:::     :::

รีวิวลีกเมืองกระทิงซีซั่น 2019-2020

วันอังคารที่ 21 กรกฎาคม 2563 คอลัมน์ ลูกหนังนอกกรอบ โดย JOKE
702
ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
เรอัล มาดริด ฉลองแชมป์ลีกาสมัยที่ 34 จากการทำผลงานยอดเยี่ยมในช่วงรีสตาร์ทซีซั่นชนะ 10 เสมอ 1 ปาดหน้า บาร์เซโลน่า สอยแชมป์ลีกเมืองกระทิงครั้งแรกนับแต่ปี 2017

ฤดูกาลที่สับสนวุ่นวายจนเกือบยุติก่อนเวลาอันควรเนื่องจากการแพร่ระบาดครั้งใหญ่ของเชื้อไวรัสโคโรน่ารูดม่านปิดฉากอย่างเป็นทางการพร้อมการเถลิงบัลลังก์แชมป์ครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2017 และแชมป์สมัยที่ 34 ของ เรอัล มาดริด ปล่อยให้คู่ปรับสำคัยอย่าง บาร์เซโลน่า พบกับฤดูกาลที่บอบช้ำทั้งกายและใจ 

หลายคนร้องไห้ด้วยเหตุผลที่แตกต่างกัน ยินดีกับความสำเร็จของทีมทั้งการคว้าแชมป์และการซิวตั๋วไปเล่นฟุตบอลยุโรป ผิดหวังกับความล้มเหลวทั้งการพลาดตั๋วเล่นฟุตบอลยุโรปและที่สำคัญสำหรับ 3 ทีมตกชั้นทั้ง เอสปันญ่อล, มายอร์ก้า และ เลกาเนส ซึ่งต่อสู้ดิ้นรนจนถึงวันสุดท้ายจนกระทั่งสิ้นสุดลงด้วยคราบน้ำตา


นักเตะต้องทนทุกข์ทรมานจากการลงเล่นทุกๆ 3 วันจนภารกิจเสร็จสิ้น แต่พวกเขามีเวลาฟื้นร่างกายราว 2-3 สัปดาห์ก่อนต้องกลับมาราบงานตัวเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับฤดูกาลหน้าอีกครั้ง

ตลอดฤดูกาลที่ผ่านมามีข้อโต้แย้งเกิดขึ้นมากมายอย่างเกมระหว่าง มายอร์ก้า กับ เซลต้า บีโก้ หรือ เรอัล โซเซียดาด กับ เรอัล มาดริด ซึ่งทำให้ผู้คนจำนวนมากเริ่มกังวลเกี่ยวกับ 'วีเออาร์' หรือ เทคโนโลยีช่วยผู้ตัดสิน ที่ทำให้เกิดข้อถกเถียงมากมายและ ลา ลีกา กับคณะกรรมการผู้ตัดสินต้องนำช้อบกพร่องที่เกิดขึ้นไปปรับปรุงแก้ไขให้ดีขึ้นในอนาคตหลังผ่านการใช้งานมาครบ 2 ปี

แต่เหนือสิ่งอื่นใด ลา ลีกา ยังคงเป็นลีกที่ดึงดูดความสนใจของผู้คนจำนวนมาก ลีกที่เล่นฟุตบอลตื่นเต้นเร้าใจ การวางแท็คติกอันชาญฉลาดของเทรนเนอร์และนักเตะที่ช่วยกันสร้างสีสันของลีกที่ขึ้นชื่อว่าดีที่สุดในโลก


ทีมดีสุดของลีก

หลายสโมสรมีประวัติศาสตร์งดงามบนเวทีลีกา โดยเฉพาะ เรอัล มาดริด,  บาร์เซโลน่า และ แอธเลติก บิลเบา เป็นเพียง 3 ทีมที่ไม่เคยลิ้มรสชาติบนเวทีเซกุนด้า ทว่าทีมดีที่สุดของลีก ซึ่งเป็นการนำเสนอตามลำดับคุณภาพและบางทีมอาจทำให้หลายคนประหลาดใจ

