:::     :::

"จะตกอับหรือจะอัพเกรด" และแผ่นไม้แห่งความตายของ Daniel James

วันพุธที่ 15 กรกฎาคม 2563 คอลัมน์ #BELIEVE โดย ศาลาผี
13,264
ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
สถานะของเจมส์ในทีมกำลังลดระดับลงเรื่อยๆ จากตัวจริง11คนแรก ตอนนี้กลายเป็นตัวสำรองรอลงช่วงท้ายเพื่อเปลี่ยนเกมแล้ว หากปีหน้าปีกขวาตัวใหม่มา เขาจะยิ่งลดระดับลงไปจนกลายเป็นแค่แบ็คอัพตัวรองกว่านั้นอีก หนทางเดียวที่เจมส์จะอยู่รอดได้ก็คือต้องไปอัพเกรดร่างสุดยอดมาสู้ในการแย่งตำแหน่งเท่านั้น

ในช่วงเวลาที่แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดกำลังไปได้สวยกับฟอร์มการเล่นกระฉูดแตกของแนวรุกสุดโหดที่ยิงกระจุยกระจายทุกเกมของสามกองหน้าตัวหลักอย่าง Martial, Rashford และ Greenwood อยู่นั้น อีกมุมหนึ่งในโลกคู่ขนานของเหล่าฮีโร่ที่แฟนผีกำลังได้ปลื้มอยู่ มีผู้เล่นตำแหน่งปีกอีกคนซึ่งแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดคว้าตัวเขาเข้ามาในซีซั่นนี้เช่นกัน

ใช่แล้ว Daniel James นั่นล่ะที่เรากำลังจะพูดถึง 

สาเหตุที่เรื่องนี้เป็นอีกหนึ่งissueที่ต้องหยิบยกมาพูดนั้นเป็นเพราะว่า เราอาจจะมองเห็นกันแต่ส่วนสำคัญที่เป็นหน้าฉากของผลงานสุดยอดขณะนี้ของทีม แต่คำว่า "ทีม" มันไม่ได้หมายถึงแค่ "นักเตะ11ตัวจริงหลัก" แค่อย่างเดียว แต่ทีมคือทุกภาคส่วนของแมนยูไนเต็ดซึ่งมันมีหลายelementsไม่ว่าจะเป็น นักฟุตบอลตัวหลัก นักเตะตัวสำรอง นักเตะเยาวชนดาวรุ่งฝึกหัด ทีมโค้ช ผู้จัดการทีม ผู้ช่วย ฝ่ายดูแลความพร้อมส่วนอื่นๆ ฯลฯ

ชัดเจนว่า "ทีม" ไม่ได้มีเพียงแค่ "ผู้เล่น11ตัวจริง" ดังนั้นมันจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมเราจึงไม่ควรละเลยนักเตะที่มีบทบาทเป็น"ส่วนหนึ่งของทีม" อย่างแดเนียล เจมส์ไปได้

Daniel James นั้นคืออีกตัวที่เราซื้อเข้ามาเสริมทัพในฤดูกาลนี้ด้วยค่าตัว 15ล้านปอนด์เท่านั้นจากSwansea City ซึ่งก็ถือว่าราคาไม่แพงเกินไปสำหรับนักบอลคนนึงที่เป็นดาวรุ่งอายุน้อยมากและมีแววจะพัฒนาไว้ใช้งานได้ระยะยาวในอนาคต ซึ่งในช่วงครึ่งแรกของฤดูกาล แดนเจมส์นั้นอยู่ในสถานะ "แนวรุกตัวจริง" ของทีมเสมอ

ไม่ว่าจะเป็นformation 4-2-3-1 เจมส์ก็จะอยู่ตำแหน่งปีกขวาตัวจริงในระบบฟร้อนท์ทรี

หรือจะเป็น 5-3-2 น้องก็ยังคงเป็น "ตัวจริง" ในระบบกองหน้าคู่อีก โดยจับคู่กับมาร์กซิยาลเป็นหลักๆแทบทุกเกมที่ใช้สูตรนี้

สถานะของ Daniel James ต้นฤดูกาล2019/20 คือ "นักเตะตัวจริง11คนแรกที่ไม่ว่าแผนไหนก็ต้องได้ลงสนาม"

"2019/20's original front 3" Rashford Martial James

แต่เมื่อฤดูกาลมันผ่านมาเรื่อยๆไปพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงที่ค่อยๆเกิดขึ้น ดังนั้นสถานะนี้ของเจมส์มันจึงเริ่มสั่นคลอน และในที่สุดความเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัดสุดก็คือ "ตลาดนักเตะหน้าหนาว" ช่วงเดือนมกราคมที่ผ่านมา แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดนั้นเสริมทัพเข้ามาเพิ่มอีกทีเดียวสองคน นั่นก็คือรายของบรูโน่ แฟร์นันด์ส และ โอดิออน อิกาโล่ 

