:::     :::

มุมมองผู้บรรยาย : ผลงานแข้งไทยในเจลีกหลังปลดล็อคดาวน์

วันจันทร์ที่ 06 กรกฎาคม 2563 คอลัมน์ ONE MAN SHOW โดย แมน โกสินทร์
2,906
ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ฟุตบอลเจลีกของญี่ปุ่น กลับมาโม่แข้งกันอีกครั้งในเกมที่ 2 ของฤดูกาล ภายหลังจากปลดล็อคดาวน์ ผลงานของนักเตะไทยทั้ง ชนาธิป สรงกระสินธุ์, กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์, ธีราทร บุญมาทัน และ ธีรศิลป์ แดงดา ครบรสทั้งเป็นคีย์แมนช่วยให้ทีมชนะ, เล่นดีแต่ทีมทำได้แค่เสมอ, ลงตัวสำรองและทีมแพ้ รวมไปถึงยังไม่ได้รับโอกาสลงสนาม วันนี้ผมได้รวบรวมความคิดเห็นจากผู้บรรยายฟุตบอลเจลีกในปีนี้ ทั้งสังกัดสยามกีฬาอย่าง "ตังกุย" คอลัมนิสต์ชื่อดังที่เป็นไอดอลของตัวผมเอง, "ชุ" นักพากย์รุ่นใหม่ที่เคยไปเกาะติดเจลีกถึงถิ่นมาแล้ว รวมไปถึง "วาว จารุวัฒน์" ที่ครั้งนี้รับบทพากย์เกมทาง FM99 ความเห็นของแต่ละท่านจะเป็นอย่างไร มาติดตามดูกัน


"ตังกุย" ณัฐพล ดํารงโรจน์วัฒนา

"ปีนี้ทางสยามกีฬาได้ลิขสิทธิ์เจลีกมา ซึ่งถ้าเป็นการออกอากาศทางช่อง 9 อสมท. พี่ก็จะมีหน้าที่เป็นพิธีกรเปิดหน้าก่อนเข้าสู่การถ่ายทอดสด อย่างเมื่อวันเสาร์ก็เป็นพี่กับชุ (ปรัชญา วรรณวิจิตร) ส่วนผู้บรรยายก็จะหมุนเวียนกัน คนนึงจะเป็นรุ่นพี่ๆ อย่างตัวพี่เอง, พี่จอม ("บอบู๋" บูรณิจฉ์ รัตนวิเชียร), พี่เม้ง (ชุมพตน์ ทรงสายสกุล) มาจับคู่กับน้องๆ ที่คลุกคลีกับบอลเจลีกและบอลไทย อย่างเช่น ชุ กับ ต้อง (ภานุวัฒน์ ใจยิ้ม) เขาเคยไปติดตามนักเตะทั้ง ชนาธิป และ ธีรศิลป์ ที่ญี่ปุ่นมาแล้ว รวมไปถึง ตู่, กอล์ฟ เบนเทเก้ ฯลฯ  ที่เขาจะรู้ข้อมูลเชิงลึกเรื่องบอลไทย"

"สำหรับเกมนัดที่ผ่านมา เจ ชนาธิป ก็ทำหน้าที่ของตัวเองได้ยอดเยี่ยมมากๆ พี่มองว่าในระดับเจลีกเขาเล่นสามารถเป็นคีย์เพลเยอร์ให้กับ ซัปโปโร ได้สบายๆ เกมนี้เขาน่าจะแอสซิสต์ได้สัก 2 ลูกด้วยซ้ำ นอกจากลูกที่ทำได้ ลูกแรกที่ มุซาชิ ซูซูกิ ยิงไปติดบล็อคก่อนที่จะซ้ำเข้าไป ก็เลยไม่ถือเป็นการแอสซิสต์ และลูกท้ายเกมที่หลุดเดี่ยวแต่ไปเลือกผ่านบอลให้ เจย์ โบธรอยด์ ยิงออกไป"