แน่นอนว่าต้องมีสองยักษ์อย่าง เรอัล มาดริด และ บาร์เซโลน่า ซึ่งยึดครองลีกเมืองกระทิงมาอย่างยาวนานและยังนำเสนอการเล่นฟุตบอลที่น่าพอใจ ขณะที่ แอตเลติโก มาดริด ของ ดีเอโก้ ซิเมโอเน่, กรานาด้า ของ ดีเอโก้ มาร์ตีเนซ, เรอัล โซเซียดาด ของ อีมานอล อัลกวาซิล และ บียาร์เรอัล ของ ฆาเบียร์ กาเยฆา ต่างเล่นฟุตบอลด้วยจิตวิญญาณน่าดึงดูดความสนใจไม่น้อยเช่นกัน


โอซาซูน่า เพิ่งขึ้นชั้นขึ้นมาเล่นลีกาในซีซั่นที่ผ่านมา ภาพลักษณ์ของสโมสรก่อนเริ่มต้นซีซั่นคือการดิ้นรนเพื่อความอยู่รอด แต่ จาโกบา อาร์ราซาเต้ นำทีมโรคีโย่เข้าป้ายอันดับ 10 อีกทั้งยังเป็นทีมแรกและทีมเดียวที่บุกมายัดเยียดความพ่ายแพ้คารัง 'คัมป์ นู' ให้ บาร์เซโลน่า ในซีซั่นนี้ด้วย เหมือนที่พวกเขาเคยสร้างเซอร์ไพรส์บุกมาโค่นทีมอาซูลกราน่าถึงถิ่นในซีซั่น 2002-2003

เลบันเต้ เป็นอีกหนึ่งทีมที่สร้างความสนุกสนานให้ผู้ชม แม้พวกเขาจะเล่นเกมป้องกันน่าผิดหวัง ทว่าการเล่นเกมรุกที่ยอดเยี่ยมก็ดีพอที่จะทำให้พวกเขาเอาชนะทั้ง บาร์เซโลน่า และ เรอัล มาดริด ในฤดูกาลเดียวกันสำเร็จ 


สำหรับ เซบีย่า ของ จูเล็น โลเปเตกี มันจะเป็นฤดูกาลที่ยอดเยี่ยมกว่านี้ถ้าพวกเขาเริ่มต้นฤดูกาลได้ดีเหมือนการทำผลงานแจ่มช่วงท้ายซีซั่น ท้ายสุดก็ต้องกล่าวถึง เลกาเนส ของ ฮาเวียร์ อากีร์เร่ หากนับเฉพาะช่วงที่เทรนเนอร์ชาวเม็กซิกันมากุมบังเหียนตั้งแต่ช่วงเดือนพฤศจิกายนปีก่อน พวกเขาเก็บคะแนนดีสุดอันดับ 12 ของลีกและยังฮึดสู้จนหยดสุดท้ายก่อนตกชั้นแบบน่าภาคภูมิใจ 

ทีมที่ชื่นชอบมากสุด

คล้ายข้อมูลข้างต้น แต่ส่วนนี้จะโฟกัสไปที่การเล่นฟุตบอลมากกว่าผลการแข่งขัน ตัวอย่างเช่น บาร์เซโลน่า และ เรอัล มาดริด ซึ่งเหนือกว่าทุกทีมร่วมลีก ทีมชุดขาวที่มักจะคว้าชัยชนะในเกมสำคัญได้เสมอโดยเฉพาะในช่วงท้ายฤดูกาล ขณะที่ทีมอาซูลกราน่ายังต้องดิ้นรนหลายเกม


ในแง่ของทีมที่ชื่นชอบ เรอัล โซเซียดาด จะต้องเป็นหนึ่งในนั้นเพราะพวกเขาใช้เวลาตลอดทั้งฤดูกาลเพื่อพยายามเล่นฟุตบอลที่น่าเหลือเชื่อและพยายามทำประตูเสมอ ส่วนแนวทางการเล่นของ เซบีย่า เป็นที่ชื่นชอบของผู้ชมเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะฟอร์มการเล่นของ ลูกัส โอกัมโปส, ดีเอโก้ การ์ลอส หรือ ชูลส์ กุนเด้ เป็นสิ่งที่น่าทึ่ง ซึ่ง จูเล็น โลเปเตกี สมควรได้รับเครดิตจากการสร้างทีมของเขา 

