:::     :::

แตะหลัก 90 !

วันพฤหัสบดีที่ 09 กรกฎาคม 2563 คอลัมน์ ศาสดา On The Ball โดย ศาสดาลูกหนัง
597
ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
พรีเมียร์ลีกยุคแรกเริ่ม มักจะมีคำกล่าวว่า "ถ้าคุณอยากได้แชมป์ ต้องแพ้ไม่เกิน 6 นัด" ซึ่งนั่นหมายถึงค่าเฉลี่ยของทีมที่จะคว้าแชมป์ในฤดูกาลนั้นๆ นะครับ แต่ตอนนี้มาตรฐานที่ว่านั้นได้ถูกยกระดับขึ้นมาไกลมากพอสมควร ซึ่งลิเวอร์พูลของเจอร์เก้น คล็อปป์เองก็เช่นกัน พวกเขายกระดับตัวเองให้มีความสม่ำเสมอและทำผลงานระดับ 90 แต้ม+ ถึง 2 ฤดูกาลติดกันแล้วครับ


คำตอบของคล็อปป์ !!

   

           ลิเวอร์พูลนั้น ได้ชื่อว่าคว้าแชมป์เร็วที่สุดในประวัติศาสตร์ไปแล้วครับ ซึ่งนั่นก็ทำให้เกิดคำถามที่ว่า เจอร์เก้น คล๊อปป์นั้นจะตัดสินใจแบบไหน กับโปรแกรมที่เหลืออยู่  อย่างแรก คือ เดินหน้าใส่เต็มสูบ และไล่ล่าสถิติที่ต้องการต่างๆ ให้ได้ ไม่ว่าจะเป็นการทำแต้มเยอะสุด หรือ ชนะติดต่อกันในบ้านเยอะที่สุด หรืออย่างที่สอง คือ ให้โอกาสกับ พวกตัวสำรองและเด็กเยาวชน ให้มีโอกาสลงสนามพิสูจน์ฝีเท้า ในเกมที่เหลือ เพื่อที่จะได้โชว์ฟอร์มให้เข้าตาและพร้อมจะยกระดับตัวเองให้เป็นตัวเลือกของเจอร์เก้น คล็อปป์ในฤดูกาลหน้า  นัดที่เจอกับไบรท์ตันนี้คำตอบค่อนข้างชัดเจนแล้วครับ ว่าคล๊อปป์นั้น “เอาทุกอย่าง”  (ฮาาาา)  จริงๆ นั่นคือ เขานั้นให้โอกาสพวกดาวรุ่งและตัวสำรองให้มีโอกาสลงในเกมมากขึ้น แต่กระนั้นก็ยังไม่ทิ้งเกมไปเสียทีเดียว พวกเขายังดูมุ่งมั่นเพื่อที่จะเก็บแต้มและกวาดชัยชนะ เพื่อล่าสถิติต่อไปให้ได้ เกมนี้ก็็เช่นกันครับ เขาให้โอกาสกับ เนโกร วิลเลี่ยม ลงสนามในตำแหน่งแบ็กซ้าย ให้โอกาส อเล็กซ์ อ๊อกส์เลด-แชมเบอร์เลน ลงเล่นในตำแหน่งกองหน้าฝั่งซ้าย แม้ดูเหมือนว่าจะไม่ใช่ตำแหน่งที่ถนัดและคุ้นตาของทั้งคู่เท่าไร แต่นาทีนี้ถ้ามีโอกาสได้ลงสนาม ยังไงทั้งสองคนก็เต็มใจที่จะลงมามีส่วนร่วมกับเพื่อนร่วมทีมมากกว่าที่จะนั่งกร่อยอยู่ข้างสนามแน่นอนล่ะครับ อีกคนที่ได้รับโอกาสเช่นกัน แต่น่าจะเป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ต่างออกไปคือ นาบี  เกอิต้า ที่ดูเหมือนว่าเขากำลังเรียกฟอร์มเก่ง คืนกลับมาได้อีกครั้งในช่วงนี้ นอกนั้นก็ยังเป็นชุดหลักๆ เดิมๆ ของทีมครับ นั่นแสดงให้เห็นว่าคล็อปป์นั้นยัง “เอานะ” อยู่เหมือนกัน