"ลูกนี้ก็พูดยากนะเพราะเห็นที่ ชนาธิป ให้สัมภาษณ์หลังเกมบอกว่าจังหวะนั้น โบธรอยด์ ตะโกนขอบอลมาแต่ไกล และเห็นว่าอยู่ในตำแหน่งที่ดีกว่าก็เลยเลือกจ่ายแทนที่จะยิง ซึ่งถ้า โบธรอยด์ ยิงเข้าไปมันก็จบ และหาก ชนาธิป เลือกยิงเองแล้วไม่เข้าก็จะกลายเป็นอีกเรื่องนึงเลย ลูกนี้เป็นจังหวะสำคัญนะถ้ายิงเข้าก็จะนำ 3-1 เป็นการปิดเกม แต่พอไม่เข้าก็ถือว่ายังดีที่รักษาสกอร์ 2-1 จนจบเกมได้"

"ลูกนี้คงไม่ได้เป็นเครื่องชี้วัดว่าเขาจะก้าวขึ้นจากระดับเจลีกไปยุโรปในอนาคตได้หรือไม่ แต่สมมติว่าถ้ามีทีมใดจับตามองอยู่ ชนาธิป เป็นผู้เล่นแนวรุก การทำประตูได้เองก็จะถือเป็นออปชั่นเสริมที่ดีนอกเหนือจากการแอสซิสต์ซึ่งเป็นทีเด็ดของเขาอยู่แล้ว อย่าลืมว่าผู้เล่นญี่ปุ่นที่อยู่ในเจลีกตอนนี้ก็ไม่ใช่ระดับA+ ของเขา เพราะพวก A+ ไปเล่นอยู่ยุโรปกันเกือบหมด หากอนาคตเขาได้ไป คือพี่มองว่า ชนาธิป พิสูจน์ตัวเองได้แล้วในระดับนี้ และปีนี้จะเป็นการยกระดับตัวเองขึ้นไปอีกขั้นให้เห็นว่าเขาพัฒนาขึ้นมาแค่ไหนใน 2 ปีกว่าๆ ที่ญี่ปุ่น ตอนนี้ชนาธิปประมาณ 26-27 พี่มองว่าเขายังพีคได้อีก ยังพัฒนาได้อีกเยอะ"

"ส่วน ตอง กวินทร์ พี่คิดว่าโค้ชค่อนข้างเซฟตองเลยนะ เพราะนี่คือเกมแรกหลังปลดล็อคดาวน์ และ ทากาโนริ สึเงโนะ ที่อายุ 36 ปีก็อยู่เป็นมือ 2 กับทีมมานานถึง 3 ปีแล้ว อาจค่อนข้างเสี่ยงที่จะส่งตองลงเล่นเกมแรกเลย เพราะเราไม่รู้ว่าในการฝึกซ้อมทั้ง ตอง และ สึเงโนะ เป็นยังไงบ้างในสายตาโค้ช การสื่อสารก็ถือเป็นเรื่องสำคัญ ไม่รู้ว่าตอนนี้ ตอง สื่อสารกับเพื่อนร่วมทีมได้แค่ไหน แต่พี่มองว่าการที่เขาคว้าตอง ซึ่งเป็นประตูทีมชาติไทยไปร่วมทีมก็คงต้องเชื่อมั่นในความสามารถพอสมควรแล้ว สิ่งที่ต้องรอคือโอกาส อาจจะต้องใช้เวลาสักนิด แต่พี่ก็เชื่อว่าคงไม่นานนัก อย่างเกมบอลถ้วยเขาน่าจะส่งลงไปให้ลองสัมผัสเกมและดูผลงานว่าเป็นอย่างไร ตำแหน่งประตูค่อนข้างสำคัญมากถ้าไม่มีเหตุจริงๆ เขาคงไม่เปลี่ยนแปลง"

"สึเงโนะเองเขาก็รอโอกาสมานาน แต่เขาไม่ใช่ผู้เล่นสตาร์คนสำคัญ ไม่เหมือนอย่าง บุฟฟ่อน อะไรแบบนั้นที่มีอิทธิพลกับทีมสูง เพราะฉะนั้นก็ต้องมีการแข่งขันกัน อาจจะเหมือนสมัยบาเยิร์น ที่ โอลิเวอร์ คาห์น แขวนถุงมือ แล้ว มิชาเอล เรนซิ่ง ที่นั่งสำรองมาหลายปีได้รับโอกาสในช่วงแรก แต่พอสร้างความไว้วางใจไม่ได้ก็ต้องเป็นโอกาสของคนอื่นๆ สิ่งที่ตองทำได้คือรอโอกาสและลงไปพิสูจน์ให้ทีมเกิดความไว้วางใจเท่านั้น"

