:::     :::

ความสำเร็จของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้

วันศุกร์ที่ 07 สิงหาคม 2563 คอลัมน์ เด็กเก็บบอล โดย ยักษ์เดนส์
839
ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ในโลกฟุตบอลยุคปัจจุบันต้องยอมรับว่าชื่อของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ คือนักเตะที่ประสบความสำเร็จมากที่สุด

เอาแค่แชมป์ 3 ลีกใหญ่ยุโรปอย่าง พรีเมียร์ลีก อังกฤษ, ลาลีกา สเปน และ กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี เหล่าสาวกของสตาร์ทีมชาติโปรตุเกสก็เอาไปคุยข่มแฟนบอล ลิโอเนล เมสซี่ ได้แล้ว

ถือเป็นการตอกหกลับแบบนิ่มๆอย่างที่ โรนัลโด้ เคยพูดออกมาเอง เขาไปทุกที่ ประสบความสำเร็จกับทุกสโมสรที่ไป แต่กับ ลิโอเนล เมสซี่ เล่นแค่สโมสรเดียว แล้วก็ให้คนฟังคิดเอาเองว่าใครกันแน่ที่เหนือกว่า

แม้จะอยู่ในวัย 35 ปีแล้ว ทว่า โรนัลโด้ ยังเดินหน้าทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม รวงมถึงสร้างสถิติในทุกปีที่ลงสนาม

จนถึงวันนี้ไม่มีแชมป์ระดับสโมสรรายการไหนที่เจ้าตัวลงเล่นแล้วยังไม่ได้ อาจจะมีโคปปา อิตาเลีย ที่ทีม "ม้าลาย" พลาดไปในช่วงสองปีที่ค้าแข้ง แต่ปีหน้าก็อาจจะประสบความสำเร็จได้

ลองไปดู 5 ความสำเร็จสูงสุดในเส้นทางอาชีพของซูเปอร์สตาร์ทีมชาติโปรตุเกสรายนี้ที่อาจจะยืนยงคงกระพันไ/ปอีกนานแสนาน

ดาวยิงสูงสุดยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก


สถิติการทำลายล้างตาข่ายของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ เริ่มต้นตั้งแต่ช่วงปลายที่ค้าแข้งกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กระทั่งมาพุ่งกระฉูดเต็มที่ตอนย้ายมาอยู่กับ เรอัล มาดริด

ปีแล้วปีแล้ว สตาร์ฝอยทองสอยตาข่ายคู่แข่งในเวทียุโรปเป็นว่าเล่น โดยเฉพาะกับ "ราชันชุดขาว" ที่ซัดไปถึง 105 ประตูจากการลงสนาม 101 เกม เรียกได้ว่ายิงมากกว่าที่ลงสนามซะอีก

นอกจากนี้เจ้าตัวยังเป็นเจ้าของสถิติที่ยิงประตูในถ้วยใหญ่ของยุโรปในปีเดียว 17 ลูก ในปี 2013/14 แม้แต่อันดับ 2 และ 3 ก็ยังเป็นของ โรนัลโด้ ที่ทำ 16 ลูกในปี 2015/16 และในปีสุดท้ายกับมาดริดที่ทำ 15 ลูกในปี 2017/18

ปัจจุบัน โรนัลโด้ ซัดไปแล้ว 129 ลูกในยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ซึ่ง 128 ลูกเกิดขึ้นตั้งแต่รอบแบ่งกลุ่มขึ้นไป แบ่งเป็น กับ แมนฯ ยูไนเต็ด 15 ลูก, เรอัล มาดริด 105 ลูก และกับ ยูเวนตุส 8 ลูก และยังคงเดินหน้าต่อไป

คนที่ตามมาเป็นอันดับ 2 อย่าง ลิโอเนล เมสซี่ ตอนนี้ทำไป 114 ประตู ซึ่งอาจจมองว่าไม่ห่าง แต่ในเมื่อเจ้าตัวยังค้าแข้งอยู่สถิติก็ไม่หยุดแค่นี้ ทำให้ไม่ง่ายที่จะไล่ทัน ซึ่งชื่อของเขาอาจจะอยู่อันดับหนึ่งของทำเนียบดาวซัลโวแชมเปี้ยนส์ ลีกไปอีกนานแสนนาน