เรอัล เบติส ยุค โจน ฟรานเซสซ์ เฟร์เรร์ รูบี้ เป็นทีมที่มีศักยภาพ พวกเขามีแข้งดาวดังประดับทีม แต่การปิดฉากทำให้พวกเขาผิดหวังและดูเหมือนว่าทีมเบตีโก้กำลังจะความผิดพลาดซ้ำรอยเดิมเหมือนที่พวกเขาเคยทำในยุค เอ็นรีเก้ เซเตียน ส่วน โอซาซูน่า เป็นทีมที่เล่นด้วยความกระตือรือร้นและความมุ่งมั่น แต่พวกเขามีปัญหาในการเล่นเกมป้องกัน ทว่าความหวือหวาทำให้หลายคนชื่นชอบพวกเขาเช่นกันโดยเฉพาะการพยายามเล่นงานทีมใหญ่เมื่อสบโอกาส


เซลต้า บีโก้ ภายใต้การคุมทัพของ ออสการ์ การ์เซีย เป็นอีกทีมที่น่าชื่นชมเช่นเดียวกัน พวกเขาได้รับสิทธิ์ที่พวกเขาต้องการ นั่นคือการคงสถานะทีมบนเวทีลีกาต่อไป แต่ทีมดังเมืองบีโก้ยังต้องเรียนรู้เรื่องการเล่นที่คงเส้นคงวาต่อไปในฤดูกาลหน้าถ้าหากพวกเขาต้องการไปลิ้มรสชาติบนเวทียุโรปอีกครั้ง

ทีมที่น่าผิดหวัง

แน่นอนว่า ลา ลีกา ไม่ได้นำเสนอฟุตบอลที่น่าสนใจและผลการแข่งขันที่คาดหวังทุกครั้ง บางทีมมีประสิทธิภาพต่ำกว่าระดับปกติและทีมที่ทำให้มองเห็นภาพชัดเจนมากที่สุดคือ บาเลนเซีย ซึ่งมีแต่ความสับสนวุ่นวายตั้งแต่ช่วงต้นซีซั่นหลังการสั่งปลด มาร์เซลีโน่ การ์เซีย โตราล ในช่วงเดือนกันยายน ขณะที่ผู้มาแทนอย่าง อัลเบิร์ต เซลาเดส ล้มเหลวใการกู้ชีพทีมค้างคาว ทั้งการเล่นฟุตบอลที่ดีและคว้าผลการแข่งขันที่ต้องการจนถูกเจ้าของสโมสร ปีเตอร์ ลิม มหาเศรษฐีชาวสิงค์โปร์เขี่ยทิ้งอีกราย 


ท้ายที่สุด บาเลนเซีย เข้าป้ายเพียงอันดับ 9 และเข้าสู่ช่วงฤดูใบไม้ผลิด้วยข่าวลือมากมายว่าสโมสรจะล้างบางผู้เล่นหลายคน ซึ่งรวมถึงมิดฟิลด์กำลังสำคัญอย่าง ดาเนียล ปาเรโฆ, เจฟเฟร่ กงด็อกเบีย และ ฟร็องซิส โกเกอแล็ง 

เอสปันญ่อล เป็นอีกหนึ่งสโมสรที่ทำผลงานน่าผิดหวังเช่นเดียวกัน ทีมนกแก้วเคยจบฤดูกาลที่ผ่านมาฐานะอันดับ 6 พร้อมไปลิ้มรสชาติฟุตบอลยูโรปาลีก แต่พวกเขาไม่สามารถทำได้ดีเหมือนซีซั่นที่ผ่านมา มีการเปลี่ยนเทรนเนอร์ถึง 4 คน ไล่จาก ดาบิด กาเยโก้, ปาโบล มาชิน, อาเบลาร์โด้ เฟร์นานเดซ มาจนถึง ฟรานซิสโก้ รูเฟเต้ และยังลงทุนดึงนักเตะใหม่มาเสริมทัพในช่วงเดือนมกราคมหลายคน 


แต่น่าเสียดายที่ไม่สามารถทำอะไรให้ดีขึ้นเลย ท้ายที่สุดทีมนกแก้วจบฤดูกาลอันดับ 20 ตกชั้นแบบน่าอับอายและสร้างความผิดหวังให้กับสาวกเปรีกีโตสจน เชน หยาง เฉิง เจ้าของสโมสรต้องออกแถลงการณ์ขอโทษแฟนบอล 