"สำหรับ อุ้ม ธีราทร เขาอยู่กับทีม โยโกฮาม่า เอฟ มารินอส ที่เป็นแชมป์เก่า องค์ประกอบของทีมดีอยู่แล้ว และในตำแหน่งของอุ้มก็ไม่น่ามีใครที่เล่นตามแท็กติกของ อันเก้ (ปอสเตโตกลู) ได้ดีเท่า เพราะอุ้มสามารถขึ้นมาเป็นตัวสร้างสรรค์เกม หุบเข้าตรงกลาง มีการเปิดบอลที่ดี และมีลูกนิ่งที่สามารถเป็นทีเด็ดได้ สิ่งที่ต้องระวังคืออาการบาดเจ็บเท่านั้น อุ้มก็แค่ต้องพยายามรักษาเนื้อรักษาตัวให้ดี เขาไม่มีอะไรต้องพิสูจน์แล้ว ตอนนี้เขาเล่นได้กลมกลืนกับผู้เล่นในทีมและในระดับเจลีก ก็ถือว่า อุ้ม เป็นพวกเดียวกันกับนักเตะระดับนั้นแล้ว"

"ส่วน มุ้ย ธีรศิลป์ พี่มองว่าทีม ชิมิสึ มีตัวเลือกในแดนหน้าค่อนข้างเยอะ แต่ถ้าตัวต่างชาติอย่าง คาร์ลินญอส หรือ จูเนียร์ ดูทรา เล่นได้เท่านี้ เกมต่อๆ ไป มุ้ย ก็น่าจะได้รับโอกาสกลับมาเป็นตัวจริงไม่ยาก คือที่พี่ทราบมาทีมนี้มีการเปลี่ยนแปลงทั้งตัวโค้ชและนักเตะค่อนข้างเยอะ โค้ชปีเตอร์ (ชคลามอฟสกี้) กำลังพยายามหาความลงตัวของทีมอยู่ ถ้าจะเป็นห่วงพี่ไม่ห่วงมุ้ยนะ พี่ห่วงโค้ชมากกว่าเพราะเตะมา 3 นัดรวมบอลถ้วยที่โดนไปนัดเดียว 5 ประตู ก็เท่ากับว่าโดนยิงไป 10 ลูกแล้ว เห็นได้ชัดเลยว่าเกมรับมีปัญหามากๆ และบอลขึ้นมาไม่ถึงแดนหน้าเท่าไหร่ ส่วนใหญ่จะออกบอลไปทางด้านข้างมากกว่า และครอสเข้ามาก็ยังไม่เข้าโฟกัสมากนัก ซึ่งมันก็อาจจะไม่เข้ากับสไตล์ของมุ้ยที่เป็นกองหน้าตัวเป้าแทบจะคนเดียวของทีม"

แต่พี่ก็มองว่า มุ้ย เขาเป็นกองหน้าที่มีคุณภาพสูงอยู่แล้ว ทุกคนรู้ในจุดนี้ เขาเองก็ไม่มีอะไรต้องพิสูจน์เช่นกันในวัย 32 ปี อยู่ที่ทุกๆ คนในทีมและโค้ชปีเตอร์น่ะแหละที่จะปรับจูนทีมให้ลงตัวได้เมื่อไหร่ ซึ่งถ้าช้าเกินไปก็กลัวว่าโค้ชจะไม่ได้อยู่คุมทีมยาวๆ มากกว่า รวมๆ แล้วทั้ง 4 คนพี่ไม่ได้รู้สึกว่าน่าเป็นห่วงอะไรนะ อาจจะมีแค่ ตอง ที่ยังรอจังหวะเวลาในการลงเล่นเกมแรกเท่านั้นเอง"