คนเดียวใน 5 ลีกใหญ่ยิงไม่ต่ำกว่า 15 ลูกนับตั้งแต่ปี 2006


พรีเมียร์ลีก อังกฤษ, ลา ลีกา สเปน, กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี, บุนเดสลีกา เยอรมัน และ ลีก เอิง ฝรั่งเศส ถือเป็น 5 ลีกใหญ่ของยุโรปที่ได้รับการยกย่องว่าแกร่งที่สุด 

อาจจะบอกได้ว่าแกแร่งที่สุดในโลกเลยก็ว่าได้

นับตั้งแต่ย้ายออกจากบ้านเกิดมาค้าแข้งกับ แชสเตอร์ ยูไนเต็ด เมื่อปี 2003, โรนัลโด้ สอยตาข่ายมากขึ้นเรื่อยๆ จนถึงวันนี้ทะลวงตาข่ายไปมากกว่า 600 ลูกแล้วในระดับสโมสร

แข้งวัย 35 ปีถือเป็นตัวอย่างชั้นยอดของนักเตะที่รักษาความคงเส้นคงวาไว้ได้ตลอดระยะเวลามากกว่า 10 ปีที่ผ่านมา โดยนับตั้งแต่ปี 2006 เป็นต้นมาไม่มีปีไหนที่ โรนัลโด้ จะสอยตาข่ายในลีกน้อยกว่า 15 ลูกเลย

ถ้าให้เจาะจงตัวเลขต้องบอกว่าไม่น้อยกว่า 17 ลูก และหากนับตั้งแต่ย้ายมาเล่นกับ เรอัล มาดริด ในปี 2009 จนถึงฤดูกาลล่าสุด โรนัลโด้ ไม่เคยยิงน้อยกว่าปีละ 20 ประตูในลีกด้วยซ้ำ

นอกจากนี้เขาคือคนแรกที่ซัดได้มากกว่า 50 ลูกทั้งสามลีกใหญ่อย่าง อังกฤษ, สเปน และ อิตาลี ด้วย 

เห็นบอกว่าจะเล่นถึงอายุ 40 ปี เหลือเวลาอีก 5 ปีน่าจะไปเล่นในเยอรมันกับฝรั่งเศสด้วย น่าจะยิงทะลุได้เหมือนกัน

คว้าบัลลง ดอร์ 5 สมัย


ทั้ง คริสเตียโน่ โรนัลโด้ และ ลิโอเนล เมสซี่ ผลัดกันคว้ารางวัลบัลลง ดอร์ มาตลอดนับตั้งแต่ปี 2008-2017 ผลัดกันคนละ 5 สมัย ก่อนที่จะมี ลูก้า โมดริช ที่ทำได้อย่างโดดเด่นในฟุตบอลโลก 2018 สอดมาคว้ารางวัลไป

กระทั่งปีที่แล้ว ลิโอเนล เมสซี่ มาแซงหน้าคว้ารางวัลเป็นสมัยที่ 6 แบบค้านสายตาแฟนบอลทั่วโลก ที่มองว่า เฟอร์จิช ฟาน ไดค์ ควรจะได้รางวัลไปครองมากกว่า ซึ่งเมื่อดูจากคะแนน เมสซี่ ชนะ ฟาน ไดค์ ที่ 686 คะแนนต่อ 679 คะแนน เรียกได้ว่าหวุดหวิดเลย

นั่นทำให้ โรนัลโด้ ที่ยืนอยู่ในตำแหน่งสูงสุดร่วมกันหล่นเป็นอันกดับ 2 ในทันที แต่นักเตะอย่าง โรนัลโด้ คงไม่ยอมง่ายๆและพยายามเค้นฟอร์มเพื่อก้าวขึ้นมาเทียบเท่าให้จงได้

