:::     :::

การสร้างทีมสู่เส้นชัยของลิเวอร์พูล!

วันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายน 2563 คอลัมน์ ในกะลาครอบ โดย พาสต้า
1,140
ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ในขณะที่เดอะ ค็อป พากันปาร์ตี้ฉลองทั้งวันทั้งคืน แต่แฟนๆ ของทีมคู่แข่งกำลังพยายามอย่างยิ่งที่จะคิดถึงวิธีโค่นชัยชนะของพวกเขาลง

    ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา มันเป็นเรื่องง่ายมากกับความรำคาญใจในความสุขของผู้อื่นที่เป็นแชมป์

    สิ่งที่ทุกคนต้องการทำก็คือหยุดยั้ง แมนฯ ซิตี้ หรือ เชลซี กับความสำเร็จของพวกเขา

    ในความเป็นจริง เลสเตอร์ อาจเป็นแชมป์เพียงรายเดียวในความทรงจำล่าสุดที่ไม่ได้ถูกกล่าวหาว่า 'ซื้อความสำเร็จ'

    แฟนๆ บางคน ซึ่งส่วนใหญ่ก็มีรูปคัฟเวอร์ของ เอฟเวอร์ตัน และ แมนฯ ยูไนเต็ด กำลังรวมหัวกันเพื่อต่อสู้กับไอเดียการคว้าแชมป์ของ ลิเวอร์พูล ซึ่งถูกมองว่าใช้เงินหลายร้อยล้านปอนด์ไปกับการสร้างทีมให้เป็นระดับโลก

    อย่างไรก็ตาม แชมป์ใหม่นั้นฉลาด และมีความซับซ้อนมากกว่าการซื้อเหล่าซูเปอร์สตาร์ ซึ่งกลายเป็นที่รู้จักกันเป็นอย่างดี

    มุมมองที่เกิดขึ้นกับ เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ ก็คือเขาเป็นหนึ่งในกองหลังที่ค่าตัวแพงที่สุดตลอดกาล ดังนั้นมันก็เหมือนกับว่าพวกเขาใช้เงินซื้อความสำเร็จ

    เซนเตอร์แบ็กดัตช์แมนได้รับการจัดอันดับอย่างสูงในขณะอยู่กับ เซาธ์แฮมป์ตัน แต่คุณทุกคนอ้างได้เหรอว่าทุกคนคิดว่าในไม่ช้าเขาจะกลายเป็นปราการหลังตัวกลางที่ดีที่สุดในโลก

    ย้อนกลับไป คุณสามารถพบทวีตมากมาย (บางอันที่ยังไม่ถูกลบ) ตั้งแต่เดือนมกราคม ปี 2018 ของแฟนๆ ที่คิดว่า ลิเวอร์พูล โง่บรรลัยที่จ่ายเงินถึง 75 ล้านปอนด์ไปกับ ฟาน ไดค์

    อารมณ์มันต่างกับการที่เขาเซ็นสัญญากับนักเตะอย่าง เซร์คิโอ รามอส ซึ่งถือว่าโปรไฟล์สวยหรูกว่า ฟาน ไดค์ ก่อนที่เขาจะย้ายไปยังถิ่นแอนฟิลด์ ซึ่งมีดีกรีแค่แชมป์พรีเมียร์ชิพ สกอตแลนด์ และถ้วยลีก คัพ กับ เซลติก

    มันง่ายสำหรับคนที่แคลงใจที่จะพูดถึงปัญหาย้อนหลังว่า "พวกเขาใช้เวลามากมายในการหากองหลังระดับเวิลด์คลาส" แต่ หงส์แดง ก็สมควรได้รับเครดิตสำหรับการตระหนักถึงศักยภาพที่น่าเหลือเชื่อของเขา

    เช่นเดียวกันกับ แอนดี้ โรเบิร์ตสัน ที่ถูกกระชากมาจาก ฮัลล์ ซิตี้ ด้วยค่าตัวเพียง 8 ล้านปอนด์ หลัง เดอะ ไทเกอร์ส ตกชั้นไปยังแชมเปี้ยนชิพในปี 2017