จารุวัฒน์ พริบไหว

"ตอนนี้วาวบรรยายเจลีกทาง FM99 สัปดาห์ที่ผ่านมาได้พากย์คู่ ซัปโปโร ที่บุกไปชนะ โยโกฮาม่า เอฟซี คู่อื่นๆ ก็ได้ดู มีแค่ อุ้ม ธีราทร ที่ไม่ได้ดูทั้งเกม แต่สำหรับ อุ้ม เราว่าเขาก็เล่นได้ตามมาตรฐานของทีมและของตัวเองอยู่แล้ว เรื่องตำแหน่งตัวจริงไม่ต้องห่วงเลย เพราะถ้าไม่เจ็บไม่ป่วยยังไงอุ้มก็ต้องได้ออกสตาร์ทเป็น 11 ตัวจริงแน่นอน เพราะทีมแทบไม่มีการเปลี่ยนแปลงตัวผู้เล่นจากชุดที่คว้าแชมป์เลย มีทั้งความเข้าใจกับเพื่อนร่วมทีมและกับแท็กติกของโค้ชอันเก้ (ปอสเตโตกลู) เรื่องเดียวที่ต้องระวังคืออาการบาดเจ็บหนักๆ เท่านั้นแหละ"

"ส่วน เจ ชนาธิป วาวมองว่า 2 เกมที่ผ่านมา ไม่มีอะไรที่คนจะไปตำหนิ เจ ได้เลยนะ เขาก็เล่นได้ตามมาตรฐานและตอนนี้ทุกคนก็ยอมรับแล้วว่า เจ กลายเป็นคนที่ทีมแทบจะขาดไม่ได้ โอเคว่าเขาอาจจะยังขาดการทำประตู แต่ทุกลูกที่ทีมยิงได้ในซีซั่นนี้ก็มาจากการผ่านบอลของเจทั้งนั้น หากจะมองว่าจังหวะที่หลุดเดี่ยวแล้วไปเลือกจ่ายให้ เจย์ โบธรอยด์ แทนที่จะยิงเอง เราว่ามันต้องจ่ายอยู่แล้ว เพราะจังหวะนั้นไม่ใช่การหลุดเดี่ยวนะ ยังมีกองหลังตามมาขวาง 2 คนและมีผู้รักษาประตูปิดมุมอยู่อีก ต้องชม เจย์โบ ด้วยซ้ำที่วิ่งเติมขึ้นมาในตำแหน่งที่ดีกว่า และถ้าเจย์โบยิงเข้าไปมันก็จบ เพราะได้ยิงโล่งๆ แล้ว แต่ดันยิงข้ามคานไปเอง มองในมุมว่าถ้าเราเป็น เจ แล้วเลือกยิงเองถ้าเกิดไม่เข้าขึ้นมาก็คงโดนด่ายับเหมือนกัน"

"ถามว่าไม่ยิงเองลูกแบบนี้โอกาสไปยุโรปจะยากมั้ย วาวว่าทีมยุโรปถ้าเขาสนใจเขาคงไม่มองแค่ลูกนี้หรอก เขาคงมองว่า เจ สามารถช่วยอะไรทีมเขาได้มากกว่า ซึ่ง เจ ก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วในเรื่องการแอสซิสต์ ถ้าเรามองความจริงที่ว่านักเตะญี่ปุ่นที่ไปเล่นในยุโรปส่วนใหญ่ 20 ต้นๆ ก็ไปกันแล้ว นั่นคือทีมจากยุโรปเขามองว่ามีแววและสามารถปั้นต่อได้ ซึ่งทางญี่ปุ่นเขามีนโยบายต้องปล่อยนักเตะไปเล่นยุโรปในราคาไม่แพงเพื่อผลักดันให้นักเตะเขาเกิดการพัฒนา อย่าลืมนะว่า เจ อายุเท่าไหร่แล้ว และ เจ ไม่ใช่คนญี่ปุ่นด้วย ซัปโปโร ก็ซื้อมาแพงและเพิ่งต่อสัญญาระยะยาวไปด้วย ถ้าปล่อยออกไปเขาก็ต้องขายให้ได้ราคา ไม่ใช่ปล่อยยืมฟรีๆ แน่นอน ดังนั้นก็เป็นเรื่องยากสำหรับทีมจากยุโรปที่จะดึงไป ดังนั้นถ้ามีทีมไหนกล้าลงทุนกับ เจ จริงๆ ซึ่งวาวคงไม่ไปพูดถึงเรื่องซื้อเพื่อการตลาดอะไรแบบนั้น ก็แสดงว่าเขาต้องการเอาไปใช้งานเลย ไม่ใช่เอาไปปั้นต่อ"