เซลต้า บีโก้ ในช่วงรีสตาร์ทซีซั่นเป็นอีกหนึ่งทีมที่ทำผลงานน่าผิดหวัง พวกเขาอยู่ในตำแหน่งที่ไม่มั่นคงในปีนี้ ก่อนจะจบฤดูกาลฐานะอันดับ 17 โดยมีคะแนนมากกว่า เลกาเนส ที่ตกชั้นเพียงแต้มเดียวเท่านั้น 


เรอัล เบติส มีสถิติที่น่าผิดหวังอีกครั้งเมื่อพวกเขาอยู่ใกล้ชิดกับโซนตกชั้นมากกว่าพื้นที่ยุโรปซึ่งเป็นเป้าหมายก่อนเริ่มต้นฤดูกาล แต่ทุกอย่างดูสดใสหลังสโมสรตัดสินใจอย่างรวดเร็วด้วยการทำข้อตกลงกับ มานูเอล หลุยส์ เปเยกรีนี่ หนึ่งในเทรนเนอร์ที่ได้รับการยกย่องอย่างสูงจากผลงานที่เคยทำไว้ในลีกเมืองกระทิงกับ บียาร์เรอัล, เรอัล มาดริด และ มาลาก้า 

ตบท้ายด้วย เรอัล โซเซียดาด ที่กลับมาเล่นได้ดีในช่วง 2-3 เกมสุดท้าย แต่มันสายเกินไป พวกเขาต้องจ่ายค่าตอบแทนอย่างมหาศาลจากที่เคยคาดหวังสูงถึงการคว้าตั๋วไปเล่นแชมเปี้ยนส์ลีก เมื่อเริ่มต้นรีสตาร์ทซีซั่นฐานะทีมอันดับ 4 ก่อนที่ทุกอย่างจะพังทลายเพียงช่วงไม่กี่สัปดาห์ ทว่ายังสามารถแก้ตัวได้ด้วยการจบอันดับ 6 คว้าตั๋วเล่นยูโรปาลีกเป็นรางวัลปลอบใจสำเร็จ


เซอร์ไพรส์ของฤดูกาล

ในส่วนนี้เรามองย้อนกลับไปที่นักเตะและสโมสรที่สร้างความแปลกใจของลีกเมืองกระทิง ซึ่งต้องกล่าวถึง โอซาซูน่า มากกว่าทีมอื่น หลังผู้เล่นโรคีโย่สร้างผลกระทบอย่างแท้จริงกับเวทีลีกา ยกตัวอย่างการระเบิดฟอร์มของ เปร์วีส เอสตูปินญาน แบ็กซ้ายทีมชาติเอกวาดอร์ที่ย้ายมาจาก วัตฟอร์ด ด้วยสัญญายืมตัว เขาเล่นเหมือนนักเตะที่มีประสบการณ์โชกโชน ขณะที่ หลุยส์ เอเซเกล อาวีล่า กับ โรเบร์โต้ ตอร์เรส เป็นสองแข้งโอซาซูน่าที่สร้างความประหลาดใจไม่น้อยเช่นกันและทำประตูสำคัญในเกมกับ บาร์เซโลน่า รวมถึงสองทีมดังแคว้นบาสก์ด้วย

เออิบาร์ อาจทำผลงานขาดความคงเส้นคงวาในฤดูกาลที่ผ่านมา แต่พวกเขามักจะเล่นได้ดีกับทีมใหญ่หลังเคยพลิกชนะทั้ง แอตเลติโก มาดริด, บาเลนเซีย, เซบีย่า, บียาร์เรอัล และ เรอัล โซเซียดาด ซึ่งต้องคารวะการทำงานของเทรนเนอร์ โฆเซ่ หลุยส์ เมนดีลีบาร์ 