ซึ่งเป็นแนวรุกทั้งสองคนเน้นๆ

ดังนั้นตัวเลือกของการจัดนักเตะแนวหน้าของทีมมันจึงเกิดoptionใหม่ๆขึ้นมากมาย เช่นกองหน้าตัวเป้าที่อิกาโล่สแตนด์บายตลอดเวลา ส่วนกลางรุกก็กลายเป็นบรูโน่ที่มายึดตำแหน่งตัวจริงยาวๆ ทำให้ส่งผลทั้งทางตรงและทางอ้อมต่อเจมส์ เช่น การมีกองหน้าเพิ่มอีกหนึ่งตัวที่เข้ามาเบียดพื้นที่3ตำแหน่งในแดนหน้า หรือจะเป็นการที่ทีมได้AMCฝีเท้าสุดยอดมาเป็นหลักประจำตำแหน่งแล้ว ยิ่งทำให้โอเล่ กุนนาร์ โซลชานั้น กล้าที่จะยึดแผนการเล่นนี้มากขึ้นกว่าเดิมอีก ลากยาวมาจนกระทั่งถึงตอนนี้เลย 4-2-3-1 ก็ยังเป็นแผนหลักที่เขาใช้อยู่

เรื่องนี้นั้นถามว่ากระทบยังไงบ้าง แน่นอนคือ โอเล่ก็จะใช้ระบบกองหน้าสามตัวในการลงเล่นเป็นหลักๆ ซึ่งตัวจริงของโอเล่นั้นอย่างน้อยๆในยามที่ทุกคนฟิตสมบูรณ์ โซลชาก็มักจะยึดเอาสองคู่หู "หมากแรช" Martial กับ Rashford ลงสนามไปก่อนแล้ว 2 slots ในตำแหน่งหน้าเป้า และ ปีกซ้าย

เรื่องของปีกซ้ายนั้น โอเล่มองแรชฟอร์ดเป็นปีกซ้ายเบอร์หนึ่งของทีมเสมอ ดังนั้นเจมส์แทบไม่มีสิทธิ์มาลงปีกซ้ายได้เลยหากว่าแรชฟอร์ดยังคงลงตัวจริงหรืออยู่ในสนาม

ตัดไปแล้วหนึ่งตำแหน่ง

เหลืออีกหนึ่งตำแหน่งนั่นก็คือ "ปีกขวา" ซึ่งยังพอมีโอกาสบ้าง เพราะเป็นตำแหน่งเดียวที่ทีมยังขาดอยู่จริงๆจังๆ ยังไม่มีผู้เล่นถาวรมาฝังตัวในจุดหน้าขวาของทีม

ซึ่งเพราะเนื่องจากว่าตำแหน่งของเจมส์มันเป็น Winger แท้ ดังนั้นจุดที่เขาเล่นได้จะมีเพียงแค่ ปีกสองข้างที่เล่นริมเส้นเท่านั้น (ซ้าย-ขวา) แต่ไม่มีoption ในการไปยืนกองหน้าตัวกลางให้ทีมได้ ดังนั้นฝั่งขวาจึงเป็นเหมือนฟางเส้นสุดท้ายที่แดเนียล เจมส์จะเกาะได้ ดังนั้นช่วงก่อนหน้านี้ในเดือนมกรา กุมภา ก็จะยังเห็นแดน เจมส์ ลงปีกขวาตัวจริงอยู่บ้างเรื่อยๆ

แต่ปัจจัยอีกอย่างหนึ่งก็เกิดขึ้นมาในที่สุด นั่นก็คือ การพัฒนาตัวเองขึ้นมาแย่งตำแหน่งโดย เมสัน กรีนวู้ด นั่นเองที่ทำให้เจมส์เสียที่นั่งสุดท้ายของเขาไป

ตำแหน่ง "ปีกขวา" สำหรับแดนเจมส์นั้นก็เปรียบเสมือนกับ "แผ่นไม้คาร์นีอาดีส" (Plank of Carneades) ที่ลอยอยู่กลางมหาสมุทร แล้วมีผู้ที่กำลังจะจมน้ำสองคน ต่างคนต่างว่ายเข้ามาหาแผ่นไม้สุดท้ายที่จะทำให้รอดนี้ไปได้

และสุดท้ายก็จะมีเพียงแค่หนึ่งคนที่สามารถชิงไม้ลอยน้ำที่ว่านี้ไปได้ ไม่ว่าคุณจะว่ายมาถึงก่อนหรือไม่ ก็อาจจะโดนคนหลังที่ว่ายตามมาถึงแผ่นไม้นั้น ผลักตกน้ำไปได้เช่นกันถ้าเขาแข็งแกร่งกว่า (เห็นภาพกรีนวู้ด ผลักเจมส์ลงจากไม้แผ่นนี้เลย)

แหม่ ไอ้รูปนี้ก็ช่างตอกย้ำเป็นใจซะเหลือเกิน

เมสัน กรีนวู้ด ในฤดูกาลนี้ทำให้เราเห็นกันตั้งแต่ช่วงต้นซีซั่นแล้วว่า เขาเป็นดาวรุ่งที่ขึ้นมาเป็นส่วนหนึ่งของทีมชุดใหญ่ และมีการยิงทำประตูที่น่ากลัวมากๆ ดังนั้นในระยะแรก เมสัน กรีนวู้ด จึงถูกโอเล่ใช้งานในลักษณะของการเป็นตัวJokerให้ทีม ที่จะส่งเขาลงมาในยามคับขันที่ "ต้องการประตู" เท่านั้น  หากไม่ใช้สถานการณ์นั้น โอเล่มักจะดรอปกรีนวู้ดเป็นสำรองเสมอ