"ซึ่งถ้าจะไปในระดับยุโรป เราต้องลืมเรื่องที่ว่า เจ คือเบอร์ 1 ของทีมในเรื่องมูลค่าทางการตลาด แต่ เจ ต้องสร้างอิทธิพลต่อทีมขึ้นมาให้เห็นความแตกต่างจริงๆ ในเรื่องของคุณภาพฝีเท้า ตอนนี้ก็ต้องยอมรับล่ะว่า เจ คือท็อปเพลเยอร์ และสามารถสร้างโอกาสทำประตูให้เพื่อนร่วมทีมได้ แต่ถ้า เจ สามารถยกระดับตัวเองนอกเหนือจากการแอสซิสต์ให้เพื่อน มาเป็นยิงฤดูกาลนึงเป็น 10 ประตู แอสซิสต์อีกเป็น 10 ลูกเนี่ย มันจะยิ่งสมบูรณ์แบบขึ้นไปอีกที่จะทำให้เห็นว่า เจ ข้ามขั้นนี้ไปแล้ว เพราะผู้เล่นแนวรุกในยุโรปต้องมีคุณสมบัติทั้งยิงทั้งจ่ายได้ เราก็พูดมาตลอดว่าอยากให้ เจ อาสายิงฟรีคิกยิงจุดโทษบ้าง สิ่งที่อยากเห็นเจพัฒนาขึ้นไปอีกในฤดูกาลนี้คือการมีอิทธิพลต่อทีมมากขึ้น ซึ่งถ้าทำได้ก็หมายความว่าในสโมสรนี้เขาไม่มีอะไรให้ต้องกังขาอีกแล้ว"

"ส่วน ตอง วาวว่าทาง ซัปโปโร เขาดึงไปก็เพื่อเป็นมือ1 อยู่แล้วล่ะ เท่าที่ได้คุยกับตองเรื่องข่าวที่ว่าทีมจะเซ็นโกลอิหร่าน ตองก็บอกว่าทางนั้นยังไม่มีอะไรนะไม่น่าเป็นความจริง ถามว่าทำไมโค้ชถึงเลือก สึเงโนะ ลง จริงๆ ตอง กับ สึเงโนะ เราว่าฝีมือไม่ได้เป็นรองกันหรอก วาวคิดว่าด้วยความที่ สึเงโนะ อยู่กับทีมมานานถึง 3 ปี การสื่อสารกับกองหลังเขาน่าจะดีกว่าตอง เพราะเราไม่รู้ว่าตอนนี้ตองสื่อสารภาษาญี่ปุ่นได้มากน้อยแค่ไหน และเจลีกเนี่ย มีระบบการเล่นที่เริ่มทำก่อนยุโรปอีก คือที่ยุโรปเราอาจจะเห็นเอากองกลางตัวรับลงมายืนเป็นกองหลังอีกคนเวลาเล่นเกมรับ ก็แต่ที่ญี่ปุ่นเขาจะให้ผู้รักษาประตูขยับขึ้นมาเล่นร่วมกับกองหลังในการบิวดิ้งอัพเกมด้วย ซึ่งเรายังไม่รู้ว่าในการซ้อม ตอง ทำในบทบาทนี้ได้ตามที่โค้ชต้องการหรือไม่ แต่อย่างที่บอกทั้งสองคนฝีมือไม่ทิ้งกัน และ ตอง ก็ต้องรอเพียงโอกาสเท่านั้น ซึ่งวาวเชื่อว่าไม่นานหรอก เดี๋ยวก็จะมีโอกาสได้ลงแน่ๆ เพราะในระยะยาวทั้งฤดูกาล ตอง ถูกดึงมาเพื่อลงเล่นอยู่แล้ว"

"สำหรับ มุ้ย ที่ได้ลงเป็นตัวสำรองในเกมที่ผ่านมา และได้สัมผัสบอลแค่ 3 ครั้งในเวลาครึ่งชั่วโมงที่อยู่ในสนาม วาวคิดว่าช่วงที่ มุ้ย ลงไปคือช่วงที่ทีมต้องการประตูเพราะตามหลังอยู่ แต่วิธีการที่โค้ชสั่งลงไป ไม่รู้ว่าผู้เล่นของ ชิมิสึ เอสพัลส์ ทำได้ตามที่สั่งหรือเปล่า เพราะบอลมันไปออกด้านข้างซะหมด และเกมรับก็ค่อนข้างสะเปะสะปะมาก คือบอลมันมาไม่ถึงกองหน้า ก็อาจจะเป็นด้วยแท็กติกของ นาโงย่า ด้วยที่ทำให้เกมออกมาเป็นแบบนั้น"