สุดท้ายคือทีมที่ชอกช้ำอย่าง เลกาเนส ยุค ฮาเวียร์ อากีร์เร่ ซึ่งเล่นได้ดีในช่วงท้ายซีซั่นและสมควรได้รับผลตอบแทนดีกว่านี้ มันเป็นเรื่องน่าประหลาดใจที่เห็นทีมเล่นด้วยความมุ่งมั่นอย่างมากหลังพบกับความเลวร้ายในช่วงต้นฤดูกาลส่งผลให้ตกชั้นในที่สุด

กรานาด้า ของ ดีเอโก้ มาร์ตีเนซ เป็นทีมที่สร้างเซอร์ไพรส์มากสุดของซีซั่นที่ผ่านมาอีกหนึ่งทีม หลังพุ่งเข้าป้ายอันดับ 7 เก็บคะแนนมากสุดในประวัติศาสตร์สโมสร พร้อมคว้าตั๋วไปเล่นรอบคัดเลือกของศึกยูโรปาลีก 

การ์ลอส เฟร์นานเดซ กองหน้าวัย 24 ปีที่ยืมตัวมาจาก เซบีย่า กลายเป็นสินทรัพย์ที่มีคุณค่ามากสุดหลังการยิง 10 ประตูจากการลงเล่น 34 เกม มีส่วนช่วยในการนำสโมสรคว้าตั๋วลุยศึกยุโรปพร้อมผ่านเข้าถึงรอบรองชนะเลิศของศึก โกปา เดล เรย์ ที่เกิดขึ้นครั้งแรกในรอบ 51 ปี 


เซบีย่า ของ จูเล็น โลเปเตกี พิสูจน์ให้เห็นว่าพวกเขาสามารถรับมือได้ดีภายใต้แรงกดดัน โดยเฉพาะฟอร์มของ ลูกัส โอกัมโปส ที่ทำให้หลายคนประหลาดใจจากการกระทุ้ง 14 ประตูกลายเป็นดาวซัลโวสูงสุดของสโมสร ส่วน ดีเอโก้ การ์ลอส, ชูลส์ กุนเด้ กับ แฟร์นานโด ฟรานซิสโก้ เรเจส ต่างพิสูจน์ให้เห็นว่าเป็นการเซ็นสัญญาที่คุ้มค่าของทีมดังแดนใต้เช่นเดียวกัน

บาร์เซโลน่า เป็นอีกหนึ่งทีมที่ทำผลงานน่าประหลาดใจเช่นเดียวกัน แต่เป็นในทางลบ หลังทีมอาซูลกราน่าจบครึ่งซีซั่นแรกด้วยการเก็บ 42 คะแนน ซึ่งเป็นผลงานแย่สุดในรอบทศวรรษ มันเป็นผลงานที่น่าลืมเลือนสำหรับยักษ์ใหญ่แคว้นกาตาลุนย่า แต่พวกเขาจะกลับมาอย่างแน่นอน อย่างไรก็ตาม บาร์ซ่า ยังมีเรื่องที่น่าประหลาดใจกับการแจ้งเกิดของ อันซู ฟาตี กับ รีกี ปุช ที่จะก้าวขึ้นมาเป็นกำลังสำคัญของทีมในอนาคต


นายทวารดีสุดของซีซั่น

มาร์ค อันเดร แทร์ ชเตเก้น กับ ยาน โอบลัค เป็นหนึ่งในผู้รักษาประตูดีที่สุดในโลกในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา แต่สิ่งดีที่สุดในแง่ธุรกิจในสเปนปีนี้คือ ติโบต์ กูร์กตัวส์ ที่มีส่วนช่วย เรอัล มาดริด เสียประตูน้อยสุดในฤดูกาลนี้ เขาทำคลีนชีตมากสุดและป้องกันการเสียประตูหลายครั้งจนกล่าวได้ว่าทัพ'โลส บลังโกส'คงจะไม่ประสบความสำเร็จ ถ้าหากไม่ได้รับความช่วยเหลือจากนายทวารชาวเบลเจี้ยน 

อูไน ซีม่อน นายทวารวัย 23 ปีของ แอธเลติก บิลเบา ที่ขึ้นมาเป็นผู้รักษาประตูมือหนึ่งของทีมดังแคว้นบาสก์ในซีซั่นนี้ได้รับเสียงชื่นชมเช่นเดียวกันและคู่ควรกับการก้าวขึ้นมาเป็นนายทวารทีมชาติสเปนในอนาคต ส่วน ไอตอร์ เฟร์นานเดซ นายด่านวัย 29 ปีของ เลบันเต้ ช่วยแก้ไขความผิดพลาดของแนวรับหลายครั้งในซีซั่นนี้เช่นกัน 