กรีนวู้ดที่ยังไม่มีประสบการณ์ในการลงเล่นเป็นตัวจริงของเกมระดับสูงมากนัก ก็จะถูกใช้งานเช่นนี้ในช่วงแรกๆ ซึ่งด้วยความที่เจ้าไม้เขียวยังทำได้แค่การ "ยิงประตู" เท่านั้น แต่สกิลด้านอื่นๆยังไม่ดี ไม่ว่าจะเป็นการมีส่วนร่วมกับเกม การครองบอล จ่ายบอล การสร้างสรรค์เกมรุก หรือแม้กระทั่งการจะใช้ความเร็วในการเล่นเกมเค้าท์เตอร์แอทแท็ค เมสันยังไม่มีอะไรเลยนอกจากเรื่องยิง ดังนั้นเขาจึงเป็นแค่สำรองของแดเนียล เจมส์เท่านั้น

แต่หลังจากที่บรูโน่เข้ามา ทำให้ทีมได้ตัวเชื่อมเกม และผู้ที่ทำหน้าที่สร้างสรรค์จินตนาการเกมรุกนั้น ทำให้ระดับความสำคัญของการเล่นของแดนเจมส์ยิ่งลดลงไปอีก เพราะจากเดิมเขาคือ 1ใน2 ตัวที่ทีมขาดไม่ได้ในการเปิดเกมรุก นั่นก็คือ แรชฟอร์ด กับ เจมส์ เป็นตัวขึ้นเกมหลักเลย (ป็อกบาเจ็บยาวอยู่ไงอย่าลืม)

โดยที่จะใช้ในเกมสวนกลับเร็ว (ซ้ายแรช ขวาเจมส์ หมากวิ่งกลาง) และเกมครองบอลค่อยๆหาทางบุกใส่ ทีมเราที่ยังไม่มีบรูโน่จะต้องพึ่งพาแรชที่มักจะเปิดเกมเสมอ หรือรอหวังเอาลูกที่เจมส์จะวิ่งฉีกเอาชนะตัวประกบ แล้วเปิดครอสเข้ากลางให้ยิงจบสกอร์

เมื่อก่อนทีมมีแค่สองคนนี้จริงๆ

พอบรูโน่เข้ามา มันก็มีคนเปิดเกมรุกแทนเจมส์แล้วเรียบร้อย ยิ่งทำให้บทบาทของเจมส์ตรงนี้ลดลง กลายเป็นว่ากองหน้าทุกตัวไม่ต้องทำหน้าที่ปั้นเกมแล้ว เหลือแค่รอชิงจังหวะยิงประตูเลยอย่างเดียว

เอาแค่นี้ก็จะเห็นแล้ว่า แดเนียล เจมส์นั้น แทบจะไม่เหลืออะไรแล้ว เพราะมีคนขึ้นเกมบุกให้แล้ว ไม่ว่าจะต่อบอลขึ้นมา หรือการเปิดบอลเข้าพื้นที่สุดท้ายจากบรูโน่ เป็นต้น

เท่านั้นยังไม่พอ เมสัน กรีนวู้ด ที่แต่เดิมทำได้แค่รอลงมายิงในช่วงทีมต้องการประตู ตอนนี้ช่วงเวลาที่หายไประหว่างโควิด กรีนวู้ดก็ไปอัพเกรดร่างกายตัวเองขึ้นมาหนาและแข็งแกร่งกว่าเดิมอย่างชัดเจนมาก เพื่อที่จะรองรับการใช้งานหนักในเกมปะทะของพรีเมียร์ลีกอย่างชัดเจน

เมื่อรวมกับ สกิลการจบสกอร์ การยิงประตูของเมสันแล้ว กลายเป็นว่า เมสันมีอาวุธอื่นใช้ในสนามอย่างจริงๆจังๆ ทั้งร่างกายที่พร้อมมากขึ้นกว่าเดิม และความกล้าที่จะเล่น โดยนำเอาสปีดความเร็ว มารวมกับทักษะการเลี้ยงบอลที่แต่เดิมก็มีอยู่แล้ว (สมัยอยู่ทีมสำรองนี่ก็ตัวกระชากบอลขึ้นหน้าเลย)

เมสัน กรีนวู้ด กลายเป็นตัวครบเครื่องที่ฟอร์มโดดเด่นกว่าเดิม จริงๆฟอร์มเขาแซงเจมส์มาสักพักแล้วที่ระยะหลังสร้างผลงานไม่ค่อยได้  ปัจจุบันนี้กลายเป็นว่า เมสัน กรีนวู้ด ฟอร์มดีกว่าเจมส์แบบครึ่งต่อครึ่ง เมื่อเขาสามารถลงสนามเป็นตัวจริงยาวๆได้ แถมทำประโยชน์ให้ทีมได้มากโดยเฉพาะเป็นส่วนหนึ่งของการบุก ที่สามารถฝากความหวังในการยิงประตูได้มากพอๆกับตัวหลักอย่างมาร์กซิยาล แรชฟอร์ดได้แล้ว

สถานะของ Daniel James ในช่วง ปลายฤดูกาล 2019/20  จึงลดเหลือเพียงแค่ "ตัวสำรอง" แบบเต็มๆ 

(2019 ตัวจริง > 2020 ตัวสำรอง)

สลับสถานะกันโดยตรงกับ เมสัน กรีนวู้ดเลย จากที่เคยเป็นตัวจริง กรีนวู้ดสำรอง ตอนนี้ กรีนวู้ดเป็นตัวจริงยาวๆแล้ว และเจมส์ก็กลายเป็นแค่ตัวสำรองรอเปลี่ยนอย่างเดียวเท่านั้น ไม่มีโอกาสได้ลงเป็น11คนแรกในเกมสำคัญๆอีกต่อไป

