ่อคุณแม่อยู่ไทยครับ ส่วนใหญ่ผมจะเป็นฝ่ายเดินทางกลับมาหามากกว่า เวลาปิดเทอมหรือฟุตบอลลีกหยุด 

แมน : เท่าที่ฟัง พื้นฐานทางครอบครัวไมค์น่าจะมีต้นทุนทางฐานะการเงินพอสมควรเลยนะ เรียน EP ที่อัสสัมชัญ บางรัก แล้วไปเรียนต่อที่เยอรมัน ไปอาศัยอยู่คนเดียวที่นั่น ขอโทษนะไมค์ พี่ถามได้เปล่าว่าทางบ้านทำธุรกิจหรือคุณพ่อคุณแม่ทำงานอะไรครับ

อชิตพล : จริงๆ ก็ไม่ได้ถึงขั้นมีฐานะอะไรนะครับ คุณแม่ผมก็ทำธุรกิจส่วนตัวเล็กน้อย แล้วก็ทำงานประจำอีกที่ ส่วนคุณพ่อก็ทำฟาร์มเป็นพวกพืชผักและฟาร์มสัตว์ครับ

แมน : ก็ประมาณนึงเลยล่ะนะ นี่ไมค์เป็นลูกคนเดียวหรือเปล่าครับ

อชิตพล : ใช่ครับพี่

แมน : โอ้โห พี่มองว่านี่มันคงเป็นการตัดสินใจที่ยากมากๆ ของคนเป็นพ่อเป็นแม่เลยนะเนี่ย มีลูกคนเดียวในวัยแค่ 14 ปี เรียกว่าเป็นแก้วตาดวงใจเลยล่ะ แล้วต้องส่งไปอยู่ต่างประเทศคนเดียวอีก

อชิตพล : 555 ประมาณนั้นเลยครับ   

แมน : การปรับตัวที่นั่นยากมั้ยทั้งเรื่องชีวิตและฟุตบอล ไมค์ใช้เวลานานแค่ไหนถึงพูดสื่อสารภาษาเยอรมันได้ครับ

อชิตพล : ประมาณ 6 เดือนครับ พอสื่อสารได้ก็สบายขึ้นเยอะ การปรับตัวในช่วงแรกๆ ก็ยากเหมือนกันครับโดยเฉพาะเรื่องฟุตบอล มีบางครั้งเคยโทรไประบายให้ที่บ้านฟังบ้างเพราะบางทีผมรู้สึกว่าเราทำได้ไม่ดีเลย แต่พอปรับตัวได้ก็สบายมากครับ


แมน : ในทีมมีนักเตะต่างชาตินอกเหนือจากไมค์รึเปล่าครับ เพื่อนร่วมทีมเขารู้มั้ยว่าเรามาจากประเทศไทย แล้วเขาให้การยอมรับเรามั้ย

อชิตพล : ต่างชาติในทีมฟุตบอลมีแต่แถบยุโรปด้วยกันหมดเลยครับ แต่ถ้าที่โรงเรียนก็มีเด็กนักเรียนจากแอฟริกาบ้าง ในทีมเขาก็รู้กันว่าผมเป็นเอเชีย แต่ไม่แน่ใจว่าเขารู้หรือเปล่าว่าเป็นคนไทยครับ เรื่องการยอมรับ ตอนแรกๆ เราขึ้นมาทีมชุดใหญ่ใหม่ๆ ก็สับสนเรื่องการเคลื่อนที่ ไปทับตำแหน่งคนอื่น จังหวะการจ่ายบอลก็เลยไม่ค่อยมาถึงผมเท่าไหร่ ผมไปปรึกษาโค้ชเลยครับว่าผมควรต้องวิ่งยังไง ต้องทำยังไง โค้ชก็ให้คำแนะนำมา พอเราเข้าใจแท็กติกและไลน์การวิ่งของแต่ละคนมันก็ง่ายขึ้นมากครับ

แมน : พี่ว่าดูๆ ไป ไมค์ก็หน้าเหมือนลูกครึ่ง หรือออกไปทางแขกขาวอยู่เหมือนกันนะ

อชิตพล : 555 มีคนพูดอยู่เหมือนกันครับ ถ้าคนที่ไทยก็อาจมองแบบนั้น แต่ที่เยอรมันเขาก็ดูออกว่าเป็นเอเชียนะครับ เพื่อนๆ ที่ไทยก็บอกว่าผมสำเนียงการพูดไทยเหมือนลูกครึ่งไปแล้ว แต่ผมว่าผมก็พูดเหมือนเดิมอยู่นะ


แมน : ไปอยู่ต่างประเทศนานๆ สเป็คสาวๆ นี่เปลี่ยนไปรึเปล่าครับ 555 ไมค์ชอบสไตล์สาวไทยหรือฝรั่งครับ