กองหลังดีสุดของซีซั่น

มันเป็นแนวคิดโบราณในการเลือกผู้เล่นจากทีมที่คว้าแชมป์ แต่ เรอัล มาดริด มีกองหลังดีที่สุดของลีกาอย่าง เซร์คิโอ รามอส ซึ่งมีโอกาสคว้ารางวัลกองหลังยอดเยี่ยมของปีนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการทำประตูของเขาในช่วงรีสตาร์ทซีซั่น นอกจากการช่วยเกมป้องกันจนเสียประตูน้อยสุดของลีก รามอส ยังกลายเป็นกองหลังที่ทำประตูมากสุดต่อฤดูกาลจากผลงาน 11 ประตูในซีซั่นนี้ 

อารีดาเน่ เอร์นานเดซ กองหลังของ โอซาซูน่า อาจทำให้หลายคนประหลาดใจ แต่เขาสมควรได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในกองหลังดีที่สุดของลีกปีนี้จากการเล่นเกมป้องกันที่แข็งแกร่งและมีส่วนช่วยต้นสังกัดเก็บแต้มสำคัญหลายครั้ง 

ดาเมียน ซูอาเรซ กองหลังชาวอุรุกวัยของ เคตาเฟ่ เป็นแบ็กขวาที่ทำผลงานดีกว่าทุกคนในลีก นอกจากการเล่นเกมป้องกันตามหน้าที่แล้ว แข้งวัย 32 ปียังมีส่วนร่วมกับเกมเติมเกมบุกทางกราบขวาอีกด้วย 


เยราย อัลบาเรซ กองหลังวัย 25 ปีของ แอธเลติก บิลเบา สมควรได้รับคำชื่นชมมากที่สุดเช่นกัน หลังผ่านการรักษาโรคมะเร็งช่วง 2-3 ปีก่อนหน้านี้ เขากลับมาทำผลงานอย่างยอดเยี่ยมมีส่วนช่วยทีมดังแคว้นบาสก์เล่นเกมป้องกันอย่างแข็งแกร่งและเป็นหนึ่งในกองหลังดีสุดของลีกา เช่นเดียวกับสองฟูลแบ็กทั้ง อันเดร์ กาป้า กับ ยูรี เบร์ชีเช่ ที่มีส่วนช่วยบิลเบาเสียประตูน้อยอันดับต้นๆของลีก

เคราร์ด ปีเก้ อดีตกองหลังทีมชาติสเปนของ บาร์เซโลน่า ทำผลงานได้น่าประทับใจในการเล่นร่วมกับ เกลม็องต์ ล็องเล่ต์ ส่วน เฟลีเป้ มอนเตยโร่ ของ แอตเลติโก มาดริด รวมถึง ดีเอโก้ การ์ลอส กับ ชูลส์ กุนเด้ สองแนวรับของ เซบีย่า ก็ทำผลงานน่าชื่นชมเช่นกัน

มิดฟิลด์แห่งฤดูกาล

แฟนบอลชาวสเปนรู้จักกันดีสำหรับมิดฟิลด์เชิงสูงของพวกเขาและในฤดูกาลนี้ไม่มีอะไรที่น่าตื่นเต้นสำหรับฟอร์มการเล่นที่ยอดเยี่ยมของ ซานติอาโก้ กาซอร์ล่า แข้งวัย 35 ปีที่ทำผลงานโดดเด่นกับ บียาร์เรอัล ที่มีส่วนผลักดันทีมเรือดำน้ำเหลืองที่อยู่อันดับ 8 ก่อนการรีสตาร์ทซีซั่นขึ้นมาท้าทายพื้นที่แชมเปี้ยนส์ลีก แต่ลงเอยด้วยการจบอันดับ 5 คว้าตั๋วไปเล่นยูโรปาลีกเท่านั้น เขาอำลาสโมสรอย่างยิ่งใหญ่ก่อนย้ายไปเล่นกับ อัล ซาดด์ ในช่วงซัมเมอร์นี้