การกลับมาขอเกเก้น เพรสซิ่ง


           ช่วงหลังๆ มานี้เราแทบไม่ได้เห็นการเพรสซิ่งของลิเวอร์พูลกันเลยครับ อาจจะด้วยสาเหตุทีี่ว่าพวกเขาต้องเซฟแรงไว้ หรือไม่ก็คู่แข่งส่วนใหญ่จะมาเน้นตั้งรับเสียมาก จนไม่มีโอกาสได้ใช้เกมเพรสซิ่งเป็นอาวุธเท่าไรนัก แต่เกมกับไบรท์ตันนี้ทางเจ้าถิ่นไม่ได้เกรงกลัวและตั้งรับเป็นรถบัสกับพวกเขาเท่าไรนัก และค่อนข้างจะเปิดเกมสู้ด้วยซ้ำ ซึ่งนั่นก็ทำให้พวกเขาต้องต่อบอลชึ้นมาจากแดนตัวเองอยู่บ่อยๆ และตรงนั้นเองเป็นจุดที่ลิเวอร์พูลเล่นงานพวกเขาได้อยู่หมัดเลยทีเดียวครับ เกมนี้พวกเขาเล่นเพรสซิ่งกดดันเจ้าถิ่นตั้งแต่ในแดนของไบรท์ตันเอง และทำได้อย่างยอดเยี่ยมเสียด้วย โดยเฉพาะกับนาบี เกอิต้า ที่เกมนี้โชว์ฟอร์มได้ร้อนแรงอีกครั้ง เมื่อเขาโชว์ความขยันไล่บี้กดดัน จนเป็นกุญแจสำคัญที่ให้ลิเวอร์พูลนำเจ้าถิ่นตั้งแต่ไก่โห่ จากโม ซาล่าห์ และหลังจากนั้นไม่นานก็เหมือนหนังม้วนเดิม เมื่อเกอิต้าตัดบอลจากการขึ้นเกมของผู้เล่นไบรท์ตันได้อีกครั้ง จนสุดท้ายก็ไปจบที่การยิงปั่นโค้งอย่างสุดสวยของกัปตันเฮนโด้ ทำให้ลิเวอร์พูลนำไป 2-0 ตั้งแต่ยังไม่พ้น 10 นาทีด้วยซ้ำ แต่พอได้ประตูนำเร็ว ลิเวอร์พูลเองก็ผ่อนเกมลงไประดับหนึ่ง ซึ่งนั่นก็เปิดโอกาสให้กับไบรท์ตันได้มีโอกาสกลับมาสู่เกมของพวกเขาได้อีกครั้ง




เกมแรกของเจ้าหนูเนโก้

           เนโกร วิลเลี่ยมนั้น ได้โอกาสลงสนามให้กับชุดใหญ่ลิเวอร์พูลมาบ้างแล้วก็จริง แต่ส่วนใหญ่ก็จะเป็นการเปลี่ยนตัวลงมา และมักจะลงสนามในตำแหน่งแบ็กขวาที่ตัวเองถนัดครับ แต่ในเกมนี้เจ้าตัวได้รับโอกาสลงเล่นในตำแหน่งแบ็กซ้ายที่เจ้าตัวไม่ถนัดเท่าไร ซึ่งผลงานก็ตามความถนัดของเจ้าตัวนั่นแหละครับ (ฮา) ด้วยความที่เขาเองนั้นไม่ใช้คนที่ถนัดเท้าซ้ายธรรมชาติ ทำให้เกมรุกส่วนใหญ่ก็มักจะช้าไปจังหวะหนึ่งเสมอ เนื่องจากว่าเขานั้นต้องแต่งบอลให้เข้าเท้าขวาข้างที่ถนัดของเขาก่อน ทำให้เกมรุกด้านซ้ายขาดความต่อเนื่องไปเหมือนกัน แม้จะมีลูกขยันวิ่งขึ้นมาเติมตลอดแต่จังหวะสุดท้ายยังถือว่าทำได้ไม่ดีเท่าไรจริงๆ  ในส่วนของเกมรับ ก็แสดงให้เห็นว่าเขานั้นยัง “ละอ่อน” อยู่มากพอสมควรเหมือนกัน ซึ่งตรงนี้เป็นเรื่องของประสบการณ์นั่นแหละครับ ตามที่เห็นนั้นผมคิดว่าความเร็วของเจ้าหนูคนนี้ไม่ได้เป็นรองแนวรุกของไบรท์ตันเท่าไรเลย แต่”เหลี่ยม” และ “จังหวะ” การวิ่งและการเข้าสกัดนั้นยังไม่ดีเท่าไร ทำให้พื้่นที่ของเขานั้นเป็นเป้าหมายให้คู่แข่งโจมตีตลอดครึ่งแรก และสุดท้ายเจ้าถิ่นก็ได้ประตูตีตื้นจากการโจมตีพื้นที่ฝั่งนี้จนได้ เมื่อแลมป์เตย์แบ็กขวาดาวรุ่งของเจ้าถิ่นครอสบอลเข้าไปที่จุดนัดพบบริเวณจุดโทษให้ทรอสซาร์เอี้ยวตัวกดด้วยขวาแบบไม่จับบอลพุ่งทะลุอลิสซอนเข้าไปอย่างเด็ดขาด ปิดฉากครึ่งแรกไปแบบเสียวๆ  โดยรวมๆ ก็ถือว่าเจ้าหนูเนโกรนั้น หัวจิตหัวใจห้าวเกินตัวจริงๆ ที่ยังขาดก็แค่ประสบการณ์เท่านั้น แต่เห็นแบบนี้ก็น่าจะการันตีได้ว่า ประตูสู่ชุดใหญ่ของเจ้าตัวนั้นเปิดกว้างรอรับอยู่ในฤดูกาลหน้าจริงๆ 