ฤดูกาล 2020/21 ที่กำลังจะมาถึงในซีซั่นหน้าในช่วงกลางเดือนกันยายนนั้น แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดก็ได้มีข่าวการเสริมทีมมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตำแหน่งตัวรุกฝั่งขวาที่ทีมขาดมาตลอด ซึ่งเป้าหมายหลักที่ข่าวแรงๆ และเป็นข่าวจริงซะด้วยนั่นก็คือ จาดอน ซานโช่ ที่ทำท่าว่าน่าจะได้ย้ายมาอยู่ใต้ชายคาโอลด์แทรฟฟอร์ดในซีซั่นถัดไป

หรือถ้าไม่ใช่ซานโช่ ก็ยังมีข่าวกับตัวอื่นๆอีกบ้างประปราย ไม่ว่าจะเป็นเฟอร์ราน ตอร์เรสเองที่เพิ่งจะมีข่าวลือแว้บๆ หรือในรายของเฟดเดอริโก้ เคียซ่าเองก็ตามที

ซึ่งนั่นแปลว่า ซีซั่น2020/21 น่าจะมีผู้เล่นตำแหน่งปีกขวาตัวหลักเข้าทีมมาอีกหนึ่งรายแน่ๆแล้ว (ซึ่งไม่แคล้วคงเป็นซานโช่)

ดังนั้นหากมีตัวใหม่นี้เข้ามา โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าเป็นซานโช่ จะเกิดผลกระทบอะไรกับเจมส์บ้าง แน่นอน ตำแหน่งปีกขวาจะโดนแย่งไปโดยตรงอีกหนึ่งตำแหน่งที่เขาน่าจะลงได้ เพราะโอเล่ก็คงจะไม่ซื้อซานโช่มาเพื่อเป็นตัวสำรองหรอก ยังไงก็ตัวหลักแน่อยู่แล้ว และเมื่อรวมกับฟอร์มสุดยอดของกรีนวู้ด ซึ่งตอนนี้ก็เบียดชนะเจมส์ไปแล้วด้วยนั้น

ในตำแหน่งปีกขวาของ2020/21 แดเนียล เจมส์ จะลดสถานะลงไปเป็น "ปีกขวาอันดับที่3" ของทีมในทันทีรองจาก ซานโช่ กับ กรีนวู้ด (Sancho > Greenwood > James)

โอเล่ : อยากเป็นซุปเปอร์ซับในตำนานคนใหม่ต่อจากเฮียไหม สำรองยาวเลยละกัน / เจมส์ : ม่ายอ๊าวววววววววววววววว

ส่วนทางฝั่งซ้ายนั้น กล่าวคือ เขาเป็นรองแรชฟอร์ดอยู่แล้วนั้น หากซานโช่เข้ามาก็จะเป็นการไปเบียด "ปีกซ้าย" ของแดนเจมส์ด้วยอีกต่อ เพราะซานโช่นั้นเป็นตัวรุกที่สามารถเล่นได้ทั้งฝั่งซ้ายและฝั่งขวาดีทั้งสองข้าง ดังนั้นฝั่งซ้ายมันก็จะกลายเป็น Rashford > Sancho > James ซะอีก

เมื่อเป็นเช่นนี้ เจมส์ที่ไม่สามารถเล่นตำแหน่งอื่นได้แล้วนอกจากการเป็นWingerทั้งสองฝั่ง ซ้ายและขวานั้น สองจุดนี้ก็ถูกตัวเลือกหลัก 4คนในแดนหน้า จองที่นั่งเหนือเขาไว้แล้ว เพราะแม้กระทั่ง "แรชฟอร์ด" เองนั้นก็สามารถมีทางเลือกมาเล่นเป็นตัวรุกฝั่งขวาในrole supportได้อีก เพราะฝั่งขวาด้วยเท้าขวาของแรช จะถนัดในการเปิดบอลมากกว่าตัดยิงทำประตูเอง / Martial ก็อย่าลืมว่าหมอนี่ยังสามารถกลับไปเป็นInside Forwardฝั่งซ้ายได้เช่นกัน รวมถึงGreenwoodด้วยที่อย่าเพิ่งคิดว่าน้องจะเล่นซ้ายไม่ได้ ในเมื่อสมัยเยาวชนหมอนี่ขยับไปยืนได้ทุกจุดของแดนหน้า

สถานะของ Daniel James ในช่วง ฤดูกาล2020/21  จึงน่าจะลดลงไปกลายเป็นแค่ "แบ็คอัพลำดับที่3ของแนวรุกริมเส้น" ทั้งสองข้าง (หากซานโช่มาจริงๆ ซึ่งก็ไม่น่าจะมีอะไรพลาดแล้ว)

(2019 ตัวจริง > 2020 ตัวสำรอง > 2021 แบ็คอัพอันดับ3)

และการเป็นลำดับที่3 มันแปลว่า แม้แต่การเป็นสำรองลงไปเป็นตัวเปลี่ยนในแต่ละเกมนั้น ก็อาจจะกลายเป็นไม่ได้ลงสนามเลยด้วยซ้ำในบางเกม เพราะสำรองอันดับ2น่าจะได้ลงก่อน เวลาที่ทีมแก้เกมหรือเปลี่ยนตัว 