"ด้วยความที่กองหน้าของ ชิมิสึ มีตัวเลือกเยอะ ตอนนี้โค้ชก็คงปรับจูนอยู่แหละ แต่เราไม่เคยสงสัยในระดับของ ธีรศิลป์ เลย เขาคือกองหน้าระดับเอเชียอยู่แล้ว และโค้ชก็ค่อนข้างชื่นชอบมุ้ยมากเท่าที่ได้ทราบมา มุ้ยไม่ได้มีอะไรต้องพิสูจน์แล้ว เพราะเคยเล่นกับ ซานเฟรชเช่ มา ทุกคนในเจลีกรู้จักมุ้ยดีอยู่แล้ว ถ้าดูกองหน้าบราซิลของทีมในเกมที่ผ่านๆ มา แล้วเล่นได้แค่นี้ เดี๋ยวเกมหน้าที่ไปเยือน เซเรโซ่ โอซาก้า ยังไงมุ้ยก็ได้ลงตัวจริงแน่ สิ่งที่ต้องดูกันต่อไปก็คือทีมจะหาจุดลงตัวทั้งระบบแท็กติกและตัวผู้เล่นได้เมื่อไหร่น่ะแหละ"

"เราจะขอมองแยกเป็นแบบนี้แล้วกัน สำหรับ เจ กับ อุ้ม ไม่มีอะไรน่ากังวลอยู่ที่การยืนระยะไม่ให้มีอาการบาดเจ็บ และยกระดับการเล่นของตัวเองและของทีมขึ้นไป ส่วน มุ้ย ก็ไม่ได้น่ากังวลเพราะถ้ามีโอกาสมุ้ยทำได้อยู่แล้ว และ ตอง คงไม่นานนักหรอกเดี๋ยวเราก็ได้เห็น ตอง ลงเล่น ซึ่งต้องรอดูกันว่า ตอง จะสามารถพิสูจน์ให้ทุกคนเกิดความไว้เนื้อเชื่อใจได้หรือไม่เท่านั้นเอง" 


ปรัชญา วรรณวิจิตร 

"ถือเป็นเรื่องดีสำหรับผมมากครับ ที่ได้รับโอกาสมาบรรยายฟุตบอลเจลีก เพราะเราเคยได้ไปสัมผัสบรรยากาศที่นั่นอย่างจริงจังในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะช่วงที่ได้รับมอบหมายให้ไปติดตาม มุ้ย ธีรศิลป์ ตอนเล่นที่ ซานเฟรชเช่ ฮิโรชิม่า ผมเองก็อยากนำประสบการณ์ตรงนั้นมาถ่ายทอดให้คนที่ดูเจลีก ให้ได้รับข้อมูลครบถ้วนขึ้น จะได้สนุกกับการติดตามชมฟุตบอลลีกของญี่ปุ่นครับ"

"สำหรับมุ้ยกับผม ค่อนข้างรู้ใจกันอยู่แล้ว นัดที่ผ่านมาได้คุยกับ มุ้ย ก็ค่อนข้างกังวลนิดๆ เหมือนกัน เพราะในทีมมีกองหน้าเป็นตัวเลือกเยอะ แต่ มุ้ย เป็นกองหน้าตัวเป้าคนเดียวของทีม อย่าง โชตะ คาเนโกะ ที่ยิงให้ทีมออกนำก็เป็นแนวตัวจี๊ดๆ คล่องๆ ทางริมเส้นมากกว่า ตัวบราซิลก็เล่นด้านข้างทั้ง คาร์ลินญอส และ จูเนียร์ ดูทรา คงอยู่ที่วิธีการเล่นของโค้ชมากกว่าว่าจะเลือกแบบไหน เขาคงมองว่าเกมนี้เล่นในบ้านอาจจะเน้นการครอบครองบอลและเปิดเกมรุกทางริมเส้น เพราะ ปีเตอร์ (ชคลามอฟสกี้) จะเล่นระบบหน้า 3 ตัวเพราะได้อิทธิพลมาจากโค้ช อันเก้ (ปอสเตโตกลู) ค่อนข้างเยอะเพราะเขาเป็นผู้ช่วยของอันเก้ ติดตามกันมาตลอด นี่เพิ่งเป็นการขึ้นมาคุมทีมเองเป็นครั้งแรกของเขา ก็อาจต้องใช้เวลาเรียนรู้หน่อย"