ยังมุ่งมั่นเต็มร้อย

           ลิเวอร์พูลนั้นไม่ได้นิ่งนอนใจและพึงพอใจกับสกอร์ 2-1 ที่เห็นนี้แต่อย่างใด เจอร์เก้น คล็อปป์จัดการเอาเนโกร วิลเลี่ยมที่เป็นเป้าโจมตีของคู่ต่อสู้แถมยังมีใบเหลืองติดตัวอยู่ออกจากสนามและเอาแบ็กซ้ายตัวจริงอย่างแอนดี้ โรเบิร์ตสันลงสนามแทน และนั่นก็ทำให้เกมทางฝั่งซ้ายของลิเวอร์พูลดีขึ้นทั้งรุกและรับ แต่ก็ยังไม่สามารถทำประตูฉีกหนีออกไปได้ แต่เกมส่วนใหญ่ก็แทบจะเป็นเกมของลิเวอร์พูลอยู่ฝั่งเดียวแล้ว จนกระทั่งเมื่อคล็อปป์ขยับตัวอีกครั้งเอาฟาบินโญ่ กับ มาเน่ลงสนามมาแทนเกอิต้า กับ อเล็กซ์ อ๊อกส์เลด-แชมเบอร์เลน เกมทุกอย่างก็อยู่ในมือของลิเวอร์พูลโดยสิ้นเชิง และพวกเขาก็ได้ประตูหนีห่างไปสมใจ เมื่อโรเบิร์์ดสันเปิดลูกเตะมุมมาจุดนัดพบที่เสาแรกให้โม ซาล่าห์โฉบมาโหม่งเช็ดเสียบเสาเข้าไปอย่างเด็ดขาด แต่กระนั้นความมุ่งมั่นของนักเตะลิเวอร์พูลก็ไม่ได้ลดน้อยถอยลงไปเลย พวกเขายังเดินหน้าล่าประตูที่ 4 กันต่อไป โดยเฉพาะโม ซาล่าห์ ที่เกมนี้เล่นได้อย่างยอดเยี่ยม และโหยหาแฮตทริกเสียเหลือเกิน เขาพยายามวิ่งทำทาง วิ่งทะลุช่อง ยิงปั่นไซด์ หรือแม้แต่โฉบมาโหม่ง แต่สุดท้ายแล้ว เจ้าตัวก็อดได้แฮตทริกในเกมนี้จนได้ แต่พอเห็นแบบนี้ แฟนๆ ก็น่าจะเบาใจได้ล่ะครับ ว่านักเตะลิเวอร์พูลนั้น ยังมีไฟและพร้อมไล่ล่าชัยชนะและสถิติต่อไป ไม่มีเหยาะแหยะอย่างที่ห่วงกันแน่นอน

           ด้วยทัศนคติที่คล็อปป์ปลูกฝังไว้ในตัวนักเตะทุกคน ตอนนี้มันได้ออกดอกออกผลและเบ่งบานอย่างสวยงามเหลือเดินครับ  การได้ 90+คะแนนต่อฤดูกาลนั้นไม่ใช่เรื่องที่ทำกันง่ายๆ เลย แต่กับลิเวอร์พูลในมือของเจอร์เก้น คล็อปป์นั้น เขาทำให้เราเห็นกันจนเหมือนเป็นเรื่องปกติไปเสียแล้ว ลิเวอร์พูลในวันแรกที่เจอร์เก้นคล็อปป์เดินเข้ามาในสโมสรกับลิเวอร์พูลในตอนนี้นั้น ได้ยกมาตรฐานตัวเองมาได้สูงเหลือเกิน

ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})

ข่าวใหม่วันนี้

ดูทั้งหมด