:::     :::

พลาดเหมือนเดิม

วันจันทร์ที่ 21 กันยายน 2563 คอลัมน์ สิงห์สนามจริง โดย ยักษ์เดนส์
2,916
ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ผ่านมาแค่เกมที่สองของฤดูกาลเท่านั้น เชลซี ก็ประเดิมความพ่ายแพ้ในเกมแรกของฤดูกาลซะแล้ว

แถมเป็นการพ่ายแพ้ให้กับทีมหัวตารางเหมือนกันอย่าง ลิเวอร์พูล ในความหมายคือการเสียแต้ม "6 คะแนน" จากที่ควรจะชนะกลายเป็นแพ้ไป

ไม่ได้บอกว่าทีมต้องคว้าชัยในเกมนี้ เพราะการแพ้แชมป์เก่าอย่าง "หงส์แดง" เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ เพราะใครๆก็แพ้กันทั้งนั้นแหละ

แต่สิ่งที่เกิดขึ้นมันแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าตอนนี้ทีมของ แฟร้งค์ แลมพาร์ด ยังไม่พร้อมที่จะก้าวขึ้นไปแย่งแชมป์พรีเมียร์ลีก

นั่นคือสิ่งที่กองทัพสีน้ำเงินคงต้องก้มหน้ายอมรับ ปีนี้คงประคองให้ได้คว้าท็อปโฟร์ของตารางมาครองก็พอ


รายชื่อ 11 นักเตะที่ลงสนาม แน่นอนว่าทั้ง ติโม แวร์เนอร์ และ ไค ฮาแวร์ตซ์ สองแข้งใหม่ค่าตัวแพงลงสนามตัวจริง ส่วนคนที่เหลือที่เพิ่งเข้ามาสภาพร่างกายยังไม่พร้อมกัรทั้งสิ้น

แต่หนึ่งจุดสังเกตุที่สร้างข้อข้องใจให้กับแฟนบอลก็คือ อันโตนิโอ รือดิเกอร์ หายไปไหน?

เกมแรกกับ ไบรท์ตัน เป็นแค่ตัวสำรอง เกมที่สองที่ถือเป็นเกมสำคัญไม่มีชื่อแม้กระทั่งตัวสำรอง ทั้งที่นับตั้งแต่ย้ายมาร่วมทีมก็เป็นตัวหลักมาตลอด และถือเป็นกำลังสำคัญในแนวรับของทีมด้วยซ้ำ

แต่เข้าสู่ฤดูกาลนี้ แฟร้งค์ แลมพาร์ด กลับเลือกใช้ คูร์ท ซูม่า กับ อันเดรียส คริสเตนเซ่น เป็นคู่เซนเตอร์ตัวหลัก

        

โดยเฉพาะรายหลังที่ตอนแรกดูน่าจะหมดอนาคตไปแล้วด้วยซ้ำเมื่อฤดูกาลที่แล้ว แต่กลับกลายเป็นว่าปีนี้ได้ออกสตาร์ทตัวจริงทั้งสองเกมซะอย่างนั้น

ส่วนในแดนกลางการได้ มาเตโอ โควาซิช พ้นโทษแบนกลับมาทำให้ทีมหันมายึดระบบการเล่น 4-3-3 หลังจากที่นัดแรกเล่นในระบบ 4-2-3-1 

ถึงแม้เกมจะไม่ได้เป็นรองนัก แต่เห็นได้ชัดว่าจังหวะเข้าทำของผู้มาเยือนดูจะวูบวาบและได้เสียบมากกว่า ส่วนของ เชลซี ก็มีจังหวะยิงของ ติโม แวร์เนอร์ ที่เฉี่ยวเสาไปนิดเดียว

กระทั่งท้ายครึ่งแรกที่เป็นจุดเปลี่ยนอันใหญ่หลวงของ "สิงห์บลูส์" เมื่อ อันเดรียส คริสเตนเซ่น มาโดนไล่ออกจากจังหวะที่ไปเหนี่ยว ซาดิโอ มาเน่ ในจังหวะหลุดเดี่ยว


อันที่จริงจังหวะนี้หากเซนเตอร์เดนมาร์กเก๋าหน่อยคงไม่ถึงขั้นโดนไล่อออก เพราะ เกปา อาร์รีซาบาลาก้า เองก็พุ่งออกมาพร้อมสกัดบอล นั่นทำให้ผู้ตัดสิน พอล เทียร์นี่ย์ ให้เพียงใบเหลืองก่อนในจังหวะแรก กระทั่งไปเช็กวีเออาร์และเห็น คริสเตนเซ่น ไปเหนี่ยวคอ มาเน่ ชัดเจน เลยเปลี่ยนเป็นให้ใบแดงแทน

แน่นอนว่าช่วงพักครึ่งทีมจำเป็นต้องเปลี่ยนนักเตะในแนวรุกเพื่อส่งเซนเตอรืคนใหม่ลงมาแทน และหวยก็มาออกที่ ไค ฮาแวร์ตซ์ 

ทำไมต้องเป็น ฮาแวร์ตซ์? แลมพาร์ด เชื่อมั่นใจตัว เมสัน เมาท์ มากกว่า? หรือเพราะ ฮาแวร์ตซ์ เล่นแย่?