เพราะในเกมแข่งจริงๆนั้น โอเล่ไม่สามารถจัด Rashford Martial Greenwood (รวมถึง Sancho ถ้าซื้อมา) ลงพร้อมกันทีเดียวได้ ดังนั้นก็จะมี1ตัวในนี้ที่นั่งบนม้านั่งสำรอง สลับๆกันลงเล่น และถึงเวลาที่แก้ไขเกมนั้น โอเล่ก็น่าจะเลือกตัวที่เหลือจาก4ตัวหลักของเขาลงสนามก่อน หากไม่ได้จำเป็นจะต้องใช้ความเร็วอะไร  พวกนี้จะได้สลับลงแทนกันเอง4คนแน่ๆ

กองหน้า4คนนี้ของโอเล่นั้นมีความยืดหยุ่นในการเล่นสูง อย่างที่เขียนไปแล้วเรื่องการรุกแบบที่เล่นกันอย่างอิสระ(free-form) ใครก็สามารถสลับกันยืนได้สบายๆหากมีซานโช่ ดังนั้นบางที ซานโช่อาจจะสำรอง แล้วลงมาแทนแรชปีกซ้ายก็ได้ ลงมาแทนกรีนวู้ดขวาก็ได้, หรือ กรีนวู้ดเอง ก็สามารถลงสนามก่อนได้ในตำแหน่งปีกขวา หรือกองหน้าตรงกลาง เช่นเดียวกับหมากแรชเหมือนกัน แรชฟอร์ดนี่หนักเลย ลงได้ทั้งซ้ายขวากลาง พอจะยืดหยุ่นเล่นได้หมด

พูดง่ายๆก็คือ 4ตัวหลักของโอเล่นั้น เค้าแทนตำแหน่งภายใน4คนนั้นกันได้เองทุกจุด มันจึงกำลังจะกลายเป็นฝันร้ายหนักเข้าไปอีกของแดเนียล เจมส์

หากการเสริมปีกขวาของสโมสรทำได้ลุล่วงสำเร็จในช่วงตลาดเปิด ที่หากซานโช่ หรือไม่ว่าใครก็ตามที่จะเข้ามาในตำแหน่งนี้ (ซานโช่ เคียซ่า ตอร์เรส เบย์ลี่)  มันจะทำให้กลางมหาสมุทรแห่งการแย่ง "แผ่นไม้คาร์นีอาดีส" ที่ลอยอยู่แผ่นเดียวกลางมหาสมุทรนั้น กำลังจะมีผู้ที่ว่ายน้ำหนีตายอยู่ จากที่แค่สองคน ก็จะกลายเป็น "3คน" ในทันที

ก็คิดเอาเองว่า ใน3คนนั้น อีก2คนแข็งแรงกว่าทั้งนั้น แล้วเจมส์จะเอาอะไรไปแย่งแผ่นไม้ที่เกาะนั้นให้รอดชีวิตได้ล่ะ ก็แปลว่ามันจะแย่งตำแหน่งยากกว่าเดิมยิ่งขึ้นไปอีกนั่นเองหากมีตัวเลือกที่ดีกว่าเขา เยอะขึ้นในมือของโซลชา

ดังนั้นหากเรานำประเด็นนี้ของแดเนียล เจมส์ มาวิเคราะห์กันว่า ในสถานการณ์ที่ทีมมีตัวรุกที่ดีกว่าเช่นนี้ แล้วเจมส์จะมีทางรอดจากตรงนี้ยังไงบ้าง(ถ้าไม่ใช่ย้ายทีมหนี!)  คำตอบเดียวที่เป็นไปได้จริงๆนั่นก็คือ การที่เขาต้องพยายาม "อัพเกรดพัฒนาตัวเอง" ให้ขึ้นไปมีศักยภาพที่ทัดเทียมกับ 4ตัวรุกหลักให้จงได้ เพื่อจะได้คงสถานะของตัวเองเอาไว้ในแคนดิเดทผู้ท้าชิงที่ว่าง 11ตัวจริงของทีม หรืออย่างน้อยที่สุดก็ควรได้เป็น ตัวสำรองที่มีสิทธิ์ได้เปลี่ยนลงไปแก้เกมอยู่บ่อยๆ

เพราะถ้าไม่พัฒนาตัวเอง เขาจะตกลงไปเป็นตัวเลือกแบ็คอัพอันดับ3 ในทุกๆตำแหน่งที่เขาเล่นได้ทันที

คำถามคือ จะพัฒนายังไง จุดไหน

ข้อนี้สำคัญมาก เพราะสิ่งหลักๆเลยที่ทำให้โอเล่ กุนนาร์ โซลชานั้น "ไม่เลือกเขา" เป็นตัวจริงของทีม นอกจากฟอร์มการเล่นแล้วนั้น มันยังเป็นเรื่องของศักยภาพที่ด้อยกว่าตัวอื่นด้วย

นั่นก็คือ "ความสามารถในการทำประตู" ที่เจมส์ไม่มีเหมือนตัวอื่น

เจมส์ไม่มีศักยภาพตรงนี้เลย การทำประตูแย่มากๆซึ่งเทียบตัวอื่นนั้น อย่างหมากกับแรช รวมถึงซานโช่ในอนาคต และกรีนวู้ดร่างที่พัฒนาแล้ว  4คนนี้มีการยิงจบสกอร์ที่คมกริบทุกตัว สามารถทำประตูได้จากทุกจุดของสนามตลอดเวลา ยิงได้หมด