"แต่ปีเตอร์เขาชอบมุ้ยมากนะ เขาพยายามอย่างมากที่จะเอามุ้ยไปร่วมทีมให้ได้ แต่ตอนนี้ทีมแพ้รวดมา 3 นัดแล้วรวมบอลถ้วย เกมรับก็เสียประตูเยอะมาก ทีมนี้กองหลังค่อนข้างมีปัญหาหลายๆ จุด คู่เซนเตอร์อย่าง วัลโด้ เอง หรือน้องอีกคนที่เขาพยายามจะปั้นขึ้นมาเป็นสัญลักษณ์ของทีมเพราะทีมปั้นขึ้นมาตั้งแต่เป็นเยาวชน (ยูยะ ทัตสึตะ) ก็ยังไม่ค่อยโอเคเท่าไหร่ ผมค่อนข้างห่วงว่าถ้า ปีเตอร์ หลุดจากตำแหน่งไป มุ้ย ก็อาจจะกระเทือนเหมือนกัน เนื่องจาก มุ้ย มาที่นี่ได้เพราะ ปีเตอร์ จริงๆ"

"ส่วน เจ ชนาธิป 2 นัดแอสซิสต์ไป 3 ลูก และมีส่วนกับทุกประตูที่ทีมทำได้ จริงๆ นัดนี้น่าจะได้อีก 3 แอสซิสต์ด้วยซ้ำ ไม่ควรได้แค่ลูกเดียว แต่ลูกแรก มุซาชิ ดันไปยิงติดบล็อกก่อน เจ ก็เลยไม่ได้เครดิต การประสานงานระหว่าง เจ กับ มุซาชิ ดีมากๆ เพราะรุ่นราวคราวเดียวกันด้วย สองคนนี้เคยเจอกันมาตอนคัดเลือกโอลิมปิก ทั้งคู่แฮปปี้กันมากๆ ทุกคนในทีมรู้ว่า เจ สามารถผ่านบอลถวายพานได้ ลูกที่นำ 2-1 ปกติเราไม่ค่อยเห็น เจ ลงมาล้วงบอลต่ำขนาดนั้น แต่จังหวะนั้นพอรับบอลได้แล้วจ่ายทะลุช่องให้ มุซาชิ ได้แบบทั้งทิศทางและน้ำหนักมันพอดีคำจริงๆ"

"ลูกที่ เจ ไม่ยิงเองมันคือบุคลิกของ เจ อยู่แล้วที่มักจะเลือกจ่ายให้เพื่อนก่อนเสมอ มันอาจจะแก้ยากมากๆ เพราะฝังลึกในจิตใจไปแล้ว แต่เราไม่ได้อยู่ตรงนั้นก็คงพูดไม่ได้ว่ายิงเองจะดีกว่าหรือไม่ เพราะ เจย์โบ ก็เติมขึ้นมาพอดีและอาจจะอยู่ในตำแหน่งที่โล่งกว่า ซึ่งปัญหาคือ เจย์โบ ดันยิงไม่เข้าน่ะแหละ แต่ผมมองว่าหาก เจ จะยกระดับขึ้นไปอีกขั้น ลูกแบบนี้ยังไงก็ต้องเลือกยิงแล้ว ลองสลับกันเป็น เจย์โบ หลุดเดี่ยวแล้ว เจ วิ่งเติมมาตระโกนขอบอล คิดว่า เจย์โบ หรือคนอื่นๆ จะผ่านบอลให้มั้ยล่ะ ผมว่าส่วนใหญ่ผู้เล่นในแนวรุกก็มักจะต้องยิงเองอยู่แล้ว และโค้ชก็คงไม่แฮปปี้นักที่นักเตะมีโอกาสสับไกแล้วไม่ทำ ซึ่งก็ยังดีนะที่ทีมชนะ ถ้าเกิดถูกตีเสมอขึ้นมาทั้ง เจ ชนาธิป หรือ เจย์โบ ก็คงโดนหนักจากจังหวะนี้เหมือนกัน"