จะด้วยอะไรก็ตามแต่ ดูเหมือนว่า ฮาแวร์ตซ์ ยังต้องใช้เวลาอยู่กับการโชว์ผลงานออกมา หลังจาก 80 นาทีในเกมแรก และอีก 45 นาทีในนัดนี้

        

5 นาทีของครึ่งหลังเกมรับของทีมก็เผยให้เห็นจุดอ่อนในเกมรับในแบบที่เห็นมาตอดลทั้งฤดูกาลที่แล้ว ไม่ใช่ว่าดูถูกเกมรุุกของ ลิเวอร์พูล เพราะจังหวะนี้คือการประสานงานที่สวยงาม แต่ ซาดิโอ มาเน่ ไม่ควรจะได้โหม่งง่ายแบบนั้น

อึดใจเดียวหลังเสียประตูแรกก็ตามมาด้วยลูกที่สองเมื่อ เกปา อาร์รีซาบาลาก้า ไม่รู้คิดอะไรอยู่ไปช้าจนโดน ซาเน่ ที่วิ่งมาจากนอกเขตโทษขวางจังหวะเตะแล้วเอาบอลไปยิงเข้าไป

แค่ประตูเดียวก็กลับมายากแล้วยังมาเสียประตูที่สองแทบไม่ต้องหวัง

จุดโทษที่ควรจะทำให้ทีมได้ประตูคืนมา จอร์จินโญ่ ที่ไม่เคยพลาดเลยแม้แต่ครั้งเดียวนับตั้งแต่ย้ายมาอยู่กับ เชลซี ก็ยังยิงไม่เข้า หรือจะบอกว่ายิงไม่ได้อันตรายเลย ขอแค่พุ่งถูกทางยังไงก็เซฟได้ เพราะทั้งไม่มุมพอและไม่แรงพอ


การเปลี่ยน รอสส์ บาร์คลี่ย์ และ แทมมี่ อบราฮัม ลงมาแทน จอร์จินโญ่ และ มาเตโอ โควาซิช ไม่ได้มีผลอะไร แม้รายหลังจะมีจังหวะสับไกที่ได้ลุ้นประตู แต่ก็แค่นั้น

การเหลือ 10 คน สามารถเป็นหนึ่งในข้ออ้างของความพ่ายแพ้ในเกมนี้ได้ แต่เกือบ 45 นาทีในครึ่งแรกที่ตัวเท่ากัน ทีมก็แสดงให้เห็นเช่นกันว่าไม่อันตรายมากพอ

โดยเฉพาะในเกมรุกที่หลายครั้งต้องให้ เอ็นโกโล่ ก็องเต้ สอดมาตลอด

โอเคมันคืออาวุธลับที่ใครก็คาดไม่ถึง แต่อย่างที่เห็น ประสิทธิภาพในการเล่นเกมรุกของมิดฟิลด์ทีมชาติฝรั่งเศสเองไม่ได้สูงนักหนาอะไร


หากนักเตะพร้อมเต็มที่ทุกคน อะไรๆก็อาจจะดีขึ้นก็ได้ แต่เกมรับก็ยังเป็นสิ่งที่น่าเป็นห่วงอยู่ดี เพราะต่อให้เกมรุกทำได้ดีแค่ไหน ถ้าเกมรับยังพลาดง่ายๆมันก็น่าเหนื่อยใจ

พลาดเหมือนเดิม!!

แฟร้งค์ แลมพาร์ด มีการบ้านอีกเยอะทั้งเรื่องของรูปแบบการเล่นจะใช้ระบบไหน, ไค ฮาแวร์ตซ์ จะเล่นตรงไหนในแนวรุก, หากทุกคนพร้อมหน้าจะส่งแข้งใหม่เล่นพร้อมกันเลยรึเปล่า, จะแก้ไขเกมรับยังไง, ผู้รักษาประตูยังจะเป็น เกปา ไหม

        

งานมากมายก่ายกองนี้คงไม่สามารถสะสางได้ภายในระยะเวลาอันสั้นแน่

กลางสัปดาห์ทีมจะลงเล่นเกมคาราบาว คัพกับ บาร์นสลี่ย์ แม้จะเป็นทีมรองบ่อน แต่ก็ต้องบอกว่ามันไม่มีเวลาให้ทีมพักผ่อนแล้วนั่งคิดอะไรนานนัก เพราะสุดสัปดาห์เกมถัดไปก็จ่อรออยู่อีก

ใช้แต่ละเกมนี่แหละเป็นตัวทดลองจนกว่าจะได้ทีมที่สมบูรณ์จริงๆสักที

ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})

ข่าวใหม่วันนี้

ดูทั้งหมด