    และก็เป็นอีกครั้งที่ใครจะคาดเดาได้ว่าแบ็กซ้ายเลือดสกอตแลนด์จาก ฮัลล์ จะกลายเป็นหนึ่งในนักเตะที่เก่งที่สุดในโลกกับตำแหน่งของเขาอย่างรวดเร็ว

    มีแค่ ลิเวอร์พูล เท่านั้นแหละที่เห็นความเป็นไปได้ดังกล่าว

    โรเบิร์ตสัน ไม่ได้เป็นนักเตะคนแรกของสโมสรที่ถูกดึงมาจากทีมที่ตกชั้น

    ในปี 2016 หงส์แดง เซ็นสัญญากับ จอร์จินโย่ ไวนัลดุม มาจาก นิวคาสเซิ่ล และมอบหมายบทบาทใหม่ให้กับเขา

    เช่นเดียวกับอีกหลายแข้งภายใต้การทำงานของ เจอร์เก้น คล็อปป์ มิดฟิลด์ชาวดัตช์มีพัฒนาการอย่างต่อเนื่องจนถึงจุดที่เขาสามารถสร้างอิมแพ็คท์อย่างร้ายแรงอย่างเช่นเกมแชมเปี้ยนส์ลีก รอบรองชนะเลิศ นัดสอง กับ บาร์เซโลน่า คือตัวอย่างชั้นดี

    ไวนัลดุม เป็นหนึ่งใน 6 นักเตะจาก ลิเวอร์พูล ที่มีชื่อในลิสต์บัลลงดอร์ ครั้งล่าสุด

    หงส์แดง ได้ตอกย้ำเคล็ดลับแบบเดียวกันนี้เป็นครั้งที่ 3 ด้วยการเซ็นสัญญากับ เซอร์ดาน ชากิรี่ มาจาก สโต๊ค หลังจากที่เขาต้องตกชั้นไปพร้อมกับ เดอะ พ็อตเตอร์ส

    ปีกทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์อาจจะไม่ได้มีส่วนร่วมมากเท่ากับทั้ง โรเบิร์ตสัน หรือ ไวนัลดุม แต่มันก็เป็นเรื่องยุติธรรมที่จะพูดว่าการดึงแข้งจากทีมตกชั้นทำงานได้เป็นอย่างดี

    โจ โกเมซ ถูกล่อลวงมาจาก ชาร์ลตัน เมื่อย้อนกลับไปในปี 2015 หลังจากลงเล่นไปเพียง 24 นัดให้ทีมชุดใหญ่ การเดิมพันกับนักเตะดาวรุ่งรุ่นใหม่นั้นตอบแทนด้วยผลงานที่ยอดเยี่ยมในฤดูกาลนี้

    ในทางตรงกันข้าม เจมส์ มิลเนอร์ คือนักรบที่มาพร้อมประสบการณ์อันโชกโชน เมื่อเขาเซ็นสัญญามาแบบไร้ค่าตัวจาก แมนฯ ซิตี้ ซึ่งคิดว่าเขากลายเป็นส่วนเกินของความต้องการ

    5 ปีถัดมา เขามีประสบการณ์ที่มากขึ้น และนำสิ่งนั้นมาช่วยเหลือประคับประคองการเติบโตของ ลิเวอร์พูล ได้อย่างไม่ต้องสงสัยด้วยความเป็นมืออาชีพขั้นสูงของเขา

    บางทีหลายคนอาจดูถูกในการสนับสนุนทีมของเขา แต่มันไม่ใช่กับ คล็อปป์ และเหล่าเพื่อนร่วมทีม

    แฟนๆ อาร์เซน่อล บางคนเศร้าใจกับการเสีย อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน แต่หลายคนที่ยังคิดว่าพวกเขาขาย 'ดิ อ็อกซ์' ให้ ลิเวอร์พูล ด้วยราคาที่เว่อร์วังอลังการ

