:::     :::

5 เหตุผลที่ สารัช เหมาะกับ บีจี

ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
การเปลี่ยนเครื่องแบบจากแดงสู่น้ำเงิน ของ สารัช อยู่เย็น เป็นไปตามความคาดหมายของคนลูกหนังที่ฟันไว้

แม้จะมีถึง 3 สโมสร ที่ยื่นข้อเสนอถึงอยากได้ “เจ้าตังค์” ไปร่วมทัพ ในช่วงตลาดลูกหนังหยุดให้โควิด ทว่าท้ายสุดเป็น บีจี ปทุมฯ ที่คว้าลายเซ็นพระเอกเอ็มวีเชือกวิเศษมาไว้ในอ้อมกอด

นอกจาก “ค่าตัว” ที่ต้นสังกัดเก่าอย่าง เมืองทองฯ จะได้รับไปเต็มเม็ดเต็มหน่วยแลกกับการย้ายทีมของเด็กปั้นครั้งนี้ถึง 30 ล้านบาท “ค่าเหนื่อย” กว่า 5.5 แสน ต่อเดือน ก็เพียงพอสำหรับการเริ่มตะบันชีวิตใหม่บนผืนหญ้าย่านคลอง 3

ที่สำคัญการย้ายทีมครั้งนี้ คือการเติมเต็มในแดนกลางของ บีจี ปทุมฯ อย่างชัดเจน หากพวกเขาวางเป้าหมายไว้ว่า “จะเป็นแชมป์”

และนี่คือ 5 เหตุผล ที่เราหยิบมาละเลงในคอลัมน์นี้ว่า เหตุใดดีลนี้จึงตอบโจทย์ทั้ง สารัช อยู่เย็น และบ้านหลังใหม่ของเขา



 

ศักยภาพที่พอต่อการคว้าแชมป์

สิ่งหนึ่งที่ต้องยอมรับคือ กิเลนผยอง บ้านเก่าของ สารัช ในโมงยามนี้ ถูกสลัดจากทีมลุ้นแชมป์ไปอย่างเต็มตัวแล้ว ตรงข้ามกับบ้านใหม่ ที่แม้จะเพิ่งขึ้นมาจากไทยลีก 2 ทว่าแวดล้อมลูกหนังคลาคล่ำด้วยทรัพยากรที่พร้อมต่อการล่าแชมป์ มีเพื่อนร่วมทีมฝีเท้าดี การจัดการบริหารอย่างเป็นมืออาชีพ ที่สำคัญ เจ้าตัวไม่ต้องรับบทหนักแบกทีมเหมือนสมัยอยู่กับ เมืองทอง อีกด้วย

 

มินิทีมชาติไทยในแดนกลาง

การย้ายมาสู่รังลีโอ อีกหนึ่งข้อดีคือการได้เล่นร่วมกับเพื่อนเก่า และคู่ขาทีมชาติอย่าง นิว ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ รวมถึงตัวรุกอย่าง สุมัญญา ปุริสาย ซึ่งเปรียบเสมือนภาพจำลอง “ช้างศึก” ในแผงแดนกลาง ต่างกันตรงที่ บีจี ปทุมฯ ใช้เชฟลูกหนังชื่อ ดุสิต เฉลิมแสน ไม่ใช่ อากิระ นิชิโนะ แต่เรื่องของประสบการณ์ ฝีตีนและความเข้าใจเกมทั้ง 3 คนน่าจะสร้างความต่างในแผงมิดฟิลด์ให้ดีกว่าเก่าได้  

 

นักเตะเฉพาะทางที่บีจีขาด

แม้จะมีนักเตะมากฝีมือวิ่งกันเต็ม ลีโอ สเตเดียม ทว่าสิ่งที่ บีจี ปทุมฯ ขาดไปอย่างเห็นได้ชัดคือกองกลางตัวคุมเกม หรือ มิดฟิลด์ที่ทำหน้าที่ สวิตช์บอล เชื่อมเกมในแดนกลางได้อย่างแม่นยำ หรือเอาตัวรอดจากเกมเพรสซิ่งคู่ต่อสู้ได้

แม้ที่ผ่านมา “โค้ชโอ่ง” จะพยายามทดลองใช้ เชาว์วัฒน์ วีระชาติ ในช่วงพรีซีซั่น แต่ดูเหมือนยังไม่ตอบโจทย์ ล่วงผ่านมายังเปิดฤดูกาล ให้ ฐิติพันธ์ ยืนปักหลักตรงกลางกับ สุมัญญา และเน้นเกมริมเส้นจากวิงแบ็กเป็นหลัก ขณะที่ พีรพงศ์ พิชิตโชติรัตน์ ก็อยู่ในวัย 36 ปี แล้ว การได้สารัช มาเติมเต็มจุดนี้น่าจะทำให้เกมในแดนกลางปึกกว่าเก่า และผู้เล่นอย่าง ฐิติพันธ์ กับ สุมัญญา โดดเด่นในเกมรุกมากยิ่งขึ้น



 

พันธมิตรกับเจลีกญี่ปุ่น

อย่างที่รู้กันว่า บีจี ปทุมฯ มีพาร์ตเนอร์ลูกหนังเจ้าใหญ่ในแดนอาทิตย์อุทัยอย่าง เซเรโซ โอซากา ที่ส่งนักเตะไปสร้างเสริมประสบการณ์ฟุตบอลใน เจลีก ทุกปี แน่นอนว่าการมาของ สารัช หากเขาสามารถโชว์ฟอร์มได้น่าประทับใจ ก็มีโอกาสเช่นกันที่จะต่อยอดถูกส่งไปโลดแล่นในลีกญี่ปุ่นเช่นกัน อย่าลืมว่า หนึ่งในความฝันก้อนใหญ่ของ สารัช ที่เจ้าตัววาดไว้ตลอดคือการ ได้รับโอกาสลงเล่นในระดับเจลีกสักครั้ง

 

ผลประโยชน์ส่วนตน

เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา สารัช ได้ผุดธุรกิจใหม่ของเขากับครอบครัวคือ ร้านคาร์แคร์ชื่อ TT Carwash & Detailing บริเวณปากซอยลำลูกกา 20 ซึ่งจากร้านขับรถจากเส้นลำลูกกาทะลุมาธัญบุรีไม่กี่นาทีก็ถึง สนาม บีจี ปทุมฯ จึงเป็นสิ่งที่ค่อนข้างสะดวกและลงตัวสำหรับชีวิตใหม่

นอกจากนี้ อย่าลืมว่าเจ้าตัวเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ของ ไนกี้ และสโมสรใหม่อย่าง บีจี ปทุมฯ ก็ใช้ยูนิฟอร์มของไนกี้ ซึ่งน่าจะเป็นอะไรที่ลงตัวสำหรับเจ้าของธุรกิจ และตัวนักเตะเองอีกด้วย        

 

 


ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})

ข่าวใหม่วันนี้

ดูทั้งหมด