ในโลกของฟุตบอล "ประตู"มันก็คือทุกสิ่งทุกอย่างจริงๆ

แดนเจมส์ ไม่สามารถพัฒนาการยิงประตูให้ขึ้นมาดีใกล้เคียงกับ4ตัวหลักได้แน่ๆ ซึ่งจะทำได้ก็ต้องใช้เวลาอีกนาน เพราะบางทีมันเป็นเรื่องของ"เซนส์" ที่จำเป็นต้องมีติดอยู่ในการเล่นตามธรรมชาติ ไม่ใช่สิ่งที่จะอยู่ดีๆไปฝึกแล้วสร้างได้ภายในแปปเดียว ก็ถือว่าเจมส์ ขาดพลังทำลายในการยิงประตูอย่างแรงชนิดที่เรียกว่าตีนบอดได้เลย ซึ่งมันไม่พอสำหรับปีกสมัยนี้ที่จำเป็นต้องทำประตูได้ด้วย ไม่ใช่เล่นแต่ริมเส้นอย่างเดียวเหมือนปีกยุคเก่า

ในเมื่อเป็นเช่นนั้น เขาควรจะไปพัฒนาจุดแข็งอย่างอื่นที่ตัวเองมี เพื่อจะใช้โน้มน้าวใจโอเล่ให้ส่งเขาลงสนามให้ได้

นั่นคือการ พัฒนาความเป็น Winger สาย Support ให้กับทีม

เพราะในเมื่อไม่สามารถยิงประตูได้เก่งกว่ากองหน้า3-4คนนั้นที่เด่นด้านการทำประตูได้แล้ว เจมส์จึงควรที่จะหาทางเพิ่มศักยภาพตัวเองในด้านอื่นที่แนวรุกหลักคนอื่นๆไม่มี 

พัฒนามันเพื่อหาทางเป็น "ตัวเลือกแรก" ในสิ่งนั้นให้ได้ในสายตาโอเล่

มี "2สิ่ง"ที่เจมส์ควรจะไปพัฒนาเพื่อเพิ่มขีดความสามารถตัวเองขึ้นมาให้ได้ หากตัดเรื่องการทำประตู ที่เป็นไฟต์บังคับต้องฝึกฝนเพิ่มอยู่แล้วแม้จะสู้กองหน้าพวกนั้นไม่ได้.. นั่นก็คือเรื่องของ "การครอสบอล"(crossing) และ "การเลี้ยงบอล"(dribbling)

1.การครอสบอล

สกิลข้อนี้จะเป็น "จุดฆ่า" ที่สำคัญที่สุดในการที่แดนเจมส์จะสามารถมีภาษีดีกว่าคนอื่นๆที่เหลือได้ทั้งหมด นั่นก็คือน้องเจมส์ควรที่จะต้องไปฝึกการครอสบอลมาให้หนักที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะว่าตัวรุกตัวอื่นๆ เจมส์ หมาก กรีนวู้ด หรือเหมารวมซานโช่ที่ยังมีแต่ข่าวด้วยนั้น  ทุกตัวก็ไม่ได้เด่นเรื่องการครอสบอลเลย เพราะเป็นตัวรุกสายยิงเองทั้งสิ้น

เจมส์ซึ่งปกติก็ได้โอกาสทางฝั่งขวาเป็นหลักอยู่แล้วนั้น ในการเล่นเกมทางขวา เท้าขวาที่อยู่ด้านนอกจะเหมาะกับการเล่นในลักษณะของWingerโบราณที่ถนัดข้างไหนก็เล่นปีกฝั่งนั้น ใช้วิธีบุกด้วยการ พาบอลขึ้นหน้า แล้วครอสเข้าไปจู่โจมหน้ากรอบเขตโทษ อันเป็นลักษณะของปีกแบบเก่าๆ อย่างเช่นอันโตนิโอ วาเลนเซีย เป็นต้น

ณ ตอนนี้ เจมส์ยังไม่โดดเด่นเรื่องการครอสบอลเท่าไหร่นัก และหากเขารู้ข้อนี้ เขาควรจะไปฝึกหนักมาเพื่อใช้มันเป็นจุดเด่นของตัวเองให้ได้ เวลาที่ใช้ความเร็วเอาชนะคู่ต่อสู้ได้เมื่อไหร่ หากเจมส์ฝึกครอสบอลมาดีๆ เขาจะกลายเป็น "ตัวเลือกเบอร์หนึ่ง" ทันทีในยามที่ทีมต้องใช้แทคติกเปิดบอลโด่งเข้าใส่พื้นที่ตรงกลางสนามที่มีตัวจบรออยู่เพียบ

2.การเลี้ยง

เชื่อหรือไม่ว่าทุกวันนี้ แดเนียล เจมส์ ถึงจะเห็นเป็นปีกตัวจี๊ด แต่หากสังเกตการเล่นดีๆเจมส์จะเป็นปีกที่เล่นในลักษณะ รอชิงจังหวะกองหลังฝั่งตรงข้าม แล้วให้เพื่อนแทงบอล หรือเปิดยาวมาให้เขาวิ่งเท่านั้น

และบางทีเวลาที่ได้บอลเอง วิธีเอาชนะคู่แข่งของเขามักจะใช้ความเร็วตามธรรมชาติที่มีแบบตรงๆโดยวิธีการ "จิ้มบอลผ่านคู่แข่งแล้ววิ่งไปเอาบอล" (knocks ball past opponent) 

