:::     :::

Transfer Request ... การย้ายทีมที่ไม่สมหวัง

วันเสาร์ที่ 02 กันยายน 2560 คอลัมน์ ศาสดา On The Ball โดย ศาสดาลูกหนัง
5,009
ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ทั้งอเล็กซิส ซานเซช และคูตินโญ่ ต่างไม่สมหวังในการย้ายทีม แล้วหลังจากนี้ชีวิตของพวกเขาในสโมสรเดิมจะเป็นอย่างไร ?

ตลาดซื้อขายนักเตะทวีปยุโรปปิดลงอย่างเกือบจะสมบูรณ์แบบ (เหลือแค่ที่โปรตุเกสที่ยังสามารถซื้อขายได้จนถึง 22 กันยายน) นั่นทำให้เราได้เห็นรูปร่างหน้าตาของทีมแต่ละทีมที่จะลงแข่งขันในฤดูกาลนี้อย่างชัดเจนมากขึ้น บ้างก็เลือกที่จะเปลี่ยนทีมเล็กน้อย บ้างก็อาศัยจังหวะตลาดซื้อขายใหญ่นี้โละผู้เล่นเก่า เอาผู้เล่นใหม่เข้ามากลายเป็นทีมเก่าแต่หน้าใหม่ ทั้งหมดที่เกิดขึ้นก็เพื่อพาทีมบรรลุยังเป้าหมายที่วางไว้ จะเป็นแชมป์ จะเป็นท็อปโฟร์ หรือจะลุ้นหนีตกชั้น ก็สุดแล้วแต่เป้าหมายของผู้จัดการทีม



การซื้อขายผู้เล่นมีกันให้เห็นทุกทีม แต่ใช่ว่าทุกการซื้อขายจะเป็นไปอย่างที่ทุกฝ่ายต้องการ ทีมไหนโชคดีได้นักเตะที่ตัวเองต้องการครบถ้วนก็ถือว่าดีไป ในทางกลับหากไม่ได้นักเตะที่ตัวเองต้องการ หลายทีมก็เลือกที่จะเบนเป้าหมายไปหานักเตะคนอื่นที่ความสามารถไม่ได้ต่างกันมากแล้วปิดดีลกันไป แต่ก็มีบางทีมอีกเช่นกันที่ดูจะรักเดียวใจเดียว ไม่ได้ตัวนี้ อั๊วะก็ไม่เอาใครก็ได้ว่ะ อยู่แบบเหงาๆไม่เอาใครเพิ่ม แบบนี้ก็มี ก็ใช้ผู้เล่นชุดเดิมต่อไป


มองภาพรวมของทีมไปแล้ว ลองมาดูที่ตัวบุคคลอย่างเช่นในหมู่นักฟุตบอลกันบ้าง คนที่ได้ย้ายป่านนี้ก็คงลิงโลดไปกับรายได้ใหม่ๆที่แน่นอนน่าจะสูงขึ้นกว่าเดิม แถมยังมีค่าเซ็นสัญญาย้ายทีม ไหนจะโบนัสอีก เรียกได้ว่าชีวิตนอกสนามนี่แฮปปี้สุดๆแน่นอน




แล้วพวกนักเตะที่อยากย้ายทีมแล้วไม่ได้ย้ายหล่ะ ชีวิตหลังจากวันนี้ของพวกเขาจะเป็นอย่างไร ? หลายๆคนเล่นใหญ่ลงทุนขึ้นบัญชีขอย้ายทีม บางคนเลือกที่จะขอไม่ลงเล่นกับทีมเดิมเพื่อกดดันให้ทีมปล่อยตัวออกไป ยอมหักกับกองเชียร์ ยอมเป็น "คนทรยศ" ในสายตาแฟนบอล เพื่อให้ได้ย้ายทีม 


แต่สุดท้ายเมื่อตลาดลูกหนังปิดตัวลง ... พวกเขายังอยู่ที่เดิม !! 


เอาละสิ ออกตัวแรงไปแล้ว ชื่อเสียงที่สะสมมา บารมีที่เคยมีป่นปี้ไปกับการพยายามขอย้ายทีมไปหมดแล้ว จะทำยังไงดีนะ ??


