:::     :::

โอกาสที่ต้องคว้า

วันอาทิตย์ที่ 12 กรกฎาคม 2563 คอลัมน์ ผีตัวที่ 13 โดย โกสุ่ย
3,606
ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ผลการแข่งขันที่ บรามอลล์ ถือว่าเป็นใจให้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อย่างมาก เพราะการปราชัยของ เชลซี ที่มีให้กับ เชชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ถือเป็นโอกาสที่ ปิศาจแดง จะขยับเข้าพื้นที่ 'ท็อป 4'

สกอร์เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาถือว่าผิดาดไปมาก เพราะคงไม่มีใครเชื่อว่าสิงโตน้ำเงินคราม จะบุกไปแพ้ ดาบคู่ แบบเละเทะ 0-3

แม้ชื่อชั้นของลูกทีม แฟร้งค์ แลมพาร์ด เหนือกว่าและเป็นฝ่ายครองเกมได้ตลอด 90 นาที แต่นั่นเป็นสิ่งที่ คริส ไวล์เดอร์ กุนซือ 'เดอะ เบลดส์' วางไว้และตั้งใจให้เป็นไป

พวกเขาทราบดีว่าหากสู้กันในเรื่องของทักษะชั้นเชิงนักเตะแล้วคงเป็นรองทีมเงินถึงจากลอนดอนแน่นอน ทำให้ ไวล์เดอร์ สั่งลูกทีมเน้นรัดกุม คุมพื้นที่ และรอโอกาสฉวยโอกาสเข้าทำซึ่งเป็นที่มาของทั้ง 3 ประตูในเกมดังกล่าว

ต้องชม เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ที่งัดผลงานยอดเยี่ยมมาได้ถูกที่เวลาและส่งผลดีกับ ปิศาจแดง ของ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ที่กำลังจะมีคิวลงเตะในวันจันทร์นี้การเปิด โอลด์ แทรฟฟอร์ด รับมือ เซาธ์แฮมป์ตัน ที่กำลังมั่นใจอย่างมากับผลงานในช่วงหลังของพวกเขา




'นักบุญ' มักจะเป็นทีมที่ทำให้ ผีแดง เจองานหนักในช่วงที่ผ่านมานับเฉพาะ7 เกมหลังสุดจากทุกรายการ พลพรรคปิศาจแดงเอาชนะไปได้ 3 เสมอ 4 ทว่าในแต่ละเกมล้วนยากลำบากกว่าจะเอาชนะมาได้

ยิ่งตอนนี้ลูกทีมของ ราล์ฟ ฮาเซนฮึกเทิ่ล ลอยลำไปแล้วสามารถลงเล่นได้อย่างไร้แรงกดดัน นั่นจะเป็นอาวุธที่ดีของทีมเยือน รวมไปถึงกองหน้าที่กำลังฟอร์มแรงอย่าง แดนนี่ อิงส์  ซึ่งกดไป 19 ประตู จะเป็นอีกหนึ่งอาวุธที่แนวรับ ปิศาจแดง ต้องระวังและห้ามผิดพลาดโดยเด็ดขาด 

นั่นคือสิ่งที่นักเตะ แมนฯ ยูไนเต็ด ต้องระวัง โดยเฉพาะการปิดกั้นจังหวะสวนกลับของฝ่ายตรงข้ามให้ได้ รวมไปถึงปิดโอกาสไม่ให้ อิงส์ มีจังหวะเข้าทำเพื่อลดโอกาสที่ทีมจะเสียประตู ซึ่งเราจะได้เห็นมาตลอดว่าในช่วงหลังว่า นักบุญ ได้ประตูจากจังหวะการตัดบอลแดนกลางและเปลี่ยนเป็นประตูอยู่หลายครั้ง

พวกเขาอาศัยการกดดันในแดนกลางและฉวยโอกาสเอฝ่ายตรงข้ามเสียบอล แถมกองหน้า อิงส์ และ เช อดัมส์ ต่างมีความเร็ว รวมไปถึงบรรดาปีกสองฝั่งอย่าง เนธาน เรดมอนด์ และ สจ๊วร์ต อาร์มสตรอง ก็พร้อมเล่นงานแนวรับฝ่ายตรงข้ามได้ทุกเมื่อ