"ส่วน ตอง คือที่ญี่ปุ่นเขาจะมีทั้งโค้ชกายภาพ, โค้ชประตู มีคนเก็บข้อมูลสถิติ และมอบโจทย์ให้นักบอลไปทำการปรับปรุงแก้ไขในจุดต่างๆ ซึ่งเราก็ไม่รู้ว่าในการซ้อม ตอง ได้สามารถทำตามข้อแนะนำของเขาได้มากน้อยแค่ไหน สึเงโนะ เขาอยู่กับทีมมา 3 ปีก็คงเข้าใจทั้งในเรื่องแท็กติกการเล่นและการสื่อสารได้ดีกว่า ตอง อยู่แล้ว แต่ผมมั่นใจนะว่าเดี๋ยวพอเป็นเกมบอลถ้วย ตอง ก็จะได้โอกาสลงสนามแน่นอน เพื่อลงไปเล่นให้เขาดูว่าทำได้แค่ไหน เกมแรกจะให้ลงเลยมันคงเป็นเรื่องที่กดดันมากๆ ถ้าเกิดมีจังหวะผิดพลาดเสียประตูขึ้นมา ความมั่นใจทั้งของตัวเองและของทีมคงเละแน่ๆ ดังนั้นให้ สึเงโนะ ลงก่อนน่ะค่อนข้างดีสำหรับ ตอง มากกว่าครับ ผมคิดว่าอีกไม่นานเราก็จะได้เห็น ตอง ขึ้นมาเป็นมือหนึ่งของทีมแน่นอน รอเพียงจังหวะเวลาเท่านั้นเอง"

"ส่วน อุ้ม ธีราทร เรื่องตำแหน่งตัวจริงของไม่ต้องห่วงเลย เพราะอุ้ม ค่อนข้างปรับตัวเข้ากับระบบของโค้ชได้ดีมากๆ แล้ว แต่ผมมองว่าปีนี้จะเป็นปีที่ยากขึ้นไปอีกขั้นสำหรับทีม ไม่ใช่สำหรับ อุ้ม คนเดียวนะ เพราะปีที่แล้ว โยโกฮาม่า เป็นแชมป์ และการป้องกันแชมป์มันยากยิ่งกว่า เจลีกนี่น้อยครั้งมากนะครับที่จะมีทีมไหนป้องกันแชมป์ได้ เพราะที่ญี่ปุ่นแต่ละทีมเขามีนักสถิติวิเคราะห์คู่แข่งละเอียดมาก ยิ่งเป็นแชมป์เก่าเวลาเจอใครก็มีแต่ทีมอยากโค่น"

"ทีมอื่นๆ เขาศึกษารูปแบบการเล่นของ โยโกฮาม่า อย่างเต็มที่ เพราะปีที่ผ่านมา โยโกฮาม่า ดูไร้เทียมทานมาก แต่ก็ยังเล่นเหมือนเดิมคือถึงแม้จะครองเกมได้มากกว่า และใช้การเพรสซิ่งแย่งบอลจากคู่ต่อสู้กลับมาได้เร็ว เกมรุกจะมีตัวคล่องๆ อย่าง เทรุฮิโตะ นาคางาวะ กับ เอริค คอยเลี้ยงจี้กองหลัง มี มาร์กอส ซิลวา คอยเชื่อม โยโกฮาม่า แทบจะไม่มีการครอสบอลให้กองหน้าโหม่งแล้วได้ประตูเท่าไหร่เลย จุดอ่อนก็คือเวลาครองบอลเพลินๆ ก็จะมีจังหวะที่ถูกโต้กลับแล้วเสียประตูอยู่บ่อยครั้ง ตรงนี้แต่ละทีมก็ทำการบ้านมากันหมดแล้ว สิ่งที่นักวิเคราะห์เกมมองกันก็คือ โยโกฮาม่า อาจจะเริ่มถูกจับทางก็เป็นได้"

ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})

ข่าวใหม่วันนี้

ดูทั้งหมด