แต่ก็ยังมีอีกสถิติหนึ่งในเรื่องของรางวัลบัลลง ดอร์ที่คงไม่มีใครจะทำลายได้ นั่นก็คือการติดท็อป 3 ของการประกาศรางวัลมาถึง 9 ปีติด และไม่แน่ว่าจะเป็น 10 ปีหรือ 11 ปีติดต่อไปด้วยเช่นกัน

คว้าแชมป์ลีกและยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกมากกว่าหนึ่งทีม


การได้แชมป์ลีกหรือแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ถือเป็นความฝันของพ่อค้าแข้งทุกคน แต่ดูเหมือนว่ามันเป็นเรื่้องปกติที่ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ จะได้มันมาครองอยู่เสมอ

นั่นทำให้ โรนัลโด้ เป็นนักเตะคนเดียวที่ได้แชมป์ลีกใหญ่ 3 ลีกทั้ง พรีเมียร์ลีก อังกฤษ, ลา ลีกา สเปน และ กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี ซึ่งจริงอยู่ที่มีอีกคนที่ได้เหมือนกันก็คือ ดานิโล่ ที่เคยได้แชมป์กับ เรอัล มาดริด, แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และ ยูเวนตุส แต่ที่แตกต่างกันคือในยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก

โรนัลโด้ ได้แชมป์ยุโรปมาแล้ว 6 สมัยกับ 2 สโมสร แบ่งเป็นกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 1 สมัย และกับ เรอัล มาดริด 5 สมัย ซึ่งปีนี้หวังว่าจะได้แชมป์กับสโมสรที่ 3 อย่าง ยูเวนตุส

เรื่องนี้มี คนทำได้มาก่อนอย่าง คลาเรนซ์ เซดอร์ฟ ที่ได้แชมป์ถ้วยใหญ่ยุโรปกับสามทีมอย่าง อาแจ็กซ์, เรอัล มาดริด และ เอซี มิลาน แต่แชมป์ลีกทำได้แค่กับ "ราชันชุดขาว" และ "ปีศาจแดง-ดำ"

เอาเป็นว่าถ้าพา "ม้าลาย" ได้แชมป์ยุโรปล่ะก็จะเป็นคนแรก และคงไม่มีใครทำลายได้ง่ายๆอย่างแน่นอน

แชมป์ยูโรกับทีมชาติโปรตุเกส


อีกหนึ่งเรื่องที่ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ และ ลิโอเนล เมสซี่ โดนค่อนขอดจากเหล่าแฟนบอลก็คือเรื่องความสำเร็จในเวทีระดับชาตินั่นเอง

แต่ต่อไปนี้ สตาร์ทีมชาติโปรตุเกสจะไม่ต้องเผชิญกับเรื่องนี้อีกต่อไปเมื่อเขาพาทัพ "ฝอยทอง" คว้าแชมป์ยูโร 2016 มาครองอย่างยิ่งใหญ่

อันที่จริง เมสซี่ มีโอกาสที่จะนำหน้าไปก่อนในฟุตบอลโลก 2014 แต่ทีมชาติอาร์เจนติน่าไปแพ้ เยอรมัน ในเกมชิงชนะเลิศ รวมถึงในเกมชิงแชมป์ทวีปอเมริกาใต้ที่แพ้เกมชิงชนะเลิศสองปีติดในปี 2015 และ 2016

นอกจากนี้ โรนัลโด้ ยังพาโปรตุเกสคว้าโทรฟี่อย่าง ยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก มาครองอีกด้วยในปี 2019 

ปัจจุบันเจ้าตัวกดไป 82 ลูกในนามทีมชาติ เป็นดาวยิงสูงสุดตลอดกาล และหากนับเฉพาะทัวนาร์เม้นต์ใหญ่อย่างฟุตบอลโลกและยูโรก็ยิงไป 16 ลูก มากที่สุด

ถึงตอนนี้ แชมป์ยูโร และ ยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก คือแชมป์รายการเมเจอร์สองรายการที่โปรตุเกสเคยได้ และ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ก็จะถูกจารึกไว้ว่าเขาคือกัปตันทีมผู้พาทีมคว้าแชมป์นั่นเอง


ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})