มันคือสิ่งที่ โซลชา คงได้บอกย้ำไปยังนักเตะในแดนกลางไม่ว่าจะเป็น บรูโน่ แฟร์นันด์ส, ปอล ป็อกบา และ เนมันย่า มาติช หรือแม้แต่นักเตะคนอื่นๆ ให้พยายามครองบอลอย่างเหนียวแน่นหรือออกให้แม่นยำเพื่อตัดโอกาสการสวนกลับของฝ่ายตรงข้าม

และคงรวมไปถึงบรรดาฟูลแบ็กที่ต้องระวังตัวมากขึ้น เพราะเกมที่ผ่านๆ มาพวกเขาดันเกมสูงถึงกรอบเขตโทษฝ่ายตรงข้าม แต่กับการดวลกับ เซาธ์แฮมป์ตัน คงมีการปรับตำแหน่งการยืนให้รัดกุมมากกว่าเดิม




ตอนนี้นักเตะ ปิศาจแดง เต็มไปด้วยความมั่นใจก็จริง และเพิ่งสร้างสถิติเป็นสโมสรแรกในประวัติศาสตร์ของพรีเมียร์ลีกที่เอาชนะคู่แข่งด้วยจำนวน 3 ประตูหรือมากกว่าได้ 4 นัดต่อต่อกัน แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับการลงสนามคือในวันจันทร์นี้คือประตูแรกของเกมที่จะทำให้รูปเกมเอนเอียงไปยังฝ่ายที่ขึ้นนำได้ก่อน

แม้เกมล่าสุดที่ โรงละครแห่งความฝัน นักเตะปิศาจแดงจะโดน บอร์นมัธ นำไปก่อน แต่นี่เป็นคู่แข่งคนละทีม รวมไปถึงการเล่นที่น่าจะสร้างปวดหัวให้กับลูกทีม โซลชา ได้ไม่น้อย

กระนั้นสิ่งที่ยังพอวางใจได้ดีคือแนวรุกที่ทำผลงานได้อีอย่างต่อเนื่อง รวมไปถึงแดนกลางที่สร้างโอกาสเข้าทำได้อย่างมากมาย และนี่คือสิ่งที่แข้งผีแดงต้องอาศัยจุดแข็งของทีมในตอนนี้รีบฉวยโอกาสให้เร็วเพื่อให้ตนเองไม่ต้องกดดันและเจอความอึดอัดเมื่อเวลาดำเนินไป

จะว่าไปแล้วสิ่งที่น่าสนใจอีกอย่างในการลงสนามวันจันทร์นี้คงหนีไม่พ้น 11 ตัวจริงใน พรีเมียร์ลีก ที่ โซลชา ยึดชุดเดิมมาแล้ว 4 นัด และทำผลงานยอดเยี่ยมด้วยการสอยตาข่ายฝ่ายตรงข้าม 14 ประตู

น่าสนใจว่ากุนซือชาวนอร์เวย์ตะยังคงยึดชุดเดิมต่อไปหรือไม่ เพราะหลังจากนี้ทีมต้องลงสนาม 5 นัดในรอบ 14 วัน ซึ่งแต่ละเกมล้วนแล้วมีความสำคัญอย่างยิ่งทั้งในเรื่องของการลุ้นพื้นที่ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก และการแย่งตั๋วรอบชิงชนะเลิศ เอฟเอ คัพ กับ เชลซี ซึ่งมาคั่นโปรแกรมลีกในวันที่ 19 กรกฎาคมนี้




นั่นเป็นเรื่องที่แฟนบอลให้ความสนใจไม่น้อยว่า 11 ตัวจริงจะชุดเดินแบบนี้ต่อไปหรือไม่ เพราะปฏิเสธไม่ได้ว่าผลงานของตัวจริงชุดนี้โดดเด่นอย่างมาก โดยเฉพาะแนวรุกที่มีการเข้าอย่างเผ็ดร้อนและสร้างโอกาสได้มากมาย

