:::     :::

เห็นอะไรจากเกมอุ่นเครื่อง

วันจันทร์ที่ 15 มิถุนายน 2563 คอลัมน์ เด็กเก็บบอล โดย ยักษ์เดนส์
477
ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ในที่สุดสัปดาห์นี้เราคงจะได้ดูฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษกันอีกครั้งหลังพักมานานร่วม 3 เดือนจากการระบาดของไวรัสโควิด-19

ต้องบอกไว้ในวงเล็บที่ว่า "หากไม่มีอะไรผิดพลาด" เพราะจากการตรวจหาเชื้อไวรัสล่าสุดดันมีนักเตะติดเชื้อเข้ามาอีก 

แต่การวางโปรแกรมออกมาแล้วยังไงด้วยระบบและความเข้มงวดของเอฟเอเชื่อว่าในเกมสัปดาห์แรกคงจะได้เล่นกันครบตามโปรแกรม

ช่วงที่ผ่านมาหลายสโมสรก็อาศัยช่วง 2 สัปดาห์ก่อนที่จะเริ่มต้นรีสตาร์ทกันอีกครั้งอุ่นเครื่องเพื่อเรียกความฟิตของนักเตะกลับมาอีกครั้ง จะเป็นการแบ่งทีมแข่งกันเองหรือจะเรียกพวกทีมในลีกมาอุ่นเครื่องก็ตาม

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เองก็อย่างที่เห็นว่า นอกจากจะแบ่งทีมเล่นกันเองแล้ว ก็ยังมีการเรียกสโมสรในลีกรองอย่าง เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน มาดวลแข้งกัน ซึ่งก็ต้องบอกว่า "วิน-วิน" ทั้งสองฝ่าย

        

แม้จะไม่มีถ่ายทอดสดแต่ก็พอมีรายงานออกมาบ้างว่าอะไรในเกมเป็นยังไงซึ่งคงจะมีผ่านตากันมาบ้างกับผลการแข่งขันสองนัดที่ทีมแรกแพ้ 1-2 และทีมที่สองชนะ 3-1

คนที่ทำประตูได้ของ "ปีศาจแดง" ทั้ง 4 ลูกมาจาก บรูโน่ แฟร์นันเดส (จุดโทษ), อันเดรียส เปเรยร่า 2 ลูกและ ทาฮิธ ชอง ซึ่งดูแล้วอาจจะไม่ใช่สิ่งที่แฟนบอลคาดหวังสักเท่าไร แต่หากมองแค่ว่ามันคือเกมอุ่นเครื่องไว้แค่เรื่องความฟิตเท่านั้นก็พอเข้าใจได้

การจัดทีมก็ชัดเจนทีมชุดแรกเอาพวกเการุกที่คาดว่าจะได้ประสานงานกันอยู่ด้วยกัน ส่วนทีมสองก็เอาแนวรับชุดใหญ่เล่นด้วยกันทำให้พอเห็นหน้าตาของทีมกันอยู่บ้าง

ลองไปดูว่าจากเกมกระชับมิตรทั้งสองเกมที่เกิดขึ้นสังเกตอะไรได้บ้าง

ป็อกบา กับ บรูโน่ ได้ทำความคุ้นเคย

        

ไม่ต้องสงสัยเลยว่าสิ่งที่เหล่าสาวก "เร้ด เดวิลส์" อยากเห็นที่สุดก็คือการประสานงานกันสองสุดยอดกองกลางของทีมอย่าง ปอล ป็อกบา และ บรูโน่ แฟร์นันเดส

นับตั้งแต่ย้ายมาร่วมทีม บรูโน่ โชว์ฟอร์มยอดเยี่ยมฉุดทีมให้กลับมาทำผลงานได้ดีอีกครั้ง แต่ยังไม่ได้เล่นร่วมกับ ป็อกบา ที่เจ็บตั้งแต่เดือนธันวาคมจากการผ่าข้อเท้า

ตอนแรกก็ถูกมองว่าโอกาสเล่นร่วมกันคงยาก แต่จากวิกฤติโควิด-19 ทำให้การแข่งขันเลื่อนออกไป ตอนนี้สตาร์ทีมชาติฝรั่งเศสฟิตกลับมาลงสนามอีกครั้ง 

การจับคู่กันของสองแข้งน่าจะเป็นประโยชน์กับทัพ "ปีศาจแดง" อย่างมากในการสร้างอันตรายให้กับคู่แข่ง ซึ่งเกมกับ เวสต์บรอมวิช ทั้งสองคนก็ได้ลงเล่นด้วยกันแล้ว แม้จะเป็นเวลาน้อยนิดแต่ก็คงจับจังหวะกันได้บ้าง

อย่างที่เคาว่ากัน ยอดแข้งที่เล่ยเคียงข้างกันคงใช้เวลาไม่นานในการปรับจูน ก็ได้แต่หวังว่าจะเป็นอย่างนั้น

การกลับมาของ มาร์คัส แรชฟอร์ด

        

อีกหนึ่งข่าวดีสุดๆของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็คือการได้ดาวยิงตัวความหวังอย่าง มาร์คัส แรชฟอร์ด กลับมาล่าตาข่ายอีกครั้ง

กองหน้าทีมชาติอังกฤษได้รับบาดเจ็บจากเกมเอฟเอ คัพกับ วูล์ฟส์ เมื่อเดือนมกราคมจนถูกคาดว่าปิดเทอมไปเรียบร้อย แต่ก็อย่างที่บอก การระบาดของไวรัสที่ทำให้เกมการแข่งขันต้องระงับไปและกลับมากันใหม่ ทำให้ แรชฟอร์ด ได้เวลาพักฟื้นกลับมา