    กองกลางทีมชาติอังกฤษมาพร้อมกับประวัติบาดเจ็บอันโชกโชน แต่เขาก็ค้นพ้นจุดประสงค์ที่แท้จริงในฐานะนักฟุตบอลที่นี่

    ในวันสุดท้ายของเขากับ ปืนใหญ่ เขาปรากฎตัวโดยที่ไม่รู้ว่าตัวเองเป็นนักเตะตำแหน่งไหน และไม่มีทิศทาง

    แต่เขาก็สามารถค้นพบตัวตนได้อย่างง่ายดายที่เมอร์ซี่ย์ไซด์ เขารับเอาวัฒนธรรมเหล่านั้นมาเพื่อฟื้นฟูจิตวิญญาณที่แปลกใหม่ให้กับตัวเอง

    แม้กระทั่ง 3 แนวรุกอันเลื่องชื่อ ก็คือตัวอย่างของการสรรหาที่ยอดเยี่ยมมากที่สุดในประวัติศาสตร์สโมสร

    ถึงว่าบอร์ดบริหารของ หงส์แดง จะถูกตั้งคำถามอย่างมากกับค่าใช้จ่าย 29 ล้านปอนด์ ที่โปรยไปกับ โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ ในปี 2015 ว่าเป็นการซื้อตัวที่ชาญฉลาดหรือไม่ ก่อนที่สตาร์บราซิเลี่ยนจะปรับตัวจากความหลากหลายจนกลายเป็นศูนย์หน้าตัวเป้าที่สำคัญเหนือกว่าจำนวนประตูที่จะทำได้ เขาเพอร์เฟ็คท์มากกับสไตล์ 'เฮฟวี่ เมทัล ฟุตบอล' ของ คล็อปป์

    ซาดิโอ มาเน่ และ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ก็ถูกซื้อมาด้วยค่าตัวรวมกัน 69 ล้านปอนด์

    นั่นถือเป็นเงินจำนวนมาก แต่ตอนนี้พวกเขามีค่าตัวเท่าไหร่ล่ะ? 200 ล้านปอนด์เห็นจะได้มั้ง...

    เขาเคยล้มเหลวมาแล้วครั้งนึงในพรีเมียร์ลีก เชลซี และก็ถูก โรม่า เซ็นสัญญาไปร่วมทีม

    ปีกทีมชาติอียิปต์มีชื่อเสียงอย่างมากในฐานะนักฉวยโอกาส

    สิ่งนี้อ้างอิงได้จากสถิติ 32 ประตูในลีกฤดูกาลแรกของเขากับ ลิเวอร์พูล

    ใช่ หงส์แดง ใช้เงินจำนวนมากไปกับการซื้อนักเตะ แต่พวกเขาก็ได้พิสูจน์ถึงความสามารถของพวกเขาแล้วเป็นอย่างดีในสนาม

    ต้องไม่ลืมด้วยว่า ลิเวอร์พูล ขาย ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ ไปให้ บาร์เซโลน่า เก็บเงินเข้าคลังมาถึง 145 ล้านปอนด์ ซึ่งหลายคนคิดว่าเป็นนักเตะที่ดีที่สุดของทีมในเวลานั้น

    นอกจากนี้ พวกเขายังหวดเงินเข้ากระเป๋าอีกรวม 120 ล้านปอนด์ ในการจากไปของพวก แดนนี่ อิงก์ส, โดมินิก โซลันกีเ, มามาดู ซาโก้, คริสติย็อง เบนเตเก้, จอร์ดอน ไอบ์ และ แดนนี่ วอร์ด

    ขอย้ำอีกครั้งว่า 120 ล้านปอนด์!

    หากคุณเป็นหนึ่งในบรรดาแฟนๆ ทีมคู่แข่งที่มุ่งเป้าไปยังการใช้เงินซื้อความสำเร็จของ ลิเวอร์พูล

    สิ่งที่ผมจะแนะนำก็คือมองไปที่แง่มุมของการพัฒนาอื่นๆ เถอะ นี่คือตัวอย่างระดับพรีเมียม

    พาสต้า


ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})

ข่าวใหม่วันนี้

ดูทั้งหมด