อชิตพล : ผมน่าจะชอบแนวลูกครึ่งๆ ครับ

แมน : อืมๆ ตอนที่กลับมาเล่นทีมชาติไทยชุดยู-19 ใครเป็นฝ่ายติดต่อกันยังไงครับ ทางทีมชาติเขารู้ข้อมูลว่าเราเล่นอยู่ที่เยอรมันหรอ

อชิตพล : อ๋อ พอดีว่าในสตาฟฟ์ของทีมชาติไทย (ผู้เขียนจำชื่อไม่ได้ ขออภัยครับ) เขาเคยเห็นผมเล่นและรู้จักกันมาตั้งแต่สมัยก่อนไปเยอรมันแล้วครับ เขาก็บอกข้อมูลผมให้พี่หระ (อิสสระ ศรีทะโร อดีตเฮดโค้ชทีมชาติไทยชุดยู-19) แล้วมันเป็นช่วงจังหวะที่ลีกหยุดพอดี ผมจึงเดินทางกลับมาเล่นให้กับทีมชาติยู-19 ครับ 

แมน : โอเค แล้วการปรับตัวล่ะ คือเราไปเจอการฝึกซ้อมการแข่งขันแบบเยอรมันแล้ว พอกลับมาซ้อมกับทีมชาติไทย มันกลับกลายเป็นง่ายหรือยากกว่ามั้ย

อชิตพล : ช่วงแรกก็ยากนิดหน่อยครับ ในเรื่องจังหวะการวิ่ง การเล่นร่วมกัน แต่นักเตะในรุ่นนี้หลายๆ คนก็เคยเล่นเคยเจอกันมาตั้งแต่เล็กๆ แล้ว ผมมีเพื่อนอย่าง ผดุงเกียรติ, นิติบดินทร์ กับ ธนา ที่สนิทกันมาตั้งแต่ตอนอยู่อัสสัมฯอยู่ในทีมด้วย ก็เลยใช้เวลาปรับตัวไม่มากครับ 

แมน : แต่ดูเหมือนไมค์จะไม่ค่อยได้โอกาสโชว์ฟอร์มเท่าไหร่ อย่างปีที่ผ่านมา ชิงแชมป์อาเซียน กับคัดเลือกชิงแชมป์เอเชีย ก็ได้ลงน้อยมากเลย มันเป็นเพราะอะไร มีปัญหาอาการบาดเจ็บหรือเปล่า ไปเจ็บเอาตอนซ้อมหรอครับ

อชิตพล : เรื่องบาดเจ็บก็มีส่วนนะครับ แต่ปกติตอนอยู่เยอรมันผมก็ไม่ค่อยมีปัญหานะ แต่พอซ้อมช่วงใกล้ๆ ที่จะเข้าทัวร์นาเม้นต์ทีมชาติก็จะมีอาการบ้างเล็กน้อย อันนี้ผมก็ยังแปลกใจเหมือนกันครับ

แมน : วางแผนชีวิตการเล่นฟุตบอลไว้ยังไงบ้างครับ อยากอยู่เยอรมันต่อยาวๆ หรือถ้ามีโอกาสไปประเทศอื่นจะไปมั้ย

อชิตพล : ผมก็อยากอยู่เยอรมันต่อยาวๆ นะครับ ผมอยู่ที่นี่ปรับตัวได้แล้วทั้งภาษาและการใช้ชีวิต อยากจะลองไปให้ถึงที่สุดก่อน ผมอยากจะก้าวขึ้นไปในลีกระดับที่สูงขึ้นเรื่อยๆ แต่ถ้าวันนึงเส้นทางของเราอาจจะไปมีโอกาสที่ประเทศอื่นก็ต้องลองดูในตอนนั้นอีกทีครับ


แมน : ตอนกลับมาเล่นทีมชาติไทย มีสโมสรในไทยไปทาบทามบ้างมั้ยเนี่ย แล้วถ้าเป็นทีมใหญ่ในไทยลีกติดต่อ จะกลับมาเล่นเลยหรือจะอยู่เยอรมันก่อน

อชิตพล : ทางเอเจนต์บอกผมว่ามีนะครับ แต่ผมคงยังไว้ก่อนดีกว่าครับ อย่างที่บอกไปว่าผมอยากลองไปให้ถึงที่สุดก่อนกับฟุตบอลที่ต่างประเทศครับ 

แมน : ที่เยอรมันมีนักเตะไทยหรือลูกครึ่งไทยอยู่เยอะมั้ยครับ เท่าที่ไมค์รู้จัก

อชิตพล : มีนะครับ ที่ผมรู้จักคุยกันอยู่เรื่อยๆ ก็คือ มาร์เซล ซีกฮาร์ดท์ ที่พี่ชายเขาไปอยู่กับแบงค็อก ยูไนเต็ด ครับ (อเล็กซานเดอร์ ซีกฮาร์ดท์)