ในเกมกับ เวสต์บรอมวิช คงได้เห็นไฮไลท์กันบ้างว่าดาวซัลโวคนดังมีท่าทีที่กระชับกระเฉง มีจังหวะลากเลื้อยพาบอลหนีคู่แข่งเข้าไปยิง แม้จะไม่ได้ประตูแต่สเต็ปถือว่าน่าสนใจ

หากดูจากจุดนั้นแล้วเหมือนว่า แรชฟอร์ด จะจับจังหวะของตัวเองกลับมาได้อีกครั้งและจะกลับมาเป็นตัวความหวังของทีม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเกมที่เหลือของซีซั่นนี้ล้วนเต็มไปด้วยความสำคัญที่ต้องการชัยชนะทั้งหมด การได้หัวหอกคนสำคัญกลับมาย่อมเป็นประโยชน์อย่างสูงสุดเลย

นักเตะที่สร้างความประทับใจ

        

ในขณะที่คนจับจ้องไปที่การเล่นของ ปอล ป็อกบา กับ บรูโน่ แฟร์นันเดส แต่คนที่ทำผลงานได้อย่างโดดเด่นกลับเป็น อันเดรียส เปเรยร่า ที่คงไม่มีใครคิดถึง

เกมนัดที่้สองแข้งที่ถูกเมินทำผลงานได้อย่างน่าประทับใจกับ 2 ประตูที่ทำได้ แถมเป็นลูกยิงที่สวยใช้ได้เลยทีเดียวเชียว

เช่นเดียวกับ ทาฮิธ ชอง ที่ทำได้ 1 ประตูในเกมที่สองที่ทีมชนะ 3-1 จากที่ผ่านมาแทบไม่ค่อยได้รับโอกาสลงสนามนัก แม้จะเป็นแค่เกมอุ่นเครื่องก็เถอะ แต่มันเรียกความมั่นใจให้กับนักเตะได้เป็นอย่างดี

ด้วยการแข่งขันที่เหลืออยู่จะต้องถูกบีบโปรแกรมให้ทีมต้องเล่นอย่างต่อเนื่องทั้งในลีกและบอลถ้วย แน่นอนว่า โอเล่ กุนนาร์ โซลชา จะต้องใช้นักเตะทุกคนในทีมหมุนเวียนลงสนามเพื่อความสดของทีม

การเห็นแข้งสำรองทำผลงานได้อย่างน่าประทับใจน่าจะทำให้ทีมมีตัวเลือกมาขึ้นซึ่งเป็นเรื่องที่ดีจริงๆ

การวางแผนของ โซลชา

        

ในเกมอุ่นเครื่องนั้น สิ่งที่แฟนบอลอยากเห็นก็ได้เห็นมากที่สุดก็ได้เห็นกันไปแล้ว แต่สิ่งที่ทุกคนคาดกันก็คือใครจะได้เป็น 11 ตัวจริงในเกมกับ สเปอร์ส?

การจัดทีมทั้งสองนัดของ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา น่าจะเป็นตัวบ่องบอกอย่างชัดเจน เมื่อเกมแรกเราได้เห็น ปอล ป็อกบา, บรูโน่ แฟร์นันเดส, แดเนี่ยล เจมส์, มาร์คัส แรชฟอร์ด และ อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล เลนด้วยกัน น่าจะเป็นชุดที่ได้ลองเกมรุกของนายใหญ่ชาวนอร์เวย์

ส่วนเกมที่สอง แรบรับมาเต็มที่ ดาบิด เด เคอา, อารอน วาน-บิสซาก้า, แฮร์รี่ แม็กไกวร์, วิคเตอร์ ลินเดอเลิฟ และ ลุค ชอว์ รวมถึง สก็อตต์ แม็คโทมิเนย์ กับ เฟร็ด ในตำแหน่งกองกลางตัวตัดเกม

อาจจะพอเดาได้อยู่บ้างว่าทีมจะออกมาในรูปแบบไหน อาจจะมีแค่ในแนวรุกที่อาจจะต้องว่ากันอีกทีว่าใครจะเล่นบ้าง

การแข่งขันแบบ "นิว นอร์มอล"

        

มันคงเป็นประสบการณ์ที่แปลกไม่ใช่แค่กับนักเตะแต่รวมถึงแฟนบอลทางบ้านที่ต้องนั่งชมเกมแบบไม่มีเสียงเชียร์ของแฟนบอลในสนาม

มีจะมีการครีเอตให้ใส่ซาวด์เสียงเชียร์ของแฟนๆเข้าไป แต่ต้องยอมรับว่ามันคยละเรื่อง เพราะมันเป็นแค่เสียงเชียร์ อย่าลืมว่ามันยังขาดเสียงโห่เวลาผู้ตัดสินเป่าลำเอียง, เวลาแข้งรักโดนเสียบหนัก หรือจังหวะลุ้นประตูที่ต้องมีการเป่าปากหรือเฮฮากันบ้าง

การเล่นแบบไร้แฟนบอลเป็นแค่หนึ่งในนโยบายความปลอดภัยหลายๆอย่างที่ทุกคนต้องทำความคุ้นเคย ทั้งในเรื่องของการตรวจหาไวรัส, จำกัดคนเข้าสนาม, ทำความสะอาดลูกบอลที่ต้องฆ่าเชื้อก่อน 

แม้มันอาจจะแปลกไปสักหน่อยแต่สำหรับแฟนบอลในบ้านเราที่ปกติดูผ่านทางจอทีวีอยู่แล้ว คงไม่ซีเรียสอะไรมาก ขอให้ได้ดูทีมรักกลับมาแข่งกันก็มีความสุขแล้ว


ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})

ข่าวใหม่วันนี้

ดูทั้งหมด