สิ่งเหล่านี้คือการตัดสินใจของ โซลชา และทีมงานที่ใกล้ชิดนักเตะและสามารถประเมินความพร้อมได้อย่างละเอียด นอกจากนั้นยังเชื่อว่านักเตะทุกๆ คนพร้อมงัดพละกำลังในร่างกายเพื่อเดินหน้าเต็มที่กับช่วงโค้งสุดท้ายของการลงเล่นฤดูกาล 2019/20 ทั้งในลีก และ เอฟเอ คัพ

เพราะนี่คือโอกาสที่จะได้พิสูจน์ว่าพวกเขามีความมุ่งมั่นและพร้อมพาทีมเดินหน้าไปยังเป้าหมายที่วางไว้ บวกกับโอกาสที่เปิดกว้างและมันขึ้นอยู่กับพวกเขาแล้ว ในตอนนี้ เชื่อว่าทุกๆ จะวิ่งเต็มที่เกิน 100 อย่างแน่นอน

ยิ่งการให้สัมภาษณ์ของ โซลชา ในช่วงที่ผ่านมาก็น่าจะตอกย้ำว่าเขาได้ 11 ตัวจริงที่ลงตัว และคงจะใช้งานต่อไปเรื่อยๆ จนกว่านักเตะจะหมดแรงไปข้างหนึ่ง

"มีหลายๆ สิ่งที่คุณต้องพิจารณาเมื่อคุณจัดการทีม เรามีนักเตะหลายคนที่อยากลงสนามจนรอไม่ไหว มีหลายๆ เรื่องที่ต้องตัดสินใจ แต่พวกเขาทำให้ง่ายขึ้นด้วยการเล่นและการทำผลงานที่ดี ถ้าเราไม่มีนักเตะที่บาดเจ็บมากเกินไป ไม่มีเหตุผลที่จะเปลี่ยนทีมมากนักเมื่อคุณกำลังทำผลงานได้ดี"




จากบทสัมภาษณ์บางส่วนของเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา คงทำให้แฟนบอลเดาใจ โอเล่ ได้ว่า 11 ตัวจริงในเกมปะทะ เซาธ์แฮมป์ตัน คงไม่เปลี่ยนไปจากเดิม และยังเป็นผู้เล่นที่กำลังทำผลงานได้ดีลงสนามต่อไป 

เหตุผลหลักคือผลงานที่ต่อเนื่องจึงไม่มีเหตุผลที่ต้องเปลี่ยนแปลงอย่างที่ โซลชา กล่าวไว้ นอกจากนั้นการเล่นของ 11 นักเตะในชุดที่ผ่านมายังลงตัวและแสดงให้เห็นถึงการที่เป็นรูปเป็นร่างที่ชัดเจน โดยเฉพาะการเข้าทำของทีมและการสร้างโอกาสที่มากขึ้นกว่าที่ผ่านมา

โอกาสเปิดกว้างแบบนี้ อยู่ที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แล้วว่าจะสามารถคว้ามันมาครองได้หรือไม่ เพราะหากทำสำเร็จก็จะทำให้สถานการณ์พลิกกลับมาอยู่ในมือของพวกเขา

หลังจากเป็นผู้ไล่ตามมาตั้งแต่พ้นเกมที่ 4 ของฤดูกาล ตอนนี้ ปิศาจแดง มีโอกาสอันดีที่จะกลับเข้าไปในพื้นที่ 'ท็อป 4' อันเป็นพื้นที่เป้าหมายของ โซลชา และลูกทีมในฤดูกาลนี้

ท้ายที่สุดอยู่ที่ขุนพลปิศาจแดงแล้วว่าจะสามารถเข้าไปยึดพื้นที่และสร้างความได้เปรียบในช่วงโค้งสุดท้ายแบบนี้ได้หรือไม่ ... ต้องติดตาม



ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})

ข่าวใหม่วันนี้

ดูทั้งหมด