แมน : อ๋อ เขาเป็นเด็กฝึกของบาเยิร์น มิวนิค นี่ครับ ว่ากันว่าเก่งกว่าพี่ชายซะด้วยนะ แล้วเขาจะเล่นให้ทีมชาติไทยมั้ยครับ เคยถามมั้ย

อชิตพล : ตอนนี้เขามาอยู่ทีมเยาวชนของ อุนเตอร์ฮัคกิ้ง แล้วนะครับ เห็นเขาบอกว่าทางทีมชาติไทยติดต่อให้ไปรายงานตัวปีนี้แล้ว แต่พอดีมาติดเรื่องโรคระบาดซะก่อนครับ

แมน : เขาเล่นตำแหน่งไหนนะครับ

อชิตพล : เล่นตำแหน่งเดียวกับผมนี่แหละครับ เป็นกองหน้า หรือตัวริมเส้นครับ

แมน : จริงๆ แล้ว ไมค์ สไตล์การเล่นเป็นยังไง และตำแหน่งที่ถนัดที่สุดคือตำแหน่งไหนครับ

อชิตพล : ผมถนัดกองหน้านี่แหละครับ สไตล์การเล่นก็จะออกแนวเป็นตัวที่ถ่างมาริมเส้น แต่ไม่เชิงปีกนะครับ จะเป็นกองหน้าที่วิ่งตัดกับไลน์แผงหลัง ใช้ความเร็ววิ่งสวนขึ้นไปให้เพื่อนจ่ายบอล หรือจะเป็นหน้าเป้าตัวเก็บบอลก็ได้อยู่ครับ 

แมน : ตอนนี้มีพาสปอร์ตอียู หรือยังครับ พี่ไม่แน่ใจว่าต้องอยู่เยอรมันกี่ปีถึงจะได้อียู 

อชิตพล : ยังครับ ผมยังต้องต่อวีซ่าอยู่ครับ ผมไม่แน่ใจว่าที่เยอรมันคือ 5 ปีหรือเปล่านะครับ ถ้าใช่ปีนี้ก็จะครบ 5 ปีพอดี 

แมน : เอางี้ ขอแบบถามตรงๆ ตอบตรงๆ นะครับ ถ้าวันนึง ไมค์ ได้สัญชาติเยอรมันเป็นสัญชาติที่ 2 แล้วในตอนนั้นพัฒนาฝีเท้าจนมีโอกาสเลือกเล่นให้ทีมชาติเยอรมัน อาจจะเป็นชุดเยาวชนก็ได้ ไมค์จะเล่นมั้ยครับ เพราะมันน่าจะมีผลดีต่ออนาคตการค้าแข้งในยุโรปด้วย

อชิตพล : อืม... จริงๆ แล้วถ้าผมมีโอกาสแบบนั้นก็คงถือเป็นเกียรติมากๆ นะครับ แต่ยังไงผมก็คงจะเลือกเล่นให้ทีมชาติไทยมากกว่า เพราะผมเป็นคนไทย 100% นะครับ การลงเล่นในฐานะทีมชาติไทย ผมจะมีความรู้สึกภาคภูมิใจมากกว่าแน่นอน และความฝันของผมนอกจากการเล่นฟุตบอลอาชีพในลีกที่สูงขึ้นไปแล้ว อีกอย่างก็คือการติดทีมชาติไทยชุดใหญ่ครับ


แมน : ตอนไมค์กลับมาเล่นทีมชาติยู19 ได้ร่วมทีมกับ แบงค์ ศุภณัฏฐ์ เหมือนตา คิดว่าถ้า แบงค์ หรือเด็กไทยคนอื่นๆ มีโอกาสไปเล่นที่เยอรมัน น่าจะไหวมั้ย

อชิตพล : ค่อนข้างตอบยากครับพี่ เพราะการไปอยู่ต่างประเทศต้องปรับตัวหลายอย่างครับ ทั้งเรื่องภาษา, วัฒนธรรม เรื่องฟุตบอลเองก็ต้องปรับทั้งเรื่องการฝึกซ้อม, ระบบการเล่น, วินัยต่างๆ, การอยู่ร่วมกับทุกๆ คนในทีม แล้วก็มีองค์ประกอบอีกหลายๆ อย่าง คงต้องลองดูครับถึงจะรู้ว่าไปได้แค่ไหน แล้วจะไหวมั้ย 

แมน : โอเคครับไมค์ ไว้ถ้ามีโอกาสจะชวนมาไลฟ์สดคุยกันหน่อยนะ วันนี้ขอบคุณมากนะครับ ไว้คุยกันใหม่

อชิตพล : ขอบคุณมากครับพี่


ถ้าชอบก็กดไลค์ ถ้าใช่ก็กดแชร์กันด้วยนะครับ (แมน โกสินทร์)



ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})

ข่าวใหม่วันนี้

ดูทั้งหมด