ส่วนผู้เล่นคนอื่นที่ทำผลงานยอดเยี่ยมในปีนี้ยังมีทั้ง การ์ลอส กาเซมีโร่ กับ โทนี่ โครส สองมิดฟิลด์ เรอัล มาดริด ที่ช่วยกันนำความสำเร็จสู่ต้นสังกัด ขณะที่ ดาเนียล การ์เซีย มิดฟิลด์ตัวรับของ แอธเลติก บิลเบา ทำหน้าที่ในการเล่นเกมป้องกันอย่างโดดเด่นเช่นเดียวกัน 

ดาเนียล ปาเรโฆ มิดฟิลด์กัปตันทีม บาเลนเซีย อาจไม่อยู่ในฟอร์มปกติของเขา แต่เขายังช่วยประคับประคองทีมค้างคาวไปจนจบซีซั่นและเป็นผู้เล่นดีที่สุดของสโมสรในปีนี้ ด้าน โธมัส พาร์เตย์ กลายเป็นผู้เล่นกองกลางที่เด่นสุดของ แอตเลติโก มาดริด เหนือกว่าทั้ง ซาอูล ญีเกซ และ ฆอร์เค่ เรซูร์เรกซิออน โกเก้ ส่วน มาร์ติน โอเดการ์ด ของ เรอัล โซเซียดาด และ โฆเซ่ กัมปันญ่า ของ เลบันเต้ ต่างทำผลงานน่าประทับใจตลอดซีซั่นเช่นกัน 


กองหน้าแห่งซีซั่น

นี่เป็นส่วนที่ง่ายสุดเนื่องจากมีผู้ชนะเพียงคนเดียวตลอดปี คนที่ทำลายสถิติแอสซิสต์ต่อซีซั่นมากสุดของลีกและคว้ารางวัล 'ปีชีชี่' หรือ ดาวซัลโวลีกา 4 ปีติดต่อกันและเป็นสมัยที่ 7 ในรอบ 11 ปีหลังสุด นั่นคือ ลิโอเนล เมสซี่ ที่ช่วยแบกบาร์ซ่าเพียงลำพัง แต่มันไม่เพียงพอที่จะช่วยทีมอาซูลกราน่าคว้าแชมป์ลีกาซีซั่นนี้ 

คาริม เบนเซม่า กองหน้าวัย 32 ปีของ เรอัล มาดริด ใกล้เคียงกับการคว้ารางวัล 'ปีชีชี่' ถ้าหาก เมสซี่ ไม่กระตือรือร้นมากพอ รางวัลดังกล่าวอาจจะตกเป็นของดาวยิงชาวฝรั่งเศสก็เป็นได้ 


สำหรับ บียาร์เรอัล ปั้น เคราร์ด โมเรโน่ กองหน้าวัย 28 ปีกลายเป็นดาวยิงชาวสเปนที่ยิงประตูมากสุดของลีกาจากผลงาน 18 ประตูในซีซั่นนี้และนี่เป็นฤดูกาลดีที่สุดในอาชีพค้าแข้งของเขา 

มิเกล โอยาร์ซาบาล แนวรุกวัย 23 ปีของ เรอัล โซเซียดาด ทำผลงานโดดเด่นกับทีมดังแคว้นบาสก์จากการยิง 10 ประตูและทำแอสซิสต์สูงสุดของสโมสร ซึ่งเป็นผลงานของมิดฟิลด์ตัวรุกดีสุดของซีซั่น 

สุดท้ายกับ ยาโก้ อัสปาส กองหน้ากัปตันทีมวัย 32 ปีของ เซลต้า บีโก้ เป็นอีกหนึ่งแนวรุกที่ทำผลงานเด่นในซีซั่นที่ผ่านมาจากผลงาน 14 ประตูโดยเฉพาะการสังหารฟรีคิกช่วงท้ายเกมตีเสมอ บาร์เซโลน่า 2-2 ซึ่งมีส่วนช่วยทีมดังเมืองบีโก้รอดพ้นการตกชั้นหวุดหวิดโดยมีคะแนนมากกว่า เลกาเนส เพียงแต้มเดียวเท่านั้น 


ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})

ข่าวใหม่วันนี้

ดูทั้งหมด