แดเนียล เจมส์แทบจะไม่ค่อยใช้วิธี "เลี้ยงบอลกินตัว" คู่ต่อสู้เท่าไหร่(Run with ball) คือจะไม่เล่น ไม่ไปพร้อมกับลูกบอลโดยตรงนั่นเอง ใช้แต่ความเร็ววิ่งแข่ง แล้วเล่นลูกฉาบฉวยอย่างเดียวเท่านั้น

ซึ่งนี่คืออีกจุดที่ทำให้เจมส์นั้น เริ่มมีส่วนร่วมกับเกมน้อยลงในปัจจุบันนี้ เพราะว่าเขาไม่สามารถทำเกมด้วยตัวเองได้เลย ต้องรอการวางบอลจากเพื่อนเท่านั้น หรือวิ่งแข่งแบบง่ายๆ ผิดกับกรีนวู้ดที่กล้าเล่น และลากเลี้ยงเลื้อยได้เองบ้างแล้วอย่างเห็นได้ชัด

ซานโช่ที่กำลังจะมาก็มีสกิลdribbling ขึ้นเป็นอันดับ1ของการเลี้ยงบอลในแมนยูทันที เพราะหมอนี่เก่งในการดวล1-1 ผ่านคู่ต่อสู้ได้สบายๆ ทั้งเลี้ยงทั้งกระชาก ล็อคหลบ ดีหมดทุกรูปแบบ

ซึ่งทีมเรายังขาดมิติของตัวลากเลื้อยเก่งๆอยู่ เผื่อเวลาเจอการอุดของคู่ต่อสู้ที่แตกต่างกันไป บางทีการเลี้ยงบอลจะช่วยได้ แต่ตอนนี้เจมส์ใช้งานจุดนี้ไม่ได้เลย เพราะหากเพียงแค่ว่าเจอแทคติกของคู่แข่งที่ "ตั้งรับลึก" เมื่อไหร่ ก็จะไม่เหลือพื้นที่ด้านหลังให้เจมส์ได้ใช้ความเร็ววิ่งเอาชนะได้เลย

ในเมื่อความเร็วไม่มีประโยชน์ เจมส์ก็แทบจะไร้ประโยชน์ไปด้วย เพราะมีการเล่นที่ "ยึดโยงแต่การใช้ความเร็ว" อย่างเดียวเหมือนตอนนี้ (บอลวิ่งอย่างเดียว)

ดังนั้นทั้งหมดที่เขียนมา สองเรื่องสำคัญที่ว่ามาทั้ง การครอสบอล และภาคการลากเลื้อยด้วยการเลี้ยงบอลกินตัว สำคัญทั้งสองอย่างที่แดเนียล เจมส์ จำเป็นอย่างมากที่จะต้องพัฒนาตัวเองให้ได้โดยเร็วภายในช่วงเวลาข้างหน้านี้ อย่างน้อยที่สุดก็ซีซั่นหน้าที่ต้องเริ่มดีขึ้นได้แล้ว เพราะถ้ายังย่ำอยู่กับฝีเท้าและฟอร์มการเล่นเดิมๆเหมือนตอนนี้ก็เตรียมตกกระป๋องได้เลย

เจมส์นั้นจริงๆแล้วถือเป็นผู้เล่นที่มี "ไม้ตาย" ของตัวเองอยู่แล้ว และถ้าใช้ดีๆมันจะเป็นอาวุธที่โหดสัสๆด้วย นั่นก็คือเรื่องของ"ความเร็ว" ระดับเดอะแฟลช ที่สิ่งนี้ "เหนือกว่าแนวรุกทุกคนในทีม" อย่างแท้จริง จะแรช หมาก กรีนวู้ด ไม่มีใครเร็วเท่าแดเนียล เจมส์อีกแล้ว ดังนั้นเขาควรจะใช้สิ่งนี้ให้เป็นประโยชน์อย่างถูกทิศทาง โดยที่นำเอาความเร็วที่มี ไปcombinationกับทักษะอื่นๆให้ได้  อย่าใช้แต่ความเร็วอย่างเดียว มันก็จะเป็นเหมือนตอนนี้ที่เป็นWingerหน้าเดียวที่เอาแต่วิ่งแข่ง แต่ทำอย่างอื่นไม่ได้เลย

นอกจากทักษะการเล่นที่ต้องไปเพิ่มการครอสบอล และการเลี้ยงบอลเอาชนะคู่ต่อสู้แล้ว ทางด้านประสบการณ์ การตัดสินใจ และทีมเวิร์คก็สำคัญ

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง "ทัศนคติ"

แดเนียล เจมส์นั้นดูจะพยายามเล่นด้วยตัวเองมากเกินไปในช่วงก่อนหน้านี้ เป็นเพราะว่าเมื่อเริ่มเสียตำแหน่งให้กรีนวู้ด เวลาลงสนามมาแต่ละครั้งเขาจึงพยายามที่จะปล่อยของ และโชว์ให้ทุกคนได้เห็นด้วยตัวเอง บางทีมันเป็นความตั้งใจที่มากไปจนมองเห็นรอบด้านน้อยลง เพราะนึกถึงแต่การเรียกฟอร์มตัวเองให้ได้เท่านั้น  หลายๆจังหวะเลือกที่จะยิงเอง แทนที่จะดูและจ่ายบอลให้เพื่อนที่ยืนตำแหน่งดีกว่าในหลายๆครั้ง เรื่องattitudeนี่ถือว่าสำคัญเลยที่เจมส์ต้องรีบพัฒนาก่อนเป็นอย่างแรก 