นักเตะเหล่านี้ที่ผมเห็นแต่ละคนถือเป็นคนสำคัญของทีมด้วยกันทั้งนั้น อเล็กซิส ซานเชซ, ฟิลิปเป้ คูตินโญ่, เวอร์กิล ฟาน ไดจค์, ริยาร์ด มาห์เรซ รวมไปถึงมาร์โก แวร์เรตติ ด้วย 




เมื่อมาถึงจุดนี้ เมื่อย้ายออกไม่ได้ สิ่งเดียวที่ทำได้ คือ "การยอมรับความจริง" และกลับมาเป็นคนดีคนเดิมให้ไว้ที่สุด


ฝรั่งเค้ามีสำนวนอยู่สำนวนหนึ่ง นั่นก็คือ come to term with ... แปลเป็นไทยได้ว่า คุณต้องอยู่กับสิ่งที่คุณรู้สึกไม่สบายใจให้ได้ ต้องยอมรับความจริงและใช้ชีวิตต่อไป อะไรประมาณนั้น


นี่คือสิ่งที่นักฟุตบอลเหล่านี้ ต้องคิดใหม่ทำใหม่ กลับเนื้อกลับตัวให้ได้ไวที่สุด ... ถ้าคุณอยากย้ายทีม คุณต้องลงเล่นและพิสูจน์ตัวเองว่าคุณเจ๋งพอที่จะเอาชนะเสียงโห่ฮาจากกองเชียร์ รวมไปถึงคำถากถางจากกูรูคีย์บอร์ดทั้งหลาย และถ้าคุณเล่นได้ดีจริง รักษาฟอร์มการเล่นได้อย่างสม่ำเสมอ โอกาสในการย้ายทีมก็ยังเปิดกว้างในตลาดครั้งหน้า


คนที่ผมชื่นชมในเรื่องนี้และอยากให้ทุกคนเอาแบบอย่าง คงหนีจากใครไปไม่ได้นอกจาก ดาวิด เด เกอา นายทวารจากทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด นั่นเอง เด เกอา อยากย้ายกลับบ้านเกิดโดยมีสโมสรยักษ์ใหญ่อย่างเรอัล มาดริด ยินดีต้อนรับอยู่ที่ปลายทาง การซื้อขายยืดเยื้อไปจนถึงวันสุดท้ายของตลาดนักเตะ ทั้ง 2 ทีมตกลงกันได้เรียบร้อย เด เกอา เซ็นสัญญาย้ายทีมไปเล่นให้กับเรอัล มาดริด สวนทางกับเคเลอร์ นาบาส ที่จะโยกมาเฝ้าเสาให้กับแมนฯยูไนเต็ดแทน ... แต่ทุกอย่างกลับพังลงด้วยเหตุผลที่ว่าส่งเอกสารการลงทะเบียนนักเตะไม่ทัน !!


เหตุผลในการทีมทำให้ดีลนี้พังไม่เป็นท่ามันต่ำตมเกินกว่าที่จะรับได้ จริงๆ !! 



นั่นทำให้ทั้งเด เกอา และนาบาส พลาดการย้ายสลับขั้ว แม้สัญญากับทีมใหม่จะถูกเซ็นไปแล้วก็ตาม 


แน่นอนทุกคนทราบว่าเด เกอา ผิดหวัง แต่เด เกอาไม่เสียเวลาที่จะเศร้านาน เด เกอากลับมาลงสนามให้กับทีมอีกครั้ง และโชว์ฟอร์มระดับโลกให้กับแมนฯยูไนเต็ดมาจนถึงทุกวันนี้  ไม่มีแฟนบอลปิศาจแดงคนไหนโกรธ หรือเกลียดเด เคอา เพราะว่าสิ่งที่เด เกอาแสดงออกมามันชัดเจนมากว่า ในเมื่อไม่ได้ย้าย ก็จะเล่นให้ดีที่สุด


และนี่คือ สิ่งที่ทั้งอเล็กซิส, คูตินโญ่ และเวอร์กิล ฟาน ไดจค์ ควรทำ ... ไม่ใช่ออกมาบอกว่าถ้าย้ายไม่ได้จะไม่ลงเล่นให้กับสโมสรอีก


ผมเชื่อว่าหลังเกมทีมชาติแล้ว นักเตะ 3-4 คนที่ว่านี่ ก็จะกลับไปรายงานตัวที่สโมสรตามปกติ และคงมีบทสนทนาที่จะเคลียร์ใจกันทั้งกับเพื่อนร่วมทีมและสตาฟฟ์โค้ช ไม่น่าจะมีปัญหา เพราะแต่ละคนก็ถือว่าเป็นตัวหลักที่ทีมขาดไม่ได้


เหลือแค่กองเชีียร์นี่แหละ ที่พวกเขาต้องเอาชนะใจกลับมาให้ได้อีกครั้ง ซึ่งมันไม่ยากเลย หากคุณเล่นเต็มที่ โชว์ฟอร์มให้ดี ทำเพื่อทีมแบบที่เคยทำมา ทุกอย่างก็จบลงอย่างแฮปปี้ เอนดิ้ง


และยิ่งหากพาทีมไปถึงฝั่งฝันได้เมื่อสิ้นฤดูกาล ถึงเวลานั้น การแยกทางกันมันก็น่าจะมีแต่คำยินดีมากกว่าคำสาปแช่ง 


กลับตัวกลับใจ เสียใหม่แต่วันนี้ อนาคตดีดียังรออยู่ ... ขอแค่ตั้งใจเล่น ครับ 


ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})

ข่าวใหม่วันนี้

ดูทั้งหมด