ดูจากแรชฟอร์ดในตอนนี้เป็นตัวอย่างก็ได้ ชัดเจนมาก เวย์เดียวกันเป๊ะเลย เมื่อก่อนก็งี้แหละ บ้าเลี้ยง ชอบฝืนเล่น

หวังเป็นอย่างยิ่งว่า น้องจะพัฒนาตัวเองขึ้นมาให้ได้ เพราะว่าศักยภาพที่มีอยู่ในตัวนั้นไปได้ไกลจริงๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ความเร็วที่เหนือชั้นระดับที่ว่า วิ่งแซงชาวบ้านชาวช่องได้สบายๆ คือกองหลังทุกคนบนโลกนี้ผมว่าโดนเจมส์วิ่งเผาเครื่องได้หมดทุกตัวแหละไม่ว่าใคร แต่บางทีมันก็ถูกปิดผนึกได้ด้วยการบังเหลี่ยมชิงจังหวะที่เหนือกว่าได้  มันก็มีวิธีทำลายตัวรุกสายสปีดแบบนี้อยู่  ดังนั้นจึงเป็นเหตุผลว่า ทำไมเจมส์จึงควรจะมีอาวุธอื่นๆไว้ใช้บ้างนอกจากความเร็วอย่างเดียว และถ้าพัฒนาตัวเองขึ้นมาทำอย่างอื่นได้ แล้วเอาไปรวมกับสปีดเดอะแฟลชที่มีอยู่ 

รับรองว่าในอนาคตเขาจะกลายเป็น "ปีกเทพ" ที่ไร้ผู้ต่อต้านอีกคนนึงแน่นอน

ปัจจุบันเจมส์เพิ่งจะอายุ22ปี ยังพัฒนาไปได้อีกไกลแสนไกลมากๆ นี่เพิ่งเริ่มต้นเองมั้ง แต่อย่างน้อยที่สุดเจมส์ก็มีแววจริงๆ รับประกันอย่างหนักแน่นโดย ไรอัน กิ๊กส์ ผู้จัดการทีมชาติเวลส์ที่ออกมาสนับสนุนเจมส์อยู่เสมอๆว่า นี่เป็นนักเตะที่มีความสามารถสูงมากๆ ซึ่งก็จริงดังที่กิ๊กส์บอกนั่นแหละ เพียงแต่ว่าต้องขัดเกลาต่อไปเรื่อยๆเท่านั้นเอง 

ทุกสิ่งทุกอย่างอยู่ในกำมือของเจมส์เองแล้วที่จะ "สู้เพื่อตำแหน่งของตนเอง"หรือไม่ ในทีมแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดที่กำลังจะแย่งตัวจริงกันหนักหน่วงกว่าเดิมในปีหน้า หากว่าทีมซื้อ จาดอน ซานโช่ และอาจจะรวมถึงผู้ที่จะมาแย่งตำแหน่งเจมส์ไปอีกคนอย่าง "แจ็ค กรีลิช" หากซื้อเข้ามาได้สำเร็จ

กรีลิชหมอนี่จะกลายเป็นตัวเลือกเบอร์2ในตำแหน่งปีกซ้ายของทีมต่อจากแรชโดยตรงทันที  เพราะที่เขียนมาขนาดไม่ได้เอาแจ็ค กรีลิช มารวมเป็นตัวเลือก ก็แทบจะไม่เหลือแอร์ไทม์ให้เจมส์อยู่แล้ว ถ้าซานโช่มาพร้อมกรีลิช เก้าอี้ของเจมส์จะยิ่งอันตรายหนักเข้าไปใหญ่

คู่แข่งบานตะไทขนาดนี้ จะยอมตกอับ หรือจะอัพเกรดตัวเอง เลือกเอา 

ยังไงก็แล้วแต่ ขอให้น้องพัฒนาขึ้นมาให้ได้ จะได้เป็นอาวุธหนักในรูปแบบอื่นๆให้ทีมบ้างที่สามารถใช้ความเร็วฉีกคู่แข่งให้เป็นชิ้นๆเหมือนรุ่นพี่ชาวเวลส์ตำนานเบอร์11คนนั้น

ผมเชื่อว่าเจมส์จะนำเอาแรงผลักดันจากการที่สูญเสียคุณพ่อเคแวน เจมส์ ที่เพิ่งจากไปเพียง3เดือนก่อนที่จะได้เห็นลูกชายลงเล่นให้แมนยูไนเต็ดนั้น เขาจะนำแรงขับนี้มาใช้ต่อสู้อย่างแน่นอน เหมือนที่ผ่านๆมาที่เจมส์โดนคู่แข่งไล่เตะหนักๆซ้ำแล้วซ้ำเล่าทุกนัด จนแฟนผีกลัวว่าจะบาดเจ็บหนักแน่ๆ แต่เจมส์ก็ลุกขึ้นสู้ไม่เคยยอมแพ้ ผมเชื่อว่าการแย่งชิงตำแหน่งครั้งนี้เขาก็จะสู้เหมือนอย่างที่เคยเป็นมาแน่นอน

สู้ต่อไปเจมส์ ทำให้โอเล่เห็นให้ได้ เป็นกำลังใจให้

-ศาลาผี-


ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})

ข่าวใหม่วันนี้

ดูทั้งหมด